Limitless Sword God 001 - 010


บทที่ 1 – เจ้านายผู้ไร้ค่ากับสาวใช้ผู้แสนดี
รายชื่อตอน
บทที่ 2 – ข้าไม่จ่าย! »
บทที่ 1 – เจ้านายผู้ไร้ค่ากับสาวใช้ผู้แสนดี
ราตรีที่หนาวเย็น ในกระท่อมโทรมๆแสงเทียนริบหรี่
ภายในห้องที่คับแคบและเรียบง่ายมีเพียงเตียงและเก้าอี้ ข้างๆเตียงมีหญิงสาวนางหนึ่งสวมชุดธรรมดาสีขาวใบหน้าเต็มไปด้วยน้ำตาจากความเจ็บปวดจ้องมองชายหนุ่มคนหนึ่งที่นอนอยู่บนเตียง
เด็กหนุ่มคนนี้,ร่างกายซีดเซียว มีนัยน์ตาสีฟ้านอนสลึมสลืออยู่ในอาการปางตาย
ปัง!
ประตูเปิดออก
ชายหนุ่มรูปหล่อร่างสูงใหญ่ปรากฏกายขึ้นที่ทางเข้าประตู
ปล่อยเขาไปเถอะ!บางทีเขาอาจจะไม่รอดแล้ว! ข้าจะส่งคนมาจัดการกับศพของเขาเอง ที่สำคัญเวลานี้ เร็สเข้ารีบกลับไปที่บ้าน หากท่านผู้นำบ้านหลักรู้ว่าเราทั้งคู่ละเลยหน้าที่แล้วละก็เจ้ากับข้าจะถูกลงโทษ “
ไม่ ข้าไม่กลับ! ข้าจะอยู่ที่นี่ดูแลนายน้อย “หญิงสาวพูดขึ้นขณะที่นางร้องให้แนบอยู่บนหน้าอกเจ้านาย
เจ้าลืมหน้าที่ของเจ้าแล้วรึ? เร็วเข้ารีบกลับไปกับข้า “ชายหนุ่มพูดในขณะที่เขาขมวดคิ้ว
นายน้อยประสบอุบัติเหตุกระทันหัน นอกจากนี้ ข้าจะทำอะไรได้ ถึงข้าจะกลับบ้าน? นายน้อยให้ที่พักพิงและเลี้ยงดูข้ามาตั้งแต่ยังเล็กๆ จนมาถึงตอนนี้ด้วยตัวของเขาเอง,เเล้วอย่างนี้จะให้ข้าทิ้งเขาไปได้ยังไง? “ หญิงสาวพูดออกมาทั้งน้ำตาที่รินอาบบนใบหน้าที่ดูอ่อนล้าของนางจากนัยน์ตาสีแดง
นี่เจ้า! … ” ความโกรธปรากฏออกมาบนใบหน้าของชายหนุ่ม แต่เขาไม่สามารถพูดอะไรได้
ไหน……อยู่ไหนๆ?
ทันใดนั้นเสียงคร่ำครวญเบาๆดังมาจากคนที่นอนอยู่บนเตียง
หญิงสาวแปลกใจจึงหยุดร้องไห้แล้วรีบกลับไปที่เตียงมองเห็นว่าชายหนุ่มเริ่มลืมตาขึ้นอย่างช้าๆ
เขาฟื้นแล้ว?”
ทั้งสองคนตกตะลึง
ในความเป็นจริง ซูหยุนได้ฟื้นขึ้นแล้ว แต่อาการปวดหัวที่รุนแรงทำให้ร่างกายของเขารู้สึกอ่อนล้าไปทั่วทุกส่วนเขาไม่สามารถขยับตัวได้
แม้ว่าเสียงของเจ้านายของนางจะผิดแปลกไปแต่ว่านางก็ยังจำได้อย่างแม่นยำ หญิงสาวตั้งใจฟังเจ้านายพูดโดยไม่ขาดตกแม้เพียงหนึ่งคำ
ชิง เอ๋อ? นี่ ชิง เอ๋อ จริงๆเหรอ? เป็นไปไม่ได้! ชิงเอ๋อ นางตายไปแล้วนิ … แต่เสียงนี้ … เป็นเสียงของนางไม่ผิดแน่ๆ “
ซูหยุนนึกย้อนกลับไปแล้วสุดแสนจะเจ็บปวด ในขณะที่เขานึกถึงเหตุการณ์ที่ผ่านมาอารมณ์ของเขาก็ระเบิดออก
นายน้อยๆ … ” ชิงเอ๋อตกใจ พูดออกมาเบาๆ แล้วร้องให้ออกมา “ผ่านมานานแล้ว! ในที่สุดท่านก็ฟื้น! “
ซูหยุน ลืมตาของเขาขึ้นห็นใบหน้าของหญิงสาวที่งดงามที่กำลังพูดคุยกับเขา
หญิงสาวมีใบหน้าที่สมบูรณ์แบบ นางมีดวงตาที่ส่องประกายเหมือนอัญมณี ริมฝีปากสีแดงเหมือนลูกเชอรี่เป็นความงดงามที่ไร้ที่ติแบบบ้านๆที่อาจทำให้ผู้คนหลงเสน่ห์และทำให้ทุกคนที่มองนางลุ่มหลง
นางเป็นหญิงสาววัยเยาว์อายุประมาณสิบห้าย่างสิบหกปี แต่รูปร่างของนางนั้นวิจิตรงดงามด้วยหน้าอกที่เด่นชัดแต่ก็ยังเดาได้ว่านางนั้นยังเด็ก น้ำตาที่ไหลออกมาเหมือนคริสตัลลงบนใบหน้าของนาง ช่วยไม่ได้ที่ ซูหยุน จะสงสารนาง
ซูหยุน จ้องที่หญิงสาว
ชิง … เอ๋อ? เป็นเจ้าจริงๆ? “ ซูหยุน เพ่งมองนาง
นี่ข้าเอง … เป็นข้าเอง!” ชิงเอ๋อคว้ามือที่เย็นเหมือนน้ำแข็งของเจ้านาย “นายน้อยท่านประสบเหตุ พอข้าทราบเรื่องข้าน้อยก็รีบมาที่นี่ ท่านเป็นยังไงบ้าง ท่านรู้สึกดีขึ้นบ้างหรือไม่ ท่านบาดเจ็บตรงไหน? “ ชิงเอ๋อยิงคำถามเหล่านี้เต็มไปด้วยความกังวล
ข้า…”
ซูหยุนหันมองตัวเองแบบงงๆ
เกิดอะไรขึ้น!?”
คนคุ้นเคย ฉากที่คุ้นเคย “นี่มันเป็นกระท่อมเล็กๆ ที่ ชิงเอ๋อเคยอยู่?”
ไม่ไช่ว่าห้องนี้ถูกขายไปแล้ว?”
นอกจากนี้ ชิงเอ๋อนางยังไม่ … “
ซูหยุน ไม่อาจเข้าใจสิ่งที่เกิดขึ้นได้ มีอะไรมากมายในหัวของเขาแต่เขายังรู้สึกมึนงง
หลังจากที่มันกินอาหาร ขนาดมันโดนศิษย์ขั้นผลิวิญญาณทำร้ายตรงส่วนหัวตรงๆมันยังไม่ตาย!? ฮึ่ม!มันช่างดวงดีจริงๆไอ้ขยะ!”ชายหนุ่มรูปหล่อข้างๆ ชิงเอ๋อพูดอยู่ภายใต้ลมหายใจของเขา
หลิงซวนสรื่อ?” ซูหยุนจำอะไรไม่ได้มาก เนื่องจากความทรงจำของเขาที่ยังคลุมเครือ
ซูหยุน กุมหัวของเขา “ความเจ็บปวดที่น่ากลัวนี้ … ความรู้สึกนี้ … ความทรงจำของข้ายังเลือนลาง”
ดูเหมือนหัวของมันจะได้รับการกระทบกระเทือนอย่างรุนแรง” ชายหนุ่มรูปหล่อพูดขึ้นเบาๆ
ท่านได้รับความเสียหายจากศิษย์ขั้นผลิวิญญาณเข้าถึงภายในร่างของท่าน แต่ไม่ต้องเป็นห่วง แค่กินยาและพักผ่อนสักพัก ภายในไม่กี่วันท่านก็คงหาย “ชิงเอ๋อ พูด
ในขณะที่ ซูหยุน จ้องไปที่ใบหน้าเล็ก ๆที่งดงามของ ชิงเอ๋อ หัวใจของเขาเต้นแรงเขาคว้ามือ ชิงเอ๋อ ไม่ยอมปล่อย
นายน้อย … ” ชิงเอ๋อ ไม่อาจต่อต้าน
นางดึงมือของนางกลับตามสัญชาติญาน แต่หัวใจของนางนั้นไม่ต้องการที่จะทำเช่นนี้ เกิดบรรยากาศที่ชื่นบานระหว่างทั้งสอง
ชายหนุ่มรูปหล่อโกรธเกรี้ยว เขารีบคว้ามือของ ชิงเอ๋อแล้วพูดว่า “บังอาจ! ซู ยวิน! ไอ้…ขยะ! แกกล้าล่วงเกิน แม่นางชิงเออร์! ข้าจะฆ่าเจ้า! “
พูดเสร็จเขาก็เดินไปเพื่อจะตัดหัว ซูหยุน
ชิ้งงงงง!
ขณะที่กระบี่ใกล้จะถูก ซูหยุน มีสายฟ้าพลังวิญญาณถูกยิงออกมาจาก ชิง เอ๋อ ชายหนุ่มคนนั้นถูกผลักให้ถอยกลับและจำต้องใช้อำนาจพลังวิญญาณของตัวเองตอบโต้สายฟ้า
ม่อสร่า นี่ท่านจะทำอะไร? เขาเป็นเจ้านายของข้า! ทำไมท่านพยายามที่จะทำร้ายเขา? “ ชิงเอ๋อกัดฟันตะโกนด้วยความโกรธ
เจ้านาย? มีแต่เจ้าเท่านั้นที่คิดว่าเขาเป็นเจ้านาย! ใครๆก็คิดว่ามันนั้นเป็นขยะโดยเฉพาะในบ้านหลัก เจ้ายังคิดที่จะดูแลมัน? อย่าลืมว่าเจ้าเป็นความหวังของบ้านหลัก มันตรงข้ามกับผู้ชายคนนี้ ผู้ชายคนนี้!!…เจ้าควรตัดความสัมพันธ์ทั้งหมดกับมันให้เร็วที่สุด! “
นายน้อย ได้ช่วยเหลือดูแลข้า! ข้าจะไม่ยอมเปลี่ยนใจเมื่อเวลานั้นมาถึงข้าจะสนับสนุน นายน้อย “ชิงเอ๋อพูดในขณะที่นางกัดริมฝีปากแน่น

เจ้าต้องรู้จักยอมรับบ้าง ดูเจ้าขยะนี่สิ อายุตั้งสิบแปดปีแล้วแม้จะมีเจ็ดสิ่งประดิษฐ์มันยังไม่สามารถทลวงเขตแดนวิญญาณได้เลย! มันไม่คิดที่จะฝึกเสียด้วยซ้ำ หากมันไม่เมาก็มีแต่เข้าบ่อน ตัวมันไม่ต่างไปจากดินโคลนที่โดนเหยียบย่ำ? ข้าทราบข่าวว่าเจ้าคอยดูแลมันแม้กระทั่งโดนมันทุบตี เจ้ายังมีความรู้สึกดีๆกับไอ้เศษสวะนี่อีกรึ?! ตอนนี้มันเป็นแค่คนธรรมดากระจอก! เจ้ากับมันอยู่กันคนละโลก ทีนี้เจ้าเข้าใจแล้วหรือยัง” ม่อสร่าตะโกนออกไป
ท่าน!… อย่ามาพูดจาหยาบคายดูถูกนายน้อยของข้า!” ใบหน้าชิงเอ๋อแดงฉานจากความโกรธเกรี้ยวแล้วตะโกนสวนกลับไปว่า “ออกไปให้พ้นหน้าข้าซ่ะ!”
เร็วเข้า!รีบกลับบ้านหลักเดี๋นวนี้”ม่อสร่า ตอบ
หากท่านยังไม่ออกไปอย่างหวังว่าข้าจะออกไปจากที่นี่วันนี้” ชิงเอ๋อ ตอบ
เจ้า ฮึ!… ก็ได้! ช่างโง่งมนัก! “
ปัง!
ประตูถูกกระแทกปิด
ไม่นานความเงียบ ก็เข้ามาแทนที่
เช่นเดียวกับความสงบภายหลังจากพายุ
ในที่สุดชิงเอ๋อก็โล่งอก จากนั้นนางก็รีบเดินไปที่หน้าต่างมองออกไปข้างนอก หลังจากพบว่าไม่มีใครเห็นแล้วนางรีบหยิบถุงสีเทาจากใต้เข็มขัดของนางวางลงใต้ผ้าห่มของ ซูหยุน
แต่ขณะที่นางกำลังจะทำเสร็จมีมือมาคว้าแขนของนางไว้
ชิงเอ๋อตกใจมองขึ้นไปเห็น ซูหยุน จ้องนางอย่างแปลกๆ
นี่คืออะไร”ซูหยุน ถาม
เงิน” ชิงเอ๋อ กระซิบกลัวว่าคนข้างนอกได้ยินเสียง
ทุกๆเดือนชิงเอ๋อ จะให้เงิน ซูหยุน เพื่อใช้จ่าย
เจ้าไปเอาเงินนี้มาจากไหน?”
ม่อสร่าไม่ได้พูดเมื่อกี้หรือ? บ้านหลักดูแลผู้รับเลือกที่มีอนาคตอย่างดีการให้เงินก็ด้วย เพราะข้าไม่เคยหยุดใช้จ่าย,ข้าเพียงแค่ให้ส่วนที่เหลือกับนายน้อย “
ขณะที่นางพูดนางก้มหน้าลงอย่างไม่สบายใจ
เจ้านี่โกหกไม่เก่งเลยนะ” ซูหยุน พูดในขณะที่เขาส่ายหัว “300 เป็นเบี่ยเลี้ยงรายเดือนของเจ้า แต่เจ้ามักจะให้ข้าทั้งหมด ข้ารับไว้ไม่ได้?”
ความประหลาดใจปรากฏขึ้นบนใบหน้าชิงเอ๋อ
นายน้อยท่านรู้ได้อย่างไร?”
วันนี้วันอะไร?” ซูหยุนถาม
ราชวงศ์ใหม่ ปี1001 วันที่3 เดือน3 “
หลังจากที่ ซูหยุนได้ยินเขาก็เงียบไป
นายน้อยเจ้าค่ะ … มีสิ่งใดแปลกหรือเจ้าค่ะ?” ชิงเอ๋อ ถามด้วยสีหน้างุนงง
ทันใดนั้นนางก็ถูกซูหยุนจับกอดแน่น
ชิงเอ๋อ!ข้าขอโทษ!”
มันเป็นคำพูดที่เรียบง่าย แต่มันก็ถูกทิ้งไปนานนับสิบห้าปี
ชิงเอ๋อตกใจ นางไม่เข้าใจการกระทำของเจ้านายตนเอง หลังจากที่เจ้านายของนางได้รับเหตุดูเหมือนว่าเขาจะเปลี่ยนไป
หลังจากผ่านไปพักไหญ่นางจึงพูดเบา ๆว่า”นายน้อยไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นท่านต้องมีชีวิตอยู่ ไม่เพียงเพื่อภรรยาของท่าน แต่ยังสำหรับตัวของท่านเอง ท่านต้องมีชีวิตอยู่ต่อได้ไหม “
ซูหยุน พยักหน้ารับ
รอยยิ้มเป็นประกายปรากฏบนใบหน้าชิงเอ๋อขณะที่นางหันหลังเดินออกไปจากห้อง
นายน้อย ยามนี้ดึกแล้ว อีกประเดี๋ยว ข้าจจะไปพาซินแสจิตวิญญาณมาดูอาการท่านทีหลัง ข้าจะต้องรีบกลับไปที่บ้านหลัก เวลานี้นายท่านไม่อยู่ออกไปทำธุระข้างนอกท่านไม่ได้อยู่ในสำนัก ข้าแอบออกมา แต่ถึงแม้ว่านายท่านจะพบข้า ข้าก็ไม่กลัวถูกทำโทษข้าห่วงแต่นายน้อยดังนั้น …ชิงเอ๋อจะทิ้งไว้ เงินนี้อาจจะใช้ซื้ออาหารและเสื้อผ้า “
ไม่ ชิงเอ๋อไม่ต้องแล้ว จากนี้ไปไม่ต้องนำเงินมาให้ข้าอีก “ ซูหยุนหยิบกระเป๋าและโยนไปทาง ชิงเอ๋อ
ชิงเอ๋อ ตกตะลึงขณะที่นางคว้ากระเป๋า “เงินไม่พอหรือเจ้าค่ะ?”
เปล่า เพียงแต่ข้าไม่ต้องการมีชีวิตอยู่แบบนี้อีกต่อไป “

นางประหลาดใจและมีรอยยิ้มบนใบหน้าของนาง “เอาละ ชิงเอ๋อ ตอนนี้เจ้ารีบกลับไปได้แล้ว!”
คุณ….คุณชาย,ท่านสบายหรือเปล่า?”
ข้า..สบายดี”
แต่…”
เจ้ารีบกลับไปได้แล้ว! ขืนเจ้าอยู่นานท่านผู้นำจะพบเข้าและข้าอาจจะมีปัญหา “
ชิงเอ๋อ กัดริมฝีปากสีชมพูของตัวเอง “แล้ว … นายน้อยหากท่านมีปัญหาใดอย่าได้ลังเลที่จะบอกข้าให้รับรู้ เราจะแก้ปัญหาทุกอย่าร่วมกันและไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นชิงเอ๋อ จะอยู่เคียงข้างนายน้อย “
ได้……”
ชิงเอ๋อ ลังเลแล้วหยุดมองกลับหลังแล้วก้าวออกจากกระท่อมไป
ซูหยุน สูดลมหายใจลึก มองแสงเทียนที่ริบหรี่หัวใจของเขาเต้นแรงขึ้น
ปัง!
เพียงไม่นานหลังจากนั้นประตูก็เปิดกว้างอีกครั้ง
แต่ว่าครั้งนี้ไม่ไช่ชิงเอ๋อ หากแต่เป็นชายหนุ่มรูปหล่อ ม่อสร่า
เจ้ายังอยู่อีกเหรอ?” ซูหยุนถาม
ข้าส่งนางออกไปแล้ว ข้ากลับมาคุยกับเจ้าเป็นการส่วนตัว”ม่อสร่าพูดในขณะที่เขาจ้องซูหยุนอย่างเย็นชา
เจ้าต้องการคุยอะไร?”
แค่บางอย่าง”ม่อสร่าพูด
ว่ามา”
ดี!” “ถึงแม้ว่าชิงเอ๋อจะเป็นเด็กที่เจ้าชุบเลี้ยงแต่ว่า ชิงเอ๋อ นางเป็นคนที่มีพรสวรรค์มากและต่อมาจะมีบทบาทสำคัญในตระกูล ซู นางยังมีอนาคตอีกไกลรอนางอยู่ นอกจากนี้ คู่ครองของนางก็ได้รับการตัดสินแล้ว แม้ว่านางจะสำนึกในบุญคุณที่เจ้าเป็นทั้งพ่อและแม่ของนาง แต่ตอนนี้เจ้าก็ได้ตกต่ำลงเจ้าไม่ได้เป็นคนของสาขาหลัก ข้าหมายถึงให้เจ้าตักน้ำใส่ตุ่มแล้วชโงกดูเงาตัวเองซะบ้าง! เจ้าไม่ต่างอะไรกับเศษขยะ? มองไปที่นางสิ! นางจวนเจียนจะอยู่ในสาขาวิหคอมตะ!แล้ว เจ้าอย่าได้ริอาจ เป็นคางคกอยากจะกินเนื้อหงส์? “
ซูหยุนนิ่งเงียบ
เจ้าหัดมองตัวเองซะบ้าง!” ม่อสร่า เยอะเย้ย ก่อนที่จะเดินออกไป
ข้าอยากจะถามเจ้าอย่าง” ซูหยุน พูด
ม่อสร่าหยุดเดินแล้วหันไปมองรอบ ๆ
ชิงเอ๋อการถูกบังคับให้แต่งงาน!แต่ว่าทำไมสาขา นภา ถึงได้เกี่ยวข้อง?”
ม่อสร่าแปลกใจ “เจ้ารู้ได้อย่างไร?!”
เรื่องนี้เป็นความลับ?”
เป็นไปไม่ได้ ตอนนี้แม้แต่ ชิงเอ๋อ เองนางยังไม่รู้! ข้าเชื่อว่าเจ้าอาจจะเคยแอบได้ยินมาจากสาขา นภา มาก่อน,ทุกคนในสำนักล้วนแต่มีชื่อเสียง เอาละถึงอย่างไร ก็ไม่จำเป็นต้องห่วงนางอีกต่อไป! มิฉะนั้นเจ้าจะต้องเสียใจแน่นอน! นอกจากนี้ไม่ต้องพูดถึงสาขา นภา ตระกูล ซู เองก็จะไม่ช่วยเหลืออะไรเจ้า!ที่นั่นไม่มีที่สำหรับคนอย่างเจ้า! “
หลังจากพูดจบม่อสร่าก็เดินออกไปอย่างรวดเร็ว
ซูหยุน ล้มตัวลงนอนบนเตียงของเขา
ก่อนหน้านี้หลังจากที่ตื่นขึ้นมาความทรงจำของเขายังสับสนแต่ตอนนี้ความทรงจำของเขาชัดเจนขึ้นแล้ว
เมื่อครู่นี้ ชิงเอ๋อและม่อสร่าได้เข้ามาพูดให้เขามั่นใจทุกอย่างที่คลุมเครือในหัวของเขาแล้ว
เขาได้เกิดใหม่
หลักฐานอยู่ในความทรงจำของเขาว่า ชิงเอ๋อ นางได้ตายไปแล้ว
ในความทรงจำของเขา ตอนสิบขวบ ซูหยุน ได้รับการพิจารณาว่าเป็นอัจฉริยะที่เข้าสู่ขั้นที่ห้าได้อย่างรวดเร็ว ในช่วงเวลานั้นแม้แต่ ชิงเอ๋อ ก็ไม่อาจเทียบกับความสามารถของเขาได้ ชิงเอ๋อและซูหยุน มักถูกสังเกตุโดยตระกูลหลักเป็นผู้ถูกเลือกที่มีอนาคตมากที่สุดของตระกูลหลัก
อย่างไรก็ตามหลังจากเข้าสู่ระดับห้าพรสวรรค์ของ ซูหยุน ก็หายไป แปดปีต่อมาระดับการบ่มเพาะของเขาก้าวหน้าไปเพียงระดับหกเท่านั้น
เป็นผลให้ ซูหยุน ค่อย ๆ เลือนหายไปจากความสนใจของตระกูลหลักและในที่สุดก็หมดความสนใจไปอย่างสมบูรณ์
ต่อมาผลเสียจากความอัปยศของเขาต่อตระกูล,ซูหยุนถูกผู้บังเกิดเกล้าขับไล่เขาออกไป,เป็นต้นเหตุความหยิ่งในศักศรีของตัวเองและดำดิ่งลึกลงไปมากขึ้นและจนในที่สุดเขาก็ตกอยู่ในสภาวะซึมเศร้า
ทุกๆวันในชีวิตประจำวันของเขาคลุกอยู่กับการกินเหล้าและการพนันทำให้เขาสูญเสียทุกสิ่งทุกอย่างที่เป็นกรรมสิทธิ์ของตัวเอง
ตรงกันข้าม,บนพรสวรรค์ที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆของชิงเอ๋อนางได้เข้าเขตแดนต่อไปและได้เข้าสู่ตระกูลหลักโดยตรง
และมิหนำซ้ำ ซูหยุน ที่เพิ่งอายุสิบแปดปีได้ทดสอบความแข็งแกร่งครั้งสุดท้ายของเขาซึ่งยังคงเป็นเพียงระดับขั้นที่หก
ในข้อตกลงของตระกูลซู เขาถูกเนรเทศออกไปสำนักภายนอกและไม่มีสิทธิใดๆในตระกูล
ตระกูลซูมีความโหดร้ายเสมอ หรือพูดีกอย่างหนึ่ง การเอาตัวรอดคือสิ่งที่ควรทำ
สำหรับเหตุผลที่เขาจากบ้านเนื่องจากผลงานไม่เป็นที่พอใจ เขาหยิบเอาความโกรธของเขาในขณะที่เป็นคนรับใช้ตระกูล
สิ่งเหล่านี้เป็นเรื่องราวของภพก่อนหน้านี้ของข้า แต่ตอนนี้เป็นภพใหม่เพราะฉะนั้นมันจะไม่เหมือนเดิม”
ตระกูลซู ต้องการที่จะไต่อันดับของสำนักสาขานภาดังนั้นพวกเขาจึงใช้การแต่งงานของชิงเอ๋อ รูปลักษณ์และพรสวรรค์ของนางไม่เคยขาดการกล่าวถึงและหลายตระกูลต้องการได้ตัวนาง
ชีวิตเรื่องความรักของชิงเอ๋อไม่ใช่หน้าที่ของ ซูหยุน แต่กลับกลายเป็นว่า ชิงเอ๋อ สมัครใจแต่งงานเอง
แต่ว่านางจะมีโอกาสได้ทำหรือเปล่า? การแต่งงานที่ได้รับการกำหนดไว้ล่วงหน้าและนางมีความหมายเพียงเพื่อใช้เป็นเครื่องมือทางการเมืองเพื่อเพิ่มความสัมพันธ์ของตระกูลซูกับสำนักสาขา นภา หลังจากที่ชิงเอ๋อเห็นว่าไม่มีโอกาสเปลี่ยนแปลง,นางตัดสินมอบให้ ซูหยุน ในตอนที่เขามาเยี่ยมครั้งสุดท้าย,แต่ซูหยุนออกไปดื่มเหล้า,ดื่มเพื่อดับทุกข์ของเขาด้วยเหตุนี้เขาจึงพลาดโอกาสการได้อำลา
ชิงเอ๋อตัดสินใจหนีแต่สุดท้ายนางก็ไปได้ไม่ไกล สำนักสาขา นภา โกรธแค้นและสังหารนาง
ซูหยุนจำได้ว่ามันเป็นราชวงศ์ใหม่ วันที่9 เดือน 5 ปี 1005
หลังจากชิงเอ๋อ ตาย สำนักสาขา นภา ได้กุเรื่องขึ้นว่า ชิงเอ๋อ นางตายเพราะป่วยซึ่งในตอนแรก ซูหยุน ปักใจเชื่อ แต่เขามารู้ในภายหลังจากการซุบซิบของผู้อาวุโสในความจริงของเรื่อง
ด้วยเหตุนี้ซูหยุนได้ตื่นขึ้นจากสภาพสิ้นหวังของเขา
หลังจากคนในตระกูลของเขาสูญหายไปตลอดกาล เขาเริ่มที่จะเข้าใจตัวเอง และรู้จักโลกอย่างแท้จริง
ไม่มีใครมอบเงินให้เจาทุกๆเดือน,ไม่มีใครช่วยดูแลเขาเมื่อยามเจ็บป่วย,และจะไม่มีใครดูแลเกี่ยวกับเขาแม้แต่นิดเดียว
หลังจาก ซูหยุน ได้สูญเสียนางไป เขาจึงได้เข้าใจว่าเขาเป็นหนี้ ชิงเอ๋อ
ดังนั้นเขาจึงตัดสินใจที่จะแก้แค้น
แต่ทว่าวการที่จะจัดการ สำนักสาขา นภา จะง่ายต่อการจัดการ? เขาจะเทียบกับผู้เชี่ยวชาญเขตแดนปรมาจารย์ในสาขาได้อย่างไร? เพียงแค่คิด ก็หมดหวัง เขาออกจากตระกูลซูเดินทางไปทั่วยุทธภพ เขามองหาผู้เชี่ยวชาญในการฝึกฝนตัวเองเพื่อรักษาสภาพหัวใจของเขาและจิตใจ
อย่างไรก็ตามหลายคนสงสัยว่าทำไมเขาไม่สามารถทลวงเข้าขั้นที่เจ็ดได้ แม้แต่ครูผู้สอนที่มีความชำนาญพิเศษก็ช่วยไม่ได้
ด้วยเหตุนี้ซูหยุนหมดหวังอย่างมาก ในที่สุดเขาก็ตัดสินใจเดินบนทางที่ไม่มีวันถอยกลับ เขาแอบเข้าไปในทวีปปีศาจพบสิ่งประดิษฐ์หลอมจิตวิญญาณและแม้แต่เสี่ยงชีวิตเผชิญหน้ากับ”ลัทธิยรู่ม่อ” ในครั้งนั้นเขาค้นพบว่าเลือดของมนุษย์กับเลือดปีศาจใช้แทนกันได้
แต่ความจริงเป็นสิ่งที่โหดร้าย ถึงแม้ว่าจะเปลี่ยนเลือดแล้ว,แรกเริ่มสภาพยังคงรักษายาก ในทุกสถานที่ที่อยู่ภายใต้ฟ้าสวรรค์ ซูหยุน ไม่มีที่จะไป
มันเป็นเส้นทางที่หันหลังกลับไม่ได้,ว่ากันตามจริงแล้ว แต่ทว่ามีโอกาสที่จะกลายเป็นเจ้ายุทธภพ
เหตุผลเดิมที่พรสวรรค์ ซูหยุน หายไปก็คือว่าเขาประสบโรคแปลก ๆ
คนที่จิตวิญญาณพิการ,จะทุกข์ทรมานจากโรคที่หายาก ไม่ว่าความผิดปกติจะตรวจพบได้ยากขนาดไหน หากมีการตรวจพบการรักษาก็ไม่ใช่เรื่องยาก
เสียแต่ว่าเพียงเขาเริ่มรักษาอาการของเขา,โอกาสเหมาะที่จะโจมตีสำนักสาขา นภา ก็ปรากฏ แม้ว่าโอกาสจะดีเลิส,แต่เขามีเวลาไม่พอในการรักษาอย่างเต็มที่ เมื่อต้องเผชิญสองทางเลือก,เขาไม่สามารถรีรอได้ มันต้องใช้เวลานับสิบๆปีในการรักษาให้หายขาด
เขาคิดกับตัวเอง ” แต่ว่าครั้งนี้มันเปลี่ยนไปแล้ว!”
ก่อนที่เขาจะตั้งเป้าลอบสังหาร เขาได้คิดกลยุทธ์อย่างรอบคอบ มันเป็นการหาทางใช้สิ่งประดิษฐ์ตัดหัวพ่อเฒ่าสำนัก นภา แล้วยืมพลังของสิ่งประดิษฐ์ทำลายสำนักสาขา นภา
แต่เขาประเมินความแข็งแกร่งของพ่อเฒ่าต่ำไป ในระหว่างการต่อสู้ ซูหยุน ถูกพ่อเฒ่าฆ่าตาย
หลังจากตายจิตสำนึกของเขาได้ย้อนกลับมาที่กระท่อมจากสิบห้าปีที่แล้ว เขาได้ย้อนกลับมาก่อนที่ ชิงเอ๋อ จะหลบหนีออกจากตระกูลซู เป็นเวลาสามปีหลังจากที่เขาถูกขับออกจากบ้านของเขา
สวรรค์ได้ให้โอกาสข้าเป็นครั้งที่สอง” ซูหยุน พึมพำกับตัวเอง
#################
ซูหยุน:คอยดูเถอะ!!Guกลับมาคราวนี้Guจะเอาชิงเอ๋อทำเมียให้ได้
ม่อสร่า:ห๊ะ!แกว่าอะไรนะ..ได้ยินแว่วๆ
ซูหยุน:เป่า…ไม่ได้พูดร๊ายยยยเสียงลมพัด
ม่อสร่า:แล้วไป…
ซูนหยุน:มรึงไม่ได้แดรกหรอกโด่!สักวันเถอะมรึง(พูดในใจ)




บทที่ 2 – ข้าไม่จ่าย!
« บทที่ 1 – เจ้านายผู้ไร้ค่ากับสาวใช้ผู้แสนดี
รายชื่อตอน
บทที่ 3 – การปรากฏตัวของเพื่อนร่วมทาง »
บทที่ 2 ข้าไม่จ่าย!
ยาต้านพิษสองขวดหยดยาระดับต่ำ เลือดหมาป่าดำสามขวด แป้งฝุ่นและเนื้อหัวใจเสือสามชิ้น เงินที่เหลือใช้เช่าม้าดำและที่พัก ข้าต้องแน่ใจว่าจะต้องมีอาหารเหลือไว้บ้าง ข้าต้องให้เขาในวันพรุ่งนี้! “
ด้านหน้าเคาน์เตอร์เป็นชายหนุ่มสวมใส่เครื่องแต่งกายสีเขียวและสีดำวางกระเป๋าเล็ก ๆ ของเหรียญบนเคาน์เตอร์ ผิวของเขาเป็นสีซีดๆและเขาก็มีโหนกแก้มบางๆ อย่างไรก็ตามร่างกายดูรวมๆแล้วมีเสน่ห์
นี่คือความจริงโดยเฉพาะอย่างยิ่งดวงตาของเขาซึ่งดูเหมือนว่าจะมองความคิดของคนได้ทะลุปรุโปร่ง เถ้าแก่เจ้าของร้านเพ่งมอง ถุงเงินเล็กๆแล้วพูดตะกุกตะกักว่า
ข้าบอกกับท่านแล้วว่าเนื้อหัวใจเสืออาจจะบำรุงกำลังได้ แต่ท่านเพียงอยู่แค่ระดับขั้นที่หกซึ่งเป็นระดับที่ต่ำกว่ามาตรฐาน หากท่านต้องการที่จะกินเนื้อหัวใจเสือท่านต้องระวังแรงดันวิญญาณภายในเนื้อ! ข้าได้ยินมาว่าท่านไปมีเรื่องกับคนของผู้คุมกฎแล้วได้รับบาดเจ็บมา หากว่าท่านกินเนื้อหัวใจเสือด้วยสภาพร่างกายของท่านตอนนี้ ก็มีแต่จะเอาชีวิตของท่านไปทิ้งเสียเปล่าๆ ท่านแน่ใจนะว่าท่านยังต้องการที่จะซื้อมันไป!? “
ข้ารู้แล้ว!….เตรียมของให้ข้าเสร็จรึยัง!”
ซูหยุน ไม่ได้กังวล เขาคุยกับตัวเอง
จริงๆแล้วเขาเป็นคนที่กล้าหาญมาก” เถ้าแก่ส่ายหัวในขณะที่เขาเตรียมของ หลังจากช่วงเวลาสั้นๆของที่ต้องการถูกนำมาวางไว้บนเคาน์เตอร์
สามเหรียญจิตวิญญาณสำหรับขวดยาต้านพิษห้าเหรียญจิตวิญญาณสำหรับหยดยาระดับต่ำสองเหรียญจิตวิญญาณสำหรับขวดเลือดหมาป่าดำหนึ่งเหรียญจิตวิญญาณสำหรับขวดแป้งฝุ่นและสุดท้ายสิบเหรียญจิตวิญญาณสำหรับ เนื้อหัวใจเสือ มีเพิ่มค่าเช่าม้าทั้งหมดสามสิบห้าเหรียญจิตวิญญาณ! หากเช่าม้านานเกินกว่าอาทิตย์ต้องจ่ายเพิ่มพิเศษ! หากม้าได้รับบาดเจ็บ, เจ็บป่วยหรือถูกฆ่าตาย, ต้องจ่ายค่าชดเชยตามนั้น”
ขณะที่เถ้าแก่พูดซูหยุนก็ปลดสายรัดถุงเงินขนาดเล็ก เมื่อเขามองภายในก็สร้างความประหลาดใจให้แก่เขา เนื่องจากว่ามีสามสิบห้าเหรียญจิตวิญญาณพอดีเป๊ะในถุง ไม่ขาดไม่เกิน
ข้าอาจจะกลับมาหาของอื่น ๆ อีกในวันพรุ่งนี้”
หลังจากที่เขาคุยกับเถ้าแก่ของร้านเสร็จ ซูหยุน ก็รีบออกจากร้านอย่างรวดเร็ว เมื่อเถ้าแก่มองชายหนุ่มที่เดินออกไป เขาได้แต่อุทานออกมาอย่างจนใจว่า
เด็กคนนี้เขาไม่ค่อยเข้ามาที่ร้านนี้บ่อยนัก แต่ทำไมครั้งนี้เขาถึงได้มาซื้อพวกของแปลกๆแม้กระทั่งเช่าม้า? อย่างไรก็ตาม เขาต้องการสัมภาระเหล่านี้ไปทำไมกัน? ”
ซูหยุนเดินออกมาจากร้านไปอย่างรวดเร็ว เขาน่าจะพูดได้ว่า สัมภาระเหล่านั้นคือเงินเก็บทั้งชีวิตของเขา
หากใครต้องการเหรียญจิตวิญญาณมากๆวิธีที่ง่ายที่สุดคงน่าจะทำงานให้กับตระกูลหรือสำนักหลัก
วิธีนี้ใช้เวลาประมาณหนึ่งเดือนจะได้เหรียญห้าสิบจิตวิญญาณ แต่ก่อนหน้านั้น ซูหยุน ไม่เคยให้ความสนใจเกี่ยวกับงานเพื่อจะได้เงินเขาพึ่งแต่เงินของ ชิงเอ๋อ
ข้างหน้าเป็นเส้นทางโค้งดูเหมือนไม่มีที่สิ้นสุดปูด้วยหินสีบรอนซ์
ภาพวาดด้านบนสุดเป็นภาพวาดของสัตว์ประหลาดหัวเป็นสิงโตมีปีกดูน่าเกรงขามซึ่งดูสมจริงมากๆ ทั้งสองด้านของเส้นทางมีความเก่าแก่ บ้านแต่ละหลังคล้ายๆกระท่อมปกคลุมไปด้วยตะไคร่น้ำที่เติบโตขึ้นมากว่าหลายปีที่ผ่านมา
คนเดินเท้าโดยใช้เส้นทางนี้ทุกคนแบกฟืน, บุ้งกี๋, หรือวัสดุสิ่งต่าง ๆ ใบหน้าของพวกเขาเต็มไปด้วยความขมักเขม่นและความกระตือรือล้น มันเป็นสถานที่ๆวุ่นวาย
ทุกๆคนไม่ได้อยู่ในเขตแดนตระกูลซู หรือเกี่ยวข้องกับตระกูล ซู บางคนอาศัยอยู่ที่นี่เพื่อหลบหนีจากสงคราม หรือฝึกฝนการบ่มเพาะหรือเพื่อหลบหนีการลงโทษของการทำผิดต่างๆพวกเขามีความตั้งใจจะจากไปที่อื่น
พวกเขาเพียงแค่อาศัยอยู่ในอณาเขตของตระกูลซูตามกฎระเบียบและพยายามที่จะอยู่รอดในโลกที่โหดร้ายและทุกข์ยากนี้ เงื่อนไขในการบ่มเพาะการฝึกฝนนั้นง่ายมากๆแค่สงบเสงี่ยมในบริเวณนี้
ลานบ่มเพาะสำหรับฝึกฝนเป็นเพียงพื้นที่เปิดที่ล้อมรอบด้วยอิฐและเสาเข็ม มันยากที่จะซ่อมแซม
ใกล้ๆบริเวณโดยรอบมีร้านค้าขนาดเล็กจำนวนมากที่จะหาซื้อวิชาขั้นพื้นฐานได้ ไม่มีคนขายยาจิตวิญญาณไม่มีคนขายสิ่งล้ำค่า
แม้กระทั่งครูฝึกสอนที่อาจจะมาทุกๆสามวัน มันไม่ได้พูดเกินจริง กล่าวได้ว่าการบ่มเพาะในพื้นที่นี้เป็นเรื่องยากอย่างมาก
อย่างไรก็ตามตระกูลซู ปิดกั้นโอกาสความก้าวหน้าของคนที่อยู่นอกสำนัก มันเป็นกฎของตระกูลซู หากคนที่เข้าสู่ขั้น 10 ได้พวกเขาถึงจะมีสิทธิ์ที่จะเข้าสู่ สำนักของตระกูลซู หลังจากที่เข้าสู่ในสำนักแล้วพวกเขาถึงจะได้รับรางวัลเรือนใหม่และสามารถเลือกอาวุธจากคลังได้
ทุกๆเดือนเขาจะได้รับค่าตอบแทนห้ายาเม็ดจิตวิญญาณชั้นสูง สองร้อยเหรียญจิตวิญญาณ คนๆนั้นก็จะได้รับอนุญาตให้เข้ามาในพื้นที่การฝึกบ่มเพาะระดับสูงและได้เข้าถึงเคล็ดวิชาระดับสูง
โดยพื้นฐานแล้วนี่จะช่วยให้เลื่อนระดับได้ง่ายขึ้นและบรรลุความสำเร็จที่ดีกว่า นี่คือความแตกต่างอย่างมากในการรักษาระห่างระหว่างสำนักภายในและภายนอก!
ด้วยเหตุนี้แม้จะมีชีวิตที่ยากลำบากในสำนักภายนอกแต่อาจมีหลายคนที่ทำงานอย่างหนักเพื่อเพิ่มระดับการบ่มเพาะของตนเองเพื่อเข้าสู่สำนักภายใน
เฮ้!ๆๆซูหยุน!”
ทันใดนั้นเสียงตะโกนที่ดังออกมานอกเหนือจากความคิดของเขา
ซูหยุนมองไปเห็นชายหนุ่มคนหนึ่งที่มีป้ายหลายอันนิดอยู่ที่หน้าอกของเขาที่เดินเข้ามา พวกเขามาจากตระกูลหลัก และป้ายที่ติดหน้าอกบอกว่าเป็นตัวแทนของคนในอณาเขตซู
หน้าที่ของพวกเขาคือรักษาความสงบเรียบร้อยในสำนักภายนอก ซูหยุนไม่คิดอยู่แล้วว่าจะมีกลุ่มผู้ดูแลที่ทำด้วยใจจริงอยู่ในกลุ่มคนเหล่านี้ ส่วนใหญ่ ซูหยุน ไม่คุ้นเคยกับคนเหล่านี้
ไม่ว่ายังไง ตระกูลซูนั้นใหญ่มากจึงมีคนจำนวนไม่น้อย ซูหยุนไม่รู้จักใครทั้งนั้น ดังนั้น ‘ลุง’ กับ ‘พี่’ เป็นเพียงชื่อที่ใช้ในการพูดคุยกันและกันเท่านั้น
แต่เขาไม่ได้รู้จักคนใดคนหนึ่งในนั้นเลย หนึ่งในหัวหน้าตระกูลซู มีชื่อเรียกว่า ซูกุ้ยมู่ พ่อของเขารับผิดชอบดูแลการเงิน
นอกจากนี้ยังมีบ่อนที่ได้รับการควบคุมอยู่ในเงามืดของตระกูลซู ซึ่งพ่อของเขาซูกุ้ยม่อควบคุมอยู่
แต่น่าเสียดายที่ส่วนใหญ่เงินของ ซูหยุน ที่พ่อแม่ทิ้งไว้ให้ละลายไปกับบ่อน ซูยวิน ไม่ชอบซูกุ้ยม่อเพราะซูกุ้ยม่อโกงเงินซูหยุน ตอนเงินออกเป็นจำนวนมากโดยเล่ห์กลการเล่นพนันที่ไม่เป็นธรรม
เมื่อซูหยุนรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นมันก็สายเกินไปแล้ว ในฐานะ ซูกุ้ยม่อ มีมากกว่าซูหยุน ที่เยาะเย้ยได้เต็มใบหน้าของเขา
เฮ้…ซูหยุน! ข้าได้ยินมาว่าเจ้าถูกเตะออกจากตระกูลของเจ้ารึ! ” ซูหยุนนิ่งเงียบ
จุ๊ จุ๊ จุ๊ เจ้านี่ดูไม่ได้เลยนะ!” ในขณะที่ซูกุ้ยม่อเงยหน้ามองขึ้นมองลงที่เสื้อผ้าของซูหยุน
เจ้าต้องการอะไร”
ฮ่า ๆ .! จริงๆมันก็ไม่ได้มีอะไรมากหรอกกก.. เพียงแต่ว่าเจ้ายังติดหนี้ข้าอยู่สองพันเหรียญจิตวิญญาณและข้าก็แค่สงสัยว่าเมื่อไหร่เจ้าจะคืนเงินข้าสักที “ซูกุ้ยม่อพูดในขณะประกายความดูถูกสว่างจ้าไปทั่วดวงตาของเขา
ข้าไม่มีเงิน!”
ไม่มีเงิน?!” ใบหน้าซูกุ้ยม่อดูน่าเกลียดขึ้นทันที เขาตะโกนอย่ากราดเกรั้ยว
แกว่าอะไรนะ!นี่แกกล้าติดหนี้ข้าแล้วคิดจะเบี่ยวรึ! แกรู้ไม๊ว่าผลของการไม่จ่ายจะเป็นยังไงห๊ะ?! “
ข้ารู้”
ถ้าอย่างงั้นแกก็ควรเอาเงินของข้าคืนมาได้ละ?!?”
ก็ข้าได้บอกกับเจ้าไปแล้วว่าข้าไม่…มี..เงิน!”
นี่แก!! … ” ซูกุ้ยม่อที่ได้ถูกความโกรธปะทุขึ้น ทันใดนั้นใบหน้าที่โกรธเกี้ยวของเขาจางหายไปและถูกแทนที่ด้วยรอยยิ้มอันชั่วร้าย เขาตบไหล่ ซูหยุน
ไม่เป็นไรลืมมันซะ! เจ้าติดค้าเงินข้าเป็นเพียงเรื่องเล็กๆน้อยๆเท่านั้น เอาเป็นว่าข้าจะให้เวลาเจ้าก็แล้วกัน”
อ้อ..ยัง? ยังมีอีกเรื่องหนึ่ง” ซูกุ้ยม่อดึงซูยวินเข้ามาใกล้ๆแล้วถามว่า
ยังไงก็ตามนะน้องชาย คือว่ามันไม่มีอะไรในโลกนี้ที่ได้มาแบบฟรีๆหรอกน่ะ ว่าแต่ว่าเจ้าช่วยปิดเรื่องนี้เป็นความลับนะแล้วข้าจะตอบแทนเจ้าอย่างงาม ถ้าเจ้าช่วยข้าได้ออกไปกินเมื้อเย็นกับน้องชิงเอ๋อได้ละก็ข้าจะยกสองพันเหรียญจิตวิญญาณให้? แล้วข้ายังจะให้แถมให้อีกหนึ่งพันเหรียญจิตวิญญาณเพิ่มอีกด้วย “
สำหรับเมื้อเย็น?” ซูหยุน ขมวดคิ้ว
ฮ่าๆๆข้าไม่ได้ขออะไรมากไปใช่มั้ยแค่กินข้าวมื้อเดียวเอง!” ซูกุ้ยม่อหัวเราะ
ชิงเอ๋อนางนั้นเป็นคนที่มีพรสวรรค์ ข้านั้นชื่นชมนางมากจริงๆ! ข้าแค่อยากพูดคุยกับนางเท่านั้นไม่ได้มีอะไรมากไปกว่านี้จริ๊งๆ! “
แต่ว่าข้าเคยได้ยินมาว่าเจ้ามักวางยาในเครื่องดื่มผู้หญิงที่เจ้าพาไปกินมื้อค่ำแล้วให้พ่อของเจ้าปู้ยี่ปู้ยำพวงนาง! ด้วยอิทธิพลพ่อของเจ้าทำให้เขาหลบหนีความผิดของเขาได้ทุกครั้ง! ตอนนี้เจ้าหมายจะล่อลวงชิงเอ๋อด้วยอีกคนงั้นรึ? “
กะกะ …แก แกกล้ากล่าวหาข้ารึ? พ่อของข้าเป็นคนที่มีเกียรติและข้าก็เป็นผู้บริสุทธิ์ใจ ” ใบหน้าของซูกุ้ยม่อแดงก่ำ เขาตะโกนด้วยความโกรธใส่ซูหยุน
แกจะไม่ช่วยไช่มั้ย! หากแกไม่ช่วยถ้างั้นก็คืนเงินของข้ามาเดี่ยวนี้ !!! “
ข้าไม่ให้” ซูหยุนตอบพร้อมกับจ้องหน้าซูกุ้ยม่อ
ไอ้หอกหัก ข้าจะฆ่าแกฮืม!” ซูกุ้ยม่อโกรธจัด เขาง้างหมัดแล้วชกไปที่หน้าของซูหยุน ซูหยุน ทึ่ะสังตัวอยู่แล้วก้าวถอยหลังหลบหลีกพายุหมัด
เป็นเพียงแค่ระดับขั้นหกดระจอกๆแกยังจะกล้าอวดดีอีกรึห๊ะ? ล้อมมันไว้! วันนี้พวกเราจะกระถืบมัน “
ซูกุ้ยม่อตะโกนออกมา บรุษหนุ่มด้านหลังซูกุ้ยม่อออกไปปิดล้อมซูหยุนปิดโอกาสไม่ให้เขาหลบหนี แต่ซูหยุนไม่ได้หวั่นเกรงแม้แต่น้อย แล้วพูดว่า
ซูกุ้ยมู่อ ข้าไม่ได้อยากจะให้พ่อของเจ้าถูกขับออกจากตำแหน่ง หากเจ้าไม่ต้องการอย่างนั้นแล้วละก็สั่งให้คนของเจ้าหลีกไปซะ! “
ไร้สาระ! เจ้าเด็กเหลือขอปากยังไม่สิ้นกลิ่นน้ำนม? แกมันถูกเตะออกจากตระกลูของแกแล้วและนี่ยังกล้าคิดจะลองดีกับข้าอีกรึ? “
ซูกุ้ยม่อยิ้มเยาะด้วยความรังเกียจ
ตัวข้าอาจจะทำไม่ได้ แต่หากข้าแจ้งแก่ท่านผู้นำตระกูลเจ้าคิดว่าเจ้าจะหนีพ้นรึ?” พอซูหยุนพูดจบ ซูกุ้ยม่อก็หัวเราะออกมาดัง ๆ
ว่ะฮ่าๆๆว่ะฮ่าๆๆ..นี่มันเป็นเรื่องตลกที่ตลกที่สุดเลยว่ามั้ย! ซูหยุนนะซูหยุน นี่แกยังไม่เข้าใจสถาณะของตัวแกเองอีกรึไงกันนะ ดูจากสถาณะของแกแล้วเนี่ยะ แกคิดรึว่าท่านผู้นำจะสนใจในคำพูดของคนอย่างแก ถึงแม้ท่านผู้นำจะเชื่อก็ต่อเมื่อว่าแกได้บอกทุกสิ่งทุกอย่าง? แกอยู่ในสำนักภายนอกดังนั้นตอนนี้แกไม่ได้สิทธิ์เข้ามาก้าวก่ายในสำนักภายใน แล้วอย่างนี้แกจะไปร้องเรียนกับท่านผู้นำได้อยู่อีกมั้ย? ฮ่าๆๆๆ นี้เป็นเรื่องตลกสิ้นดีเลย! ”
แต่ซูหนุนตอบอย่างใจเย็นว่า
ข้าอาจจะทำไม่ได้ เพียงแต่เรื่องที่เกี่ยวกับชิงเอ๋อละ?”
ชิงเอ๋อ? นังตัวดีนั่นนะรึ ?! ใครจะไปสนกัน?”
เจ้าแน่ใจเกี่ยวกับเรื่องนี้หรือ?”
ว่าไงนะ!” แกคิดว่าข้าไม่กล้ารึไง? “
เจ้าอยากจะยุ่งกับศิษย์ภายในของสำนักรึเปล่า”
ศิษย์ภายใน?”
ซูกุ้ยม่อตะลึงแวบหนึ่ง ถึงแม้ว่าเขาจะมีความมั่นใจเกี่ยวกับความสัมพันธ์กับภายในสำนักแต่ศิษย์บางคนนั้นพิเศษเช่นชิงเอ๋อมีผู้สนับสนุนมากมาย
เขาไม่รู้ว่าชิงเอ๋อเป็นสหายกับศิษย์ระดับสูงภายในสำนักคนไหน
ซูกุ้ยม่อหน้านิ่วคิ้วขมวดลึกขึ้น ซูยวินไม่ได้ฟาดรอบๆพุ่มไม้ แทนที่เขาจะตอบโต้โดยตรงด้วยสถานะของชิงเออร์ที่เป็นหนึ่งในศิษย์ภายใน
ซูกุ้ยม่อที่สูญเสียความมั่นใจหลังจากที่เขาคิดเกี่ยวกับเรื่องนี้มากขึ้น สอดคล้องกับสิ่งที่ซูหยุนพูดเขาไม่ต้องการที่จะยั่วยุเพื่อนของชิงเอ๋อ หากแม้ว่าชิงเอ๋อจะโกหกพ่อเฒ่าภายในสำนักจะต้องฟังนางอย่างแน่นอน
หากมีการตรวจสอบพวกเขาอาจจะพบความจริง ทุกคนในครอบครัวของเขาจะต้องเดือดร้อนโดยเฉพาะอย่างยิ่งพ่อของเขา
มีคนเกี่ยวข้องเป็นจำนวนมากและบ่อนอาจจะต้องปิดตัวลง รวมถึงครอบครัวของเขาอาจจะจบสิ้น
เมื่อเห็นซูกุ้ยม่ออยู่ในอาการงุนงงซูหยุนตัดสินใจที่จะจากไป
ตอนนี้ข้ายังไม่มีเงินจ่ายเจ้า” เสียงลอยผ่านไปในอากาส ซูกุ้ยม่อได้แต่กัดฟันของเขา แต่ไม่พูดอะไร แต่เรื่องนี้คงไม่จบแบบง่ายๆแน่นอน …
###################
ซูหยุน:มาเล่นกับไผ่ไม่เล่นมาเล่นกับพระเอกสตั้นเลยมรึง
กุ้ยม่อ:เออๆๆเอ็งแน่อย่าให้เจอคราวหน้านะมรึง
ซูหยุน:จ้างให้ก็ไม่เจอเพราะGuจะออกไปข้างนอกหาของฟามละ55555
กุ้ยม่อ:งั้นGuไม่เอาเงินมรึงก้อได้Guจะเอาของฝากดั้ยเป่า…..?
ซูหยุน:ดูปากซูหยุนนะค่ะ….GUไม่ให้




บทที่ 3 – การปรากฏตัวของเพื่อนร่วมทาง
« บทที่ 2 – ข้าไม่จ่าย!
รายชื่อตอน
บทที่ 4 – เทคนิควิชาอสูรลึกลับ »
บทที่ 3 – การปรากฏตัวของเพื่อนร่วมทาง
ซูกุ้ยม่อยังคงอ้าปากค้างต่อความเจนจัดของซูหยุนในการเจรจาต่อรอง
แม้ว่าครอบครัวของซูกุ้ยม่อจะมีอิทธิพลมากมายแต่พวกเขายังคงมีศัตรูอีกมาก หากคำพูดนี้ได้เลทลอดออกไปสู่ศัตรูมีโอกาสเป็นไปได้ที่จะนำพาครอบครัวของเขาหลุดออกจากตำแหน่งได้ง่ายๆ
ซูกุ้ยม่อไม่ต้องการที่จะเสี่ยง แต่ตอนนี้บ่อนไม่มีแผนครอบคลุมขึ้นสำหรับเรื่องนี้
ซูหยุนมุ่งหน้ากลับไปที่บ้านของเขาอย่างรวดเร็วเพื่อที่จะเริ่มต้นการบ่มเพาะโดยใช้วัสดุที่เขาซื้อ แม้ว่าการบ่มเพาะของเขาไม่ได้เพิ่มขึ้นนานมาแล้วนับหลายปีแต่เขามีประสบการณ์ในอดีตทำให้เป็นประโยชน์ต่อเขามาก
เขามีความรู้ความเข้าใจในวิธีการบ่มเพาะในขณะนี้เป็นอย่างดี สำหรับการซ่อมแซมเส้นชีพจรเขาวิจัยเกือบทุกๆแขนง
ความเข้าใจในร่างกายของเขาไปไกลเกินกว่าผู้เชี่ยวชาญการบ่มเพาะคนอื่นๆอีกมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ยา ซูหยุนอาจจะพูดได้ว่าเป็นปรมจารย์ถึงแม้ว่ามันจะเป็นเพียงแค่เกือบจะ ในหลายต่อหลายปีที่ผ่านมาในอดีตเขาเดินทางไปทั่วยุทธภพเขามีประสบการณ์กับการบ่มเพาะที่มีชื่อเสียงจำนวนมากและด้านการแพทย์เพื่อรักษาเส้นชีพจรของตนเอง
หลังจากหลายปีของความทุกข์ยากและความเหน็ดเหนื่อยเขาประสบความสำเร็จทำให้ร่างกายตัวเองไม่โดนใครดูถูก
แม้ไม่อาจบ่มเพาะแต่ซูหยุนยังมีความสามารถในการเรียนรู้ที่ดีด้วยความจำเป็นเลิสและความสามารถในการเข้าใจ
อย่างไรก็ตามความเร็วการบ่มเพาะไม่ได้ขึ้นอยู่กับความสามารถในการเรียนรู้ ร่างกายของเขายังคงได้รับความเสียหาย
แต่นั่นไม่เป็นปัญหาที่เกิดขึ้นในปีต่อมาของเขา ตอนนี้เขารู้วิธีการรักษาอาการป่วยของเขาแล้ว
เขาจะใช้สมุนไพรเพื่อรักษาตัวเองโดยเร็วในที่สุดเขาก็สามารถเริ่มต้นการบ่มเพาะได้
หลังจากที่เขาเสร็จสิ้นการรักษาอาการของเขาความสามารถของเขาจะกลับคืนมา สิ่งเหล่านี้เป็นความคิดอยู่ในใจซูหยุน
อย่างไรก็ตามในขณะที่เขาใกล้กระท่อมมีเสียงคำรามชั่วร้ายลอยเข้ามาในหูของเขา
ซูหยุนเหลือบมองไปที่ต้นเสียง เขาเห็นรถที่หรูหรามีสัตว์อสูรลากที่มีร่างกายสีม่วงขนาดใหญ่เท่าวัวและมีสองเขาขนาดใหญ่
สัตว์อสูรสีม่วงที่ปล่อยกลิ่นอายอันทรงพลังออกมา ร่างกายของมันดูเหมือนจะมีพละกำลังเทียบเท่ากับสัตว์อสูรวิญญาณในตำนานแห่งความป่าเถื่อน
สัตว์อสูรนี้ยังเชื่องมากและได้รับการยอมรับว่าเป็นเจ้าชีวิตเพียงหนึ่งเดียวในสิ่งมีชีวิตทั้งหมดทั้งมวล สัตว์อสูรสีม่วงที่มีเขา กล่าวกันว่ามันสามารถลากรถที่หนัก 400 กก.ได้อย่างสบาย ๆ มันสามารถทำหน้าที่เป็นม้าลากรถ และยังสามารถเป็นเกราะป้องกันได้อีกด้วยเมื่อมีความจำเป็น
ดังนั้นสัตว์อสูรนี้มีราคาแพงมากซึ่งคนร่ำรวยเท่านั้นที่สามารถจับจ่ายได้ ซูหยุนชำเลืองมองขึ้นไปสัญลักณ์สีเหลืองบนรถแล้วรู้ทันทีว่าใครคือคนที่มา
ในขณะที่เขาหอบหิ้วสัมภาระของเขาแล้วค่อย ๆ เดินไปกระท่อมของเขาต่อ
แอ้ดดด…… ประตูกระท่อมถูกผลักเปิดออกช้าๆ
ก่อนหน้านี้ที่โต๊ะภายนอกที่ผ่านการใช้มายาวนานจนเก่ามีชายแก่ผมขาวกำลังนั่งจิบชาจากถ้วยที่บิ่น ซูหยุนจ้องมองผมที่ขาวของผู้เฒ่า ในเวลานั้นรถลากที่หรูหราจอดอยู่ข้างนอก ตาเขาสั่นเล็กน้อย และปิดประตูอย่างรวดเร็ว
ท่านซูกงไจ๋!ไม้ได้พบกันเสียนานท่านสบายดีรึ?”(น่าจะเป็นชื่อเรียกอีกแบบของซูหยุน)
ผู้เฒ่าขาวลุกขึ้นและเผชิญหน้ากับซูหยุนด้วยความนอบน้อม
พ่อเฒ่าขาวท่านเห็นภาพที่ไม่น่าดูของข้าแล้วต้องขออภัย..ว่าแต่ท่านมีธุระอันใดที่ต้องการคุย? การที่ท่านมาด้วยตัวเองมันจะต้องเป็นสิ่งที่สำคัญไม่น้อย? “
ซูหยุนวางสัมภาระของเขากับพื้นขณะที่เขาพูด นัยน์ตาพ่อเฒ่าขาวเป็นประกายมีความสงสัยในขณะที่เขากวาดสายตาอยู่ที่สัมภาระ แต่ไม่ได้สอบถามเกี่ยวกับข้าวของที่นำมา กลับเดินไปตรงนั้นแทน
สำหรับวันนี้นั้น ข้ามีเรื่องที่จะพูดเพียงเรื่องเดียว…เกี่ยวกับตัวท่าน! “
เชิญ” ซูหยุนยิ้มอย่างจริงใจรอคำตอบ พ่อเฒ่าขาวค่อย ๆ หยิบซองกระดาษสีขาวออกจากกระเป๋าเสื้อของเขาและวางไว้บนโต๊ะ
นี่คือตั๋วแลกเงินที่มีมูลค่าสามหมื่นเหรียญจิตวิญญาณซึ่งธนาคารจะจ่ายเงินตามตั๋วแลกเงินของที่ทำการธนาคารใดๆก็ได้ ” พ่อเฒ่าขาวพูดต่อ
วันนี้ข้ามาตามภารกิจที่ข้าได้มอบมาถึงท่านจากคุณหนูโดยมีข้อความที่จะถ่ายทอดให้กับท่าน คุณหนูได้รับความเห็นชอบแล้วโดยสำนักเซียนกระบี่และได้รับการประกาศให้เป็นผู้สืบทอด ข้ากลัวว่าพันธมิตรฝ่ายจิตวิญญาณในอนาคตจะเลือกผู้อื่น สำหรับผู้ปราถนาการแต่งงานดังนั้นข้าต้องการให้ท่านยกเลิกการแต่งงาน ซองกระดาษนี้น่าจะ …… เอ่อ…น่าจะชดเชยท่านได้ “
ซูหยุนนิ่งเงียบ
ดูเหมือนว่าตระกูลขาวได้มา
ตระกูลซูและตระกูลขาวซึ่งพอเทียบเคียงกันและกันได้แต่ทว่าสำนักเซียนกระบี่มีพลังอำนาจมากกว่ามีหลายร้อยหลายพันสำนักที่มีอิทธิพลกว้างขวางกว่าสองตระกูลนี้ คุณหนูแห่งคฤหาสห์ขาวมีพรสวรรค์มากซึ่งเหมาะสมกับพรสวรรค์ของท่านก่อนหน้านี้ แต่ท่านได้สูญเสียทุกสิ่งทุกอย่างและคุณหนูของคฤหาสห์ขาวยังคงมีพรสวรรค์ของนางดังนั้นผลเพียงอย่างเดียวคือเพิกถอนการแต่งงานระหว่างท่านทั้งสอง ตอนนี้ท่านซู ท่านไม่มีพรสวรรค์ไม่มีฐานะเสื้อผ้าแม้กระทั่งอาหาร แล้วแบบนี้คุณหนูของคฤหาสห์ขาวจะแต่งกับท่านได้อย่างไร!? “
ในขณะที่ซูหยุนเปิดกระเป๋าสัมภาระที่เขาซื้อวันนี้เขากล่าวว่า
นำเงินของท่านกลับไป!”
ใบหน้าของพ่อเฒ่าขาวเปลี่ยนเป็นเย็นชา
ท่านไม่ยอมรับ?”
ข้ายอมรับ”
ซูหยุนกล่าวในลักษณะที่ไม่ไหวติงและยังคงสงบนิ่ง
อย่างไรก็ตามเพื่อยุติการแต่งงานอย่างเป็นทางการข้าต้องการพบคนที่ได้รับผลกระทบนี้โดยตรงเป็นการส่วนตัวเพื่อร้องขอ”
หลังจากพ่อเฒ่าขาวได้ยินคำเหล่านี้รูปลักษณ์ของความประหลาดใจก็ปรากฏบนใบหน้าของเขา
เขาคิดครู่หนึ่งแล้วพยักหน้าและเดินตรงไปที่ประตูของกระท่อม เขารีบเดินออกไปข้างนอกที่รถลากและเดินไปทางริมหน้าต่าง แล้วพ่อเฒ่าขาวคำนับที่ริมหน้าต่าง หลังจากนั้นไม่นานม่านของผ้าไหมลายปักก็ถูกยกขึ้นและสตรีนางหนึ่งสวมชุดสีเหลืองอ่อนเดินลงบันไดของรถ
สตรีคนนั้นนางงดงามมาก นางมีใบหน้าที่สมบูรณ์แบบไหล่และเอวที่กระชับสัดส่วนผิวสีกล้วยไม้สีขาวและดวงตาเหมือนอัญมณี นางเปล่งประกายออร่าที่เต็มไปด้วยเสน่ห์ นางเป็นผู้หญิงที่จะทำให้ผู้ชายรอบตัวตามเอาอกเอาใจนาง
ขณะที่นางเดินเข้าหากระท่อมช้า ๆ หากมองดีๆก็จะเห็นกระบี่เพรียวยาวภายใต้แขนเสื้อชุดลายปักของนาง
เอี๊ยด…… ประตูถูกผลักเปิด
ภายในกระท่อมซูหยุนยังคงเรียงสัมภาระที่เขาซื้อสำหรับการบ่มเพาะ เขาไม่ได้แม้แต่จะมองนางในขณะที่นางเดินเข้าไปในกระท่อม
ไป๋เอี้ยน
นางไม่ได้โกรธเขา ในความคิดของนางบางทีซูหยุนอาจจะปิดบังความรู้สึกของเขาอยู่
เด็กหนุ่มด้านหน้าของนางมีชิ้นเนื้อหัวใจเสือบนโต๊ะและเริ่มที่จะใช้มีดจิ้มเป็นรูเล็ก ๆ จากนั้นเขาก็เอาเลือดหมาป่าออกมาแล้วเทลงในรูที่มีขนาดเล็กและยังทำอย่างนั้นต่อไปเรื่อยๆ
เขากำลังทำอะไร? นางไม่เข้าใจ แต่จริง ๆ แล้วนางไม่ได้สนใจ
ข้าอยากจะยกเลิกการแต่งงานของเรา”
คำพูดที่ชัดเจนและสวยงามแขวนอยู่ในอากาศ เหมือนสายลมฤดูใบไม้ผลิพัดผ่าน หลังจากที่นางกล่าวว่าคำพูดเหล่านั้นนางจ้องมองมาที่ซูหยุนรอการตอบสนอง
แต่การเปลี่ยนแปลงในการแสดงออกของซูหยุนไม่มีเขาไม่แม้กระทั่งหน้านิ่วคิ้วขมวด
ได้!”
หนึ่งคำที่ออกมา มันเป็นคำธรรมดาๆและไม่ก่อให้เกิดระลอกคลื่นใด ๆ ไป๋เอี้ยนตกตะลึง นางไม่เข้าใจว่าทำไมซูหยุนดูราวกับมีความสุข
“……ท่านสัญญา?”
นางไม่มั่นใจในขณะที่นางถามคำถามเหล่านี้ การแสดงออกของซูหยุนยังคงห่างเหิน คิ้วของไป๋เอี้ยนย่นเป็นรอยพับ นางไม่รู้ว่าทำไม แต่นางรู้สึกว่าคน ๆ นี้ไม่ใช่คนไร้ประโยชน์ตามข่าวลือ
เขาไม่ได้ดูเหมือนนักพนันและพวกติดเหล้าตามข่าวที่ลือ ทำไมตัวจริงกับข่าวลือถึงได้ว่าแตกต่างกันอย่างมาก?
งั้นลืมมันไปซะ!”
จากนั้นนางก็วางซองกระดาษสีขาวลงบนโต๊ะเบาๆ
เอาเงินของท่านกลับไปด้วย!”
ซูหยุนตะโกน
ท่านจำเป็นต้องใช้มันไม่ใช่หรือ”
ไป๋เอี้ยนถาม
ใช่!”
ซูหยุนตอบ
แล้วทำไม?ท่านต้องการรักษามารยาทต่อหน้าข้า? ฮ่า ๆ ๆ ๆ”
ช่วยไม่ได้ที่ไป๋เอี้ยนได้แต่หัวเราะเยาะ
ข้ารู้มาว่าท่านเป็นหนี้ซูกุ้ยม่อเป็นเงินไม่น้อย เงินจำนวนนี้อาจช่วยท่านได้มาก มันน่าจะพอสำหรับการใช้หนี้ของท่าน สามพันเหรียญสำหระบจ่ายคืนซูกุ้ยม่อท่านตกลงมั้ย? “
ไม่ใช่ว่าข้าเย่อหยิ่งหรืออวดดีแต่ว่าข้ามีเส้นทางชีวิตของตนเอง ข้าได้หยุดทุกสิ่งทุกอย่างแล้วและจะไม่ละเมิดหลักการชีวิตของตัวเองดังนั้นข้าจึงไม่สามารถรับได้ “
ซูหยุนกล่าว
ดีหากท่านยืนยันเช่นนั้นข้าหวังว่าท่านจะไม่เสียใจ!” ไป๋เอี้ยนหยิบตั๋วเงินแล้วหันหลังจากไป
ช้าก่อน! “
จู่ ๆ ซูหยุนก็พูดขึ้น ข้าแค่อยากจะพูดกับท่านอีกเรื่องนึง
ได้!ว่ามา”
ข้าก็หวังว่าท่านจะไม่เสียใจ”
ซูหยุนพูดจบ แต่สิ่งที่ไป๋เอี้ยนได้ยินนางไม่ประทับใจเลย นางไม่ได้พูดอะไรและหันออกจากกระท่อม
นางไม่ได้เก็บคำพูดสุดท้ายของเขามาใส่ใจ
โฮก….!
หลังจากนั้นสักพักสัตว์อสูรสีม่วงก็เริ่มเคลื่อนไหวแล้วรถลากก็เริ่มเร่งความเร็วขึ้น หัวใจของซูหยุนยังสงบอยู่มากเพราะนี่เป็นเพียงช่วงเวลาเล็ก ๆ ในชีวิตของเขาเท่านั้น
มันไม่ได้ส่งผลกระทบต่อเขามากนัก แม้แต่ในชีวิตก่อนหน้านี้เขาก็ลืมเรื่องราวเกี่ยวกับคฤหาสห์ขาว เขาไม่ได้ดูแลผู้หญิงของเขาเอง ทำไมเขาต้องสนใจไป๋เอี้ยน ? ซูหยุนส่ายหัวและยังคงจัดการกับเนื้อหัวใจเสือบนโต๊ะต่อ
เขาทำอยู่อย่างนั้นจนเลือดหมาป่าสีดำแทรกซึมเข้าไปในเนื้ออย่างทั่วถึง เขาทำซ้ำๆเช่นเครื่องเจาะรู ฉีดเลือด กระหน่ำและทำซ้ำ ๆ…
หลังจากทำมาทั้งวันเขาก็หยุดและไปนอน ถ้าเขาไม่สามารถรักษาอาการเขาได้การบ่มเพาะก็ไร้ประโยชน์ วิธีเดียวของเขาคือหาวิธีรักษาสภาพของเขาให้เร็วที่สุด
ออกมา! ออกมา! ไอ้ลูกหมา!!แกกล้ามากที่บังอาจมาหลอกข้า ! อีกไม่ช้า!พวกเราทุกๆคนจงใช้พลังทั้งหมดสั่งสอนมันให้สาสม! วันนี้เราจะตีมันให้ตาย! “
ขณะที่ซูยวินกำลังจะหลับเสียงแอะอะโวยวายออกมาจากข้างนอก จากนั้นเขาได้ยินเสียงคนเดินมาทางกระท่อมของเขา ซูหยุนตาเบิกกว้าง อยู่ๆก็กระโดดออกจากเตียงและมองออกไปข้างนอก
############################
ซูหยุน:ใครมาวะคนจะนอน ยิ่งอารมณ์บ่จอยอยู่สงสัยวอนโดนตรีนนน?
กุ้ยม่อ:ตูเองมีอะไรอ๊ะเป่า……
ซูหยุน:โอวตี๋!….มรึงเจอกูแน่!
กุ้ยม่อ:ใครวะ!โอวตี๋ผิดเรื่องแล้วม้างงง


บทที่ 4 – เทคนิควิชาอสูรลึกลับ
« บทที่ 3 – การปรากฏตัวของเพื่อนร่วมทาง
รายชื่อตอน
บทที่ 5: ผู้ที่แฝงเร้นอยู่ในความมืด »
บทที่ 4 – เทคนิควิชาอสูรลึกลับ
นั่นมันเสียงซูกุ้ยม่อนิ!”
เสียงกราดเกรี้ยวของ ซูกุ้ยม่อ เปรียบการข่มขู่เมื่อตอนกลางวันกับตอนนี้เทียบกันไม่ได้เลย แม้ว่าชิงเอ๋อนางจะเป็นศิษย์ภายใน แต่นางยังคงเป็นคนธรรมดา นั่นหมายความว่าในตระกูลหลักนางไม่มีอำนาจและไม่สามารถเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับเรื่องภายในของตระกูลได้โดยตรง
ดังนั้น ซูกุ้ยม่อ จึงไม่กลัวการข่มขู่ก่อนหน้านี้ของ ซูยวิน มองไปที่ซูกุ้ยม่อเขามองเห็นเจตนาฆ่าพวยพุ่งออกมาจากตัวเขา ถ้าหากซูกุ้ยม่อ มาจัดการในคืนนี้จะไม่มีผลใด ๆ แต่ตอนนี้ซูหยุนยังเป็นคนพิการที่ถูกขับออกจากตระกูลมีฐานะต่ำต้อยและไม่มีเงิน ถึงแม้ว่าซูหยุนจะตายก็ไม่มีใครสนใจแม้แต่จะเหลียวตามอง
เวลาเป็นแก่นสารของชีวิต”คำพูดนี้ไม่แปลกเลย หัวใจซูยหยุนเต็นถี่ จากนั้นเขาก็โดดขึ้นไปบนโต๊ะหยิบเลือดหมาป่าดำไว้ที่ด้านบนของโต๊ะจุ่มนิ้วของเขาแล้วสวมเสื้อผ้า
ชี่!ชี่!ชี่!
ซูหยุนเริ่มวาดหัวกะโหลกบนเสื้อของเขา
การเคลื่อนไหวของเขามีความรวดเร็วและมีฝีมือแล้วรูปแบบกะโหลกปีศาจก็ปรากฏขึ้นบนหน้าอกของเขา
สำนักวิชาอสูรเคล็ดวิชาพื้นฐานภูติวิญญาณ: อาคมหัวกะโหลกอสูร เป็นรูปแบบที่ง่ายมากแม้กระทั่งศิษย์ระดับหก อย่างซูหยุนยังสามารถใช้วิชานี้ได้อย่างง่ายดาย
ใช้บริเวณหน้าอกเป็นจุดเริ่มต้นเลือดเป็นตัวกลางแล้วใช้วิญญาณรอบๆอาคมหัวกระโหลกเพื่อเปิดใช้วิชา
เคล็ดวิชานี้ใช้พลังภายใน ทำให้กลิ่นไอพลังมีประสิทธิภาพและส่งผลให้ในร่างกายกลายเป็นสีแดงเข้มเลือดคูณความแข็งแกร่งของผู้ใช้ แต่วิชานี้จะใช้ได้ราวสิบนาทีส่งผลให้ผู้ใช้หมดสติเพราะมันใช้เลือดของผู้ใช้เป็นพลังงานสำหรับใช้เคล็ดวิชา
หลังจากนั้นผู้ใช้จะต้องฟื้นฟูเลือดจำนวนมาก สำนักเซียนไม่เคยสอนวิชานี้มันเป็นวิชาเฉพาะของศิษย์นิกายอสูร โดยเฉพาะอย่างยิ่งมันมีความเสี่ยงและมันธรรมดามากๆ นี่คือเหตุผลที่สำนักเซียนพยายามที่จะกำจัดเคล็ดวิชาเหล่านี้
เพราะวิชาเหล่านี้จะทำทำการปรับเปลี่ยนพลัง เพราะโรคที่พบยากที่ซูหยุนเป็น เขาเลยคุ้นเคยกับวิชาที่แปลกประหลาดอย่างวิชาภูติวิญญาณนี้เป็นอย่างมาก
ซูหยุนได้ฝึกวิชาหลายประเภทที่ไม่ได้พึ่งพาการบ่มเพาะ หลังจากเสร็จสิ้นการใช้อาคมวิญญาณกะโหลกซูหยินถ่ายปราณวิญญาณของเขาเข้าไปในนั้นเพื่อเปิดใช้เคล็ดวิชา
ร่างกายของซูหยุนเริ่มเปลี่ยนเป็นสีแดงเข้มทันที เหงื่อเริ่มไหลออกมา ตาของเขาเริ่มกลายเป็นสีแดง ทำให้ดูน่ากลัว
ปัง! ประตูแตกออกเป็นชิ้นๆ เหล่าฝูงชนวิ่งเข้ามา
ซูกุ้ยม่อ!!” ซูหยุนหอบหายใจอย่างหนัก
ในขณะที่ฝูงชนเริ่มเทเข้าไปในกระท่อมเล็ก ๆของเขา คนที่วิ่งเข้ามาถึงกับตะลึงกับผิวสีแดงเข้มของซูหยุนทำให้พวกเขาต้องระมัดระวัง
ซูกุ้ยมู่ถามด้วยเสียงอันสั่นเทา
ซูหยุน..กะ..กะ. . .แกจะทำอะไร ? “
ทำไมพวกเจ้าแห่กันเข้ามาที่บ้านของข้ากลางดึกกลางดื่นหรือเจ้าต้องการจะทวงเงิน!? ซูหยุนถาม
ในขณะที่ความเจ็บปวดที่เกิดจากเลือดของเขาถูกใช้โดยเคล็ดวิชา ได้ฟังซูหยุนพูดอย่างนั้นซูกุ้ยม่อขมวดคิ้วแน่น
แน่นอน!ข้าจะมาทวงเงินที่เจ้าติดหนี้ข้า! เจ้าติดหนี้ข้าหลายเหริญจิตรวิญญาณและวันนี้ข้าจะมาทวงมันคืน!”
พวกเจ้าจะมัวยืนเซ่ออยู่ทำไม..จัดการมัน!?”
แต่เดี๋ยว!ก่อนที่จะตายเจ้าอยากจะพูดอะไรอีกมั้ย! แท้ที่จริงถึงแม้ชิงเอ๋อจะเข้าสู่ตระกูลหลักแล้วมันก็ไม่ได้มีผลอะไรกับข้า ดังนั้น ขอให้เจ้าจงคุกเข่าขอความเมตตาซะ! และเอาเงินมาคืนข้าหรือว่า..จะให้ข้าทำให้เจ้าพิการดี..ฮ่าๆๆ ข้าจะทำให้เจ้าเป็นขยะให้สมดังชื่อ! เลือกเอ้าาา!ฮ่าๆๆๆ!!”
ซูกุ้ยม่อกล่าวด้วยรอยยิ้มที่แสนเย่อหยิ่ง เขาก็ตัดสินใจที่จะสั่งสอนซูหยุน! ซูหยุนยังคงเงียบ หลังจากนั้นชั่วครู่เขาก็สืบถาม
มีไม่มีทางเลือกที่สาม?”
ไม่!” ซูกุ้ยม่อตอบกลับ
งั้นข้าจะทำอย่างหนึ่ง!” ซูหยุนตอบ
ทำอย่างหนึ่ง?”
ซูกุ้ยม่อหยุดชั่วขณะ ขณะที่เขากำลังมองหาซูหยุน ซูหยุนก็ขยับอย่างรวดเร็วราวกับสายฟ้าวิ่งเข้ามาหาเขาในพริบตา
ซูหยุนระเบิดปราณจิตวิญญาณออกจากร่างของเขาปราณจิตวิญญาณไหลออกมาเหมือนน้ำป่าท่วมเขื่อน
วิชาเคลื่อนที่ของคุณชายชยอดเยี่ยมไปเลย ……เขาอยู่ขั้นที่หกจริงหรือ?”
หนึ่งในลูกสมุนอุทานออกมา คนอื่นๆไม่มีเวลาที่จะให้ความเห็น เพราะตอนนั้นกำปั้นของซูหยุนได้ถึงหน้าอกของ ซูกุ้ยม่อแล้ว
ปัง!
ซูกุ้ยม่อต้านรับไว้โดยที่เขายังไม่ทันระวังทำให้เขากระเด็นออกจากประตูไป
ขณะที่เขาล้มลงบนพื้นดินเขาพ่นเลือดคำหนึ่งออกไปและแทบจะประคองตัวเองไม่ให้หมดสติไม่ไหว
อัศจรรย์!
ตื่นตลึง!
ทุกคนตกตลึงจนอ้าปากค้าง ถึงแม้ว่าซูกุ้ยม่อไม่ได้เป็นอัจฉริยะ แต่การบ่มเพาะของเขาก็อยู่ระดับเจ็ดเมื่อเทียบกับซูหยุนขยะระดับหก
อย่างไรก็ตามซูกุ้ยม่อที่ได้รับบาดเจ็บสาหัสเพียงหมัดเดียวของซูหยุน!
มีแต่ศิษย์ระดับเก้าเท่านั้นที่จะทำแบบนี้ได้ ศิษย์ระดับแปดยังทำแบบนี้ได้ยากเลย แต่ … .เหตุใดซูหยุนถึงสามารถทำได้?
นายท่าน!!!” หลังจากลูกสมุนเรียกสติกลับมาพวกเขารีบวิ่งไปประคองซูกุ้ยม่อขึ้น ไม่มีใครกล้าท้าทายซูหยุน
หลังจากประมือกันหนึ่งรอบพวกเขารู้ว่าถ้าพวกเขาทำร้ายซูหยุนพวกเขาจะประสบกับปัญหาเดียวกันหรือเลวร้ายยิ่งกว่าซูกุ้ยม่อแน่นอน
แม้ว่านี่จะเป็นกลลวงแต่มันก็หลอกซูกุ้ยม่อกับลูกน้องทั้งหมดได้ ถ้าหากซูหยุนมีการบ่มเพาะอยู่ที่ระดับเก้าเหล่าลูกสมุนก็ไม่ใช่คู่มือของเขา
เป็นไปไม่ได้!จะ..จะ…เจ้าทำได้ยังไง!?ทำไมเจ้าถึงมีพลังแบบนี้ได้?”
ชายที่ชื่อซูหวังไค ถามด้วยความตกใจและความเป็นปรปักษ์ในสายตาของเขาขณะที่เขาจ้องซูหยุน
ทำไมข้าถึงไม่มีพลังแบบนี้บ้าง? “
แก!….ก็เห็นๆอยู่ว่าระดับการบ่มเพาะของแกอยู่ขั้นที่หก”
ซูกุ้ยม่อลุกขึ้นเช็ดเลือดออกมาจากปากของเขาแล้วพูดออกมาด้วยความแค้น
แก!บังอาจทำให้ข้าบาดเจ็บ! ซูหยุน! เยี่ยมมาก! บางทีข้าอาจจะประเมินเจ้าต่ำไป แต่ข้าจะทำให้เจ้าพบกับความตายที่อนาถ! “
เจ้าต้องการเอาคืนข้ารึ?” ซูหยุนถาม
ทำไมข้าต้องเป็นคนทำ? ข้าจะขอร้องท่านพ่อ… .. ให้ลงโทษแกตามกฎของตระกูลซู! “
พวกเจ้ากำลังทำพลาดอย่างมาก ! ” ซูหยุนส่ายหัว
อะไร!?” ด้วยอำนาจของพ่อของข้าใครจะช่วยเจ้าได้? ” ซูกุ้ยม่อถาม
แน่นอนว่าข้าทำไม่ได้!” ซูหยุนกล่าว
ฮ่าๆๆๆๆช่างน่าขันนัก!” ซูกุ้ยม่อหัวเราะออกมาดัง ๆ
ซูหยุน บางทีโทษทัณฑ์ของแกอาจจะเป็นสองเท่า แต่ถึงยังไงสุดท้ายแล้วผลลัพธ์มันก็ไม่ต่างกัน แกจะไปสู้อะไรได้กับคนที่มีอำนาจบารมี? “
ชายคนหนึ่งมีหนวดเคราสั้นเหยียดหยันกล่าว
มันเหมือนตั๊กแตนตำข้าวที่พยายามจะหยุดรถหรือคล้ายดั่งมดพยายามจะเขย่าต้นไม้!”
ทุกคนหัวเราะเยาะเย้ย แต่ซูหยุนไม่ได้มีความโกรธเขาเพียงมองฝูงชนนั้นเท่านั้นที่สวมความลังเลแล้วกล่าวว่า
มันเป็นความลับท่านผู้นำตระกูลไม่ให้ข้าพูดเกี่ยวกับเรื่องนี้ แต่วันนี้ข้าจะบอกพวกเจ้า!”
รอยยิ้มบนใบหน้าของทุกคนหายไป
เจ้าควรทราบก่อนว่าการทดสอบพลังคราที่แล้วข้าได้รับการจัดอันดับการบ่มเพาะขั้นที่หก แต่ความเป็นจริงแล้วมันเป็นของปลอม! ข้าได้เข้าไปยังอีกเขตแดนมานานแล้ว ที่คนเรียกข้าว่าถังขยะระดับหกเป็นพียงสิ่งที่คนภายนอกรับรู้! ทำไมข้าต้องปิดบังนะเหรอ!? นี้เป็นเพราะข้าเป็นอาวุธลับของตระกูลซู! “
อาวุธ….ลับ?” ซูกุ้ยม่องุนงงไปหมด
ใช่”ซูหยุนพูด
นี่คือสิ่งที่คนเชื่อถือได้บางคนเท่านั้นที่รู้ ข้าก็ไม่ค่อยแน่ใจเหมือนกัน แต่ถ้าหากเจ้ากำจัดข้าครอบครัวของเจ้าน่าจะถูกขับออกจากตระกูลซู! ว่ากันที่จริงแล้ว ตระกูลซูสัญญาจะไม่ทำร้ายข้า ตราบใดที่ข้ายังเป็นอาวุธลับ แต่ก็เอาเถอะข้าเห็นแก่หน้าเจ้าสักครั้ง ถ้าไม่อย่างนั้นเจ้าคงได้ตายไปแล้ว! ข้าเพียงแค่ต่อยเจ้าเท่านั้นทำให้เจ้าบาดเพียงเจ็บนิดหน่อย การที่จะฆ่าเจ้ามันง่ายๆยิ่งกว่าฆ่ามด ไม่ได้ยากเย็น”
หลังจากพูดจบทุกคนก็กลัว ซูกุ้ยม่อมองไปที่สมุนโดยรอบในความสับสน
เจ้านาย…… สิ่งที่มันพูดอาจจะเป็นความจริง เขาไม่น่าจะอยู่ในขั้นที่หกมิฉะนั้นเขาคงไม่ต่อยท่านจนได้รับบาดเจ็บอย่างนั้นหรอก…… “
ถ้าสิ่งที่มันพูดเป็นความจริงเราต้องอย่าพึงไปยั่วยุมันในตอนนี้ … ..มันอาจมีความลับอีกมากซ่อนไว้!”
ข้า… ..ข้าจะรีบกลับให้เร็วที่สุด ต่อไปข้าจะไม่ยุ่งกับผู้ชายคนนี้อีก!”
กลุ่มสมุนของซูกุ้ยม่อไม่สนใจเกี่ยวกับงานที่ซูกุ้ยม่อมอบหมายอีกต่อไป พวกเขาพยายามหว่านล้อมให้ซูกุ้ยม่อถอนตัว!
แต่ว่า… ..มันเป็นแบบนี้ได้ยังไง? ” ซูกุ้ยม่อยังไม่ค่อยพอใจ เพียงหนึ่งหมัดส่งผลลัพธ์ได้ขนาดนี้ อย่างไรก็ดี ? ซูหยุนเพียงแค่ไว้ชีวิตเขา! การบ่มเพาะขั้นที่หกทำให้บาดเจ็บสาหัสหากว่าเขาอยู่ในระดับที่เจ็ดเขาอาจจะปางตายก็ได้ เขาเป็นศิษย์ชั้นนอกจริงๆเหรอ ? ที่ท่านผู้นำบอกว่าเขาได้ซ่อนพลังเอาไว้ อาจจะเป็นเรื่องจริง ! พวกเราต้องทนต่อความอัปยศดังนั้นพวกเราจะปล่อยไว้แบบนี้รึ!”
เร็วเข้า! ช่วยพยุงข้าที “
ซูกุ้ยม่อกัดฟันพูด
ครับ….นายท่าน?” พวกลูกสมุนนำซูกุ้ยม่อออกไป
เดี๋ยว” ซูหยุนตะโกน ทุกคนตัวสั่น ซูกุ่ยม่อมองซูหยุนด้วยยสายตาที่ซับซ้อน
มีอะไร…แกต้องการอะไรจากข้าอีก?” ซูกุ้ยม่อเปล่งเสียงพูด
ข้าเป็นส่วนหนึ่งของอาวุธลับอย่าได้ไปบอกให้ใครรู้มิฉะนั้นหากคนจากตระกูลหลักได้ยินพวกเจ้าอย่าหวังว่าจะมีชีวิตอยู่ !”
ซูกุ้ยม่อและกลุ่มของเขาตัวสั่นแล้วพยักหน้า
พรุ่งนี้เช้านำเลือดวานรอัคคีหนึ่งชั่งมาให้ข้ามิฉะนั้นข้าจะไม่ลืมเรื่องนี้!”ซูหยุนพูดต่อ
เลือดวานรอัคคีหนึ่งชั่ง?”
ซูกุ้ยม่ออดใจแทบไม่ไหวจากคำพูดนี้
มันมีราคาถึงห้าพันเหรียญจิตวิญญาณ!”
วานรอัคคีมีค่าและหายากมาก ดังนั้นเลือดของมัรก็ยิ่งหายากและมีราคาแพง ซูหยุนอยากได้หนึ่งชั่งซูกุ้ยม่อไม่อยากจะเชื่อว่าซูหยุนจะกล้าขอ
ข้าจะใช้สำหรับการบ่มเพาะ ถือว่าแลกกับการรักษาชีวิตน้อยๆของเจ้า รึว่า…เจ้าไม่ตกลง? “
ดูเหมือนว่าเจ้าไม่ค่อยจะเต็มใจ? อย่าทำให้ข้ารู้สึกอึดอัดใจหรือจะให้ข้าเอาอะไรที่ยากยิ่งไปกว่านี้ “
ซูหยุนกล่าวด้วยความไม่สนใจแต่ตอนนี้ทุกคนบอกได้ว่าเขากำลังขู่ซูกุ้ยม่อและกลุ่มของเขา หัวใจซูกุ้ยม่อเต็มไปด้วยความเสียใจ
แต่ตอนนี้เขาทำอะไรไม่ได้? ซูกุ้ยม่อได้แต่แบกรับความเจ็บช้ำในใจของเขาเท่านั้นและออกไปอย่างรวดเร็ว
ในไม่ช้ากระท่อมก็กลับเข้าสู่บรรยากาศอันเงียบสงบ
แต่หลังจากที่คนพวกนั้นออกไป ซูหยุนก็ทรุดตัวลงบนพื้น…


บทที่ 5: ผู้ที่แฝงเร้นอยู่ในความมืด
« บทที่ 4 – เทคนิควิชาอสูรลึกลับ
รายชื่อตอน
บทที่ 6 – เคล็ดวิชากระบี่ไร้สรรพสิ่ง »
บทที่ 5: ผู้ที่แฝงเร้นอยู่ในความมืด
พ่อของเขาสงสัยหลังจากซูกุ้ยม่อกลับมาแล้วได้รับบาดเจ็บ แต่ไม่ได้คาดคั้นอะไร อย่างไรก็ตามซูนหยุนแสดงพลังมากพอ ซูหยุนไม่กลัวการตอบโต้ใด ๆ จากซูกุ้ยม่อ
เช้าวันรุ่งขึ้นซูหวังไคนำเลือดวานรอัคคีมาให้ที่กระท่อม
ซูหยุนรับเลือดวานรอัคคีหลังจากที่เขายันตัวเองลุกขึ้น ไม่นานหลังจากซูหวังไคออกไปซูหยุนก็ดื่มเลือดวานรอัคคีอย่างรวดเร็ว
เลือดวานรอัคคีมีราคาแพงมากร่างกายซูหยุนเริ่มฟื้นฟูอย่างรวดเร็ว
ไม่นานหลังจากที่ฟื้นสภาพได้มากแล้วซูหยุนวางเนื้อสัตว์ที่เตรียมไว้ลงไปในกระสอบ เลือดถูกห่ออย่างดีเพื่อป้องกันการไหลออกจากถุง จากนั้นเขาก็เอาขนมปังนึ่งและกระบี่ขึ้นสนิมบางส่วนใส่ไ
เมื่อทุกอย่างพร้อมแล้วเขาก็มุ่งหน้าไปยังตลาด
ควบม้าดำจิตวิญญาณที่เขาเช่ามาก่อนไปบนเส้นทางไปยังเมืองและเร่งรุดออกไป
ม้าดำวิญญาณเป็นประเภทม้าวิญญาณที่มีจิตวิญาณมากมายในระหว่างที่วิ่งวางใจมันได้ มิหนำซ้ำฝีเท้าก็รวดเร็วเทียบเท่ากับม้าแข่ง
สกุลซูไม่ได้ จำกัด เสรีภาพของทุกคนทำให้สามารถเข้าสู่นอกพื้นที่ของสกุลซูได้อย่างอิสระ อย่างไรก็ตาม กับ สัตว์อสูร ออกอาละวาดแผ่นดินใหญ่ มันเป็นเรื่องยากมากที่จะอยู่รอดในที่รกร้าง เมื่อใครคนหนึ่งก้าวออกจากสกุลซูพวกเขาจะเป็นตัวของตัวเองซึ่งหมายความว่าการเอาตัวรอดจะเป็นการต่อสู้ในชีวิตประจำวันสำหรับพวกเขา
ในฐานะที่เป็นผู้บ่มเพาะระดับขั้นที่หกซูหยุนไม่มีความแข็งแกร่งในการฆ่าสัตว์อสูรที่อ่อนแอที่สุดในที่รกร้าง ดังนั้นเขาจึงไปตามเส้นทางหลักผ่านป่าอย่างระมัดระวังเพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาและพยายามรีบไปยังปลายทางของเขา
อย่างไรก็ตามในขณะที่ซูหยุนเดินทางไปได้หลายลี้เขาก็พบสัตว์อสูรไม่มาก ดังนั้นเขาจึงรีบแอบเข้าไปยังจุดหมายปลายทางของเขา
ในที่สุดหลังขี่ม้าดำจิตวิญญาณมาสองวันเขาก็มาถึงจุดหมายปลายทางของเขา …
ที่ราบพยัคฆ์!
กระท่อมของซูหยุนอยู่ห่างออกไปประมาณ 500 ลี้จากที่รายพยัคฆ์
ม้าดำวิญญาณของเขาอิดรวยซูหยุนจึงผูกมันไว้กับต้นไม้ จากนั้นเขาก็พบว่าอาหารสำหรับม้าดำวิญญาณ หลังจากนั้นเขาก็มุ่งหน้าไปยังที่ราบพยัคฆ์
ที่ราบพยัคฆ์อยู่ภายใต้เขตการปกครองของสำนักกระบี่อมตะ นอกจากนี้บริเวณนี้ยังเป็นที่ตั้งคฤหาสน์ของสำนักกระบี่อมตะเป็นสำนักอันดับหนึ่งของสำนักวิชาที่ดีที่สุด
หากใครไม่ได้มีการบ่มเพาะถึงขั้นที่แปดการเข้ามาในพื้นที่นี้ถือได้ว่าเป็นการฆ่าตัวตายหากพยายามที่จะเข้ามา
ที่นี่มีสัตว์อสูรวิญญาณที่ดุร้ายนับไม่ถ้วนวิ่งอาละวาด ทุกๆที่ล้วนอันตรายในพื้นที่นี้ถูกปกคลุมเต็มไปด้วยควันพิษ หากเกิดพลาดแม้แต่นิดเดียวพบสัตว์อสูรวิญญาณที่แข็งแกร่งก็ไม่อาจจะหลบหนีได้
ซูหยุนเริ่มระวังเมื่อเข้าสู่ที่ราบ พื้นที่รอบนอกของที่ราบพยัคฆ์ไม่มีสัตว์อสูรที่อันตรายต่อซูหยุนดังนั้นตอนนี้เขาจึงปลอดภัย
เขาค่อยๆก้าวลึกเข้าไปในที่ราบและเดินเข้าไปในพื้นที่โล่งกว้าง
พื้นที่โล่งกว้างของที่ราบมีแม่น้ำไหลผ่าน น้ำที่ไหลใสจนเห็นได้ชัดเจนและไม่มีอสูรร้ายใด ๆข้างใน น้ำที่นี่ดูเหมือนจะไหลลงไปในทะเล
ซูหยุนเดินไปด้านข้างของแม่น้ำและเดินตามมัน
โฮกกก!
หลังจากนั้นจู่ๆก็มีเสียงที่ดังสนั่นออกมาจากป่า
ใบหน้าซูหยุนแปลเปลี่ยนทันทีและรีบกระโดดลงไปในแม่น้ำ
ตูม!
ซูหยุนดำลงไปในน้ำ
แม้จะมีทักษะแต่ซูหยุนก็มีปัญหากับเนื้อสัตว์ที่เขาแบกมาขณะกระโดดลงไปในน้ำ
เขาใช้ประโยชน์จากหยดน้ำบางส่วนในการกระจายน้ำที่โอบล้อมโดยรอบและเริ่มสร้างหมอกห่อหุ้มพันรอบตัวเขา ทำให้น้ำในแม่น้ำแยกตัวออกจากเนื้อหัวใจเสือที่เขาถืออยู่
บนฝั่งปรากฎร่างสัตว์อสูรสีขาวมหึมาเป็นลูกวัวตาสีแดงคล้ายดั่งปีศาจมีเขี้ยวแหลมคมยืนส่ายหัวอย่างรุนแรง มันเป็นเพียงสัตว์อสูรวิญญาณระดับหนึ่งเท่านั้นอย่างไรก็ตามแม้มีสิบชีวิตซูหยุนก็ไม่สามารถสู้กับเหล่าสัตว์อสูรนั้นได้
สัตว์อสูรได้กลิ่นกลิ่นซูหยุนมันจึงรีบวิ่งมาอย่างรวดเร็ว
แต่ขณะนี้ซูหยุนอยู่ใต้น้ำ
สัตว์อสูรจำนวนมาก ของที่ราบพัคฆ์ ไม่ถูกกับน้ำบางชนิดนั้นกลัวน้ำ เขาได้รับการปกป้องชีวิตจากคุ้งแม่น้ำ
อสูรสีขาวยืนอยู่สักครู่ แต่หลังจากที่เห็นว่าซูหยุนไม่ขึ้นมาก็หันหัวจากไป
เมื่อเห็นอย่างนั้นซูหยุนก็ว่ายน้ำต่อไปอีกสักพัก จากนั้นเขาหันไปทางที่ราบกลางฝั่งและกระโดดออกมา เขาบีบน้ำออกจากเสื้อผ้าแล้วเดินด้วยเท้า
ในทางที่เขาเดินเขาพบกับสัตว์อสูรวิญญาณมากมาย แต่โชคดีที่เขารู้เทคนิคเกี่ยวกับสัตว์าูรวิญญาณเหล่าน้ันที่เขาพบ อย่างไรก็ตามมันก็ไม่ได้ง่ายดาย สัตว์อสูรวิญญานหลายตัวสามารถร่ายเวทได้เป็นผลให้น้ำซัดสาดกระเซ็นตรงจุดที่เขาว่ายเป็นสิบๆครั้ง โชคดีที่ระเบิดเวทไม่โดนตัวเขาเลย
ซูหยุนได้แต่ว่ายน้ำในแม่น้ำ มุ่งหน้าไปยังปลายทางของเขา หากแต่คลื่นที่กระแทกจากแรงระเบิดของระเบิดเวทตีร่างกายของเขาเขาทำได้แต่ขบฟันในความเจ็บปวดแล้วไปต่อ ถ้าเขาหยุดนั้นหมายถึงความตาย
หลังจากก้มหน้าก้มตาว่ายน้ำ ประสบอันตรายนับไม่ถ้วนสามชั่วโมงในที่สุดเขาก็มาถึงปลายทางของเขา :ใจกลางที่ราบพยัคฆ์ – สถานที่ต้องห้าม จักรพรรดิพยัคฆ์
สถานที่ต้องห้ามนี้เป็นสถานที่ห้ามเข้าแก่สัตว์อสูรที่ราบพยัคฆ์เพราะมีราชาสัตว์อสูรวิญญาณอยู่ที่นี่ มีสัตว์อสูรวิญญาณที่ไม่สามารถระบุเจตแดนวิญญาณได้อยู่ที่บริเวณนี้:พยัคฆ์นิรันดร์
ร่างกายของมันมีขนาดใหญ่มากขนาดของมันพอๆกับห้องเล็ก ๆ ทั้งตัวของมันมีขนสีเขียว มันมีกรงเล็บและฟันอันแหลมคมดั่งใบมีดโกน แต่สิ่งที่ซูหยุนหวาดกลัวมากที่สุดเป็นสองรูที่ปากของมันซึ่งสามารถยิงก๊าซพิษที่กัดกร่อนออกมาได้หากสัมผัสมัน
มีหลายคนที่พูดเกี่ยวกับการมาที่นี่ หากไม่ใช่ ขอบเขตแก่นแท้วิญญาณพวกเขาไม่กล้าที่จะเหยียบย่างเข้ามาที่นี่
หลังจากที่ออกจากคฤหาสน์ตระกูล ซูหยุนออกไปทำงานอย่างหนักเพื่อตระกูล ภายใต้แสงจันทร์เขาข้ามมาฝั่งพยัคฆ์ มันเป็นทางหนีแคบ ๆ แต่โชคยังเข้าข้างเขา เขาได้วิ่งผ่านกลุ่มนักผจญภัยที่ช่วยซูหยุนรอดพ้นจากปากเหวแห่งความตาย
หลังจากสะสมประสบการณ์เขาก็ไม่รู้สึกกลัวพยัคฆ์นิรันดร์
โดยปกติแล้วถ้ำของพยัคฆ์นิรันดร์มักจตั้งขึ้นเป็นโพรงเอียงซึ่งอยู่ในพื้นที่ที่โล่ง นี่จึงทำให้มันสามารถเคลื่อนย้ายได้อย่างอิสระ
ด้วยประสบการณ์ที่ผ่านมาซูหยุนจึงค้นพบถ้ำที่แตกต่างกันสองแห่ง
ยังไงก็ตาม…
เขาไม่กล้าเข้าไปใกล้เกินไป
พยัคฆ์นิรันดร์เป็นที่รู้กันดีว่ามีพลังอย่างแท้จริง หากซูหยุนถูกพบเขาจะถูกจับได้อย่างง่ายดาย แม้ว่าซูหยุนจะพยายามหลบหนีลงไปในน้ำ พยัคฆ์นิรันดร์ก็จะวางยาพิษในแม่น้ำที่ซูหยุนอยู่ในนั้น
ห้าร้อยเมตรเป็นระยะทางที่เหมาะสมที่สุด
เพราะมันเป็นที่ราบไม่มีต้นไม้หรือก้อนหินขัดขวางวิสัยทัศน์ของซูหยุน ตราบใดที่เขาสามารถแยกแยะถ้ำเสือลายเขาก็สามารถคำนวณระยะทางได้
ไม่นานหลังจากซูหยุนแน่ใจสถานที่ตั้งของถ้ำเสือลายถ้ำแรกของเขา
แต่แค่นี้มันยังไม่เพียงพอ
เขาทำเครื่องหมายตำแหน่งและยังคงค้นหาถ้ำเสือลายของเขาต่อ
พยัคฆ์นิรันดร์ในแต่ละพื้นที่จะแบ่งอณาเขตเป็นที่ยอมรับแต่ละดินแดน มันไม่ค่อยเข้าไปในอาณาเขตของตัวอื่นๆ
กว่าชั่วโมง ด้านหลังเครื่องหมายแรกไปประมาณห้าพันเมตร ซูหยุนได้จำถ้ำที่สองของเขา
ไม่ไกล้ไม่ไกลซูหยุนได้ยินเสียงระเบิดที่คล้ายกับเสียงคำรามของเสือลายที่เปล่งออกมาจากถ้ำ เสียงที่ทำให้ทุกคนสั่นประสาท
มันดูเหมือนว่าถ้ำนี้มีพยัคฆ์นิรันดร์อยู่ข้างใน
ซูหยุนหยิบหินขึ้นมาและทาสีที่ระยะห่างระหว่างที่ตั้งของถ้ำทั้งสองแห่ง หลังจากคำนวณจุดแล้วเขาก็เอาเนื้อหัวใจเสือออกมาจากกระเป๋าของเขา
เสือลายมีระดับต่ำกว่าแก่นแท้จิตวิญญาณอสูร ซูหยุนไม่ทราบเหตุผล แต่เสือลายชอบกินเนื้อหัวใจเสือและฉีกเนื้อหนังจากมัน
ซูหยุนคำนวณอย่างรวดเร็วหลังจากวางเนื้อแล้วหันไปทางถ้ำที่ไม่มีเสือลาย
อย่างไรก็ตาม หลังจากวิ่งไม่กี่ก้าว เขาได้ยินเสียงคำรามมาจากทางด้านหลังเขา
พยัคฆ์นิรันดร์เสือออกจากถ้ำของมัน?
ซูหยุนตกใจ
เขาหยุดแล้วรีบไปปีนขึ้นไปด้านข้างของซอกหินและมองไปที่ร่างสีเขียวขนาดใหญ่ที่เดินออกมาจากถ้ำพร้อมที่จะกินเหยื่อที่เขาทิ้งไว้
ซูหยุนกำลังมองทันทีที่มันออกมาชิ้นเนื้อหัวใจเสือบนพื้นแล้วพยัคฆ์สีเขียวพร้อมที่จะออกจากถ้ำ หลังจากสูดหายใจเข้าลึกๆ เขาเปิดขวดแป้งแล้วโยนมัรออกไปด้วยแรงทั้งหมดที่เขามี
ขณะนั้นกลิ่นผงสีชมพูที่ลอยตลบอบอวนเต็มอากาศขวดก็ลอยพุ่งเข้าหาถ้ำแล้วตกลงสู่ที่ๆไม่ไกลจากมัน
ตุบ!
ขวดตกบนพื้นดิน
พร้อมกับผละออกจากพยัคฆ์นิรันดร์มันยกหัวของมันเพื่อสูดอากาศและถูกดึงดูดโดยกลิ่นแปลกๆ เขารีบวิ่งไปต่อที่ก้อนหินอย่างรวดเร็วโดยไม่ชักช้า
ใกล้ๆกับหินก้อนใหญ่พยัคฆ์นิรันดร์สูดดมกลิ่นของหัวใจเสือทำให้ปากของพยัค์นิรันดร์เต็มไปด้วยน้ำลาย
แผ่นชิ้นเนื้อหัวใจพยัคฆ์อยู่บนพื้นดิน!
พยัคฆ์นิรันดร์คำรามด้วยความดีใจ มันอ้าปากของมันอย่างรวดเร็วแล้วกัดเข้าไปในชิ้นเนื้อคำใหญ่ออกมาจากเนื้อหัวใจเสือ หลังจากเคี้ยวอย่างเอร็ดอร่อยไม่กี่คำเลือดหมาป่าดำก็ไหลซึมออกจากเนื้อหัวใจเสือ เลือดหมาป่าดำไหลซึมเต็มปากของมันแล้วไหลเข้าไปในสองรูภายในปากของมัน มันผสมกับก๊าซและเริ่มสร้างของเหลวพิษ
ปากของมันเริ่มรู้สึกเจ็บปวดมากขึ้นเหมือนก๊าซสะสมภายในสองรูจำเป็นต้องระบายออก อย่างไรก็ตามก๊าซเข้าไปในปากของมันเพราะมันถูกปิดกั้นโดยอาหารที่มันกิน
มันเริ่มรู้สึกอึดอัดเป็นอย่างมาก ร่างกายของมันทั้งร่างรู้สึกราวกับว่ามันกำลังเดือดขึ้น ความหิว กระสับกระส่ายก็ค่อยๆเพิ่มขึ้นและก๊าซที่บรรจุเพิ่มอยู่ข้างใน
กลิ่นหอมหวนจากแป้งยังคงอยู่ในอากาศ
พยัคฆ์นิรันดร์มุ่งหน้าไปยังแหล่งที่มาของกลิ่นหอมทันที
ที่มาของกลิ่นหอมซูหยุนเปิดฝาขึ้นเพื่อให้กลิ่นหอมระเหยออกมา
เมื่อถึงระยะห่างระหว่างเขาทั้งสองเขาได้เอาเนื้อหัวใจเสืออีกชิ้นหนึ่งวางไว้บนพื้น
ซูหยุนยังคงทำซ้ำๆและรักษาจังหวะอย่างแม่นยำ นี้ถือว่าอันตรายอย่างมากกลิ่นหอมที่ล่อมันมาจำเป็นจะต้องทำก่อนที่มันจะมาถึง แต่ยังทำไม่ได้ต้องหลังจากมันได้กินเนื้อหัวใจสือของเขาจนเสร็จ ถ้าเขาทำผิดพลาดเพียงครั้งเดียว พยัคฆ์นิรันดร์จะฉีกเขาออกเป็นชิ้นๆอย่างไร้ความปราณี
ก่อนหน้านั้นเขาใช้ปราณวิญญาณทั้งหมดชักนำปกปิดร่างกายของเขาเพื่อรักษาจุดสุดท้ายที่เขาวางชิ้นเนื้อแล้วเขวี้ยงขวดสุดท้าย จากนั้นเขาก็หันกลับหนีออกมา
ที่นี่เป็นเส้นขอบเขตแดนพยัคฆ์นิรันดร์และหากพยัคฆ์ตัวอื่น ๆที่บุกรุกก็จะมีการต่อสู้อย่างแน่นอน มันมักจะถอยออกก่อนที่พวกมันจะมาถึงเขตแดนตัวอื่น ๆ แต่วันนี้เป็นวันที่แตกต่าง
ระหว่างฝึกฝนที่หุบเขาดอกไม้ที่ผ่านมาซูหยุนค้นพบสูตรมรดกตกทอดแต่โบราณที่เรียกว่า: ” ยาอสูรวิญญาณหนืด”
ขณะที่เขาใช้เลือดหมาป่าดำวางยา มันจะเพิ่มความสามารถในการต่อสู้ แต่ผู้ใช้จะกระหายและก้าวร้าว
สูตรนี้มีประสิทธิภาพมาก แต่มันก็ใช้ได้ไม่กี่ครั้ง ในทางตรงกันข้ามในวันนี้มันได้ของชอบจากซูหยุน
เลือดหมาป่าผสมกับพิษเสือลายจะต้องเท่ากันด้วยสิธีนี้ก่อให้เกิดความโหยหิวและกระหายที่จะต่อสู้ เมื่อแต่ละชิ้นได้ส่งกลิ่นหอมจะล่อมันไปชิ้นถัดไป เป็นกระบวนการที่สำคัญมาก
หลังจากขวดสุดท้ายถูกโยนออกไปเสียงคำรามก็ไกล้เข้ามเต็มทีทำให้เขาใจชื้นขึ้นมา พยัคฆ์นิรันดร์ได้ใกล้เข้ามาเกินกว่าที่ควรจะเป็น
อย่างไรก็ตามหลังจากซูหยุนได้โยนขวดไปในอากาศพยัคฆ์นิรันดร์ถูกล่อลวงมากขึ้นโดยเนื้อหัวใจเสือ มันไม่สนใจเกี่ยวกับซูหยุนในขณะนี้ แม้ว่ามันอาจจะรู้สึกถึงการปรากฏตัวของซูหยุน
มันกำลังเพลินกับความอร่อย!
ทันทีที่มันเห็นเนื้ออีกชิ้นหนึ่งมันจึงเร่งฝีเท้าให้เร็วขึ้นเนื่องจากของเหลวสะสมอยู่ในปากที่ปนเลือดมากขึ้น
ขณะที่พยัคฆ์นิรันดร์เข้าใกล้ชิ้นเนื้ออีกชิ้นหนึ่งก็มีเสียงคำรามอันดุร้ายมาจากพงหญ้า มีเสือลายอีกตัวออกมาตรงไปที่พยัคฆ์นิรันดร์
พยัคฆ์ทั้งสองเริ่มแลกชีวิตกันทันที
ด้านหนึ่งสู้เพราะลุกล้ำดินแดนของตน ในอีกด้านหนึ่งสู้เพื่ออาหารที่วางยาด้วยเลือดหมาป่าดำและอาวุธที่มีพิษ ทั้งสองตัวเริ่มต่อสู้กันอย่างบ้าคลั่ง กรงเล็บลอยผ่านอากาศรัศมีไม่กี่ร้อยเมตรได้กลายเป็นสมรภูมิรบ
ขณะเดียวกันซูหยุนก็ซ่อนตัวอยู่ห่าง ๆ รออย่างเงียบ ๆ
เพื่อความปลอดภัยของเขาเขาอยู่ไกลออกไปมาก เขาไม่สามารถมองเห็นการต่อสู้และตัดสินด้วยเสียงกระหึ่มของเสียงคำรามและกรงเล็บที่เกรี้ยวกราด
การต่อสู้ครั้งนี้เป็นการต่อสู้จนถึงพลบค่ำพื้นดินสั่นสะเทือนก๊าซพิษปกคลุมไปด้วยการต่อสู้และการปะทะกันที่มีประสิทธิภาพน่ากลัวไม่สิ่งมีชีวิตใด ๆ ที่อยู่ใกล้ๆ
หลังจากสี่ชั่วโมงเสียงแผดร้องและเสียงของการต่อสู้เริ่มที่จะค่อยๆจางลง
ในการต่อสู้ของสองพยัคฆ์มีอาการบาดเจ็บหนัก แต่ภายใต้การผสมของเลือดหมาป่าดำและผลกระทบพิษพยัคฆ์นิรันดร์ผลที่ออกมาเห็นได้ชัด พยัคฆ์นิรันดร์ตาย
ซูยุนซ่อนตัวอยู่ในบริเวณใกล้ๆรอประมาณ2-3ชั่วโมง หลังจากที่ท้องฟ้าเริ่มมืดพิษได้ระเหยไปเรียบร้อยหมดแล้ว ซูหยุนรีบวิ่งออกมาจากที่ซ่อนแล้ววิ่งไปยังบริเวณต่อสู้
โลกรอบๆตัวของเขามีแสงเรืองรองสีเขียวซึ่งเกิดจากเลือดพยัคฆ์ แต่ว่าพื้นที่โล่งนั้น พยัคฆ์นิรันดร์ตายอย่างทารุณอย่างแน่นอนตาของมันถูกดึงเปิด รอยกัดจมเขี้ยวและรอยกรงเล็บด้วยเลือดที่ยังไหลซึมออกมา
ซูหยุนรีบนำขวดที่เตรียมไว้ออกมารีบวิ่งไปตวงเลือดของมัน เขาเติมจากขวดไปอีกขวดแล้วก็อีกขวดๆ ขวดเลือดพยัค์ถือเป็นยาชั้นเลิสประกอบไปด้วย “เม็ดเลือดแดงชั้นสูง” มูลค่าห้าร้อยเหรียญวิญญาณกระเพาะปัสสาวะของพยัคฆ์มีมูลค่าไม่น้อยกว่าหนึ่งพันเหรียญวิญญาณเพราะมันมีคุณสมบัติบำรุงร่างกาย มันสามารถเพิ่มความเร็วการบ่มเพาะพลังของผู้ฝึกยุทธ นอกจากนี้แก่นแท้จิตวิญญาณของพยัคฆ์เป็นส่วนที่ทุกคนต้องการมากที่สุดในส่วนของพวกมันทั้งหมด แม้ว่ามันอาจจะใช้ได้เพียงครั้งเดียว หากกลืนกินได้โดยตรงมันสามารถเพิ่มระดับการบ่มเพาะของบุคคลคนๆนั้นได้ ราคาอย่างน้อยๆสี่พันเหรียญจิตวิญญาณ
หลังจากที่เก็บเกี่ยวซากศพของมันเรียบร้อยแล้วเขาก็ห่อของไว้อย่างมิดชิดด้วยผ้าพิเศษเพื่อไม่ให้เสียหาย
หลังจากเสร็จแล้วซูหยุนไม่ได้จากไป แต่เขาเดินเข้าไปในถ้ำพยัคฆ์นิรันดร์ตายไปแล้ว


บทที่ 6 – เคล็ดวิชากระบี่ไร้สรรพสิ่ง
« บทที่ 5: ผู้ที่แฝงเร้นอยู่ในความมืด
รายชื่อตอน
บทที่ 7 – เจ็ดกระบี่ไร้สรรพสิ่ง »
บทที่ 6 – เคล็ดวิชากระบี่ไร้สรรพสิ่ง
ระดับการบ่มเพาะมีทั้งหมด 10 เขตแดน ด้วยกัน เริ่มต้นจาก: พื้นฐานวิญญาณ ผลิวิญญาณ แก่นแท้วิญญาณ ดวงจิตวิญญาณ ดาราวิญญาณ ปรมาจารย์วิญญาณ ปรมจารย์วิญญาณฟ้า จักรพรรดิ นักปราชน์ เซียนและเทพเจ้า
เห็นได้ชัดว่าศิษย์พื้นฐานวิญญาณต้องเคารพต่อการคงอยู่ของคนในสิบเขตแดนทุกคน สำหรับระดับขั้นจักรพรรดินั้นที่จะต้องให้ความยำเกรงอีกห้าเขตแดนเหนือพวกเขาขึ้นไป อย่างไรก็ตามสำหรับเขตแดนหลัง เขตแดนเทพเจ้า มันเป็นสิ่งลึกลับเพราะไม่มีใครเคยเห็นพลังอำนาจ
ร่างกายซูหยุนเป็นโรคที่หายากมากซึ่งหลาย ๆ คนตั้งใจที่จะรักษาก็ยังไม่หาย แต่ซูหยุนรู้ว่าเลือดพยัคฆ์วิญญาณรวมกับสมุนไพรชนิดหนึ่งที่อยู่ภายในถ้ำพยัคฆ์วิญญาณจะเป็นวิธีที่ง่ายที่สุดในการเริ่มต้นการรักษาโรคของเขา
หลังจากที่เดินทางมาถึงพยัคฆ์นิรันดร์ที่ตายไปแล้วซูหยุนนำยาแก้พิษออกมากินเข้าไปอย่างรวดเร็ว จากนั้นเขาเข้าไปข้างใน …
มีกระดูกของสัตว์อสูรวิญญาณถูกทิ้งกระจัดกระจายภายในถ้ำ แต่นั่นก็ไม่น่าเป็นปัญหา ปัญหาที่ตามมาคือควันพิษยังคงถูกทิ้งไว้ภายในส่วนลึกของถ้ำ
แม้ว่าควันพิษจะไม่ได้มีความเข้มข้นระดับความลึกของถ้ำที่ถูกปกคลุมไปด้วยควันพิษ
ทุกครั้งที่ซูหยุนหน้ามืดจากการสูดควันพิษเขาจะดื่มยาแก้พิษที่เขานำมา จากนั้นสติของเขาจะชัดเจนขึ้นทันที
หลังจากระมัดระวังเดินลึกเข้าไปในถ้ำในที่สุดเขาก็มาถึงจุดสิ้นสุดของถ้ำ
ก่อนหน้านั้นเมื่อเขากำลังหาพยัคฆ์นิรันดร์เขาเจะจงเลือกเฉพาะพยัคฆ์ตัวผู้เพื่อจะไม่มีลูกของมันภายในถ้ำ มิฉะนั้นซูหยุนจะต้องตัดสินใจลำบากแน่ๆ
กองกระดูกขนาดใหญ่สัตว์อสูรวิญญาณสีขาวเข้ามาในธารสายตาซูหยุน ซึ่งเขาอยู่ในช่วงกลางของกองกระดูกเป็นดอกไม้สีเขียวตะไคร่น้ำที่ดูน่าหลงไหล
:ดอกไป๋ตู้!(ดอกไม้ขาวอำมหิต)
นี้เป็นสมุนไพรไม่ธรรมดา เพราะเติบโตในสภาพของถ้ำพยัคฆ์วิญญาณเท่านั้น การปลูกดอกไม้จะต้องใช้กระดูกสัตว์อสูรวิญญาณและควันพิษนิรันดร์ที่ปล่อยออกมาจากพยัคฆ์ มูลค่าในตลาดปัจจุบันของดอกไม้นี้อย่างน้อยก็สามพันเหรียญจิตวิญญาณต่อหนึ่งดอก!
หลังจากที่ซูหยุนพบดอกไม้นี้เขาก็มีความสุขอย่างมาก เขารีบก้าวผ่านกระดูกไปเขี่ยกระดูกอย่างระวังเพื่อเก็บดอกไป๋ตู้
ดอกไป๋ตู้ดูแล้วหน้าหลงไหลเป็นอย่างมาก มันคล้ายกับดอกลิลลี่สีขาวที่เต็มไปด้วยกลิ่นหอมฉ่ำ แต่กลิ่นหอมหวานนี้เป็นพิษไม่ควรสูดดม
แน่นอนว่าดอกไป๋ตู้นี้ไม่สามารถนำมาทำเป็นยาได้โดยตรงนั่นหมายถึงความตายอย่างไม่ต้องสงสัย
มันมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องใช้เลือดพยัคฆ์ในการล้างสารพิษที่มีอยู่ในดอกไม้ก่อนที่จะกินมัน มิฉะนั้นดอกไม้จะเป็นเพียงดอกไม้สมุนไพรมีพิษร้ายแรง
ภายในถ้ำถูกปกคลุมไปด้วยควันพิษดังนั้นมันไม่ได้เป็นสถานที่ที่ดีที่จะกินยา ซูหยุนหันไปรอบ ๆ และมุ่งหน้าออกไปจากถ้ำ
ห๊ะ?”
แล้ว บางสิ่งบางอย่างในมุมของถ้ำพยัคฆ์มีกระดูกสีขาวแตะตาซูหยุน
มีโครงกระดูกที่ดูเหมือนว่ามันเพิ่งเสียชีวิตไปนาน ผ้าและทรัพย์สินของทุกคนสึกกร่อน กระดูกแห้งแม้กระทั่งเท้าที่แตกสลายเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย แต่สิ่งที่ซูหยุนมีความสนใจเป็นพิเศษเป็นแผ่นหนังในมือโครงกระดูกฯ
สาเหตุของการเสียชีวิตไม่น่าจะเป็นพยัคฆ์นิรันดร์อย่างแน่นอน
ซูหยุนไปที่โครงกระดูกอย่างรวดเร็วเพื่อเอาแผ่นหนัง
ในขณะที่เขาเปิดแผ่นหนังเขาต้องประหลาดใจที่พบมีจารึกแปลกๆเขียนไว้บนนั้น
แผ่นหนังได้รับการแปลรูปและจารึกแปลกยังดูเงางามและมีมนต์ขลังแม้หลังจากที่มันผ่านการใช้มาจนเก่าเล็กน้อย
นี่มันคืออะไร ?”
ซูหยุนมองด้านขวาและด้านซ้ายบนแผ่นหนัง
เขาจำได้ว่าจารึกบนแผ่นหนังนั้เขาไม่เคยเห็นมันมาก่อน
บางส่วนของรูปแบบเหมือนเทคนิคจารึกมังกรขณะที่คนอื่นดูอาจเหมือนเทคนิคจารึกปีศาจ …
หลังจากดูผ่านตาไม่กี่นาทีซูยุนยังคงไม่มีเบาะแส
ช่างมันข้ายังไม่ต้องการที่จะคิดเกี่ยวกับมัน “ข้าจะไม่ยอมไปยึดติดกับเรื่องนี้เหมือนกับชีวิตและความตาย บางทีข้าอาจจะถามบางคนในเมืองหลักเพื่อตรวจสอบที่มาของมัน!”
ซูหยุนคิดในใจบางทีแผ่นหนังนี้อาจจะทำให้กำไรงามๆให้กับเขาได้ในขณะที่เขาออกจากถ้ำอย่างรวดเร็ว
หลังจากที่เขาพบสถานที่เงียบสงบเขาก็เอาดอกไป๋ตู้ออกมา
หลังจากเก็บดอกไป๋ตู้แล้วต้องรีบใช้มันภายในหนึ่งชั่วโมง มิฉะนั้นดอกไม้จะสลายและหายไป
ไม่อาจเสียเวลามากไปกว่านี้
จากบนลงล่างที่ดอกไป๋ตู้ถูกล้าง
เลือดเริ่มแห้งในขณะที่มันซึมเข้าไปในดอกไม้
จากนั้นเขากินมัน
ดอกไป๋ตู้เข้าไปในท้องของเขา ทันทีที่ซูหยุนนั่งลงไขว่ห้างเป็นดอกไป๋ตู้ถูกย่อยสลายได้ภายในไม่กี่นาที ดอกไป๋ตู้เริ่มที่จะรักษาอาการของโรคประหลาดในร่างกายของเขา
หัวใจของเขาเต้นเร็วขึ้น
หลังจากทรมานมานานในที่สุดมันก็จะจบลง
ขณะที่ดอกไม้ทำงานหน้าท้องของเขาเริ่มที่จะร้อนขึ้นความร้อนเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ มันให้ความรู้สึกเหมือนใครบางคนจากดาวเคราะห์ดวงอื่นมาจุดฟืนในพื้นที่ท้องของเขา
มันไม่ได้หยุดลงเมื่ออุณหภูมิเพิ่มสูงขึ้นๆอย่างต่อเนื่องแก่ซูหยุน มันเริ่มที่จะรู้สึกเหมือนกับว่ามันถูกเผาไหม้อย่างบ้าคลั่ง
ซูหยุนรู้สึกว่าร่างกายของเขาถูกคั่วและก็รู้สึกไม่สบายใจมาก
ผลของประสิธิภาพของยาเบื้องต้น?
เขาปิดตาของเขาแล้วกัดฟันในขณะที่เขาต้องทนความเจ็บปวดเหงื่อเม็เท่าลูกปัดขนาดใหญ่ไหลลงบนแก้มของเขา
เขาไม่เคยรู้จักประสิทธิาพที่แท้จริงของดอกไป๋ตู้ เขาได้ยินที่เล่าขานกันมาของคนที่เคยใช้มาก่อน
จะหาผู้เชี่ยวชาญที่ใช้ดอกไป๋ตู้ในผู้ป่วยนั้นเป็นเรื่องยากมาก
อย่างไรก็ตามตามตำหรับยามันน่าจะได้ผลดังนั้นซูหยุน ต้องทนกับความร้อน
มีเพียงสิ่งเดียวที่รักษาง่ายสำหรับสภาพของเขาตอนนี้คือ ดอกไม้นี้ ไม่มีทางเลือกอื่น
เขาไม่ได้ต้องการอยู่เพียงแค่ระดับขั้นที่ต้อยต่ำเพียงขั้นที่หกของการบ่มเพาะ
เขาไม่ได้ต้องการที่จะบรรลุอะไรอีก
เขาไม่ได้ต้องการที่จะมุ่งหน้าไปสู่ความสับสนวุ่นวายอีก
เขาไม่ได้ต้องการที่จะมองลงมาอีก
เขาไม่ได้ต้องการที่จะขาดพลังที่จะปกป้องทุกคนโดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่มีความสำคัญกับเขา
ตูม!!!!!!
บางสิ่งบางอย่างในร่างกายของเขาดูเหมือนจะมีการระเบิด ผิวซูหยุนได้กลายเป็นสีแดงมากๆเช่นเหล็กร้อนสีแดงในโรงช่างตีเหล็ก
แม้ว่าเขาจะยังคงอึดอัดเขารู้สึกว่าสิ่งที่ได้รับการปล่อยออกจากร่างกายของเขา
ความรู้สึกที่คุ้นเคยทำให้เขารู้สึกมีความสุขและความตื่นเต้น!
เยี่ยม!”
ยอดเยี่ยม!”
ไม่นานหลังจากการระเบิดของร่างกายของเขาเริ่มที่จะกลับเข้าสู่สภาพปกติของเขา สถานะเดิมของเขามีความชำนาญอย่างมากที่ปราณวิญญาณของการตรวจจับ
มันเป็นระดับขั้นที่เขามีตอนนี้
หัวใจของซูหยุนอยู่ในความปีติยินดีเป็นผลของดอกไม้อย่างต่อเนื่องขณะที่มันกำลังเข้าไปสู่ร่างกาย
แต่…
พลังลึกลับของปราณวิญญาณความรู้สึกไม่ได้หยุดลง ปรากฎการณ์การพัฒนาอย่างต่อเนื่องที่ผ่านมาของตัวเองในอดีตของเขา
นี่มันเกิดบ้าอะไรขึ้น?”
ซูหยุนไม่รู้เลยว่าเกิดสิ่งใดขึ้น แต่เขายังทนในขณะที่ร่างกายของเขารู้สึกเหมือนเตาขนาดใหญ่ที่ร้อนจ้าและทำให้เขาอึดอัด
การควบคุมลมหายใจของเขาเริ่มที่จะกลายเป็นเรื่องยากและทุกอย่างในร่างกายของเขาไม่ได้อยู่ในการควบคุมของเขาอีกต่อไป
เกิดอะไรขึ้น?
จู่ ๆ ซูหยุนก็เปิดตาของเขาเเล้วสูดลมหายใจเข้าลึกๆ แต่อาการที่ผิดปกติในร่างกายของเขาก็ไม่ได้หยุด แต่กลับทวีความรุนแรงขึ้นมากๆ
ผลกระทบของยานี้ดูเหมือนจะควบคุมร่างกายของเขา ผลที่ได้คือมันแพร่กระจายผ่านทางร่างกายของเขาอย่างรวดเร็ว ร่างกายซูหยุนเริ่มที่จะเหมือนระเบิดตราบใดที่ความร้อนไปถึงระดับหนึ่งเขารู้สึกว่าเขาจะระเบิด
ว้าว!”
หลังจากนั้นเสียงหึ่งแปลกๆก็ดังออกมา
จากนั้นความรู้สึกเผาไหม้ก็หายไปและดอกไป๋ตู้ก็ย่อยสลายอย่างสมบูรณ์ ผลกระทบยาที่เกิดก่อนหน้านี้ไม่ได้ทิ้งร่องรอยบนร่างกายซูหยุนซึ่งดูเหมือนจะเปลี่ยนร่างกายภายในของเขาราวกับสายลมเย็น
ซูหยุนเปิดตาของเขา ในใจของเขายังคงประหลาดใจ
มันจบลงเช่นเดียวกับที่?
เขาตั้งใจปิดตาของเขาและเริ่มที่จะรับรู้ถึงปราณวิญญาณที่กลับไปยังร่างกายของเขา
แต่เขาก็ตกใจโดยจากผลที่ได้
จากความรู้สึกปราณวิญญาณของร่างกายของเขาเขาก็สามารถที่จะประเมินผลกระทบโดยตรงต่อความสามารถของเขาจากยา
คนธรรมดาจะระบรู้เพียงประมาณ 1% ของปราณวิญญาณของพวกเขาในขณะที่คนเริ่มต้นแห่งการบ่มเพาะจะรับรู้ประมาณ 3% หากใครคนหนึ่งรู้สึกว่าร้อยละห้าคนที่มักจะได้รับการพิจารณาให้เป็นอัจฉริยะ ยกตัวอย่างเช่นชิงเอ๋อประสบความสำเร็จในการยกระดับไม่น้อยกว่าที่ได้รับการพิจารณาเป็นอัจฉริยะ
เวลานี้ปราณวิญญาณของซูหยุนมีเป็นสองเท่า แต่ก่อนเมื่อครั้งแรงกดวิญญาณของเขาเป็นคนที่แข็งแกร่งท่วมท้น คนที่อยู่ในรุ่นราวคราวเดียวกับกับซูหยุนคงไม่มีใครเป็นคู่มือเขาได้
แต่ตอนนี้
หลังจากที่ซูหยุนยังอยู่ในความตกตะลึงกับระดับปราณวิญญาณลึกลับของตนเอง …มันเป็นความแข็งแกร่งที่มากกว่าตอนที่ซูหยุนอยู่บนจุดสูงสุดในชีวิตรก่อนหน้านี้ของเขาหลายเท่านัก …
เขาตกตลึงจนอ้าปากค้าง … ตอนนี้เขามีพรสวรรค์มากกว่าสองเท่าของก่อนหน้านี้?
สองเท่า!
ถ้าหากว่าข้ายังอยู่ในตระกูลซูข้าจะได้รับการพิจารณาเป็นอัจฉริยะที่ไม่มีใครเทียบเคียงได้ปรากฏขึ้นในรอบ1000ปี!” ซูหนุยคร่ำครวญ
เขาไม่ได้คาดหวังว่านอกเหนือไปจากการรักษาอาการป่วยของเขาเขาจะเพิ่มความสามารถของเขาได้
อัจฉริยะ? สิ่งนี้เรียกได้ว่าเป็นอัจฉริยะ? นี่มันชั่งน่าขันนัก..ฮึ! เจ้ายังไม่เคยเห็นอัจฉริยะที่แท้จริง! ความต้องการขั้นต่ำของนิกายกระบี่เทวะของข้าก็เป็นแบบนี้ … ความสามารถของเจ้าไม่ได้เป็นที่น่าประทับใจที่เลย “
ทันใดนั้นเสียงแหบแห้งก็พูดขึ้นเป็นเสียงดังออกมาจากภายในใจของซูหยุน
ใบหน้าซูหยุนแข็งทื่อแล้วมองซ้ายมองขวา แต่ไม่พบใคร
นั่นใครกำลังพูด?” ซูหยุนถาม
เด็กน้อนอย่างพยายามที่จะมองหาข้าเลยข้าอยู่ใน <เคล็ดวิชากระบี่อู๋จี๋(เคล็ดวิชากระบี่ไร้สรรพสิ่ง)>!”
มีเสียงดังขึ้นมาอีกครั้งหนึ่ง
เคล็ดวิชากระบี่อู๋จี๋?”
ซูหยุนครุ่นคิดเล็กน้อยแล้วเขาก็คิดถึงบางสิ่งบางอย่าง เขารีบเอาชิ้นส่วนของแผ่นหนังที่เขามีออกมา
แผ่นหนังจารึกระเบิดออกแล้วปลดปล่อยแสงสีทองเจิดจ้าออกมาอย่างกระทันหันและด้านบนของรูปแบบสัตว์ปีศาจนั้นเริ่มที่จะจัดเรียงและการปรับโครงสร้าง
บางส่วนของรูปแบบสัตว์ปีศาจที่จะเริ่มถอดออกเป็นด้ามจับและบางส่วนของรูปแบบปีศาจย่อยสลายกลายเป็นใบมีด ฉากนี้มีช่างมีมนต์ขลังลึกลับ แต่ที่น่าตื่นตาตื่นใจคือ
เขามองไม่เห็นกระบวนการรูปร่างทั้งเจ็ดกระบี่ที่ไม่ซ้ำกัน
เขาจ้องมองและจ้องไปที่กระบี่ทั้งเจ็ด แต่เขาไม่สามารถขยับได้
เขามองไปที่กระบี่เขาเห็นกระบี่ราวกับเคียวคล้ายๆกับร่างของสิงโตบางเล่มภายในนั้นก็สว่าวโชติช่วงละลานตาอย่างน่าอัศจรรย์ยิ่งเช่นเดียวกับเดือนและดวงดาวอันกว้างใหญ่ที่ห่อหุ้มความสง่างามของมังกรที่บินโฉบ …
ขณะที่มองอย่างแรกผู้ใดที่อยู่ที่นี่จะรู้สึกเหมือนกับว่าเขาอยู่ในใจกลางของจักรวาลและบุคคลที่จะพบว่ามันยากที่จะฉุดลากออกไป
ในโลกนี้ทุกสิ่งทุกอย่างถูกครอบงำโดยกระบี่และปราณวิญญาณลึกลับ
ซูหยุนปลดปล่อยหัวใจของเขาออกทันทีและเขาก็สูญเสียความเป็นตัวของตัวเอง
เป็นที่ศักดิ์สิทธิ์สูงส่งเช่นใดที่อยู่ในสายตา?
ซูหยุนตัวสั่นไปทั่วร่างเขาพยายามที่จะถอนแผ่นหนังที่มีมนต์ขลังนี้
มองย้อนกลับไปที่ประสบการณ์ชีวิตที่ผ่านมาของเขาครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่เขาได้สัมผัสกับฉากเช่นนี้เขาจึงช่วยไม่ได้ที่เขาจะถาม: “นี่..มันคือ”
ข้าไม่ได้บอกเจ้าหรือว่ามันคือ <เคล็ดวิชากระบี่อู๋จี๋>! “


บทที่ 7 – เจ็ดกระบี่ไร้สรรพสิ่ง
« บทที่ 6 – เคล็ดวิชากระบี่ไร้สรรพสิ่ง
รายชื่อตอน
บทที่ 8 – ข้าเเกร่งพอ! »
บทที่ 7 – เจ็ดกระบี่ไร้สรรพสิ่ง
“<วิชากระบี่ไร้สรรพสิ่ง>? ท่านเป็นใคร? แผ่นหนังนี้คืออะไร?”
ภายในใจซูหยุนอยู่ในความสับสนวุ่นวาย
ข้านะรึ? ฮ่า ๆ ๆ ๆ เด็กน้อยมันนานมากแล้วที่มีคนถามคำถามนี้กับข้า! ข้าคือปรมจารย์กระบี่ไร้สรรพสิ่ง! ข้าต้องการเพียงจะถามเจ้าว่าเจ้าทำยังไงถึงได้<วิชากระบี่ไร้สรรพสิ่ง>นี้มา?” เสียงแหบแห้งหัวเราะดังขึ้นในขณะที่เขาถามคำถามนี้
ปรมจารย์กระบี่ไร้สรรพสิ่ง?” ซูหยุนสงสัยอย่างมาก แต่ก็ตอบว่า:“ในถ้ำพยัคฆ์นิรันดร์”
ถ้ำพยัคฆ์นิรันดร์?” เสียงที่ถามถึงข้อสงสัย
ถูกต้อง”
เด็กน้อยเจ้าไม่ได้หลอกข้าหรอกนะ! <เคล็ดวิชากระบี่ไร้สรรพสิ่ง> เป็นวิชากระบี่ระดับสูงเมื่อเทียบกับสิ่งประดิษฐ์ที่ล้ำค่าบางอย่างคนมากมายยอมตายเพื่อมัน! นี่มันคือสิ่งที่มีอยู่ในมือของสุดยอดปรมจารย์ซึ่งไม่มีใครเปรียบแล้วทำไมมันถึงมาอยู่ในถ้ำที่เล็กกระจ้อยร่อยอย่างถ้ำพยัคฆ์นิรันดร์นี้?”
ถ้ำพยัคฆ์นิรันดร์มีร่างโครงกระดูกนับไม่ถ้วนมีร่างๆหนึ่งที่มีแผ่นหนังนี้ แต่หลังจากที่ข้ากำลังมองที่โครงกระดูกข้าพบว่ามันยังไม่บุบสลาย ไม่มีรอยกัดใดๆทั้งสิ้น เขาอาจจะเสียชีวิตมาก่อนแล้วพยัคฆ์นิรันดร์ก็ลากเขาเข้าไปในรังของมันเพื่อเป็นอาหารละมั้ง! อย่างไรก็ตามระดับการบ่มเพาะของเขาอาจจะสูงเกินไปทำให้พยัคฆ์นิรันดร์คิดว่าร่างๆนี้อันตรายเกินไป ดังนั้นจึงทำให้พยัคฆ์นิรันดร์ตัวนี้ไม่กล้ากินเขาเข้าไปก็ได้”
หลังจากที่ชายชราได้ยินอย่างนี้แล้วเขาก็หัวเราะออกมา“ฮ่าๆๆๆดังนั้นนี่คือสิ่งที่เกิดขึ้นสินะ… ช่างมันเถอะ! … เจ้าเด็กน้อยเจ้ารู้ตัวมั้ยว่าเจ้านั้นโชคดีแค่ไหน! สมบัติชิ้นนี้ไม่สามารเอาไปได้หากไม่มีความแข็งแกร่งพอ แต่เจ้ากลับได้มันมาแบบง่ายๆ! มันเป็นโชคชะตาของเจ้า!”
โชคชะตา?”
ถูกแล้ว” ชายแก่พูดว่า:“วิชากระบี่ไร้สรรพสิ่งเป็นวิชาที่มีประสิทธิภาพมาตั้งแต่สมัยโบราณเป็นเคล็ดวิชาที่ไม่อาจหาที่เปรียบได้ถือว่าเป็นวิชาเย้ยสวรรค์อาศัยเพียงแค่กระบี่ยาวหนึ่งเมตรก็สามารถตัดสวรรค์ได้! ถ้าหากเจ้ามีความสามารถเพียงพอที่จะเรียนรู้มันและข้าจำศิลอยู่ถูกเรียกออกมาตามธรรมชาติแล้วพวกเราอาจจะมีชะตาต้องกัน เจ้าได้เห็นเจ็ดบี่แล้วซึ่งแต่ละกระบี่เป็นตัวแทนหนึ่งความหมายของกระบี่ <วิชากระบี่ไร้สรรพสิ่ง> ภายในรูปแบบของแต่ละกระบี่ ทั้งหมดนี้คือรากฐานของเคล็ดวิชากระบี่ ข้าเดาว่าศพนี้ไม่สามารถเรียกข้าให้ออกมาได้และยังคงคิดตกกับแผ่นหนังนี้ แล้วเป็นคนที่ติดอยู่ในกองเพลิงจากความพยายามอย่างยากลำบาก”
ติดอยู่ในกองเพลิง? เพลิงอะไร? มันคือสิ่งที่ <วิชากระบี่ไร้สรรพสิ่ง> ไม่สามารถเรียนรู้ได้เพียงแค่การบ่มเพาะ?”
แต่ข้าจำศิลอยู่ในเคล็ดวิชาที่ไม่สมบูรณ์นี้โดยปราศจากส่วนที่สำคัญแล้วอย่างนี้เจ้ายังอยากจะฝึกวิชานี้อนู่อีกรึ?”
ทำไมมันถึงเป็นแแบบนั้นละ?”
อันที่จริงข้าไม่ต้องการให้ผู้ฝึกตนที่ชั่วร้ายได้ครอบครองเคล็ดวิชาในตำนานนี้ โดยปราศจากการยอมรับจากข้าคนๆนั้นจะไม่สามารถฝึกเคล็ดวิชาที่พิสดารนี้ได้เลย!”
ถ้าอย่างนั้นท่านยอมรับข้ารึ!”
เจ้ายังไม่ผ่านการทดสอบ! ตั้งแต่ข้ามีอายุถึงปูนนี้แล้วข้ายังไม่เคยเลือกใครผิดพลาดมาก่อน”
“…….” ซูหยุนนิ่งเงียบ แต่ก็ช่วยไม่ได้ที่ต้องถาม“การทดสอบของท่านคืออะไร?”
ชายชราหัวเราะ“ฮ่า ๆ ๆ ๆมีอัจฉริยะนับไม่ถ้วนที่มีความสามารถพยายามที่อยากครอบครองเคล็ดวิชานี้แต่ก็ไม่มีใครที่สามารถผ่านการทดสอบของข้า บางคนพวกเขามีไหวพริบสติปัญญา จิตวิญญาณสูงกว่าสองเท่าของคนปกติที่ได้ยอมรับกันว่าเป็นอัจฉริยะที่หายาก แต่หลังจากที่พวกเขาล้มเหลวพวกเขาเหล่านั้นสูญเสียพรสวรรค์ของพวกเขาท้อแท้กลายเป็นคนธรรมดาจากอัจฉริยะ! สรุปแล้ว?เจ้าหนุ่มเจ้ายังอยากที่จะยอมรับการทดสอบของข้าในการฝึก <วิชากระบี่ไร้สรรพสิ่ง>?”
หลังจากที่ได้ยินคำพูดของชายชรา ซูหยุนก็ตกอยู่ในความเงียบ
มีความเสี่ยงมากเกินไปในการทดสอบนี้ แต่ถ้าซูหยุนเพียงแค่ฝึกฝนจนชำนาญด้วยตัวเองเขาจะมีความแข็งแกร่งพอที่จะป้องกันการแต่งงานของชิงเอ๋อ? เขาจะสามารถที่จะต่อต้านอิทธิพลตระกูลซู?
แม้ว่าเขาจะมีความคิดมากมายสำหรับการบ่มเพาะแต่เขาอาจจะไม่สามารถที่จะแก้ปัญหาทุกอย่างที่มีประสบการณ์ของเขาในการเดินทางไปทั่วยุทธภพเป็นเวลาสิบปี
แล้วพลังอำนาจของ เคล็ดวิชากระบี่ไร้สรรพสิ่งละ?” ซูหยุนถามขึ้นหลังจากที่เงียบไปนาน
สำหรับกระบี่สี่เล่มชั้นล่าง คนที่มีความสามารถถูกกำหนดไว้ว่าเป็นปรมจารย์กระบี่ กระบี่เล่มที่หนึ่งฝึกฝนความแกร่งกล้า มันสามารถใช้เพื่อต้านศัตรูได้นับร้อยอันที่จริงเพื่อตัวของเขาเอง การบ่มเพาะของทักษะนี้สามารถทำให้ใบมีดบินผ่านอากาศหลายร้อยใบมีดเพื่อโจมตีทำลายทุกอย่าง การฝึกกระบี่เล่มที่สองก็สามารถนำมาใช้เพื่อต้านหนึ่งพันศัตรูกระบี่เล่มที่สามสามารถนำมาใช้เพื่อต้านหมื่นศัตรู กระบี่เล่มที่สี่เจ้าสามารถใช้ทักษะจิตวิญญาณของกระบี่ช่วยเพิ่มพลังอำนาจของเจ้า”
การฝึกกระบี่สองเล่มชั้นตรงกลางคนที่มีความสามารถซึ่งถูกกำหนดไว้เป็นเซียนกระบี่คนที่สามารถควบคุมหมื่นกระบี่ต้องอาศัยคนที่มีปราณวิญญาณจำนวนมากเท่าใดที่เขาจะสามารถควบคุมกระบี่จำนวนมากได้ หลังจากควบคุมกระบี่สองเล่มนี้ได้แล้วคนๆนั้นจะสามารถสร้างดารากระบี่ได้หากแต่ว่าดาราจำนวนมากในท้องฟ้าบุคคลนั้นสามารถสร้างได้เท่ากัยจำนวนเดียวกันของดารากระบี่”
สำหรับการเรียนรู้ที่สมบูรณ์จะต้องมีการเรียนรู้ของกระบี่ด้านบนถึงจะเรียกว่ากระบี่เทพเจ้า เมื่อเข้าใจ คนที่มีกระบี่ไร้สิ้นสุด สามารถฆ่าทุกสิ่งทุกอย่าง และกุมอำนาจโลกอย่างสมบูรณ์ ถ้าหากเจ้ากลายเป็นกระบี่เทพเจ้าอะไรจะเกิดขึ้นกับโลกนี้? สิ่งมีชีวิตทุกอย่างจะยอมสยบต่อเจ้า” จากนั้น ชายชรา ยิ้มและกล่าวว่า ” แต่ในปัจจุบัน มีคนน้อยมากที่ มีความสามารถ ในการฝึกใน ถึงสี่กระบี่ นอกจากประมุขของข้า เป็นผู้ที่แข็งแกร่งเพียงหนึ่งเดียวที่สามารถในการฝึกฝนในกระบี่ที่สามในสี่กระบี่แต่มีโอกาสต่อต้านกับพันกระบี่ ในขณะที่ชุดของกระบี่ที่ไม่เคยเป็นตำนานใน เคล็ดวิชากระบี่ไร้สรรพสิ่งของข้า“.
มันเป็นเรื่องยากที่จะฝึก? มันเป็นไปได้สำหรับข้ารึไม่?” ซูหยุนขมวดคิ้ว
นี่แหละเป็นวิชากระบี่ขั้นสูงสุดมันเป็นเรื่องธรรมดาสำหรับพวกเขาที่มีอุปสรรคในการฝึกฝน แต่เจ้าเข้าใจมั้ยแม้ว่าต่อให้เจ้าเรียนรู้เพียงกระบี่แรก<เคล็ดวิชากระบี่ไร้สรรพสิ่ง> เจ้าจะสามารถเดินภายใต้ฟ้าสวรรค์และมองข้ามผู้เชี่ยวชาญรอบ โลก มันเป็นเรื่องยากสำหรับสองหมัดจะต่อต้านสี่มือสี่มือสามารถถือกระบี่สี่เล่มไม่เคยบอกว่าร้อยกระบี่ถ้าหากศัตรูของเจ้าสามารถใช้ร้อยกระบี่บินผลลัพธ์จะเป็นยังไง”
คำพูดผู้เฒ่านำมาซึ่งความคิดนับพันในหัวของซูหยุนในหัวของซูหยุนที่มีกระบี่นับพันในฉากที่ยิ่งใหญ่ฆ่าหมื่นผู้เชี่ยวชาญทั้งหมดที่ถูกควบคุมโดยซูหยุน ร่างทั้งร่างของเขาถูกปกคลุมไปด้วยเลือด แต่เขาไม่จำเป็นต้องออกแรง
แน่นอนว่าวิทธยายุทธของโลกใบนี้มีความเป็นไปได้ไม่มีที่สิ้นสุดอีกมากมาย  เขาไม่เคยได้ยินว่าใครที่สามารถควบคุมหมื่นกระบี่บิน แต่ผู้เชี่ยวชาญเหล่านี้หาได้ยากมาก ส่วนใหญ่ของผู้เชี่ยวชาญเหล่านี้ไม่ได้กังวลกับโลกภายนอก แต่สำหรับประเภทของความแข็งแกร่งนี้แม้แต่ชีวิตชาวยุทธนับสิบล้าน … ก็ยังไม่เคยได้ยินเรื่องนี้
ผ่านไปสามปีข้าอาจจะไม่สามารถที่จะขุดโค่น นิกายเทียนเวยได้หรือหยุดเรื่องของตระกูลซู ข้าจะต้องพยายามฝึก“<วิชากระบี่ไร้สรรพสิ่ง>.”
ซูหยุนกำหมัดของเขาแน่นแล้วกล่าวว่า“ข้าจะเริ่มต้นร่ำเรียน <เคล็ดวิชากระบี่ไร้สรรพสิ่ง>นี้ได้อย่างไร”
ถ้าเจ้าผ่านการทดสอบเจ้าสามารถเรียนรู้ได้ สำหรับทศวรรษที่ผ่านมาประมุขนิกายกระบี่เทวะได้ท่องไปทั่วยุทธภพเพื่อเสาะแสวงหาผู้ที่เหมาะสม แต่เขาก็ไม่เคยหาพบในขณะที่มันได้ดึงดูดคนชั่วช้าและฆาตกรที่จะร่ำเรียน“เคล็ดวิชากระบี่ไร้สรรพสิ่ง”ข้ายังคงเป็นผู้คุ้มครองของวิชากระบี่ไร้สรรพสิ่งนี้ แผ่นหนังนี้เป็นคำภีร์แห่ง“เคล็ดวิชากระบี่ไร้สรรพสิ่ง”
อืมข้าเข้าใจแล้ว ว่าแต่ว่า…ท่านอาจารย์ของท่าละแล้วคนที่ตามลอบทำร้ายท่านสถานะของเจ้าคนสารเลวคนนั้น….ท่านน่าจะฝึก ‘เคล็ดวิชากระบี่ไร้สรรพสิ่ง’นี่ ใช่มั้ย? ด้วยนิกายเทวะทำไมท่านถึงอยู่ในสภาพนี้?”
คือว่า..เรื่องมันยาว! อันที่จริงข้าสามารถกำจัดคนที่ลอบทำร้ายข้าได้ง่ายดาย แต่ … คือว่ามันไม่มีค่าพอที่ตะพูดถึง! แต่ชายแก่คนนี้สัญญาว่าหากแม้นว่าเจ้าเข้าถึงในทักษะเพียงหนึ่งกระบี่นั่นน่าจะเพียงพอแล้ว เจ้าหนูโชคชะตาได้กำหนดให้เจ้าได้พบกับข้าข้าขอถามเจ้าว่าเจ้ายินดีที่จะยอมรับการทดสอบของข้าที่จะได้ร่ำเรียน“เคล็ดวิชากระบี่ไร้สรรพสิ่ง”
นี่คือโอกาสของเจ้า!
แต่ทว่าทุกอย่างนั้นก็ขึ้นอยู่กับคำพูดของผู้เฒ่าคนนี้ว่าเป็นจริง ซูหยุนไม่รู้ว่าคำพูดนี้เป็นความจริงหรือหลอกแม้ว่าเขาจะกระหายที่อยากจะฝึกฝน เขาไม่รู้เรื่องของชายคนนี้ดังนั้นเขาอาจจะได้รับอันตรายหากเขาไม่ระวัง
ซูหยุนลังเล
เจ้ากลัวหรือ?” พี่ถาม
ข้าไม่เคยสนใจเพียงแค่ความกลัวของข้า” ซูหยุนตอบ
ฮ่า ๆ ๆ ๆ ดีดี ข้าไม่คิดเลยว่าจะมีโอกาสนี้ เจ้าจะประสบความสูญเสียหากเรียนรู้วิชาที่ยิ่งใหญ่ของ <เคล็ดวิชากระบี่ไร้สรรพสิ่ง> นี้ฮ่า ๆ ๆ ๆ!” ชายแก่หัวเราะร่า แต่หลังจากนั้นใบหน้าของเขากลายเป็นจริงจังแล้วกล่าวว่า“แต่เพียงครั้งเดียวหากเจ้าพลาดมันเจ้าจะไม่มีวันกลับออกมา! เจ้ากลัวว่าข้าจะหลอกเจ้าแล้วทำร้ายเจ้าหรือเจ้าคิดให้ดีๆนะก่อนที่ข้าจะยกเลิก แต่ทว่าเจ้าอาจจะพลาดโอกาส ดังนั้น … นี้ . คือการตัดสินใจของเจ้า? เจ้าจะยอมรับการทดสอบ หรือไม่?”
ซูหยุนสูดลมหายใจเข้าไปเต็มปอดด้วยความลังเลในหัวใจของเขา
ในอดีตที่ผ่านมาความแข็งแกรงที่ซูหยุนได้รับใช้วิธีที่อันตรายเป็นจำนวนมากเช่นเคล็ดวิชาปีศาจแล้วทำไมตอนนี้เขาจะกลัว?
จะเริ่มเมื่อไหร่?” ซูหยุนถาม
โอ้! เจ้ายอมรับแล้ว?” ชายแก่รู้สึกประหลาดใจ แต่ยังดำเนินการต่อ“เจ้าจะไม่ถามเกี่ยวกับการทดสอบ?”
นับตั้งแต่ที่ข้าตัดสินใจที่จะฝึกฝนเคล็ดวิชานี้ข้าก็พร้อมที่จะก้าวเหยียบย่างไปทุกสิ่งทุกอย่าง เนื้อหาไม่สำคัญหากแม้ว่าการทดสอบจะยากแต่ข้าไม่มีอะไรที่ต้องเสีย?”
ฮ่า ๆ ๆ ๆ ..” ชายแก่หัวเราะแล้วพูดต่อ“ดี! ดี! ดีจริงๆ!
เป็นคนตรงไปตรงมาดีจริงๆเจ้าเหมาะที่จะร่ำเรียนวิชากระบี่! หน่วยก้านของเจ้านับว่าไม่เลวแต่ข้าเกรงว่ายังอาจมีคิดรบกวนจิตรใจของเจ้า! หากเจ้ายังมีความคิดครอบงำเจ้ายังดึงดันที่จะไม่ยอมยกเลิก หลังจากหนึ่งพันปีในที่สุดข้าก็มีผู้รับเลือก! ข้าหวังว่าเจ้าจะทำผ่านการทดสอบ!”
หลังจากเสียงเงียบลงไปแผ่นหนังก็ประทุกลายเป็นไฟสีแดงงดงามร้อนน่าดู
วิชากระบี่วางอยู่ตรงพื้น”
ชายชรากล่าวว่า
ซูหยุนทำหน้าเหลอหลา
ในขณะที่มองแผ่นหนังที่ไหม้ประตูกลมทองก็ปรากฏด้านหน้าของซูหยุน
เพื่อร่ำเรียน<วิชากระบี่ไร้สรรพสิ่ง>จำเป็นที่จะต้องผ่านการทดสอบนี้ เพียงหลังจากที่เจ้าได้บรรลุเป้าหมายที่แท้จริงเจ้าสามารถฝึก <เคล็ดวิชากระบี่ไร้สรรพสิ่ง>”
ฝึกฝนที่แท้จริง <เคล็ดวิชากระบี่ไร้สรรพสิ่ง> ท่านหมายความว่ายังไง?”
ในการใช้งานพลังที่แท้จริงของ <วิชากระบี่ไร้สรรพสิ่ง> เมื่อข้าศึกษา <วิชากระบี่ไร้สรรพสิ่ง> ในช่วงเวลาของข้า ข้าไม่เข้าใจแก่นแท้ที่แอบซ่อนท่ามกลางในหมู่ของมันกว่าจะรู้มันก็สายไปแล้ว ไปรับกระบี่ซะ!”
หลังจากที่ได้ยินซูยุนอยู่ ๆ ก็ตระหนักถึงด้ามจับกระบี่ แต่ทำไมเป็นด้ามกระบี่ที่ซ่อนอยู่ในอีกดินแดนหนึ่ง?
นี่คืออีกดินแดนหนึ่งและกระบี่นี้อยู่บนชั้นที่สี่ที่ปารกฎขึ้นอย่างรวดเร็ว!”
ชายชรากล่าวว่า
ซูยุนจ้องไปที่ประตูวงกลมสีทองและก้าวเท้าเข้าไปภายใน
####################
ผู้เฒ่า:เจ้าหนู
ซูหยุน:จ้ากกกผะผะ…ผีหลอก
ผู้เฒ่า:บ่แม้นผี..ฮ้วย!สิเอาบ่เคล็ดวิซาาา
ซูหยุน:เอาติละ  เอ้ย!เอาครับ
ผู้เฒ่า:งั้นเดินเข้าไปเลย
ซูหยุน:แต่มันมืดติละ ข่อยย่านเด้..มีหยั่งน้อบาดนี่
ผู้เฒ่า:เข้าไปๆอน่าลีลา
ซูหยุน:ค้าบบบบบ


บทที่ 8 – ข้าเเกร่งพอ!
« บทที่ 7 – เจ็ดกระบี่ไร้สรรพสิ่ง
รายชื่อตอน
บทที่ 9 – ผลจันทร์เสี้ยว »
บทที่ 8 – ข้าเเกร่งพอ!
ชั้นแรกของพื้นที่ทดสอบ: พื้นที่ไร้สภาพ
ที่มีหมอกหนาและท้องฟ้ามืดสนิท ไม่มีดวงจันทร์ไม่มีดวงดาวมีที่ดินเป็นพื้นที่ๆเงียบสนิทมีร่องรอยของสิ่งมีชีวิตอื่น ๆ ไม่มี
ซูหยุนก้าวไปข้างหน้าบนพื้นดินที่เย็นยะเนือก
โอ้—? ว่าแต่เจ้าไม่เคยได้ยินชื่อของนิกายกระบี่เทวะหรอกหรือ?”
ข้าไม่ค่อยได้อ่านหนังสือและท่องยุทธภพมากนัก แต่ข้าไม่เคยได้ยินชื่อนิกายกระบี่เทวะ ข้าคิดว่ามีน้อยคนนักที่เคยได้ยินชื่อนี้ในทวีปแห่งยุทธนี้”
หลังจากเขาเดินเข้าไปในพื้นที่ไร้สภาพเขาสังเกตอย่างระมัดระวังโดยรอบของเขาในขณะที่เขายังคุยกับผู้เฒ่า
ผู้เฒ่าพูดต่อ:“นิกายกระบี่เทวะควรจะมีลูกศิษย์ท่านประมุขรอดชีวิต แต่ได้ทวีความรุนแรงขึ้น มีเพียงศิษย์ท่านประมุขอาจารย์ศิษย์หลักอาจารย์และอาจจะเป็นต้นเหตุภัยพิบัติของนิกายกระบี่เทวะหลังจากที่ท่านประมุขถูกลอบทำร้ายซึ่งเป็นชนวนเหตุให้นิกายสูญเสียสำนักวิชา นี้อาจเป็นสาเหตุทำให้ชื่อเสียงกระบี่เทวะจางหายลงไปในความว่างเปล่าตอนนี้”
ท่านจำวันที่ท่านถูกไล่ทำร้ายได้มั้ย?”
วันที่7เดือน8ปีอู่ซร่างตี้!”
ตอนนี้เป็นวันของปีอู่เวย! เวลาของพวกเราผ่านมาแล้วหนึ่งพันปีเต็ม!” ซูหยุนรู้สึกประหลาดใจกับคำของผู้เฒ่า
ผู้เฒ่าถอนหายใจด้วยความเศร้าโศก
ตูม!!!!!! ตูม!!!!!!
ได้ยินเสียงดังกึกก้อง!
ซูหยุนเป็นกังวลมากในขณะที่เขาได้ยินเสียง! เขามองทุกหนแห่งเห็นเพียงกระบี่ร่วงลงมาจากฟากฟ้าซึ่งแทรกโดยตรงลงไปในดินในด้านหน้าของเขา
กระบี่สูงร้อยเมตรและกว้างสิบเมตร ใบมีดไม่ได้สวยงามแต่มันกลับปล่อยมากลิ่นอายกดขี่ที่ทะลุผ่านบริเวณรอบทิศทางมาแทน
ซูหยุนทุบเข้าไปใจกลางอย่างรวดเร็ว เขาไม่มีเวลาที่จะคิด ทันใดนั้นใบมีดเริ่มก่อขึ้นเอ่อล้นเหมือนเขื่อนแตกที่เริ่มปล่อยกลิ่นอายแห่งหายนะท่วมท้นกดทับและทำลายล้างเขา
ตูมมมม!
แผ่นดินข้างใต้ซูหยุนให้ทางทันทีทำให้แรงกดดันจากเท้าของเขา เขาเกือบจะต้องคุกเข่าที่อดกลั้นต่อแรงกดดัน
แต่เขากัดฟันของเขาทันทีทั้งๆที่กระบี่แม้จะมีแรงกดดันฉับพลัน
นี่คือส่วนแรกของการทดสอบ! หากเจ้าต้องการล้มเลิกให้รีบบอกข้าให้เร็วที่สุดเท่าที่เป็นไปได้ตัวเจ้าเองอย่าประมาทมากเกินไปเพราะแม้ว่าเกือบจะล้มเหลวก็จะไม่ทำร้ายชีวิตของเจ้าเพียง แต่ว่ามันจะทำลายพรสรรค์ของเจ้า ดังนั้นเจ้าต้องระวัง!”
เสียงผู้เฒ่าดังขึ้นในจิตรใจซูหยุน
แต่ในใจของซูหยุนทางเลือกไหนก็ได้?
ซูหยุนได้ทำดีที่สุดที่จะต้านทานแรงดันกระบี่พยายามที่จะป้องกันไม่ให้มันครอบงำตัวเอง
พื้นดินปริแตกมากขึ้นและหินโดยรอบเริ่มที่จะพังเป็นชิ้นๆ
ใบหน้าซูยูนเริ่มปกคลุมไปด้วยเหงื่อและมองดูตึงเครียจ
หืม?”
ทันใดนั้นร่องรอยของข้อสงสัยลอยผ่านความคิดของเขา
ทำไมหินแตกแล้วทำไมแผ่นดินมีรอยแยก แต่มันไม่ได้ส่งผลกระทบต่อข้า?
การบ่มเพาะของเขาไม่สูง แต่เขาสามารถทนต่อแรงกดดันดังกล่าวโดยปราศจากแผลบนร่างกายของเขาได้อย่างไร? ผู้เฒ่าบอกว่าการทดสอบนี้จะไม่ทำร้ายชีวิตของเขา แต่จะทำให้เสียพรสวรรค์
ทำให้เสียพรสวรรค์?
หมายความว่านี่คือการโจมตีทางจิตวิญญาณ?
ซูหยุนได้สงสัยว่าเรื่องนี้เป็นกรณีที่อยู่ในใจของเขา
เพื่อแข่งขันกับการโจมตีทางจิตวิญญาณแล้วในเวลานี้เขาควรจะใช้วิชานั่งฌานช่วยให้เขาทนกับความกดดันกระบี่
จากนั้นซูหยุนสูดเอาลมหายใจลึกแล้วหลับตาและเริ่มที่จะนั่งสมาธิโดยใช้วิชานั่งฌานในความทรงจำของเขา
ด้วยวิชาทางจิตมันกลายเป็นเรื่องง่ายที่จะทนต่อความกดดันของกระบี่นั่นเอง ความกเดันกระบี่หายไปจากร่างกายของเขาไม่นานหลังจากนั้น
เพล้ง!!! เพล้ง!!! ตูม!!!
ในขณะที่กระบี่แยกส่วนออกจากกันเป็นหลายชิ้นพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้าที่มืดมิดและเริ่มกระจายตัว
เหอ? จบแล้วหรือ?”
ผู้เฒ่าพูดด้วยเสียงประหลาดใจ“ชั้นนี้ประกอบด้วยจิตวิญญาณของบรรพบุรุษถ้าจิตวิญญาณของเจ้าไม่แข็งแกร่งพอเจ้าจะไม่สามารถมันการทดสอบนี้!”
นี่เป็นข้อพิสูจน์ว่าจิตวิญญาณของข้าเข้มแข็งมีความแข็งแกร่งพอ.”
อย่าประเมินค่าตัวเองสูงไป! เร็วมาคุยกันเจ้าใช้วิธีไหน?”
ผู้เฒ่าดูเหมือนจะสนใจมาก
วิชาทางจิตวิญญาณที่เรียกว่า: <ฌานสิบแปรผัน>.”
ใช้วิชาด้านจิตวิญญาณ? ฉันไม่ได้บอกว่าไม่อนุญาต แต่วิชาจิตวิญญาณเหล่านี้จะไม่ให้เจ้าปลอดภัยได้ตลอด! ไม่มีจิตวิญญาณที่แข็งแกร่งไม่สามารถที่จะต้านทานเพียงวิชาจิตวิญญาณ อ่าาา … .เด็กน้อยเจ้าไม่ประสาเลย”
ชั้นที่สอง: ดินแดนเยือกแข็ง
มีหิมะทุกที่ มันเป็นเหมือนสถานที่อุณหภูมใต้ศูนย์องศาเช่นอาร์กติกหรือขั้วโลกใต้
ซูหยุนก้าวไปข้างหน้าเพื่อเข้าชมหยาดรูปกระบี่ที่ตั้งอยู่ด้านหน้าเขามากมาย ทันใดนั้นเสียงดังของลมกระโชกแรง ลมกระโชกเศษน้ำแข็ง!
ซูหยุนตัวสั่นและกัดฟันของเขาทนต่อความหนาวเย็น ความเย็นแช่ได้กระดูกแม้เลือดของเขาเกือบจะดูเหมือนกับจะหยุดไหล
ชั้นที่สองมีความแตกต่างจากการทดสอบของชั้นแรกเจ้าควรให้ความสนใจ!”
เสียงของผู้เฒ่าดังขึ้นอีกครั้ง
อันที่จริงมันแตกต่างกัน นี่ไม่ใช่การโจมตีจิตวิญญาณขณะนั้นซูหยุนเห็นว่ามือของเขามีสีม่วงและเท้าของเขาถูกแช่แข็ง ผลกระทบของสภาพแวดล้อมได้มีผลต่อร่างของเขา
ที่นี่ไม่มีกลอุยายใด มันคือการทดสอบจิตตานุภาพและแรงใจ!
ด้วยมุมมองความคิดของเขาซูหยุนฟันของเขาทนความเจ็บปวดทั้งหมดและต้านทานเสียงกรีดร้องของลมกระโชกเศษน้ำแข็ง
แรกเริ่มพายุน้ำแข็งเป็นเหมือนลมพัดเย็นๆ ไม่ใช่เรื่องใหญ่
แต่เมื่อเวลาผ่านไปพลังมันก็มากขึ้นจนกลายเป็นพายุน้ำแข็ง มันเริ่มน่ากลัวมากขึ้นแล้วก็เริ่มที่จะระเบิดอย่างบ้าคลั่งเหมือนฝ่ามือขนาดใหญ่ผลักดันซูหยุน
ซูหยุนรักษาเสถียรภาพของเขาเขาต้านแรงด้วยพลังและแก่นพลังภายในจิตวิญญาณของเขายังคงอยู่ในความสงบ เขาจะไม่ถอยกลับแม่แต่ก้าวเดียว
พายุน้ำแข็งมีความเข้มแข็งอีกครั้ง
ในเวลานี้ไม่ได้มีเพียงแค่แรงผลักดัน แต่มันกลายเป็นอันตรายเช่นกรงเล็บสัตว์นับไม่ถ้วนสับซูหยุนเป็นชิ้นๆ!
ย้ากกกกกก!”
เสียงคำรามซูหยุนดูเหมือนจะกระตุ้นเขา ร่างของเขาที่เต็มได้วยบาดแผลและดูเหมือนว่ามันจะมาถึงขีดจำกัดของเขา แต่เขาตั้งใจว่าจะไม่ล่าถอย
เยี่ยม ความมุ่งมานะมีมากพอ! เต้าต้อเกาะไว้! หากเจ้าไม่ผ่านการทดสอบนี้เจ้าจะไม่ได้รับอนุญาตให้ร่ำเรียนวิชากระบี่ของข้า! อย่าทำเพื่อข้าจงทำมันเพื่อตัวของเจ้าเอง! เกาะไว้!”
ผู้เฒ่าตะโกน
แม้ว่าพี่เคยมีประสบการณ์เป็นอัจฉริยะโหลพวกเขาไม่แปลกใจที่เขาเหมือนซูยูน ตั้งแต่ครั้งแรกที่ผู้เฒ่าพบซูหยุนดูเหมือนว่าวิชากระบี่ไร้สรรพสิ่งในที่สุดก็จะปรากฎขึ้นอีกครั้งในทวีปนี้ เขาไม่ได้ต้องการทำลายโอกาสนี้ด้วยมือของเขาเอง ซูหยุนมีความกระตือรือร้นมากกว่าที่ผู้เฒ่าผ่านการทดสอบ
พายุน้ำแข็งมีความเข้มข้นขึ้นอีกครั้ง
แต่ในขณะนี้ซูหยุนได้ทะลุขีดจำกัดของเขาไปนานแล้ว
เขาแทบจะไม่ครอบคลุมภายในใจของเขาออกมาได้มีเพียงคนเดียวที่อยู่ในความคิดจิตใจของเขา
ที่อดีตอันว่างเปล่า!
เขาละทิ้งความวอกแวกทั้งหมดแล้วพยุงตัวเองอย่างเต็มที่
ในที่สุดพายุน้ำแข็งไม่สามารถพัดเขาถอยกลับแม้แต่ครึ่งก้าว สิ้นสุดลง
ทุกอย่างกลับเจ้าสู่ความเงียบอีกครั้ง
ยินดีกับเจ้าด้วยเด็กน้อย! เจ้าประสบความสำเร็จผ่านการทดสอบที่สอง!”
ผู้เฒ่าร้องให้ออกมาในความปิติ
ข้าทำสำเร็จแล้วหรือ!”
ซูหยุนถอนหายใจ เสียงของเขาอ่อนแรงแต่น้ำเสียงของเขาเเน่วแน่
ซูหยุนรู้ว่าเขาเป็นคนอ่อนแอ เขาไม่สามารถทำอะได้มาก แต่ถ้าเขาตัดสินใจที่จะทำมันแล้ว เขาจะทำอย่างเต็มที่ ว่ากันตามตรงเขาเป็นคนทะเยอทะยานมากเกินไป แต่ว่าเขานั้นมีความตั้งใจมุ่งมั่นในสิ่งที่ทำเขาไม่เคยล้มเลิก!
ผู้เฒ่าพยักหน้าในสัญญาและกล่าวไม่มาก
ประตูสีเหลืองปรากฏ ซูหยุนเข้าไปและมาถึงชั้นที่สาม
ชั้นที่สาม: บึงลาวาแดง
มีแต่ความเงียบ มันไม่ได้เย็น แต่ร้อนมาก
มีแมกมาเป็นผุดเป็นฟองก๊าซความร้อนดูเหมือนจะระเบิดออกมาแบบสุ่ม มันดูเหมือนที่แผ่นดินที่อาจย่างคนที่ยังมีชีวิตอยู่ได้
แต่สถานที่แห่งนี้เป็นที่ๆพิเศษ
ห่างจากซูหยุนเพียงสิบเมตรเป็นกระบี่สีแดงร้อน มันก็ติดอยู่ภายในหินหนืด แต่ไม่มีเส้นทาง
กระบี่ถูกล้อมไปด้วยลาวาใบมีดได้เผยให้เห็นไฟที่เผารอบ ๆเหมือนมังกรโอบอุ้มรอบๆกระบี่
เบื้องหลังกระบี่สิบเมตรมีประตูที่นำไปสู่การทดสอบที่สี่ หน้าประตูมีชายหนุ่มคนหนึ่งที่มีผมสีขาวยืนอยู่ด้านหน้า
เจ้าต้องการที่จะเรียนวิชากระบี่ไร้สรรพสิ่งโดยผ่านการทดสอบนี้หรือไม่?”
ชายหนุ่มคนหนึ่งตะโกน
เขาเป็นใคร?” ซูหยุนถาม
นี่คือกระบี่ไร้สรรพสิ่งมรดกตกทอดของท่านบรรพบุรุษ! ด้านหลังของเขาสมบัติลวง!”
ผู้เฒ่ากล่าวอย่างตื่นเต้น
ถ้าเจ้าต้องการเคล็ดวิชากระบี่ไร้สรรพสิ่ง คุณจะต้องผ่านระดับที่สามของการทดสอบปลดปล่อย ‘กระบี่ตะวันแดง’ แล้วหากเจ้าชนะเจ้าจะพบกับข้าบนชั้นสี่ ข้าจะรอพบเจ้าบนชั้นสี่!”
จากนั้นภาพของชายคนนั้นก็จางหายไป
หลังจากที่ซูหยุนได้รับฟังเขาขมวดคิ้วแน่น
สถานที่ที่เขาอยู่ในขณะนี้ที่ไม่ได้ไกลมากแค่สิบเมตรกว่าๆ แต่มันก็เป็นเรื่องยากที่จะกระโดดข้ามไป จับกระบี่ที่อยู่ตรงกลางเพื่อให้มันเป็นไปได้ยากมากที่จะไปดินแดนต่อไป
ไม่มีฐานที่ตั้งแล้วเขาจะทำอย่างไร?
นี่คือชั้นที่สามการทดสอบจะไม่เกี่ยวกับความอดทนความทนทาน แต่หรือเพื่อทดสอบกระบี่และ่าจิตรสามารถเป็นหนึ่งเดียวกับกระบี่และว่าสายตาของเจ้ามีความแหลมคมพอ นี้เป็นเรื่องยาก สรุปด้วยดาบเจ้าจะต้องเอาชนะกระบี่ทั้งหมด แม้ว่าเจ้าจะมีกองทัพแต่เมื่อเจ้าตกอยู่ในหินหนืดเจ้าจะเพียงแต่จะสามารถที่จะพึ่งพากระบี่ของเจ้าเท่านั้น เมื่อเจ้าตกอยู่ในหินหนืดความสามารถของเจ้าจะได้รับความเสียหายและเจ้าจะล้มเหลวการทดสอบนี้? เจ้าตั้งใจจะทำต่อหรือไม่?”
ผู้เฒ่ากล่าว
แต่ซูหยุนยังคงนิ่งเงียบ
เขาจ้องกระบี่ที่เสียบในหินหนืด:“กระบี่ตะวันแดง” เขาจดจ่ออยู่กับมันมากขึ้นและมากขึ้น เหมือนกับการจู่โจมของงูพิษเขาหรี่ตาของเขาราวกับเห็นเหยื่อ
เขาทิ้งความลังเลซูหนุนขยับแล้วก้าวกระโดดเข้าไป“กระบี่ตะวันแดง” เพียงการกระโดดครั้งเดียว
เจ้าอย่าใจร้อนเกินไป! เจ้าจะต้องระวังคอยดูหินหนืด! มันจะทำให้เจ้าล้มเหลวอ!ปัดโถ่!” ผู้เฒ่าถอนหายใจด้วยความผิดหวังจากการกระทำของซูหยุน
อย่างที่คิดไว้
หลังจากที่ซูหนุนได้ย่างก้าวเข้ามาหินเหนืดก็ปะทุเดือดพร่านระเบิดความร้อนอิกมาปิดทางคลื่นร้อนกระทบซูหนุน
แต่ความสูงของคลื่นที่ไม่ได้สูงพอและซูหยุนกระโดดลอยสูงขึ้นไปในอากาศ
คลื่นความร้อนไม่ได้สัมผัสตัวเขา แต่ผู้เฒ่าไม่ได้มีความหวัง
มันแตกต่างกันมากสำหรับการซูยูน ผู้เฒ่ากระโดดสูงขึ้นมากและดูเหมือนว่าผู้เฒ่ายสามารถผ่านการทดสอบนี้ได้อย่างง่ายดาย
แต่ผลที่ตรงกันข้ามกับความคาดหวังของผู้เฒ่า
หลังจากที่กำลังมองหาขณะที่ซูหยุนที่ร่วงลงมาจากที่สูงขึ้นในอากาศเขาไม่ได้กระแทกลงในหินหนืดเขาหยุดกึกไม่กี่ฟุตเหนือหินหนืดแทน
ผู้เฒ่าประหลาดใจโดยผลที่กระทำของซูหยุน
ในความเป็นจริงซูหยุนได้ก้าวไปที่ด้ามกระบี่ตะวันแดง!
เหอ?” เจ้าเด็กน้อยเจ้าทำได้! แต่เจ้าจะต้องดึงกระบี่ออกมาเจ้าจะทำอย่างไร? ถ้าเจ้าดึงมันออกมาเจ้าจะไม่มีพื้นที่ให้ก้าวเดินแล้วเจ้าจะตาย!”
อย่างไรก็ตามซูหยุนหยุดนิ่งไม่เคลื่อนไหว ร่างกายของเขามีความมั่นคงยืนอยู่บนด้ามกระบี่แล้วมองมาที่ประตูที่สี่ ทันใดนั้นเขาก็สูดเอาลมหายใจลึกปราณวิญญาณแปรสภาพเท้าและขาของเขา จากนั้นเขาก็กระโดดไปทางประตูที่สี่ในหนึ่งก้าวกระโดด
ในขณะที่ทำเขาตีลังกา360 องศาและคว้ากระยี่ตะวันแดง เขาดึงมันออกมาได้อย่างรวดเร็วและบินไปทางประตูที่สี่
ฟุบ! ตูม!!!!!!
ซูหยุนกระแทกโดยตรงลงไปในพื้นดิน เขามองดูกระอักกระอ่วน แต่เขาก็ข้ามดินแดนประสบผลสำเร็จ
หน้าอกผู้เฒ่าแทบระเบิดออกมาด้วยความประหลาดใจ เขาไม่เคยคาดคิดเกี่ยวกับวิธีการที่ซูกยุนใช้ในการผ่านการทดสอบที่สาม
ชั้นที่สี่: สุสานกระบี่
มีกระบี่หักเกลื่อนกลาดไปทุกๆที่
พวกเขาติดอยู่ในพื้นดิน: เอียงโงนเงนมืดและไร้ชีวิตชีวา
แต่ในท่ามกลางสิ่งเหล่านี้เป็นชายหนุ่มผมสีขาวยืนอยู่
ชายหนุ่มสูงแปดฟุตหน้าตาหล่อเหลาและกระบี่สีดำของเขาคายก๊าซสีดำและสีขาวที่มีมนต์ขลังมาก
นี่คือกระบี่ของ เคล็ดวิชากระบี่ไร้สรรพสิ่ง แห่งหุบเขาบรรพชน
ซูหยุนเดินย่ำไปทางหุบเหวและความกดดันกระบี่ปล่อยออกมาและความดันท่วมท้นซูหยุน
ข้าจะพ่ายแพ้บรรพบุรุษในดินแดนนี้?” ซูหยุนได้รับแรงกดดันในหัวใจของเขา
ไม่!ตราบใดที่เขารู้ว่าเจ้าเป็นผู้รับเลือกที่เหมาะสม แต่เจ้าต้องใช้ความแข็งแกร่งของเจ้าทั้งหมด ด้วย กระบี่ตะวันแดง เจ้าต้องพยายามเอาชนะเขา!”
สู้ด้วยกระบี่?”
ซูหยุนขมวดคิ้ว
ทั้งความสามารถของบรรพบุรุษและอาวุธที่อาจล้ำหน้าซูหยุน
แต่ซูหยุนที่เข้าใจว่าการต่อสู้เป็นการเลือกเท่านั้น
ซูหยุนผ่อนลมหายใจช้าลงและจากนั้นก็ก้าวขึ้นมาอย่างภาคภูมิใจที่จะต่อสู้กับบรรพบุรุษ
เป็นเพียงแค่การทดสอบบรรพบุรุษเสมือนจริงของดินแดนนี้ไม่มีโอกาสแสดงพลังอำนาจอย่างเต็มที่เขาไม่สามารถที่จะยับยั้งซูหยุนได้อย่างสมบูรณ์
ข้าต้องใช้ทุกอย่างที่มีและบางทีข้าอาจจะผ่านการทดสอบ”
หลังจากที่เขาตัดสินใจแล้วซูหยุนจู่ ๆ ก็เร่งฝีเท้าของเขากับกระบี่ตะวันแดงในมือของเขาเขาถ่ายปราณวิญญาณเข้าไปในกระบี่
วูบบบ!
เขาฟันไปข้างหน้าทีหนึ่งอย่างเต็มเหนี่ยวด้วยอำนาจของพลังวิญญาณภายในซูหยุนอันเกรี้ยวกราด เสียงลมหวีดพัดกระบี่และบรรจุแรงผลักดันของ หมูป่าวิ่งปรี่
แต่ไม่แม้แต่ผ่านเป็นครั้งที่สอง!
บรรพบุรุษกระบี่แค่หายไป
ไร้ประโยชน์?
ซูหยุนใจตกหันไปรอบ ๆ อย่างรวดเร็วแล้วถอยออกแต่ก็ประหลาดใจที่พบบรรพบุรุษกระบี่ก็จะปรากฏข้างๆเขา
บรรพบุรุษกระบี่จับยึดก้าวไปข้างหน้า ยกมือ และฟันตรงไปทางกระบี่ซูหยุน
กระบี่รวดเร็วดั่งสายลม แต่ยังบรรจุเต็มไปด้วยพลังจิตอันมหาศาล
ความแรงกระบี่, การเคลื่อนไหว, มุม ฯลฯ เป็นจริงเหมือนกันกับซูหยุน
นี่เป็นเพียงแค่การเลียนแบบของการโจมตีของเขา!
ซูหยุนไม่ทันป้องกันและกระบีาตัดไปที่ไหล่ซ้ายของเขา เขารีบถอยกลับมามีเลือดหยดจากไหล่ของเขา
บรรพบุรุษจะไม่ใช้ความสามารถเดิมของตัวเองเขาจะใช้การโจมตีของเจ้าเองแทนในการเอาชนะเจ้า! ไม่มีเคล็ดลับในการทดสอบนี้! จะชนะได้เจ้าจะต้องเอาชนะตัวเอง!”
เสียงผู้เฒ่าโผล่ออกมา
หากเจ้าโดนโจมตีสามกระบี่เจ้าจะล้มเหลว ทำอะไรสักอย่างสิอย่าให้ล้มเหลวจนในนาทีสุดท้าย!” ผู้เฒ่าตะโกนอีกครั้งด้วยความร้อนใจ
แต่ในตอนนี้ซูหยุนกำลังยุ่งำม่ได้สนใจคิดกับคำพูดของผู้เฒ่า
ซูหนุนไม่เลือกที่จะโจมตี แต่ล่าถอยออกมา
เนื่องจากเขาเลียนแบบการโจมตีของซูหยุนหากไม่ได้โจมตีบรรพบุรุษจะเลียนแบบได้ยังไง?
ซูหยุนคิด
ในตอนนั้นบรรพบุรุษก็ยกมือของเขาและบรรยากาศทั้งหมดเริ่มสั่น ภาพกลิ่นอายของบรรพบุรุษเริ่มแสดงให้เห็นถึงความยิ่งใหญ่
เจ้าหนูอย่าพยายามหลบหนีและถ่วงเวลาเพราะเมื่อเจ้าหยุดโจมตีบรรพบุรุษจะเคลื่อนย้ายตัวเจ้าออกจากเคล็ดวิชาไร้สรรพสิ่ง ถ้าเขาทำอย่างนั้นเจ้าจะไม่สามารถที่จะหลบหนีและจะสูญเสียแน่นอน!”
ผู้เฒ่ารู้ผ่านกระทำของซูหยุนอย่างรวดเร็ว
ซูหยุนทำใจให้รัดกุมไม่กี่นาทีแล้วรีบผลักความกังวลของเขาออกไป ทันใดนั้นเขาได้ขยับตัวแล้วได้พุ่งเจ้าไปโจมตีบรรพบุรุษอีกครั้ง
ในขณะที่บรรพบุรุษเกือบถูกโจมตีโดยซูหยุนเขาได้หายตัวไปอีกครั้งแล้วปรากฏอยู่ในตำแหน่งที่ดีโจมตีซูหยุนซ้ำอีกครั้ง
แต่ครั้งนี้ซูหยุนจู่ ๆ ก็ขยับไปด้านข้างแล้วง้างใบมีดของเขาตรงไปที่บรรพบุรุษกรีดภาพเสมือนจริง
ฉัวะ!
** กระบี่หัก
อะไรกัน” ผู้เฒ่ารู้สึกประหลาดใจ
บรรพบุรุษมักจะหายตัวไปขณะที่จะถูกโจมตีและเหมือนว่าจะเลียนแบบการเคลื่อนไหวแล้วโจมตี ที่จริงแล้วเขาจะเลียนแบบการโจมตีดังนั้นนี่คือโอกาสของข้าเท่านั้นที่จะถูกโจมตี แต่ว่าจะทำอย่างไรข้าจะพบโอกาสเหมาะ? ง่ายมากเพราะข้าจงใจจะทำให้เกิดจุดอ่อนและเมื่อเขาเลียนแบบข้าจะเปิดการโจมตีจุดอ่อนนี้กระแทกเขา!”
หลังจากที่ซูหยุนแทงทะลุภาพเสมือนเขาก็กล่าวอย่างจริงจัง
เขาอาจจะไม่สามารถเอาชนะบรรพบุรุษถ้าบรรพบุรุษใช้พลังเต็มสิบส่วนของตัวเอง แต่ว่าเขาสามารถเอาชนะตัวเองได้
เยี่ยม! สุดยอด! ฮ่าๆๆ เจ้าหนูทำได้ดีมากโชคดีจริงๆที่สวรรค์ลิขิตให้ได้พบกับเจ้า! โชคดีจริงๆที่เจ้าค้นพบจุดอ่อนได้รวดเร็ว! ยอดเยี่ยมจริงๆ!”
ปู้เฒ่าเกือบปรบมือให้
เวลานี้ภาพเสมือนจริงของบรรพบุรุษยังคงยืนนิ่ง เขาไม่ได้โจมตี แต่เพียงยืนอยู่หน้าซูหยุนและผู้เฒ่า
แม้ว่าเจ้าจะไม่มีกระบี่เลย เจ้าใช้ภูมิปัญญาในขณะที่กวัดแกว่งกระบี่ เจ้าสามารถรักษาความสงบนิ่ง เยือกเย็นและกล้าข็ง นี้เป็นสิ่งที่หายากเพื่อให้เจ้ามีความเหมาะสมในการเรียนรู้วิชากระบี่ไร้สรรพสิ่ง พวกเจ้าเสร็จสิ้นการทดาอบของข้าแล้ว เจ้าหนุ่ม!”
จากนั้นภาพที่เสมือนกระจายหายไปแล้วด้ามกระบี่เรียวยาวสีเทาและสีขาวก็หล่นลงบนพื้นดิน
ซูยูนรีบเดินไปทางนั้นและหยิบมันขึ้นมา
ฮ่า ๆ ดี! ดีมาก!! เจ้หนูซูหยุนเจ้าทำให้ข้าประหลาดใจครั้งแล้วครั้งเล่า เต้าได้รับการยอมรับจากบรรพบุรุษกระบี่! ดังนั้นเจ้าก็ได้กลายเป็นประมุขคนใหม่ของนิกายกระบี่เทวะ! การฟื้นฟูของนิกายกระบี่เทวะตกอยู่บนบ่าของเจ้าแล้ว!” ผู้เฒ่ากล่าวพูดในขณะที่หัวเราะด้วยเปี่ยมล้นด้วยความสุข
ข้าเพียงแต่บอกว่าข้าจะเรียนวิชากระยี่ไร้สรรพสิ่งแต่ไม่ได้บอกว่าข้าจะทำให้นิกายกระบี่เทวะฟื้นคืน ผู้อาวุโสข้าเกรงว่าข้าไม่สามารถทำได้สำเร็จ ”
ซูหยุนกล่าวเบาๆในขณะที่เขาวางด้ามกระบี่บนร่างของเขา
ข้ารู้ว่าเจ้ามีสิ่งที่เต้าต้องการทำให้สำเร็จ แต่ภาระนี้ … คุ้มค่ากล่าววันข้างหน้าเราค่อยพูดคุยเกี่ยวกับมัน ฮ่า ๆ ๆ ๆ” ผู้เฒ่าดูเหมือนไม่ได้กังวล เขาหัวเราะขึ้นอีกครั้งแล้วไม่ได้พูดถึงมันอีก
ข้าเอาด้ามกระบี่ย้ายออกจากโลกเสมือนจริงนี้ได้? แล้วจะใช้มันยังไง? ”
แน่นอนว่าโลกเสมือนจริงนี้คือการทดสอบสำหรับด้ามกระบี่ เมื่อเจ้าตัดสินใจเป็นประมุขคนไหม่เจ้าก็สามารถเลือกที่จะให้ด้ามกระบี่นี้ให้กับบุคคลทุกคนที่มาที่นี่ จ้าก็ผ่านการทดสอบเดียวกันนี้ ข้าไม่เข้าใจความหมายของแบบนี้มาก่อน แต่ตอนนี้ข้าดูเหมือนจะเข้าใจแล้ว”
อะไรนะ” ซูหยุนถาม
อย่าลืม” พี่ตอบ
อย่าลืม?” ซูหยุนสับสน
ใช่อย่าลืมว่าที่นี้เพราะสภาพแวดล้อมเสมือนจริงนี้เป็นปฐมภูมิสำหรับวิชากระบี่ไร้สรรพสิ่ง ถ้าหากข้าไม่ได้เข้ามาที่นี่ข้าจะสามารถหาด้ามกระบี่มาก่อนได้อย่างไร”
ถ้างั้น … ท่านผู้อาวุโสตอนนี้ท่านจะทำอย่างไร?” อยุ่ถาม
ข้าได้ตายก่อนวัยอันควร! มือสังหารลอบสังหารข้า ข้าได้พบจุดจบของข้าก่อน! แต่มันก็คุ้มค่าข้าเป็นปีศาจอาศัยอยู่มานับหมื่นปี! ทุกอย่างที่ข้าอยากจะเพลิดเพลินกับข้าจะมีความสุขกับมัน”
เอ่อ …หมื่นปี..” ซูหยุนผงะ:“ท่านบรรพบุรุษกระบี่ตอนนี้เขาอยู่ที่ไหน?”
ข้าไม่รู้ เขาเคยบอกว่าเขาตายจากเนื่องจากปีศาจแผ่นดินใหญ่?”
ทวีปปีศาจ?” ซูหยุนมองดูเปลี่ยนแปลงเล็กน้อย แต่ไม่ได้แสดงความคิดเห็นเพิ่มเติม
ซูยูนเห็นล้อมรอบจู่บิดและบิดเบือน จากนั้นเขาก็กลับออกมาในที่ราบพยัคฆ์ ทุกอย่างยังคงเป็นเช่นเดียวกับก่อนหน้านั้น
ยินดีด้วยที่เจ้าได้ผ่านการทดสอบตอนนี้สามารถฝึกฝนเคล็ดวิชาและตอนนี้ทุกอย่างจะถูกแสดงในเคล็ดวิชากระบี่ไร้สรรพสิ่ง! ตราบใดที่เจ้าเพียรพยายามเจ้าจะประสบความสำเร็จ!”
เจ้าหนูตอนนี้ข้าง่วงแล้วข้าต้องการจะงีบสักหน่อย! ข้าเป็นเพียงจิตวิญญาณข้าแทบจะไม่เคยคุยกับใครมานานแล้วข้าปราณวิญญาณมากไป ข้ายังคงอ่อนแอและถ้าหากข้ายังคงสภาพแบบนี้ข้าอาจจะหายไปอย่างถาวร! ลาก่อน เจ้าหนู!”
ผู้เฒ่ากล่าว
หลังจากที่ซูหยุนได้ยินอย่างนี้เขาก็มีอารมณ์ขุ่นเคือง
อ่า..ได้ครับ” ถ้ามันเป็นจิตวิญญาณมนุษย์จะเผาผลาญปราณวิญญาณและทุกครั้งที่ใช้ปราณวิญญาณจนหมดเกลี้ยงก็อาจจะมีความเสี่ยงที่จางหายไป
แต่เพื่อที่จะทำให้ซูหยุนมีโอกาสที่จะได้รับเคล็ดวิชาไร้สรรพสิ่งผู้เฒ่าใช้พลังงานอย่างมาก
ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นก็ตามซูหยุนก็รู้สึกขอบคุณผู้เฒ่าเป็นอย่างมากจากในหัวใจของเขา
เขาวางด้ามจับบนพื้นดินทันทีและคุกเข่าสามครั้ง
ขอบพระคุณสำหรับคำแนะนำผู้อาวุโสรโปรดรักษาตัว โปรดรับความเคารพจากข้าด้วย”
ผู้เฒ่ารู้สึกแปลกใจ แต่หลังจากช่วงเวลานั้นความสุขของเขาก็เพิ่มขึ้น“ดี!! ดี!! ดี!! ผมไม่คิดว่าหลังจากที่ดูแลรักษากระบี่ในที่สุดข้าก็จะได้รับสิ่งตอบแทน …… ฮ่าฮ่าฮ่า !!!!”


บทที่ 9 – ผลจันทร์เสี้ยว
« บทที่ 8 – ข้าเเกร่งพอ!
รายชื่อตอน
บทที่ 10 – สมบัติที่หายไป »
บทที่ 9 – ผลจันทร์เสี้ยว
เคล็ดวิชากระบี่ไร้สรรพสิ่งประกอบไปด้วยทักษะการฟันกระบี่ที่น่าอัศจรรย์,สามารถปกครองสิบล้านมือกระบี่ทั่วไปได้,
อย่างไรก็ตาม,แม้รูปแบบกระบี่แรกของทักษะที่หนึ่งมันไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะฝึกฝน
ผู้เชี่ยวชาญรูปแบบท่าแรกกระบี่,จะต้องมีความถูกต้องลื่นไหลและรวดเร็ว, ก่อนหน้านั้นซูหยุนจำต้องขัดเกลาท่าร่างกระบี่ของเขาเสียก่อนเป้าหมายแรกของเขาคือ รูปแบบกระบี่ท่าที่หนึ่ง,
ด้ามกระบี่มีพลังลึกล้ำ,ซึ่งทำให้ตกตลึงอย่างน่าอัศจรรย์ทุกๆคนสามารถรับรู้ได้จากความสามารถในด้ามกระบี่,
มันไม่ใช่ด้ามกระบี่ธรรมดาๆ,มันมีช่องว่างมิติที่ด้ามกระบี่
ภายในด้ามกระบี่มี: 180,000 พื้นฐานกระบี่ 150,000 กลั่นกระบี่ 2,995 กำเนิดกระบี่และ 5 เทพกระบี่,
หากใครที่สามารถควบคุมกระบี่ทั้งหมดภายในช่องว่างมิติที่ด้ามกระบี่ได้,คนๆนั้นจะสามารถครองโลกได้อย่างง่ายดายและกลายเป็นเทพกระบี่เพียงหนึ่งเดียว,
อย่างไรก็ตาม,กระบี่พวกนี้ไม่มีอันไหนที่เป็นกระบี่ธรรมดาๆ, การฝึกฝนกับกระบี่เล่มใดนั้น, คนผู้นั้นจะต้องเป็นหนึ่งเดียวกับกระบี่แต่บะเล่ม,แต่ละกระบี่ที่มีความแตกต่างกัน, ซูหยุนเพียงเริ่มต้นในการฝึก <วิชากระบี่ไร้สรรพสิ่ง> รูปแบบที่หนึ่งของสี่รูปแบบกระบี่ก่อนจะกลับไปยังทวีป,
หลังจากที่กลับออกมาเขาพบว่าม้าดำวิญญาณยังคงพักอยู่ไกล้ๆต้นไม้,
ซูหยุนให้อาหารม้าดำวิญญาณเหมือนหญ้าแห้งต่างๆ, หลังจากที่พักครึ่งชั่วยามเขาขี่ม้าดำวิญญาณออกจากที่ราบ,
หลังจากมาถึงเส้นทางหลัก,ซูหยุนได้รับความสะดวกมากขึ้น,เพราะเขาคุ้นเคยกับการเดินทางบนเส้นทางเหล่านี้, แม้ว่าเขาจะออกจากตระกูลซูมา,เขาก็สามารถอยู่รอดได้เพราะความรู้มากมายในทักษะยาของเขาและทักษะการอยู่รอดที่เหนือชั้นอื่นๆ,
แต่เขาก็ไม่มีความตั้งใจที่จะออกจากสกุลซู,
ไม่ได้เป็นเพียงเพราะชิงเอ๋อยังเป็นส่วนหนึ่งของตระกูลซู, แต่อิทธิพลและอำนาจของตระกูลซูไม่อาจประเมินได้, นอกจากนี้เงื่อนไขการฝึกฝนของตระกูลซูยังมีเงื่อนไขพิเศษเมื่อเทียบกับสถานที่อื่น ๆ ในทวีป
ซูหยุนทำตามกิจวัตรประจำวันให้อาหารม้าวิญญาณของเขา,แล้วพักผ่อนไม่กี่นาทีจากนั้นก็กลับไปบนเส้นทางหลัก, เขาขี่ไปเอื่อยๆ
กระเป๋าของซูหยุนเต็มไปด้วยข้างจองจากถ้ำพยัคฆ์นิรันดร์อีกด้วย, หากสัมภาระนี้ถูกตระกูลซูค้นเจอ,จะทำให้เกิดความสงสัยมากที่จะมุ่งเน้นไปที่ซูหยุน
พยัคฆ์นิรันดร์ไม่ใช่สัตว์อสูรที่ทุกคนสามารถเอาชนะได้, ความสามารถที่น่าอนาจของซูหยุน,เขาจะใช้วิธีไหนที่จะได้รับส่วนของร่างพยัคฆ์นิรันดร์?
ดังนั้น,เขาจงใจที่จะอ้อมไปเพื่อที่จะหลีกเลี่ยงตระกูลของเขา เข้าไปเมืองเล็ก ๆ ในเขตชานเมืองของตระกูลหลักแทน”เมืองทะเลสาบกระจก”
เมืองทะเลสาบกระตกมีชื่อเสียงเป็นเมืองของ ความอุดมสมบูรณ์, ที่มีภูมิทัศน์ที่สวยงาม,ตั้งอยู่ใกล้ตระกูลซูและสำนักวิชาสำนักเซียนกระบี่,ดังนั้นมันจึงไม่ได้รับผลกระทบจากสัตว์ปีศาจ, หลายคนมาที่นี่เพื่อชื่นชมและพักผ่อน,ดังนั้นมันจึงเป็นที่ๆมีชีวิตชีวามากๆ
เจ้าเมืองของเมืองนี้ได้รับการแต่งตั้งจากประชาชน,ซึ่งเป็นเรื่องธรรมดาในทวีปแห่งยุทธ, อย่างไรก็ตาม,มีหลายเมืองที่ไม่ได้รับการคัดเลือก, แต่เมืองเหล่านี้อยู่ภายใต้เขตอำนาจของกองกำลังอื่น ๆ และสำนักต่าง ๆ, เพื่อที่ว่าพวกเขาจะไม่ถูกยึดครองโดยกองกำลังภานนอก
เมืองทะเลสาบกระจกนี้ขึ้นอยู่กับฝ่ายสำนักเซียนกระบี่ที่ตั้งอยู่ในเมือง, ในแต่ละปี,ทุกครัวเรือนจะต้องจ่ายเงินภาษีให้กับสำนักเซียนกระบี่, แต่สำนักไม่ได้เห็นแก่ตัว, เงินภาษีที่ไม่สูงมากนัก, แต่มันมีความจำเป็น, เมื่อไหร่ก็ตามที่เมืองทะเลสาบกระจกตกอยู่ในอันตราย,สำนักเซียนกระบี่จะช่วยขจัดภัยคุกคามให้,ในหัวใจของชาวเมืองนิกายเซียนกระบี่นั้นคือนักบุญและสมควรได้รับเงินภาษี, บางครั้ง,นิกายเซียนกระบี่จะส่งสาวกบางคนมาซื้อสินค้าหรืออาหาร, แต่ชาวเมืองไม่เคยเรียกเก็บเงินจากพวกเขาเลย,
ซูหยุนจูงม้าสีดำเข้าไปในเมือง,และซูหยุนต้องการเดินตรงไปยังใจกลางเมืองไปสถานที่ประมูลที่ใหญ่ที่สุด,
เมืองทะเลสาบกระจกมีความเจริญรุ่งเรืองมาก,มีหลายกองกำลังพิเศษที่มีชื่อเสียงประจำการภายในแผ่นดินใหญ่,ร้านยุทธภันฑ์ที่มีชื่อเสียงที่สุดของทวีป“ร้อยอาวุทยุธทภันฑ์” ร้านยาที่ใหญ่ที่สุด“คลังโอสถซันฮวาซีน” และศูนย์ประมูลที่ใหญ่ที่สุด“โรงประมูลฟ้าตะวัน”, นี่คือปลายทางที่ของซูหยุน, นโยบายคือการเก็บข้อมูลของลูกค้าทุกคนเป็นความลับอย่างเคร่งครัด,ไม่ว่าลูกค้าคนนั้นจะสำคัญแค่ไหนเขาก็คือลูกค้าเหมือนกัน,
มีความเสี่ยงสูง,ส่วนของร่างกายพยัคฆ์นิรันดร์นั้นพิเศษ,ถ้ามันถูกพบเข้าละก็น่าจะพบปัญหา,
โรงประมูลฟ้าตะวันอยู่ในจุดศูนย์กลางของเมืองทะเลสาบกระจก,ทำเลที่ตั้งมีผู้คนพลุกพล่าน,สาวกของนิกายเซียนกระบี่อาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก,
โรงประมูลฟ้าตะวันมีคลังเล็กๆ, ภายใน,มีพนักงานหญิงคอยต้อนรับอยู่ที่หน้าเคาร์เตอร์อย่างต่อเนื่อง,
ซูหยุนเดินไปที่พนักงานต้อนรับที่คอยมาตั้งแต่เช้าตรู่
มีอะไรให้ช่วยค่ะนายท่าน?”
พนักงานยิ้มหวานถาม
ซูหยุนนำส่วนของร่างพยัคฆ์นิรันดร์ออกมาและวางไว้ที่เคาน์เตอร์
สินค้าพยัคฆ์ระดับแก่นแท้วิญญาณ: หนึ่งหัวใจ, ตาหนึ่งคู่, สี่กรงเล็บ, หนึ่งหนังพยัคฆ์ …”
พนักงานที่ให้บริการอดใจนับและไม่ได้ดูเหมือนแปลกใจเลย,
นางเพียงแค่ทำหน้าที่ของนาง แม้ว่าในแง่ของความแข็งแกร่งแท้จริง,พยัคฆ์นิรันดร์มีพลังมากเกินไปสำหรับซูหยุน, อย่างไรก็ตาม,มันก็ไม่ใช่ครั้งแรกของนางที่เห็น, แต่ว่านางรู้สึกแปลกใจเล็กน้อยของความแข็งแกร่งซูหยุนในหัวใจของนาง, มันเป็นเรื่องยากมากที่จะได้รับชิ้นส่วนพยัคฆ์นิรันดร์…
ท่านพร้อมที่จะเพิ่มรายการเหล่านี้เข้าประมูลประมูลโดยตรงเพื่อดูว่าจะขายได้หรือท่านจะขายทันทีเลยก็ได้ในราคาที่ลดลงมา? พนักงานบริการยิ้มหวาน
เปลี่ยนเป็นเหรียญจิตวิญญาณตอนนี้!”
ซูหยุนซึ่งตอนนี้ไม่มีความจำเป็นเร่งด่วนต้องใช้เงิน,ดังนั้นเขาจึงไม่ต้องการเสียเวลา
ไม่มีปัญหา,โปรดรอสักครู่”
พนักงานบริการหยิบรายการราคาสำหรับวัสดุเหล่านี้และค้นหาในหมวดพยัคฆ์, หลังจากที่ค้นพบหน้าพยัคฆ์นิรันดร์แล้ว,นางจึงเริ่มคำนวณราคาการคำนวณเหรียญจิตวิญญาณที่ซูหยุนจะได้รับ
ไม่นานหลังจากนั้นการคำนวณเสร็จสิ้น
ท่านจะได้รับรวมทั้งสิ้น 9,416 เหรียญจิตวิญญาณท่านพอใจกับราคานี้หรือไม่?” พนักงานบริการถาม
ข้าพอใจ,ข้าเชื่อว่าการประมูลอาจได้รับนับหมื่นเหรียญ, แต่ข้าไม่มีเวลา!, ไม่เป็นไรช่างมัน”, ซูหยุนตอบ
ได้,โปรดรอสักครู่, ข้าจะไปนำเงินของท่านออกมา”
หลังจากนั้น,พนักงานนำบัตรสกุลเงินจิตวิญญาณออกมาและส่งไปยังซูหยุน, ซูหยุนตรวจสอบและพบว่ามี 9,416 เหรียญจิตวิญญาณ
เขากลายเป็นคนร่ำรวยทันทีแล้วท่าทีคลายลงและเขาก็เริ่มออกจากห้องเล็ก ๆ
แต่ในขณะที่เขากำลังเตรียมพร้อมที่จะออกไป,ห้องโถงใหญ่ที่เชื่อมต่อกันอยู่ห้องเล็กห้องหนึ่งมีเสียงดังมาก, สิ่งนี้ดึงดูดความสนใจของซูหยุน
ที่นั่นมีบัญชีรายชื่อของภาระกิจในโรงประมูล,สามารถมองหาได้ในใจกลางห้องโถงใหญ่, บัญชีรายชื่อยาวอย่างเหลือล้น
ที่นั้นมีภาระกิจวิญญาณหลายงานอยู่ในบัญชีรายชื่อ
ผู้คนหลายคนในโรงประมูลฟ้าตะวันไม่ได้มาเพื่อซื้อสินค้า, พวกเขามาที่นี่เพียงแค่มอบภาระกิจเพื่อได้รับวัสดุ, นี่เป็นเรื่องธรรมดามากและภาระกิจทั้งหมดถูกระบุในบัญชีรายชื่อ,
ซูหยุนได้สุ่มภาระกิจที่จะทำด้วยสายตาของเขา, ทันใดนั้น,สายตาของเขาก็สว่างขึ้นเป็นชื่อที่คุ้นตาของเขา
ผลจันทร์เสี้ยว?”
นี่คือหนทางหนึ่งในการเพิ่มการบ่มเพาะที่มีประสิทธิภาพมากๆ, มันตั้งอยู่ในหุบเขาจันทร์เสี้ยว, แต่มันเป็นของที่หายากมาก, ในหุบเขามันยังเป็นที่อันตรายอย่างมากด้วนเช่นกัน, ผู้เชี่ยวชาญจิตวิญญาณหลายรายหายตัวไปอย่างแปลกประหลาดภายในหุบเขาหลังจากที่พวกเขาเข้ามา, มีรายงานว่าพวกเขาทั้งหมดเสียชีวิตจากปากของสัตว์อสูรวิญญาณที่ทรงพลัง,
สินค้าขิ้นนี้มีระดับที่สูงมากๆ,มูลค่าสูงถึงหกหมื่นเหรียญจิตวิญญาณ, เกือบจะมากพอที่จะให้คนๆหนึ่งใช้ชีวิตที่เรียบง่ายอย่างสบายๆ,
แม้ว่าผลตอบแทนจะสูง,ไม่มีใครกล้าเสี่ยงที่จะทำสำเร็จได้, จำนวนผู้ทีทำภาระกิจนี้เสร็จสมบูรณ์ในปัจจุบันก็ยังคงเป็นศูนย์
ซูหยุนลังเลอยู่ครู่หนึ่งใจของเขากำลังคิด, แต่แล้วเขาก็เดินไปที่ประตู
พนักงานมองไปที่การเคลื่อนไหวของชายหนุ่มและดวงตาของนางพองขึ้น,
น้องชายเจ้าอยากตายรึ?, ภาระกิจนี้ค่าตอบแทนอาจจะสูง,แต่ก็เป็นสิ่งที่อันตรายอย่างมาก!, เงินนี่ไม่คุ้มกับชีวิตของเจ้า”. พนักงานเตือน
เฮ้… เจ้าอาจจะไม่รู้เกี่ยวกับหุบเขาจันทร์เสี้ยว,ใช่มั้ย?, ข้าจะบอกเจ้า!เดือนที่แล้ว,มีคนสองสามคนพร้อมด้วยอุปกรณ์จิตวิญญาณไปที่หุบเขาจันทร์เสี้ยวเพื่อล่าสมบัติ, พวกเขาเป็นศิษย์ขั้นผลิวิญญาณ, พวกเขาไม่เคยกลับมา! ข้าคาดว่าพวกเขาอาจจะตายข้างในนั้น!”
มีผู้คนหลายคนด้านข้างซูหยุนเยาะเย้ยเขา,
แต่มันก็ไร้ประโยชน์,ซูยูนจ่ายเงินมัดจำห้าสิบเหรียญจิตวิญญาณ,ยอมรับภารกิจและออกจากตึก


บทที่ 10 – สมบัติที่หายไป
« บทที่ 9 – ผลจันทร์เสี้ยว
รายชื่อตอน
บทที่ 11 – ความลับแห่งหุบเขาจันทร์เสี้ยว »
บทที่ 10 – สมบัติที่หายไป
การเกิดใหม่กระทันหันเกินไปและซูหยุนจำภารกิจนี้ได้ไม่มากนัก, แต่เขายังคงจำเป็นปรับแผนงานของเขา
ปัจจุบันเขาต้องการสร้างความแข็งแกร่งก่อน
นอกจากนี้บริเวณพื้นที่ผลจันทร์เสี้ยวไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะได้รับ, มีรายงานว่า,แม้ว่ามันจะสามารถเพิ่มการบ่มเพาะได้,แต่มันยังเกือบจะไม่มีข้อเสียด้วยเช่นกัน,แม้แต่ศิษย์พื้นฐานก็สามารถย่อยสลายได้อย่างง่ายดาย
ผลจันทร์เสี้ยวเป็นสิ่งที่น่าอัศจรรย์,แต่มันก็ไม่ใช่สิ่งที่หาง่าย, ที่เป็นอย่างนี้เพราะหุบเขาจันทร์เสี้ยวมีความลึกลับที่อันตรายมาก, ผู้คนมากมายที่เข้าไปในหุบเขาจันทร์เสี้ยวไม่ได้กลับออกมา
ซูหยุนไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับพวกเขา ,แต่เขาไม่คุ้นเคยกับหุบเขาจันทร์เสี้ยว, เขาไม่รู้แม้แต่สถานที่ๆแท้จริงของผลจันทร์เสี้ยวขึ้น
ตราบใดที่ข้าระมัดระวังสัตว์อสูรที่ปกครองที่นั่น,ข้าจะสามารถหาผลไม้ได้อย่างง่ายดาย, ด้วยผลไม้,ข้าจะสามารถยกระดับการบ่มเพาะของข้าหรือแม้กระทั่งข้ามไปยังเขตแดนต่อไป, มันน่าจะช่วยได้มาก!”
ซูหยุนกล่าว,คิดครู่หนึ่ง,แล้วเดินไปอีกด้านหนึ่งข้างๆของร้าน
เถ้าแก่,ขอ’ผงแป้งสัตว์อสูรกู่’ให้ข้าสองขวด ซูหยุนพูดกับเถ้าแก่โดยตรง, เจ้าของร้านตอบ:“ได้เลยท่านลูกค้าข้าจะรีบไปเอามาให้ท่านทันที!”, เถ้าแก่เจ้าของร้านตะโกนเสียงดังและเดินไปเตรียมสินค้า
ผงแป้งสัตว์อสูกู่,ทำจากสัตว์อสูรระดับสูง,สัตว์อสูรส่วนใหญ่มีความแข็งแกร่งมากกว่าระดับหนึ่งพยัคฆ์วิญญาณและแม้กระทั่งระดับสองสัตว์อสูรวิญญาณ,ดังนั้นสิ่งเหล่านี้มีค่าอย่างมาก,ในเมืองทะเลสาบกระจกมีไม่กี่ที่ๆขาย, ส่วนใหญ่ถูกขายให้กับลูกศิษย์ของสำนักเซียนกระบี่
แน่นอน,วัตถุดิบสัตว์อสูรวิญญาณระดับสูง,ที่มีระดับสูดลิ่ว,นั้นสามารถให้ผลผลิตเป็นผงบดเพียงเล็กน้อยจากผิวของพวกมันเท่านั้น, ซูหยุนต้องจ่ายเงินสองพันเหรียญจิตวิญญาณ
หนึ่งขวดมวลผงแป้งจิตวิญญาณ,สามกล่องครีมรักษาเร่งด่วน,ยันต์ลักลอบ,ขวดผงอำพรางและแหวนมิติระดับต่ำ”
ซูหยุนตะโกนรายการที่เขาต้องการทีละรายการ, พนักงานคิดเงินเตรียมพร้อมทันทีและได้จ่ายเงิน, ซูหยุนก็เหลือเพียง 3,354 เหรียญจิตวิญญาณ
รายการสิ้นค้าเหล่านี้พบได้ง่ายในโรงประมูลฟ้าตะวัน, แต่ร้านเล็ก ๆ ก็คุ้ค่ามากสำหรับรายการระดับต่ำ
หลังจากใส่ของในแหวนมิติของเขาแล้ว,เขากระโดดขึ้นไปบนอานของม้าดำของเขาและขี่ม้าเข้าหุบเขาจันทร์เสี้ยว
เมืองทะเลสาบกระจกสวยงามห่างไกลจากทะเลสาบหุบเขาจันทร์เสี้ยว, ขี่ม้าดำวิญญาณกินเวลาประมาณครึ่งวันก็ไปถึงปลายทาง
แน่นอนว่าสมบัติที่สำคัญที่สุดของหุบเขาจันทร์เสี้ยวไม่ใช่ผลจันทร์เสี้ยวแต่เป็นสมบัติล้ำค่า: “ผลึกสวรรค์”(เทียนชิง)
ผลึกสวรรค์” เป็นสิ่งที่หลายคนไม่เคยรู้จักเกี่ยวกับมัน,แต่มีข่าวลือสิ่งล้ำค่านี้มากมายนัก
แม้ว่าเป้าหมายหลักของซูหยุนคือการหาผลจันทร์เสี้ยว,ถ้าหากเขาสามารถหาเส้นทาง“ต้าจร่างเทียน” และได้พบมัน, การผจญภัยนี้จะนำมาซึ่งผลประโยชน์ไม่น้อย
ข่าวคราวของ“ผลึกสวรรค์” มีน้อยมาก, มันเป็นระดับที่ไม่มีใครรู้จัก, หากนี่เป็นสิ่งที่ปิดบัง,เพราะอะไรถึงมีคำกล่าว,ในเวลานั้นตระกูลซูก็ค้นหาด้วยเช่นกัน, อย่างไรก็ตาม,พวกเขาค้นหามานานหลายวันก็ไม่เคยพบสิ่งใด,แม้แต่ผู้บ่มเพาะก็นังเกือบตาย
ครึ่งวันต่อมา
ซูหยุนเดินทางอย่างราบลื่นไปที่ปากทางหุบเขา
ภายในหุบเขา,มีต้นไม้เขียวชอุ่มและเสียงนกและสัตว์ป่า
ซูหยุนลงจากม้า,แยกผงอำพราง,กระจายบนเสื้อผ้าของเขาและเข้าไปข้างในด้วยความกล้าหาญ
ผงอำพรางป้องกันกลิ่นของซูหยุนจากการเดินทางผ่านหุบเขา,ทำให้เขาหลีกเลี่ยงสัตว์อสูรวิญญาณจำนวนมากได้, แน่นอนว่า,ผงอำพรางมีผลกระทบกับสัตว์อสูรระดับสูงไม่มากนัก
ซูหยุนเดินตามเส้นทางที่ใกล้ๆน้ำ
ไปตามเส้นทางของหุบเขาจันทร์เสี้ยว,ไม่นานเขาก็หยุดอยู่ตรงทางแยกห้าเส้นทางที่คดเคี้ยว, เขาเลือกหนึ่งเส้นทางด้านขวาสุดและเดินต่อไปยังพื้นที่ๆเปิดโล่ง
พื้นที่โล่งมีพืชพันธ์ขึ้นมากมายหลายชนิด, แต่ตรงกลางที่แห่งนี้,มีต้นไม้ยักษ์,ที่มีความสูงเกือบยี่สิบเมตร,มีกิ่งก้านสาขาเจริญงอกงาม,และใบมีสีแดงเพลิง, หากใครมองจากระยะไกลๆ,ที่มีลมพัด,มันจะเหมือนกับเปลียวเงไฟกำลังลุกไหม้
ด้านบนของต้นไม้มีผลไม้ขนาดเท่ากำปั้นแขวนอยู่
มันคือผลจันทร์เสี้ยว
มีเพียงผบเดียวบนต้นไม้, เมื่อได้เก็บมันไปแล้ว,ไม่กี่วันต้นไม้จะเหี่ยวเฉาและอีกร้อยปีถึงจะเก็บผลไม้ได้อีก
อย่างไรก็ตาม,การฟื้นฟูผลจันทร์เสี้ยวก็ไม่ใช่เรื่องง่าย, นี่เป็นเพราะ“สัตว์อสูรหยกอัคคี” มักอยู่รอบๆต้นจันทร์เสี้ยว
สัตว์อสูรหยกอัคคี” อยากจะกินผลสุก,ซึ่งจะช่วยทำให้มันก้าวเข้าสู่ลำดับที่สูงขึ้นของสัตว์อสูร“ เจ้าอสูรหยกอัคคี”หากต้องการผลจันทร์เสี้ยวท่านจะต้องมีจิตวิญญาณที่แข็งแกร่งเหมาะสมกับ“สัตว์อสูรหยกอัคคี” แต่กรณีนี้ไม่เหมือนกันผู้คนมากมายถูกกินโดยสัตว์อสูรหยกอัคคี
ตาของซูหยุนจับจ้องอยู่บนผลจันทร์เสี้ยว, เขาหยิบผงแป้งสัตว์อสูรกู่ออกมาทันทีแล้วโปรยมันไปในอากาศ
หลังจากนั้นผงแป้งเข้าไปในอากาศ,มันได้แพร่กระจายอย่างรวดเร็วไปตามกระแสลม
ไม่กี่วินาทีต่อมา
โฮกกกก!
เสียงคำรามน่ากลัวเจาะผ่านความเงียบ, พื้นดินเริ่มสั่นสะเทือนเสียงฝีเท้าเหยียบย่ำโยกย้ายอันหนักหน่วงออกไปจากบริเวณของซูหยุน, สัตว์อสูรวิญญาณที่อ่อนแอหลายตัวหนีออกไปจากพื้นที่, เงาสัตว์อสูรที่ดุร้ายเคลื่อนย้ายออกไปจากพื้นที่
เช่นเดียวกันกับสิ่งมีชีวิตทั้งหมดสัตว์อสูรหยกอัคคีมีศัตรูตามธรรมชาติจำนวนมาก, แต่ทว่า,สัตว์อสูรวิญญาณที่ใช้ทำผงแป้งสัตว์อสูรกู่เป็นหนึ่งในนักล่าสัตว์อสูรหยกอัคคีเป็นนักล่าหลัก,ซึ่งเป็นหนึ่งในสิ่งมีชีวิตที่มันกลัว
สัตว์อสูรหยกอัคคีออกไปแล้ว!” แม้ว่ามันจะหนีไปอย่างรวดเร็วจากความกลัว,เมื่อผงแป้งสัตว์อสูรกู่ซึ่งได้กระจายไป,สัตว์อสูรหยกอัคคีอาจจะกลับมมาได้ในไม่ช้า, เวลากำลังเดินออกไป,ซูหยุนไม่รัรอ,เขารีบปีนขึ้นไปบนต้นไม้และเก็บผลจันทร์เสี้ยวอย่างระมัดระวัง
กลิ่นหอมของผลจันทร์เสี้ยวเด่นชัดมาก,มันปล่อยกลิ่นหอมรัญจวน,ทำให้ซูหยุนน้ำลายค่อยๆไหลออกมาตามความคาดหมาย, อย่างไรก็ตาม,เขากระโดดลงจากต้นไม้แล้วออกไปอย่างรวดเร็ว
ภายในหนึ่งชั่วโมงจากที่เก็บ,ผลจันทร์เสี้ยวมันจะให้ประโยชน์มากที่สุด
ซูหยุนพบสถานที่ที่ปลอดภัยและหยิบออกมากัดเข้าไปคำโต
หลังจากที่กินเข้าไป,หน้าอกซูหยุนเริ่มร้อนขึ้นทันที,ราวกับไฟไหม้หน้อกของเขา
ทันทีที่,เขานั่งขัดสทาธิและเริ่มเข้าฌาน, ทั่วทั้งร่างของเขา,กลิ่นอายจิตวิญญาณลึกลับก็โผล่ออกมาทันที
ซูหยุนสะตกใจและตรวจสอบสิ่งที่เกิดอย่างรวดเร็วว่าเกิดอะไร, เขาประหลาดใจที่พบว่าระดับพลังวิญญาณของตัวเองเพิ่มระดับก้าวกระโดด!
พลังของกล้ามเนื้อมนุษย์มาจากเส้นเลือดที่เชื่อมต่อไปยังแก่นแท้วิญญาณ, แก่นแท้วิญญาณกำหนดเร็วการฟื้นคืนปราณวิญญาณ, ในขณะที่การบ่มเพาะขั้นที่6,ผู้บ่มเพาะส่วนใหญ่มีแก่นแท้อำนาจพลังวิญญาณเพียง40ระดับ, แต่ซูหยุนมีแก่นแท้อำนาจวิญญาณ110ระดับ
ระดับการบ่มเพาะของเขาพุ่งขึ้นไปขั้นที่7และอยู่ไม่ไกลจากจุดสูงสุดขั้นที่7
ซูหยุนมีความสุขมาก
เขามีความตื่นเต้นอยู่ในหัวใจนับว่าเจาเป็นประวัติการณ์
ในที่สุด,ข้าก็ได้มาถึงขั้นที่เจ็ด! ในที่สุดข้าก็ก้าวเข้ามาในขั้นที่เจ็ด …”
เขาพึมพำในขณะที่ร่างกายของเขาทั้งตัวสั่นด้วยความตื่นเต้น
หลังจากหลายปีที่ฝัน,ในที่สุดเขาก็มีวันนี้
แต่น่าเสียดาย,ที่มีผลจันท์เสี้ยวเพียงหนึ่งใบมิฉะนั้นเขาจะกินผลไม้นี้ครั้งแล้วครั้งเล่า
หลังจากนั้นไม่นาน,ซูหยุนตัดสินใจที่จะไปต้นจันทร์เสี้ยวต้นต่อไป, ซูหยุนโปรยผงแป้งสัตว์อสูรกู่ไปในอากาศ,และได้รับผลไม้อีกชิ้นหนึ่งเพื่อจบภาระกิจที่เขาได้รับมา, ซูหยุนอยากจะได้ผลไม้มากกว่านี้, แต่เขาจำสถานที่ได้เพียงสามแห่งเท่านั้น, แต่น่าเสียดาย,ที่สถานที่ๆสามมีอันตรายมากเกินไปและยุ่งยากที่จะได้รับผลไม้เช่นกัน
หลังจากได้รับผลไม้ผลที่สอง,เขาไม่รีบร้อนที่จะออกไป, แต่เขาเข้าไปในส่วนลึกของหุบเขาจันทร์เสี้ยวต่อแทน
ต่อไป,ค้นหา“ผลึกสวรรค์”
โฮกกกกก!
ทันใดนั้นเสียงคำรามที่อยู่ในลำคอมาจากด้านหน้าของซูหยุน …



ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

ต้องอ่าน . . .

Legendary Moonlight Sculptor - เล่ม 1 ตอนที่ 1 กำเนิดดาร์คเกมเมอร์ (The Birth of a Dark Gamer)