WORLD DEFYING DAN GOD 210 - 220

Chapter 211 ผลึกจักรพรรดิ

เฉินเซี่ยงลูบผมขาวของเหลิ่งยู่หลานพลางรู้สึกประลาดใจซ้ำแล้วซ้ำเล่า เขาคาดไม่ถึงว่าน้องสาวร่วมสาบานของเขาจะครอบครองโลหิตมังกร

เฉินเซี่ยง ตอนที่ข้าออกมาเมื่อครู่ข้าสัมผัสได้ถึงของดีบางอย่างภายในเหมืองแห่งนี้!” หลงเสวี่ยอี๋ยิ้มกรุ้มกริ่ม

ทุกๆสิ่งที่หลงเสวี่ยอี๋ได้ยืนยันมันต้องเป็นของที่ไมธรรมดาอย่างแน่นอน เฉินเซี่ยงจึงกล่าวถามอย่างเร่งร้อน “เจ้าอยากให้ข้าไปหาหรอ?”

หลงเสวี่ยอี๋กล่าวพลางยิ้มอย่างพอใจ “ถ้าเจ้าอยากได้มัน อย่างน้อยๆ…เจ้าต้องขุดลึกลงไปกว่า 100 จ้าง แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่าเจ้าจะหามันพบ!”

มันคืออะไร?” เฉินเซี่ยงกล่าวถามอีกครั้ง เพราะที่นี่ก็เป็นแค่เหมืองผลึกศิลา มันจะไปมีอะไรอยู่ในนี้ได้?

ผลึกจักรพรรดิ!” เป่ยยู่ยู่และซูเหม่ยเหยากล่าวขึ้นพร้อมกัน

หลังจากเฉินเซี่ยงได้ยินคำนั่น เขาพลันกระโดดโหยงด้วยความตกใจ! ผลึกจักรพรรดินับเป็นสิ่งของที่พิเศษและหาได้ยากยิ่ง ผลึกจักรพรรดิจะให้กำเนิดเส้นโลหิตบางอย่างซึ่งยากที่จะอธิบาย ตามตำนาน ผลึกจักรพรรดิเคยปรากฏขึ้นเพียง 2 ครั้งและที่มาของมันก็ยังคงไม่อาจทราบได้อย่างแน่ชัดจนถึงตอนนี้

ส่วนใหญ่แล้วผลึกจักรพรรดิจะมีความพิเศษซึ่งใช้ในการค้นหาแร่ที่จำเป็นในการสร้างอาวุธวิญญาณ หากใครก็ตามที่ได้ครอบครองผลึกจัพรพรรดิ พวกเขาสามารถค้นหาสายของผลึกศิลาและแร่ชนิดต่างๆได้อย่างง่ายดาย ความสามารถของมันอยู่เหนือเกินว่าเหตุผลเชิงตรรกะ ทั้งมันยังเป็นสิ่งที่ท้าทายสวรรค์!

รีบไปเอากันเถอะ!” เฉินเซี่ยงเร่งตะโกนขึึ้น เฉินเซี่ยงรู้ว่ามังกรน้อยอย่างหลงเสวี่ยอี๋ต้องรู้ทางไปหาผลึกศิลานั่นแน่

ฮึ่ม…. ถ้าเจ้าให้เม็ดยาสร้างรากฐานกับข้า…ข้าถึงจะพาไป!” หลงเสวี่ยอี๋หัวเราะซุกซน

ก็ได้ ถ้ามันคือผลึกจักรพรรดิจริง ข้าจะให้เจ้ามากกว่าเม็ดยาสร้างรากฐาน ข้าจะเพิ่มเม็ดยาพื้นฐานแท้จริงให้เจ้าอีก 50 เม็ด!” เฉินเซี่ยงยิ่งกว่ายอมนาง หากเขาได้ผลึกจักรพรรดิจริง มันจะช่วยให้เขาหาแร่ที่หายากได้! หากเป็นเช่นนั้น แร่ที่เฉินเซี่ยงหามาได้พวกนั้นย่อมเป็นผลดีต่อการสร้างอุปกรณ์ของเขา

หลงเสวี่ยอี๋กลายเป็นแสงสีขาวก่อนจะเจาะทะลุลงไปในพื้นดิน เมื่อเห็นสิ่งที่นางทำ เฉินเซี่ยงพลันแอบกระดกลิ้น ภายในสมองของเขาพลันมีความคิดนึงแล่นเข้ามา “พี่เหม่ยเหยา ถ้ามังกรน้อยนี่ขโมยของได้… นั่นไม่ใช่เรื่องดีหรอกหรอ! ฮี่ฮี่…. จากนี้ไปข้าคงต้องดูแลสาวน้อยนี่ดีๆหน่อยแล้ว ข้าต้องทำให้นางอยู่กับข้าให้ได้เพราะนางคือสมบัติอย่างแท้จริง!”

ก่อนหน้านี้เฉินเซี่ยงวางแผนที่จะไปยังเขาราชาสมุนไพรแต่เขายังคิดวิธีเอาคืนตระกลูลู่ไม่ออก แต่ถ้าเฉินเซี่ยงให้หลงเสวี่ยอี๋ไปปล้นเขาราชาสมุนไพรตอนนี้หล่ะ!! นั่นไม่เพียงจะทำให้เขาได้ผลประโยชน์มากมาย แต่ยังทำให้ตระกูลลู่โกรธแค้นจนกระอักโลหิตได้ด้วย

จริงๆแล้วหลงเสวี่ยอี๋เป็นเหมือนคนตะกละธรรมดาๆซึ่งง่ายต่อการล่อลวง หากเฉินเซี่ยงมอบผลไม้วิญญาณหรือเม็ดยาสร้างรากฐานให้นางสักหน่อย เขาย่อมสามารถทำให้นางอยู่ข้างกายเขาได้.. เฉินเซี่ยงได้แต่แอบคิดเรื่องนี้

เฉินเซี่ยงรอหลงเสวี่ยอี๋อยู่นานก่อนรุ่งอรุณจะมาเยือน ทันใดนั้นหลงเสวี่ยอี๋พลันผุดขึ้นมาจากพื้นทั้งพร้อมกับผลึกขนาดเท่าลูกพีชซึ่งถูกแกะสลักอย่างประณีตขึ้นมาด้วย!

มันคือผลึกจักรพรรดิ!” เฉินเซี่ยงกล่าวขึ้นด้วยความประหลาดใจก่อนจะโยนกระเป๋าใส่ของให้หลงเสวี่ยอี๋อย่างง่ายดาย

นางแผ่สัมผัสศักดิ์สิทธิ์เข้าไปในกระเป๋าอย่างรวดเร็ว ในนั้นนางพบเม็ดยาสร้างรากฐาน 2 เม็ดและเม็ดยาพื้นฐานแท้จริงอีก 100 เม็ด! นางมีความสุขมาก นางยื่นส่งผลึกจักรพรรดิให้กับเฉินเซี่ยงอย่างรวดเร็วก่อนจะกินเม็ดยาพวกนั้นอย่างเพลิดเพลิน ในยามนี้ นางมองว่าเฉินเซี่ยงหล่อมาก ทั้งยังใจกว้างขนาดให้เม็ดยานางเป็นรางวัลถึง 2 เท่า!

อุปกรณ์ระดับวิญญาณ อุปกรณ์ระดับศักดิ์สิทธิ์ ของพวกนี้ต่างถูกมนุษย์สร้างสรรค์ขึ้นได้…. แต่กับผลึกจักรพรรดินี้กลับถูกโลกใบนี้รังสรรค์ขึ้นตามธรรมชาติ ของสิ่งนี้ย่อมนับว่าเป็นสมบัติ และด้วยวิธีการใช้งานอันลึกลับของมัน..เจ้าผลึกจักรพรรดินี้ย่อมนับว่าเป็นสมบัติวิญญาณ เจ้าต้องหยดโลหิตของเจ้าลงที่มัน!” ซูเหม่ยเหยาอธิบาย

ทันทีที่โลหิตของเฉินเซี่ยงหยดลงไปบนผลึกจักรพรรดิอันกระจ่างใส ผลึกจักรพรรดิพลันสั่นเล็กน้อยก่อนเปล่งออร่าอันนุ่มนวลออกมา ทันใดนั้น เฉินเซี่ยงพลันรู้สึกถึงการเชื่อมต่ออย่างลึกลับระหว่างเขากับผลึกจักรพรรดิซึ่งเป็นเหมือนความรู้สึกแปลกๆที่มาจากที่ไหนไม่ทราบ เฉินเซี่ยงหลับตาลง… เขามองเห็นผลึกศิลาขนาดใหญ่ลอยวนอยู่รอบๆตัวเขาราวกับเขากำลังยืนอยู่ที่จุดศูนย์กลางมหาสมุทร ดูเหมือนผลึกศิลาเหล่านั้นจะลอยอยู่รอบๆตัวเขา ด้วยความช่วยเหลือจากผลึกจักรพรรดิทำให้เฉินเซี่ยงสามารถมองเห็นผลึกศิลาแต่ละชิ้นได้อย่างชัดเจน

เฉินเซี่ยงตื่นเต้นและมีความสุขมาก ในที่สุดเขาก็ได้ครอบครองผลึกจักรพรรดิ ไม่เพียงเขาจะมองเห็นผลึกศิลาที่ซ่อนอยู่แต่เขายังมองเห็นแร่ที่ใช้ในการสร้างอุปกรณ์ต่างๆด้วย ประโยชน์ของเจ้าผลึกจักรพรรดินี่นับว่าไร้ที่สิ้นสุด

เหมืองผลึกศิลานี่ใหญ่จริงๆ!” เฉินเซี่ยงจับผลึกจักรพรรดิไว้พลางจ้องมองมันใกล้ๆ จู่ๆฉากมหาสมุทรผลึกศิลาก็ปรากฏขึ้นรอบๆๆตัวเขาอีกครั้ง ไม่เพียงผลึกศิลาพวกนี้จะอุดมไปด้วยปราณวิญญาณมหาศาลแต่พวกมันยังไหลเวียนอยู่ในโลกแห่งนักสู้ใบนี้ และยังมีผลึกศิลาอีกมากมายที่สามารถใช้ประโยชน์ได้!

เฉินเซี่ยงระมัดระวังการกระทำ เขากลัวว่าจะทำให้เหลิ่งยู่หลานตื่น ตลอด 2 เดือนที่ผ่านมานางเหน็ดเหนื่อยมามาก จะมีก็แต่ในยามนี้ที่นางสามารถนอนหลับได้ราวกับเด็กน้อย อีกอย่าง ยามนี้นางเองก็กำลังดูดซับพลังงานจากผลแก่นพิภพศักดิ์สิทธิ์

แม้หลงเสวี่ยอี๋จะตะกละมูมมามแต่นางก็กินเม็ดยาสร้างรากฐานไปเพียง 1 เม็ดและเม็ดยาพื้นฐานแท้จริงอีก 10 เม็ดเท่านั้น เมื่อเฉินเซี่ยงเห็นนางเรอออกเบาๆ เขาจึงกระซิบ “สาวน้อย ทำไมเจ้าถึงได้อยู่ใต้ดินนานนักหล่ะ ไม่ใช่ว่าเจ้าสามารถเอาผลึกศิลาพวกนั้นมาได้อย่างง่ายดายหรอกหรอ?”

ก็ใช่ แต่ข้ากินผลึกศิลพวกนั้นไม่ได้! แต่ก็อย่างว่าแหละ ผลึกศิลาพวกนั้นก็นับว่าเป็นของดี!”หลงเสวี่ยอี๋กล่าวตอบพลางขุ่นเคือง

เฉินเซี่ยงลูบแก้มของนางเล็กน้อยพลางกล่าวด้วยรอยยิ้ม “ถึงเจ้ากินมันไม่ได้ แต่เราก็เอาพวกมันไปแลกเปลี่ยนเป็นของดีๆได้อีกมาก เจ้านี่ฉลาดน้อยจริงๆ ทำไมเจ้าถึงทำตัวเหมือนคนโง่ขนาดนี้? ไปช่วยข้าเก็บพวกมันมาแล้วข้าจะเอาไปแลกของกินดีๆให้เจ้า”

นางส่ายหน้าพลางกล่าว “ผลึกศิลาพวกนั้นกระจายอยู่รอบๆเหมืองแห่งนี้ ถึงข้าจะใช้เวลาขนาดไหนข้าก็เก็บพวกมันมาได้ไม่มาก ไม่มีประโยชน์”

เฉินเซี่ยงกล่าว “เจ้าก็เอาเฉพาะผลึกศิลาคุณภาพสูงมาสิ เอาเฉพาะพวกผลึกศิลาระดับสูงสุด!!”

ผลึกศิลาระดับสูงและระดับสูงสุดจะไม่มีให้เห็นทั่วไปเพราะพวกมันหาได้ยากมาก ปกติแล้วผลึกศิลาระดับสูงๆพวกนี้จะใช้ในการสร้างรูปแบบการเรียงตัว แต่กระนั้นจำนวนของมันก็ยังมีน้อยเอามากๆ แต่ปราณวิญญาณที่อัดแน่นอยู่ในผลึกศิลาระดับสูงนับว่ามีมากมายมหาศาลทำให้พวกมันมูลค่าที่สูงมากๆด้วยเช่นกัน

ผลึกศิลาระดับสูงสามารถแลกเปลี่ยนเป็นผลึกศิลาระดับกลางได้ 100 ผลึกศิลา ส่วนผลึกศิลระดับสูงสุดสามารถแลกเปลี่ยนเป็นผลึกศิลาระดับกลางได้ถึง 10,000 ผลึกศิลา!

โดยปกติแล้วผลึกศิลาระดับสูงสุดจะอยู่ลึกลงไปในสายแร่และมีจำนวนที่น้อยมากๆ ในสายแร่ 1 สายมีโอกาสที่จะหาผลึกศิลาระดับสูงสุดได้เพียงเล็กน้อย แต่ด้วยความช่วยเหลือของผลึกจักรพรรดิทำให้เฉินเซี่ยงมองเห็นผลึกศิลาระดับสูงสุดที่ค่อนข้างใหญ่อยู่ภายในสายแร่นี้!

เยี่ยม!” หลงเสวี่ยอี๋ตกปากรับคำแล้วเฉินเซี่ยงจึงอธิบายตำแหน่งของผลึกศิลาก้อนนั้นให้กับนางทำให้นางสามารถมุ่งตรงลงไปหามันได้ในทันที

ภายในสถานที่แห่งนี้นับว่าลึกมากๆแต่ผลึกศิลาที่เห็นล้วนมีขนาดเล็กจ้อย เฉินเซี่ยงเดาว่าพลังงานทั้งมวลคงถูกเจ้าผลึกศิลาระดับสูงสุดดูดซับไปจนหมด… หนึ่งชั่วโมงผ่านไปหลงเสวี่ยอี๋จึงกลับขึ้นมา

นางหยิบเอาศิลาที่เปล่งประกายแสงสีขาวออกมาจากอุปกรณ์เก็บของของนาง มันคือผลึกศิลาระดับสูงสุดที่มีปราณวิญญาณอัดแน่นอยู่ภายในจำนวนมากมายมหาศาล! ทั้งยังมีขนาดใหญ่กว่าต้นขาของคนด้วย! เฉินเซี่ยงหยิบมันขึ้นมาอย่างรวดเร็วแล้วเก็บลงในกระเป๋าใส่ของ เขาหยิบเอาเม็ดยาสร้างรากฐานออกมา 1 เม็ดแล้วยื่นส่งในนางเป็นรางวัลทำให้สาวน้อยนางนี้มีความสุขจนยิ้มกว้าง

เฉินเซี่ยงกะประมาณว่าผลึกศิลาระดับสูงสุดนี้สามารถตัดแบ่งเป็นชิ้นเล็กๆขนาดเท่าหินธรรมดาได้มากกว่า 1,000 ชิ้น กล่าวคือ มูลค่าทั้งหมดของมันเทียบเท่า 10,000,000 ผลึกศิลา! ซึ่งนี่นับเป็นอีกครั้งที่เฉินเซี่ยงสามารถเก็บเกี่ยวผลประโยชน์ได้อย่างมหาศาล

เฉินเซี่ยงทอดกายลงนอนบนเตียงต่อจนถึงยามบ่ายขณะที่เหลิ่งยู่หลานเองก็ยังคงอยู่ข้างกายเฉินเซี่ยง มือทั้งสองข้างของนางกอดรัดรอบเอวของเฉินเซี่ยงพลางหลับ เฉินเซี่ยงไม่อยากปลุกนางเขาจึงนอนอยู่ข้างๆนางต่อไป

ทันใดนั้น ปราณอันเย็นเฉียบพลันเข้ารบกวนการนอนของทั้งสองจนทำให้เหลิ่งยู่หลานสะดุ้งตื่น เมื่อนางเห็นว่านางนอนหลับอยู่ข้างเฉินเซี่ยงมาตลอดทั้งคืน ใบหน้าของนางพลันแดงระเรื่อด้วยความอาย

ท่านพี่…” นางยังไม่ทันได้กล่าวจบ เฉินเซี่ยงก็กล่าวขึ้นด้วยน้ำเสียงจริงจัง “มีใครบางคนอยู่ที่นี่ คนๆนั้นแข็งแกร่งมาก! ปราณอันเย็นเฉียบของคนผู้นี้น่ากลัวนัก!”

เหลิ่งยู่หลานหัวเราะคิกคัก “ท่านพี่ ไม่ต้องกลัวไป นั่นท่านประมุขข้าเอง!”…………………………………………..




Chapter 212 สองตัวตน

เหลิ่งยู่หลานจัดแต่งเสื้อผ้าก่อนจะสวมเกราะสีแดงของนางทับเข้าไป เมื่อนางคิดถึงเรื่องเมื่อคืนที่นางสวมใส่เสื้อผ้าน้อยชิ้นทั้งยังนอนหลับอยู่ข้างกายเฉินเซี่ยงทำให้นางก้มหัวลงเล็กน้อย ทั่วทั้งใบหน้าของนางพลันอาบย้อมไปด้วยสีแดง นางไม่กล้ามองหน้าเฉินเซี่ยง

แต่เดิมเฉินเซี่ยงคิดว่าประมุขหุบเขาเหมันต์เป็นตัวตนที่ลึกลับเหมือนกับประมุขดันเซี่ยงเถาหยวนที่นางไม่เคยปรากฏตัวต่อหน้าผู้คนมาก่อน แต่นั่นกลับตรงกันข้ามกับที่เฉินเซี่ยงคาดดิดไว้ ประมุขหุบเขาเหมันต์กลับมาที่นี่ด้วยตัวเองทำให้ทั้งเฉินเซี่ยงและเหลิ่งยู่หลานค่อนข้างประหลาดใจ

ว่าแต่…ทำไมประมุขนิกายของเจ้าถึงมาที่นี่?” เฉินเซี่ยงเดินออกจากห้องตามเหลิ่งยู่หลาน เฉินเซี่ยงรู้สึกหนาวนิดหน่อยเพราะประมุขหุบเขาเหมันต์ยังคงแผ่ปราณอันเย็นเฉียบของนางออกมาอย่างต่อเนื่อง กลายเป็นว่าตัวตนที่ทรงพลังนางนี้ กลับชื่อชอบการสกดข่มผู้อื่น ไม่เพียงนางต้องการอวดเบ่งพลัง แต่นางยังชอบทำให้ผู้อื่นหวาดกลัวด้วย

เฉินเซี่ยงและคนอื่นๆเดินทางมากระทั่งถึงห้องโถงแห่งหนึ่ง ในห้องโถงแห่งนี้ ตานหยวนและนักสู้ระดับ 2 ขอบเขตนักสู้แท้จริงก็อยู่ด้วย ทั้งสามคนต่างยืนร่างกายสั่นเทา บนกำแพงของห้องโถงแห่งนี้เกาะกุมไปด้วยน้ำแข็ง ที่เก้าอี้รับแขกมีสตรีนางนึงที่สวมชุดคลุมสีดำนั่งอยู่ ใบหน้าของนางปิดบังด้วยหน้ากาก ถึงนางจสวมใส่ชุดคลุมยาวแต่นั่นยังไม่สามารถปกปิดรูปลักษณ์อันสมบูรณ์แบบของนางไม่ได้

สตรีนางนี้คือประมุขหุบเขาเหมันต์!

เมื่อเห็นประมุขหุบเขาเหมันต์เฉินเซี่ยงยิ่งมั่นใจว่านางคือคนๆเดียวกันกับผู้อาวุโสเม็ดยา ทั้งสองนางต่างมีความลับไม่อาจเปิดเผยให้ใครล่วงรู้ได้ มิเช่นนั้นนางคงไม่ต้องปิดบังดวงตาของนางด้วยแสงสีขาวเช่นนี้

แม้เฉินเซี่ยงไม่สามารถมองเห็นดวงตาของประมุขหุบเขาเหมันต์ได้ แต่เขาก็ค่อนข้างมั่นใจว่านางกำลังมองเขาอยู่ทำให้เฉินเซี่ยงรู้สึกหวาดกลัว

เจ้าคือเฉินเซี่ยงหรอ? ไม่เลว!” น้ำเสียงของประมุขหุบเขาเหมันต์ไร้ซึ่งอารมณ์ จะมีก็เพียงความเย็นชาราวกับน้ำแข็งซึ่งทำให้ใครก็ตามที่ได้ฟังรู้สึกหวาดกลัว

ตานหยวนและคนอื่นๆต่างไม่มีใครกล้านั่งเพราะจู่ๆประมุขหุบเขาเหมันต์ก็ปรากฏตัวขึ้นราวกับความฝันที่พวกเขาไม่เคยคาดคิดมาก่อน แต่นั่นก็ทำให้พวกเขาผ่อนคลาย เพราะประมุขหุบเขาเหมันต์ถึงกับเข้าแทรกแซงเรื่องนี้ด้วยตัวเอง

ขณะที่เฉินเซี่ยงกำลังจะคารวะประมุขหุบเขาเหมันต์ จู่ๆเขาก็ได้ยินหลงเสวี่ยอี๋อุทานขึ้น “นั่นไม่ใช่พี่เมิ่งเอ๋อหรอกหรอ? ต้องเป็นนางแน่ ข้ามองนางไม่ผิดแน่! ถ้าเจ้าไม่เชื่อข้าเจ้าลองสัมผัสร่างกายของนางดูสิ นางผสานร่างเข้ากับอาวุธศักดิ์สิทธิ์แห่งหงษ์เพลิงที่เจ้าเป็นคนปลุกมัน มันย่อมมีการเชื่อมต่อบางอย่างที่สื่อถึงเจ้าแน่!”

เฉินเซี่ยงพลันแข็งค้าง แท้จริงประมุขหุบเขาเหมันต์กลับกลายเป็นจักรพรรดินีแห่งจักรวรรดิเฉินปิงเทียน…หลิวเมิ่งเอ๋อ! แต่ประมุขหุบเขาเหมันต์เองก็มีปราณน้ำแข็งอันเย็นเฉียบและทรงพลังเช่นเดียวกัน!

งั้น..นางคงรู้ว่าเจ้าจะจำนางได้ นางเลยจงใจปล่อยปราณอันเย็นเฉียบออกมาเพื่อให้เจ้าไม่สามารถสัมผัสกับอาวุธศักดิ์สิทธิ์แห่งหงษ์เพลิงของนางได้!” ซูเหม่ยเหยาเองก็ประหลาดใจเป็นอย่างมาก

ดูเหมือนนางจะเหมือนกับน้องสาวของเจ้าที่มีเส้นโลหิตทั้งเพลิงและน้ำแข็ง เพราะดูจากปราณอันเย็นเฉียบของนาง อย่างน้อยๆนางต้องมีเส้นโลหิตเพลิงน้ำแข็งสวรรค์!” เป่ยยู่ยู่กล่าว

เมื่อคราวที่เหลิ่งยู่หลานไปยังนิกายยอดนักสู้ เป็นผู้อาวุโสเม็ดยาที่พานางไปส่งให้กับประมุขหุบเขาเหมันต์ จากสิ่งที่เกิดขึ้นนี้จึงชัดเจนมากว่าพวกนางมีความสัมพันธ์อันดีต่อกัน!

นางคือจักรพรรดินีแห่งจักรวรรดิเฉินปิงเทียนและในเวลาเดียวกันนางยังเป็นประมุขหุบเขาเหมันต์ผู้ลึกลับด้วย สตรีนางนี้ช่างเหลือเชื่อนัก!” ซูเหม่ยเหยาอุทานขึ้น

แม้ภายในใจของเฉินเซี่ยงจะเหมือนกับกระแสน้ำเชี่ยวแต่ท่าทางของเขายังคงไม่เปลี่ยนแปลง เขากล่าวด้วยความสุภาพ “เด็กเหลือขอเฉินเซี่ยงคำนับท่านประมุข!”

ไม่จำเป็นต้องสุภาพ!” ประมุขกล่าวอย่างเย็นชา เมื่อเห็นนางวางท่า เฉินเซี่ยงได้แต่แอบหัวเราะอยู่ในใจ เขาอยากรู้นักว่านางจะมีท่าทางยังไงถ้าตัวตนของนางถูกเปิดเผย?

นางยืนขึ้นแล้วเดินมาหยุดยืนที่เบื้องหน้าของเฉินเซี่ยง นางกล่าวอย่างเย็นชา “ทำไมตัวเจ้าถึงมีกลิ่นหอมเช่นนี้? หรือเจ้าอยู่กับยู่หลานเมื่อคืน?”

เฉินเซี่ยงและเหลิ่งยู่หลานแข็งค้างในฉับพลัน ตานหยวนและคนอื่นๆต่างก็ขวัญกระเจิง แต่ไม่นานทั้งหมดก็ผ่อนคลายขึ้นเพราะเฉินเซี่ยงและเหลิ่งยู่หลานเหมาะสมกันนัก แม้เฉินเซี่ยงจะรับนางเป็นน้องสาวร่วมสาบานแต่ความหมายของมันย่อมเด่นชัดและทำให้ทุกๆคนต่างคิดกันไปไกล

เหลิ่งยู่หลานรู้สึกกระอักกระอ่วนมาก ใบหน้าของนางอาบย้อมไปด้วยสีแดงกระทั่งถึงใบหู นางไร้ซึ่งกลิ่นอายอันน่าเกรงขาม นางกลายเป็นเหมือนสตรีสามัญนางนึงเท่านั้น

เฉินเซี่ยงรู้ว่าประมุขหุบเขาเหมันต์คือหลิวเมิ่งเอ๋อจึงทำให้เขายังใจเย็นอยู่ได้ เฉินเซี่ยงยิ้มเล็กน้อยก่อนกล่าว “เมื่อคืนข้ากับนางนอนด้วยกัน พวกเราไม่ได้เจอกันมานานหลายปี ข้าและนางพูดคุยกันจนผลอยหลับไป.. ทั้งนางและข้าต่างเป็นพี่น้อง เช่นนั้นย่อมไม่มีปัญหา!”

ฮึ่ม.. แล้วยังไง! เฉินเซี่ยง ข้าต้องคุยกับเจ้าเพียงลำพัง!” ประมุขนิกายตะโกนขึ้นด้วยความโกรธ ปราณสังหารปะทุขึ้นมาจากร่างของนางอย่างฉับพลัน แต่สิ่งที่ทำให้นางประหลาดใจคือเฉินเซี่ยงยังคงใจเย็นอยู่ บนใบหน้าของเฉินเซี่ยงไร้ซึ่งร่องรอยของความกลัวใดๆจนทำให้นางนับถือเฉินเซี่ยง

ท่านประมุข….พวกเราไม่ได้ทำอะไรจริงๆ สองเดือนที่ผ่านมา………..”

ไม่ต้องพูดอะไรอีกแล้ว รอข้าอยู่ที่นี่!!”

เฉินเซี่ยงและประมุขเดินไปยังห้องหินแห่งหนึ่งเพียงลำพัง เฉินเซี่ยงแอบรู้สึกร่าเริงอยู่ในใจ ถึงเขาจะไม่รู้ว่าประมุขต้องการคุยเรื่องอะไรกับเขา แต่นั่นก็ทำให้เขาสามารถเปิดเผยตัวตนของนางได้

ประมุขยืนเอามือไขว้หลังพลางจ้องมองภาพวาดบนพนังห้องขณะที่เฉินเซี่ยงเองก็ยืนอยู่ข้างกายนาง

เฉินเซี่ยงเจ้าช่างกล้านักนะ! เจ้ากล้าแตะต้องศิษย์แห่งหุบเขาเหมันต์ของข้า ข้าแนะนำให้เจ้า…..”

นางไม่อาจกล่าวต่อได้เพราะจู่ๆเฉินเซี่ยงก็กล่าวขัดจังหวะขึ้น เฉินเซี่ยงหัวเราะซุกซนพลางกล่าว “พี่เมิ่งเอ๋อ ท่านยังดูดีเหมือนตอนที่เราเจอกันครั้งก่อนเลยนะ!”

ร่างกายของนางพลันสั่นสะท้าน นางตะโกนขึ้นด้วยความโกรธ “เจ้าพูดอะไร? อย่าพูดขัดข้า!”

ทันใดนั้น หลงเสวี่ยอี๋จึงแกล้งเลียนเสียงเฉินเซี่ยงพลางหัวเราะอย่างน่ากลัว “พี่เมิ่งเอ๋อ ข้าเคยเห็นกระต่ายตัวโตอยู่บนหน้าอกของท่านแล้ว ท่านไม่จำเป็นต้องแกล้งหลอกข้าหรอก”

คำกล่าวของเฉินเซี่ยงทำให้ร่างกายของนางสั่นสะท้านอีกครั้ง นางหันมาและตะโกนขึ้นเบาๆ “อย่าได้พูดอย่าพูดอย่างงั้นอีก แล้วเจ้าก็ห้ามเอาเรื่องนี้ไปบอกใคร!”

เฉินเซี่ยงคิดไม่ถึงว่าหลงเสวี่ยอี๋จะชั่วร้ายขนาดนี้เพราะนางกลับกล้าแหย่หลิวเมิ่งเอ๋อตรงๆ แต่เฉินเซี่ยงก็ไม่ได้ตำหนินาง

ฮี่ฮี่ แต่ข้ารู้สึกว่ากระต่ายของผู้อาวุโสเม็ดยาจะตัวใหญ่กว่าของท่านเล็กน้อยและที่สำคัญยังขาวกว่านิดนึงด้วย” เฉินเซี่ยงยังหัวเราะต่อ หลิวเมิ่งเอ๋อที่ยืนแข็งค้างอยู่เมื่อครู่พลันไร้ซึ่งคำกล่าวใดๆในตอนนี้

นางแค่นเสียงในลำคอก่อนนางจะถอดหน้ากากออกเผยให้เห็นใบหน้าที่งดงามไร้ที่ติของนาง เมื่อจ้องมองใบหน้าที่งดงาม…ชดช้อยในแบบผู้ใหญ่ของนาง เฉินเซี่ยงอดไม่ได้ที่จะหัวเราะล้อเลียนนาง

ฮึ่ม!” นางกระทืบเท้าพลางกล่าวอย่างนุ่มนวล “ผู้อาวุโสเม็ดยายังไม่เคยให้เจ้าเห็นรูปร่างของนาง! แล้วเจ้ารู้ได้ยังไงว่าของนางใหญ่กว่าและขาวกว่าของข้า? นางให้เจ้าดูงั้นหรอ?!”

ก่อนหน้านี้นางยังอยู่ในมาดประมุขทั้งยังปลดปล่อยปราณอันเย็นเฉียบ ตอนนี้นางกลายเป็นเหมือนสาวน้อยที่กำลังโกรธเคืองซึ่งกำลังพยายามถวงถามอะไรบางอย่างต่อหน้าเฉินเซี่ยง

นางให้ข้าดูแปบนึง!” เฉินเซี่ยงนั่งไขว้ขาบนเก้าอี้พลางยิ้มอย่างภาคภูมิใจ

เฉินเซี่ยงเป็นผู้เปิดเผยตัวตนของนางทำให้นางทั้งรู้สึกอายและโกรธ แต่กระนั้นนางก็ไม่อาจทำอะไรเฉินเซี่ยงได้ นางแค่นเสียงเบาๆพลางกล่าว “ไร้สาระ สตรีนางไหนจะยอมให้ผู้อื่นดู….ดูไอ้นั่นหน่ะ!”

เฉินเซี่ยงหัวเราะอย่างมีความสุขพลางกล่าว “พี่เมิ่งเอ๋อ ไม่ใช่ว่าท่านก็ให้ข้าดูหรอกหรอ? ท่านรู้มั้ย ตอนนั้นข้าอายมากเลยนะ!”

นางขบริมฝีปากพลางจ้องเฉินเซี่ยงอย่างไม่พอใจ นวลแก้มทั้งสองข้างของนางอาบย้อมไปด้วยสีแดงระเรื่อ เสน่ห์อันดึงดูชวนมองที่แตกต่างของสตรีเช่นนี้ทำให้เฉินเซี่ยงรู้สึกยกย่องครั้งแล้วครั้งเล่า

พี่เมิ่งเอ๋อ ดูเหมือนท่านจะกังวลมากนะว่ากระต่ายของใครจะใหญ่กว่า..ขาวกว่า!” เฉินเซี่ยงหัวเราะอย่างมีความสุขยิ่งกว่าเดิมขณะหลิวเมิ่งเอ๋อก็แค่นเสียงเบาๆครั้งแล้วครั้งเล่า

เฉินเซี่ยงเจ้ารู้ใช่มั้ยว่าข้าใช้ปราณได้ หากเจ้าข่มเหงข้าอีกครั้ง ข้าจะไม่ปล่อยผ่านแน่!” นางกล่าวตำหนิพลางบุ้ยปาก เมื่อได้เห็นเสน่ห์ของนางเช่นนี้ จิตใจของเฉินเซี่ยงพลันว่างเปล่าอีกครั้ง……………………………



Chapter 213 นิกายเฉินปิงเทียน และ หุบเขาเหมันต์

เฉินเซี่ยงเกาหัวพลางหัวเราะแล้วกล่าว “ก็ข้าแค่อยากดู..ท่านจะมารังแกข้าได้ยังไง!” เฉินเซี่ยงยังคงจ้องมองกระต่ายอันอวบอ้วนทั้งสองตัวของหลิวเมิ่งเอ๋อไม่วางตา

นางกระทืบเท้าพลางแค่นเสียงเบาๆ เขาไม่รู้ว่าจะจัดการกับเฉินเซี่ยงยังไงเพราะนางไม่สามารถแสดงท่าทางโหดเหี้ยมต่อหน้าเฉินเซี่ยงได้ ถึงจะนางจะมีชีวิตอยู่มานานแต่นี่นับเป็นครั้งแรกที่นางพบเจอกับสถานะการณ์เช่นนี้

เฉินเซี่ยงเอามือลูบคางพลางกล่าว “พี่เมิ่งเอ๋อ เมื่อกี้นี้ท่านอิจฉาหรอ? จริงๆแล้วท่านกลัวว่าข้าจะใกล้ชิดกับยู่หลาน ฮี่ฮี่ นี่…ในใจท่านกำลังคิดอะไรอยู่?”

ก็ตัวเจ้ามีเจตนาร้าย! ถึงเจ้าจะรับนางเป็นน้องสาวร่วมสาบานของเจ้า แต่ตอนนี้เจ้า…..ฮึ่ม ฮึ่ม” หลิวเมิ่งเอ๋อกล่าวเบาๆ

พี่เมิ่งเอ๋อ ท่านคิดมากเกินไป!” เฉินเซี่ยงหัวเราะ

นางนั่งลงข้างๆเฉินเซี่ยงแล้วกล่าวอย่างจริงจัง “ยู่หลานเป็นคนที่ป่าเถื่อนมาก หากนางติดตามเจ้านางต้องสร้างเรื่องยุ่งเหยิงไม่ต่างกับเจ้า.. ตัวนางจำเป็นต้องบ่มเพาะด้วยจิตใจที่สงบเพราะไม่งั้นในอีกไม่กี่ปีนางย่อมไม่อาจมีชีวิตรอดไปได้”

อีกไม่กี่ปี? มันจะเกิดอะไรขึ้น?” เฉินเซี่ยงแกล้งทำท่าทางประหลาดใจ เขาเดาว่าเรื่องที่นางหมายถึงคือมหาศึกระหว่างแดนสวรรค์ทั้ง 3

นั่นย่อมเป็นไปตามที่เฉินเซี่ยงคาดเดา นางกล่าวในเรื่องทำนองเดียวกันในท่าทางเคร่งขรึม “ตามคำกล่าวที่ถูกส่งต่อกันมาจากผู้สร้างนิกายเฉินปิงเทียนเมื่อนานมาแล้ว ในอีกไม่กี่ปีข้างหน้าจะเกิดภัยพิบัติขึ้นที่โลกใบนี้ ในยามนี้..ไม่เพียงนิกายยอดนักสู้ของเจ้าได้เตรียมตัวรับมือ แต่กลุ่มก้อนกองกำลังต่างๆรวมถึงนิกายฝ่ายปีศาจต่างก็เตรียมตัวและฉกฉวยทรัพยากรไว้เช่นเดียวกัน!”

นั่นเป็นเหตุผลให้ข้าไม่กังวลในตัวยู่หลานมาก พื้นฐานของนางนับว่าดีมากแล้ว ในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า นางจะมีความแข็งแกร่งมากพอที่จะเอาชีวิตในยามที่เกิดภัยพิบัตินั่นได้”

เฉินเซี่ยงพยักหน้าพลางหยิบเอาเนื้อของผลแก่นพิภพศักดิ์สิทธิ์ออกมา 3 ชิ้นแล้วยื่นส่งให้กับนาง

เมื่อนางเห็นสิ่งที่เฉินเซี่ยงยื่นให้ ดวงตาคู่งามของน่าพลันเปล่งประกายระยิบระยับ นางรู้ว่าเนื้อผลไม้พวกนี้ล้ำค่ามาก

ของท่านชิ้นนึง ส่วนอีกสองชิ้นของเซี่ยนเซี่ยน! อย่างเพิ่งกินตอนนี้ รอจนกว่าท่านจะกลับไปก่อนค่อยกิน”

ทำไมของข้าถึงมีแค่ชิ้นเดียว? นี่มันไม่ยุติธรรม” นางกล่าวพลางแค่นเสียงเบาๆ

เฉินเซี่ยงมองหน้าอกของนางพลางหัวเราะซุกซนแล้วกล่าว “เซี่ยนเซี่ยนคือภรรยาของข้า ย่อมเป็นธรรมดาที่ข้าจะลำเอียง! ส่วนท่าน…ท่านไม่ใช่สตรีของข้า ดังนั้น..มีเพียงเหตุผลเดียวที่ข้าให้ท่าน นั่นก็เพราะข้าได้เห็นกระต่ายคู่งามของท่านแล้ว ฮ่าฮ่าฮ่า….”

ใบหน้าของนางแดงระเรื่ออีกครั้ง นางกล่าวเบาๆ “ข้าบอกเจ้าแล้วใช่มั้ยว่าอย่าพูดถึงเรื่องนี้อีก!” ขณะนางกล่าว นางสบัดมืออย่างรวดเร็วก่อนจะเขกลงไปที่หัวของเฉินเซี่ยง นางเขกหัวของเขาเบามากๆ แม้ภายในใจของนางจะไม่อยากทำร้ายเฉินเซี่ยง

หลังจากนางเอาเนื้อผลแก่นพิภพศักดิ์สิทธิ์ทั้งสามชิ้นไป เฉินเซี่ยงก็หัวเราะแล้วกล่าวอีกครั้ง “ห้ามขโมยกินนะ เดี๋ยวข้าจะถามเซี่ยนเซี่ยนทีหลัง”

นี่เจ้าไม่เชื่อใจข้าหรอ?” นางกล่าวพลางแค่นเสียงเบาๆ “…ข้า..เป็นอาจารย์ของภรรยาเจ้านะ เจ้าทำหยาบคายกับข้าครั้งแล้วครั้งเล่าข้ายังไม่เคยว่าเจ้าเลยสักคำ”

เฉินเซี่ยงขดปากแล้วกล่าวโต้ “ด้วยเรื่องที่ข้าทำทั้งหมด  นี่ข้ายังถือเป็นคนนอกอยู่หรอ? ไม่ใช่ว่าข้าช่วยท่านเปลี่ยนให้ริบบิ้นที่พันรอบอกของท่านกลายเป็นอาวุธศักดิ์สิทธิ์หรอกหรอ”

หากกล่าวถึงอาวุธศักดิ์สิทธิ์แห่งหงษ์เพลิง หลิวเมิ่งเอ๋อรู้สึกขอบคุณเฉินเซี่ยงมาก เพราะยามนี้มันได้กลายเป็นอาวุธศักดิ์สิทธิ์ของนางแล้ว มันเชื่อมต่อกับเลือดเนื้อของนางทำให้นางรู้สึกแข็งแกร่งขึ้นมาก

เฉินเซี่ยงกล่าวถาม “พี่เมิ่งเอ๋อ ท่านและผู้อาวุโสเม็ดยาเกี่ยวข้องกันยังไง? ทำไมท่านถึงได้เป็นประมุขของหุบเขาเหมันต์?”

ข้าไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับนาง ตั้งแต่อดีตที่ผ่านมาหุบเขาเหมันต์ก็เป็นเช่นตอนนี้ หุบเขาเหมันต์จะอยู่ในความควบคุมของประมุขนิกายเฉินปิงเทียน ข้าเป็นคนเปลี่ยนนิกายเฉินปิงเทียนให้เป็นจักรวรรดิเฉินปิงเทียนเพื่อให้จัดการได้ง่ายขึ้นและยังทำให้ข้ามีเวลาอยู่ที่หุบเขาเหมันต์บ้าง” นางกล่าวตอบ ในยามนี้เฉินเซี่ยงเข้าใจนางแล้ว นางไม่ได้ปิดบังใดๆกับเฉินเซี่ยงเพราะนางเชื่อใจเฉินเซี่ยงอย่างที่สุด

บางทีอาจเป็นเพราะนางรู้ว่าเฉินเซี่ยงมีความลับมากมายและเฉินเซี่ยงเองก็เชื่อใจนางเช่นกัน

ไม่ใช่ว่าท่านต้องวิ่งกลับไปกลับมาหรอกหรอ?” หลังจากได้ทราบความลับของนิกายเฉินปิงเทียนและหุบเขาเหมันต์ เฉินเซี่ยงได้แต่แอบตกใจ

มีการเรียงตัวที่ใช้สำหรับเคลื่อนย้ายไปมาระหว่างหุบเขาเหมันต์และจักรวรรดิเฉินปิงเทียนมาตั้งแต่สมัยโบราณ ข้าแค่ต้องใช้ผลึกศิลาเล็กน้อยในการกระตุ้นให้มันทำงานซึ่งสามารถทำให้ข้าสามารถเคลื่อนย้ายได้ภายในพริบตา… แต่เจ้าห้ามพูดเรื่องนี้ให้ใครฟังเด็ดขาด” หลิวเมิ่งเอ๋อกล่าวเตือน

ข้ารู้แล้วน่า.. ข้าเริ่มสงสัยแล้วว่าผู้อาวุโสเม็ดยาจะมีตัวตนอื่น.. บางทีนางอาจจะเป็นประมุขของดันเซี่ยงเถาหยวน!” เฉินเซี่ยงเอามือลูบคางพลางขบคิด

หลิวเมิ่งเอ๋อก็ขมวดคิ้วพลางกล่าว “ข้าก็สงสัยเหมือนกับเจ้า เพราะประมุขดันเซี่ยงเถาหยวนเองก็ลึกลับเช่นเดียวกับ….ตัวตนประมุขหุบเขาเหมันต์ของข้า”

ก่อนหน้านี้ข้าเคยบอกนางว่าประมุขดันเซี่ยงเถาหยวนเป็นคนสอนทักษะปรุงยาให้ข้า ในยามนั้นนางเถียงข้าหัวชนฝาว่าข้าพูดโกหก” เฉินเซี่ยงกล่าว “สงสัยพอข้ากลับไป ข้าต้องถามนางแล้วหล่ะ”

หลิวเมิ่งเอ๋อตกใจไปชั่วครู่ก่อนนางจะกล่าวถาม “ผู้อาวุโสเม็ดยาไม่ได้เป็นคนสอนทักษะการปรุงยาให้เจ้าหรอกหรอ?”

เฉินเซี่ยงยิ้มแล้วกล่าว “เปล่า..  เป็นอีกคนซึ่งเป็นความลับของข้า”

ฮึ่ม ดูเหมือนเจ้าจะมีความสัมพันธ์อันดีกับผู้อาวุโสเม็ดยาสินะ? ก่อนหน้านี้เจ้าบอกว่า…..ว่า…นางให้เจ้าดู…..” พอกล่าวถึงประโยคนี้ หลิวเมิ่งเอ๋อกลับกล่าวไม่ออก นางพลันตระหนักได้ในทันทีว่านางครุ่นคิดถึงเรื่องนี้มาก

ข้าหลอกท่าน ฮ่าฮ่าฮ่า…..” เฉินเซี่ยงเริ่มหัวเราะ

หลิวเมิ่งเอ๋อขบฟันพลางกล่าว “เจ้ารีบกลับไปที่นิกายยอดนักสู้เลยนะ ไอ้พวกคนจากนิกายฝ่ายปีศาจไม่อยู่เฉยแน่ ด้วยเหล่านิกายใหญ่มากมายต่างแออัดกันอยู่ในดินแดนเดียวทำให้พวกมันขาดทรัพยากร ยิ่งเพื่อจะรับมือกับพายุที่กำลังจะเข้ามา พวกมันต่างก็เริ่มปล้นชิงทรัพยากรไปทั่วทุกพื้นที่แล้ว เรื่องเหมืองผลึกศิลาแห่งนี้ปล่อยให้เป็นหน้าที่ข้าจัดการเอง!”

อืม… ขอบคุณท่านมากพี่เมิ่งเอ๋อ!” เฉินเซี่ยงยิ้มแล้วกล่าว

นางกล่าวขึ้นด้วยความโกรธ “ที่เจ้าพูดก่อนหน้านี้ว่าข้าไม่ควรปฏิบัติกับเจ้าเหมือนคนนอก… นิกายฝ่ายปีศาจและนิกายธรรมะต่างขัดแย้งกัน เจ้าควรระวังตัวให้มาก อย่างเตร็ดเตร่ไปที่ใด! และจากนี้ไป เจ้าไม่อาจพายู่หลานเตร็ดเตร่ไปกับเจ้า เจ้าอย่าคิดถึงแต่ตัวเจ้าเองแต่ให้คิดถึงนางด้วย ”

อีกอย่าง ห้ามเจ้าชู้ไม่ว่าเจ้าจะไปที่ใดก็ตามเพราะเจ้ามียู่หลานและเซี่ยนเซี่ยนแล้ว หรือแค่พวกนางยังไม่พอสำหรับเจ้า?” ในสายตาของหลิวเมิ่งเอ๋อเหลิ่งยู่หลานคือสตรีของเฉินเซี่ยงแล้วถึงแม้ความสัมพันธ์ของทั้งสองจะเป็นเพียงพี่ชายและน้องสาวก็ตาม

เฉินเซี่ยงขดปากแล้วกล่าว “งั้น..ที่ข้าอยู่ด้วยกันกับท่านตอนนี้ถือว่าเป็นการเจ้าชู้หรือเปล่า?”

แน่นอนว่าไม่! เจ้า…เจ้ามันคนสารเลว….ฮึ่ม!” หลิวเมิ่งเอ๋อไร้ซึ่งคำกล่าว ยามใดก็ตามที่นางอยู่ต่อหน้าเฉินเซี่ยง..สติสตังค์ของนางก็จะจางหายไปจนนางต้องถูกเฉินเซี่ยงข่มเหงอยู่เสมอ

ฮี่ฮี่ ถึงเซี่ยนเซี่ยนและยู่หลานจะใกล้ชิดกับข้า แต่ข้าก็ไม่เคยเห็นกระต่ายน้อยของพวกนาง แต่พี่เมิ่งเอ๋อ…..ฮ่าฮ่า…” ทันทีที่กล่าวจบเฉินเซี่ยงก็รีบวิ่งออกจากห้องไป เขาได้ยินเพียงหลิวเมิ่งเอ๋อก่นด่าเขาซ้ำแล้วซ้ำเล่า

นางรีบสวมหน้ากากปิดบังใบหน้าก่อนไล่ตามเฉินเซี่ยงไปอย่างรวดเร็ว นางไล่ตามกระทั่งปรากฏตัวที่เบื้องของเฉินเซี่ยงแล้วหยิกแขนเขาชั่วครู่ก่อนนางจะกล่าวเบาๆ “อย่าบอกยู่หลานเรื่องตัวตนของข้า!”

งั้นจูบข้าสิแล้วข้าสัญญาว่าข้าจะไม่บอกนาง!” เฉินเซี่ยงหัวเราะซุกซนพลางกล่าว

เจ้าเด็กสารเลว คอยดูเถอะ..สักวัน ข้าจะให้เจ้าชดใช้อย่างสาสม” นางขบฟันพลางกล่าว

เมื่อทั้งสองมาถึงยังห้องโถง… เหลิ่งยู่หลานรีบเดินมาข้างกายเฉินเซี่ยงอย่างรวดเร็ว เมื่อเห็นรอยยิ้มกรุ้มกริ่มบนใบหน้าของเฉินเซี่ยงนางจึงถอนหายใจด้วยความโล่งอก ในยามนี้หลิวเมิ่งเอ๋อแผ่ปราณอันเย็นเฉียบออกมาอีกครั้งเพียงแต่มันกลับหนาวเย็นขึ้นเมื่อเทียบกับก่อนหน้านี้ นั่นแสดงให้เห็นว่านางกำลังโกรธเฉินเซี่ยงอยู่

ยู่หลาน..รีบกลับหุบเขาเหมันต์ มีเรื่องสำคัญหลายเรื่องที่ต้องประกาศ!” หลิวเมิ่งเอ๋อกล่าวอย่างเย็นชา…………………………….



Chapter 0214 เนรคุณ

ท่านประมุข…” เหลิ่งยู่หลานไม่เต็มใจนัก นางเดินเข้ามาหาเฉินเซี่ยงแล้วกล่าว “ท่านพี่… ตอนนี้ข้าคงท่องโลกไปกับท่านไม่ได้ แต่ในอนาคตย่อมมีโอกาสแน่!”

เฉินเซี่ยงลูบผมนุ่มขาวของนางแล้วดึงนางเข้ามากอด เขากล่าว “อืม… เจ้าต้องทุ่มควาพยายามทั้งหมดไปกับการบ่มเพาะและเพิ่มพูนความแข็งแกร่งของเจ้า ครั้งหน้าที่เราพบกัน ข้าจะทดสอบความแข็งแกร่งของเจ้า!”

เหลิ่งยู่หลานพยักหน้า เฉินเซี่ยงโน้มศีรษะเจ้ามาแล้วกระซิบที่ข้างหูของนาง “ยู่หลาน ถ้าประมุขกล้าใช้กำลังกับเจ้า ให้เจ้าพูดว่า ‘กระต่าย’ แล้วนางจะไม่กล้าทำอะไรเจ้า”

กระต่าย?” แม้นางจะรู้สึกสงสัยแต่นางยังพยักหน้าตอบ

หลิวเมิ่งเอ๋อเป็นถึงนักสู้ขอบเขตนิพพาน นางย่อมได้ยินสิ่งที่เฉินเซี่ยงกล่าวแน่นอน คำกล่าวของเฉินเซี่ยงทำให้ร่างกายอันละเอียดอ่อนของนางสั่นเทาด้วยความโกรธพลางแอบขบฟัน เซี่ยนเซี่ยนเป็นศิษย์เพียงคนเดียวของนางทั้งยังเป็นภรรยาของเฉินเซี่ยง ส่วนเหลิ่งยู่หลานนับได้ว่าเป็นศิษย์อีกคนของนาง แม้นางจะเป็นน้องสาวร่วมสาบานของเฉินเซี่ยงแต่ถ้าลองมองดูดีๆ กลายเป็นว่าความสัมพันธ์ของทั้งสองกลับไม่ธรรมดาเอาซะเลย

ปล่อยเรื่องนี้ให้ข้าเป็นคนจัดการ! ข้าเป็นถึงสหายของกู่ตงเฉิน อีกอย่าง..เรื่องนี้ยังนับว่าเป็นเรื่องเล็ก!” หลิวเมิ่งเอ๋อกล่าว

แม้เฉินเซี่ยงและเหลิ่งยู่หลานจะใช้เวลาอยู่ด้วยกันในช่วงเวลาสั้นๆแต่นางก็มีความสุขมาก แม้นางจะไม่ค่อยเต็มใจที่จะไปนักแต่นางก็ยังยินดี นางเดินตามหลิวเมิ่งเอ๋อออกไปด้วยรอยยิ้มอันงดงามกระทั่งทำให้หลิวเมิ่งเอ๋อประหลาดใจ หลิวเมิ่งเอ๋อรู้ว่าเหลิ่งยู่หลานมักจะเย็นชา…หนักแน่น…ยิ่งใหญ่และป่าเถื่อนอยู่เป็นนิจ แต่ยามนี้เหลิ่งยู่หยานกลับมีอารมณ์เฉกเช่นสตรีธรรมดาสามัญ

ในยามนี้..หลิวเมิ่งเอ๋อได้แต่คิดถึงช่วงเวลาที่นางใช้ร่วมกันกับเฉินเซี่ยงในครั้งนั้น… นั่นมันก็เหมือนกับเหลิ่งยู่หลานไม่ใช่หรอ? ยิ่งนางนึกถึงเรื่องราวต่างๆมากมายที่เกิดขึ้นในยามที่อยู่กับเฉินเซี่ยง ใบหน้าของนางพลันปรากฏสีแดงระเรื่อเล็กน้อย อารมณ์อันหลากหลายพลันลุกโหมขึ้นในใจของนาง

หลังจากหลิวเมิ่งเอ๋อและเหลิ่งยู่หลานจากไปเฉินเซี่ยงยังคงอยู่ที่เหมืองแห่งนี้ต่อเพื่อรอให้ตานหยวนฟื้นฟูเป็นปกติก่อนเขาจึงจะไปโดยไร้กังวล ผ่านไปไม่กี่วัน…หุบเขาเหมันต์ได้ส่งกลุ่มคนจำนวน 20 คนมายังเหมืองแห่งนี้ กลุ่มคนทั้ง 20 คนนั้นล้วนแต่เป็นนักสู้ขอบเขตนักสู้แท้จริงทั้งสิ้น

เมื่อเหมืองผลึกศิลากลับคืนสู่ความปลอดภัยเฉินเซี่ยงจึงได้กล่าวลาตานหยวนก่อนจะมุ่งหน้ากลับไปยังนิกายยอดนักสู้!

ขณะบินกลับเฉินเซี่ยงก็คิดวิธีการจัดการกับผู้อาวุโสถานที่ร่วมมือกับตระกูลลู่และนิกายฝ่ายปีศาจ….เขาต้องกำจัดคนที่อันตรายคนนี้ให้ได้!

6 วันผ่านไป เฉินเซี่ยงกำลังบินอยู่เหนือเมฆภายในดินแดนเถาหยวน ด้วยทัศนีภาพที่ไร้ซึ่งความงดงามเบื้องล่างนั่นทำให้เฉินเซี่ยงเบื่อหน่ายเป็นอย่างมาก ขณะที่เฉินเซี่ยงลดระดับความสูงลงครู่หนึ่ง จู่ๆกลับมีปราณอันทรงพลังยิงแหวกผ่านหมู่เมฆขึ้นมาบนท้องฟ้าจนทำให้เฉินเซี่ยงรู้สึกประหลาดใจ เมื่อเฉินเซี่ยงลองสังเกตุดีๆเขาจึงได้ยินเสียงต่อสู้ที่ดังมากจากเบื้องล่าง

เฉินเซี่ยงซ่อนตัวในหมู่เมฆแล้วบินวนเพื่อสังเกตุการณ์ เขาร่อนลงบนภูเขาสูงเพื่อคอยจับตาดูการต่อสู้ เขาเห็นคนในชุดคลุมดำกำลังปิดล้อมกลุ่มคนในชุดคลุมขาว

นั่นมันคนจากดันเซี่ยงเถาหยวนไม่ใช่หรอ? งั้นคนชุดคลุมดำพวกนั้นคือนักสู้ฝ่ายปีศาจหรอ?” เฉินเซี่ยงกล่าวอย่างไม่แน่ใจ เขามุ่งหน้าลงจากเขาแล้วชักกระบี่ออกมา

กลุ่มคนในชุดคลุมดำถืออาวุธประหลาดๆในมือ ปราณของพวกมันก็แปลกประหลาดและชั่วร้าย เมื่อเฉินเซี่ยงเดินเข้าไปใกล้ขึ้นเขาจึงมั่นใจว่ากลุ่มคนในชุดคลุมดำนั้นคือนักสู้ฝ่ายปีศาจ ไม่เพียงพวกมันจะจู่โจมคนจากดันเซี่ยงเถาหยวนแต่พวกมันยังจู่โจมคนจากนิกายนักสู้แท้จริงและนิกายเช่าหวู่ด้วย

นิกายยอดนักสู้นับว่ามีความสัมพันธ์อันดีกับดันเซี่ยงเถาหยวนเสมอมา ทั้งฝ่ายต่างไร้ซึ่งเรื่องบาดหมางใดๆต่อกัน ซึ่งนั่นทำให้เฉินเซี่ยงต้องช่วยคนจากดันเซี่ยงเถาหยวนแน่นอน คนเหล่านั้นถูกโอบล้อมด้วยนักสู้ฝ่ายปีศาจมากมายทั้งพวกเขาเองยังอ่อนแอกว่านักสู้ฝ่ายปีศาจด้วย

มีนักสู้ระดับ 3 ขอบเขตนักสู้แท้จริง 2 คน ดูเหมือนศิษย์นิกายฝ่ายปีศาจจะหมดหวังแล้ว!” เฉินเซี่ยงชักกระบี่ครามผลาญมังกรออกมา หากเขาไม่ใช้อาวุธศักดิ์สิทธิ์ เขาย่อมจัดการเรื่องวุ่นวายนี้ได้ยาก อีกอย่างเขายังต้องระมัดระวังคนจากนิกายนักสู้แท้จริงและคนจากนิกายเช่าหวู่ด้วย

เฉินเซี่ยงถ่ายปราณแห่งมังกรครามลงไปในกระบี่ ทันใดนั้นออร่าอันกดดันพลันพวยพุ่งออกมา เฉินเซี่ยงกวัดแกว่งกระบี่ครามผลาญมังกรในมือแล้วพุ่งเข้าใส่กลุ่มคนชุดคลุมดำ *ซู่ ซู่* เฉินเซี่ยงตวัดฟันการบี่ครามผลาญมังกรในมือ ทุกการฟันหนึ่งหมายถึงชีวิตของนักสู้ระดับ 10 ขอบเขตนักสู้ 1 ชีวิต

เฉินเซี่ยงปลดปล่อยปราณด้วยทักษะ ‘ปราการเต่าทมิฬ’ เพื่อเสริมการป้องกันให้แข็งแกร่งมากขึ้น นอกจากนี้ยังมีปราณที่มองไม่เห็นครอบคลุมอยู่ทั่วร่างของเขาทำให้นักสู้ที่ไม่แข็งแกร่งพอไม่สามารถเข้าใกล้เขาได้ ทำให้พวกมันต่างรู้สึกราวกับว่าพวกมันอยู่ใต้อำนาจของคลื่นปราณอันเกรี้ยวกราด

เมื่อเหล่าคนจากดันเซี่ยงเถาหยวนเห็นว่ามีบางคนเข้ามาช่วยเหลือ พวกเขาต่างตระหนักได้ทันทีว่าอาวุธของผู้เข้ามาช่วยนั้นช่างคุ้นเคยนัก พวกเขาเคยได้ยินมาว่าอาวุธนั่นเป็นสมบัติของเฉินเซี่ยงซึ่งทำให้พวกเขาต่างรู้สึกโล่งใจ เมื่อเฉินเซี่ยงปรากฏตัวขึ้น เขาก็สังหารนักสู้ระดับ 10 ขอบเขตนักสู้อย่างรวดเร็ว

เฉินเซี่ยงเริ่มดูดซับปราณอันชั่วร้ายจำนวนมากมายมหาศาลแล้วใช้มันปลดปล่อยทักษะ ‘สังหารใจ’ ออกมาอย่างต่อเนื่องทำให้เหล่านักสู้จากนิกายฝ่ายต่างหวาดกลัวราวกับพวกมันพบเจอกับอวตารร่างของเทพปีศาจ

กระบี่ยักษ์ของเฉินเซี่ยงดูราวกับสายฟ้าที่กำลังร่ายรำอย่างบ้าคลั่งทั้งยังไล่ล่าสังหารเหล่านักสู้จากนิกายฝ่ายปีศาจจนย่อยยับกระทั่งร่างของพวกมันถูกฟาดฟันเป็นชิ้นๆ นักสู้จากนิกายฝ่ายปีศาจถูกล่าล้างสังหารภายในพริบตา จะเหลือก็เพียงนักสู้ระดับ 3 ขอบเขตนักสู้แท้จริงที่คิดจะหลบหนี

เฉินเซี่ยง พวกข้าเผ่าแปลงกระดูกไม่ปล่อยเจ้าไว้แน่!” ชายตาเดียวซัดฝ่ามือเข้าใส่ชายร่างสูงผอมที่อยู่ข้างๆมัน ฝ่ามือเข้าปะทะกับกับชายร่างสูงผอมอย่างรุนแรงส่งให้ร่างของมันลอยพุ่งเข้าใส่เฉินเซี่ยง ทันทีที่ชายร่างสูงผอมกรีดร้องออกมาด้วยความเจ็บปวด..ร่างของมันกลับกลายเป็นพิษเหลวสีดำสาดกระจายเข้าใส่เฉินเซี่ยง

เฉินเซี่ยงฉากหลบไปด้านข้าง เขาคาดไม่ถึงว่านักสู้นิกายฝ่ายปีศาจจะลงมือได้โหดเหี้ยมกระทั่งยอมเสียสละตนเองเพื่อให้สหายได้หลบหนีเช่นนี้

ชายตาเดียวคิดว่ามันสามารถถ่วงเวลาเฉินเซี่ยงได้ชั่วครู่ซึ่งทำให้มันมีโอกาสหลบหนีเพิ่มขึ้น แต่ทันทีที่มันวิ่งไปได้ไม่ไกลนัก มันกลับรู้สึกถึงบรรยากาศอันกดดันเข้าห่อหุ้มร่างกายของมันจากทางด้านหลัง

เฉินเซี่ยงไล่ตามชายตาเดียวไป เขากวัดแกว่งกระบี่ครามผลาญมังกรแล้วฟาดฟันใส่ร่างของมันอย่างรุนแรง *ตูม* เสียงระเบิดอันเกิดจากการฟาดฟันส่งผลให้ร่างของชายตาเดียวแหลกเหลว

ศิษย์ดันเซี่ยงเถาหยวน นิกายนักสู้แท้จริง และนิกายเช่าหวู่ต่างสั่นสะท้านเมื่อเห็นสิ่งที่เกิดขึ้น ก่อนหน้านี้พวกเขาต่างต่อสู้อย่างยากลำบากและหากมันยังเป็นเช่นนั้นต่อไป พวกเขาย่อมไม่มีใครเหลือรอดแน่ แต่สิ่งที่พวกเขาคาดไม่ถึงคือเฉินเซี่ยงจะปรากฏตัวขึ้น ตัวเขาเพียงลำพังกลับสามารถสังหารศิษย์จากเผ่าแปลงกระดูกได้ทั้งหมด

นี่คือความแข็งแกร่งของนักสู้รุ่นเยาว์ที่แข็งแกร่งที่สุดของนิกายยอดนักสู้หรอเนี่ย? เฉินเซี่ยง…สมแล้วที่เขาได้ค่าหัว 10 ล้านผลึกศิลา!” ศิษย์ดันเซี่ยงเถาหยวนคนนึงอุทานขึ้น

เป็นเขาแน่นอน! ถึงเขาจะดูต่างออกไป แต่กระบี่นั่น…ข้าเคยเห็นในใบค่าหัวของเค้า!” ชายอีกคนกล่าว

ขณะที่ศิษย์ดันเซี่ยงเถาหยวนกำลังรู้สึกขอบคุณเฉินเซี่ยง เหล่าศิษย์นิกายนักสู้แท้จริงและนิกายเช่าหวู่ต่างกรูกันเข้าหาเฉินเซี่ยงด้วยความโลภ พวกมันเชื่อว่าด้วยคนที่มากกว่าขนาดนี้ย่อมสามารถจัดการกับเฉินเซี่ยงได้และท้ายที่สุด… พวกมันก็จะได้กระบี่และค่าหัวอีก 10 ล้านผลึกศิลาของเฉินเซี่ยง

ไอ้พวกเนรคุณ! หยุดมันเอาไว้!” ชายวัยกลางคนจากดันเซี่ยงเถาหยวนตะโกนขึ้น เขากระชับหอกยาวในมือก่อนจะพุ่งเข้าใส่เหล่าศิษย์จากนิกายนักสู้แท้จริงและนิกายเช่าหวู่อย่างไม่ลังเล

เมื่อเหล่าศิษย์ดันเซี่ยงเถาหยวนเห็นผู้นำของเขาลงมือ คนที่เหลือจึงเริ่มเข้าต่อสู้กับศิษย์นิกายนักสู้แท้จริงและนิกายเช่าหวู่ทีละคนๆ

ศิษย์พี่และศิษย์น้องแห่งดันเซี่ยงเถาหยวน พวกท่าทุกคนจงมาหลบอยู่หลังข้า!” เฉินเซี่ยงตะโกนขึ้น ใบหน้าของเขาเคร่งขรึมและเย็นชา ก่อนหน้านี้เขาเพิ่งจะช่วยเหลือศิษย์จากนิกายนักสู้แท้จริงและนิกายเช่าหวู่ แต่พวกมันกลับเนรคุณและกล้าจู่โจมเขา!!!……………………………………………………



Chapter 215 – ลงมือก่อน บอกทีหลัง

เมื่อศิษย์ดันเซี่ยงเถาหยวนได้ยินเฉินเซี่ยงตะโกนขึ้นพวกเขาก็ต่างถอยร่นออกมา ถึงพวกเขาไม่รู้ว่าเฉินเซี่ยงกำลังจะทำอะไรแต่พวกเขายังสามารถจับสังเกตุจากน้ำเสียงของเฉินเซี่ยงว่าตอนนี้เขากำลังกระวนกระวายมาก

ศิษย์นิกายนักสู้แท้จริงและศิษย์นิกายเช่าหวู่ไม่รู้ว่าต้องทำอะไรต่อไปเมื่อพวกมันเห็นศิษย์ดันเซี่ยงเถาหยวนร่นถอยไปหาเฉินเซี่ยงเพราะเดิม..พวกมันต่างคิดว่าศิษย์ดันเซี่ยงเถาหยวนจะจู่โจมเฉินเซี่ยงเช่นเดียวกับพวกมัน

ฮึ่ม.. ขนาดข้าช่วยหมาหมามันยังกระดิกหางให้ แต่พวกเจ้ากลับไม่เอ่ยคำขอบคุณทั้งยังหันอาวุธใส่ข้า พวกเจ้าทั้งหมดมันเลวยิ่งกว่าหมาซะอีก!” เฉินเซี่ยงด่าทอด้วยความโกรธ

แล้วยังไง?” ศิษย์ที่โง่เขลาจากนิกายนักสู้แท้จริงคนหนึ่งตะโกนขึ้น มันคิดว่ามีพวกของมันมากมายที่เข้าข้างมัน อีกอย่างที่นี่ยังมีศิษย์นิกายนักสู้แท้จริงที่อยู่ข้างเดียวกันกับมันอีกหลายคน

ร่องรอยของการเหยียดหยามปรากฏขึ้นบนใบหน้าของเฉินเซี่ยง ทันใดนั้น เปลวเพลิงอันบ้าคลั่งพลันลุกโหมขึ้นทั่วร่างของเฉินเซี่ยง ที่แผ่นหลังของเขาปรากฏเป็นปีกเพลิงคู่ยักษ์ที่ในยามนี้คล้ายคลึงกับปีกของหงษ์เพลิงเป็นอย่างมาก เฉินเซี่ยงพุ่งทะยานเข้าใส่เหล่าศิษย์ของนิกายนักสู้แท้จริงและนิกายเช่าหวู่ที่อยู่เบื้องหน้าขณะที่ปีกเพลิงยักษ์ที่อยู่ด้านหลังของเขาก็ขยายใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ

ไม่นานเฉินเซี่ยงก็ทะยานไปถึงพวกมัน เขากลายเป็นเหมือนนกยักษ์ดุร้ายที่กำลังล่าเหยื่อ กลุ่มของศิษย์นิกายนักสู้แท้จริงและนิกายเช่าหวู่ไม่มีเวลาพอที่จะตอบโต้ พวกมันถูกปีกเพลิงยักษ์ของเฉินเซี่ยงกวาดผ่าน.. ศิษย์ของสองนิกายเหล่านั้นถูกแผดเผาจนมอดไหม้เป็นเถ้าถ่านกระทั่งผืนดินที่อยู่เบื้องล่างพวกมันยังเกิดเป็นเพลิงลุกไหม้!

เหตุการณ์นี้นับเป็นสิ่งเปิดหูเปิดตาให้แก่เหล่าศิษย์ดันเซี่ยงเถาหยวน เพียงแค่ 1 กระบวนท่า ศิษย์มากมายจากนิกายหลักทั้งสองกลับถูกแผดเผาจนกลายเป็นเถ้าถ่านภายในพริบตา นี่นับเป็นความแข็งแกร่งที่น่าสะพรึงกลัวของเฉินเซี่ยง ดังนั้น การที่จะเรียกขานเฉินเซี่ยงว่าเป็นนักสู้นักรุ่นเยาว์ที่แข็งแกร่งที่สุดในประวัติศาสตร์ของนิกายยอดนักสู้ย่อมไม่ใช่เรื่องผิด

พี่น้องดันเซี่ยงเถาหยวนทั้งหลาย ข้าอยากเดินทางกลับนิกายยอดนักสู้ให้เร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ ดังนั้นนั้น ข้าจึงไม่อาจเดินทางไปยังเมืองเถาหยวนกับพวกท่านได้! บางทีครั้งต่อไปเราอาจได้พบกันใหม่!” เฉินเซี่ยงกล่าวพลางยิ้มและหัวเราะร่าก่อนปลดปล่อยปีกเพลิงคู่ยักษ์อันน่าพรึงกลัวนั่นอีกครั้งแล้วทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้าจนเงาร่างของเขาเลือนหายไปกับกลุ่มเมฆ

ดูเหมือนข่าวลือเหล่านั้นจะเรื่องกล่าวหาเฉินเซี่ยง เขาไม่ใช่คนเลวเลยแม้แต่น้อย!” ชายคนนึงกล่าวขึ้น

ถูกต้อง กลับกลายเป็นว่าเขาถูกผู้คนมากมายปองร้าย!”

หากมีโอกาส ข้าจะดื่มให้เขาสองจอก ไป…รีบกลับกันได้แล้ว! ไอ้คนจากนิกายฝ่ายปีศาจนับวันพวกมันยิ่งอาละวาดมากขึ้นเรื่อยๆ!”

เฉินเซี่ยงกลับมาถึงนิกายยอดนักสู้ประมาณช่วงกลางคืน เมื่อเฉินเซี่ยงกลับมาถึง…เขารีบตามหาผู้อาวุโสถานในทันที ถึงยามนี้จะค่อนข้างดึกแต่เฉินเซี่ยงยังได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่นจากผู้อาวุโสถาน

ผู้อาวุโสถานประหลาดใจอย่างมากที่เห็นเฉินเซี่ยงกลับมาได้อย่างปลอดภัย แต่กระนั้นใบหน้าแก่ๆของมันยังเต็มไปด้วยรอยยิ้ม “ดูเหมือนเจ้าจะแก้ปัญหาได้แล้วสินะ!”

เฉินเซี่ยงแค่พยักหน้าแล้วยิ้มพลางกล่าวตอบ “ปัญหาเรื่องนี้นับเป็นเรื่องง่าย ข้าต้องขอบคุณผู้อาวุโสถานจริงๆที่มอบภารกิจที่ง่ายดายให้ข้าเช่นนี้ ข้าแค่เดินทางเล็กน้อยก็สามารถแก้ไขปัญหาได้แล้ว!”

ผู้อาวุโสถานรู้สึกสงสัยเป็นอย่างมาก มันรู้ว่ามีนักสู้ระดับสูงกำลังรอลอบสังหารเฉินเซี่ยง แต่จนถึงเดี๋ยวนี้มันก็ยังไม่ได้รับข่าวคราวใดๆจากเมืองกระบี่น้ำแข็งเลย

ดีมาก!” ผู้อาวุโสถานยิ้มพลางกล่าว

ทันใดนั้น ท่าทางของเฉินเซี่ยงก็เปลี่ยนเป็นจริงจังในฉับพลัน เขากล่าว “ผู้อาวุโสถาน ระหว่างที่ข้าเดินทางข้าได้ของดีมาด้วยแต่ข้าไม่รู้ว่าควรจะเปิดเผยดีหรือเปล่า?”

โอ้?” ผู้อาวุโสถานรู้สึกสงสัย หากเฉินเซี่ยงได้ของดีมาจริง..ทำไมเขาต้องพูดถึงมันหล่ะ?

ข้ารู้ว่ามันเป็นสิ่งที่น่าอัศจรรย์แต่ดูเหมือนว่าข้าก็บอกไม่ได้เหมือนกันว่ามันคืออะไร ผู้อาวุโสถาน..ตัวท่านนับว่ามากประสบการณ์และเคยพบเจอสิ่งของมากมายหลายสิ่ง ท่านพอจะช่วยข้าดูของชิ้นนี้หน่อยได้มั้ย?” เฉินเซี่ยงกล่าวถามเบาๆและหยิบเอาผลึกศิลาระดับสูงสุดขนาดเท่ากำปั้นออกมาก่อนจะยื่นส่งให้ผู้อาวุโสถาน

เมื่อเห็นศิลาที่เปล่งแสงสีขาวและมีปราณวิญญาณอัดแน่นอยู่ภายในจำนวนมากมายมหาศาล ผู้อาวุโสถานจำได้ทันทีว่าของสิ่งนี้คือผลึกศิลาระดับสูงสุด

ผู้อาวุโสถาน…ศิลานี่ไม่ใช่ผลึกศิลาระดับสูงสุด! ลองใช้สัมผัสศักดิ์สิทธิ์ของท่านตรวจสอบมันให้ดีแล้วท่านจะสัมผัสได้ถึงความรู้สึกแปลกๆ ข้าคิดว่าบางที…มันอาจจะเป็นผลึกจักรพรรดิก็ได้! ข้าขโมยมันมาจากนักสู้ฝ่ายปีศาจที่แข็งแกร่งคนนึง มันผู้นั้นเคยเข้าไปที่เบื้องลึกของเหมืองผลึกศิลาแห่งนั้นด้วย!” เฉินเซี่ยงกล่าวอธิบาย

ผลึกจักรพรรดิ! เมื่อผู้อาวุโสถานได้ยินคำกล่าวของเฉินเซี่ยง มันพลันแข็งค้างไปชั่วครู่ก่อนแผ่สัมผัสศักดิ์สิทธิ์เข้าไปตรวจสอบผลึกศิลานั่น.. ไม่ต้องกล่าวถึงผลึกจักรพรรดิ…แค่ผลึกศิลาระดับสูงสุดก้อนใหญ่ขนาดนี้ยังพบเจอได้ยากเลย แต่ตอนนี้สิ่งของล้ำค่าเช่นนี้กลับถูกส่งมาจนถึงมือของมันด้วยเฉินเซี่ยงเองทำให้ความสงสัยที่มันมีต่อเฉินเซี่ยงพลันมลายหายสิ้น

หลังผู้อาวุโสถานแผ่สัมผัสศักดิ์สิทธิ์เข้าไปในผลึกจักรพรรดิทั้งหมด จู่ๆเฉินเซี่ยงกลับตะโกนเรียกหลงเสวี่ยอี๋ด้วยสัมผัสศักดิ์สิทธิ์ “มังกรน้อยข้าขอยืมพลังของเจ้าหน่อย!”

ได้เลย!” หลงเสวี่ยอี๋ตอบตกลงในทันที

เฉินเซี่ยงค่อยๆแอบย่องไปด้านหลังของผู้อาวุโสถานเงียบๆก่อนดึงเอากระบี่ครามผลาญมังกรออกมา เขาถ่ายปราณจักรวาลด้วยพลังที่ยืมมาจากหลงเสวี่ยอี๋เขาไปในกระบี่ก่อนจะฟันใส่ผู้อาวุโสถาน

ทันใดนั้น ผู้อาวุโสถานพลันรู้สึกได้ถึงพลังที่น่าสะพรึงกลัวกำลังพุ่งตรงเข้าใส่มัน มันพยายามจะหลบหลีกแต่กลับช้าจนเกินไป กระบี่น้ำหนักกว่าหลายล้านจินฟาดเข้าใส่ร่างกายของมันอย่างหนักหน่วงกระทั่งทำให้ร่างของมันขาดเป็น 2 ท่อน!!

เรื่องของผู้อาวุโสถานเฉินเซี่ยงไม่ได้กะจะบอกกู่ตงเฉินหรือคนอื่นๆ เขาตั้งใจที่จะลงมือก่อนแล้วค่อยบอกทีหลัง ที่เขาทำเช่นนั้นก็เพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้ผู้อาวุโสถานทราบถึงชะตากรรมของมันจนทำให้มันพยายหลบหนี!

หลังจากสังหารผู้อาวุโสถานเสร็จแล้วเขาจึงมุ่งหน้าไปยังดินแดนลี้ลับแห่งนิกายยอดนักสู้ ระหว่างทาง…เฉินเซี่ยงได้พบกับหวู่ไคหมิง เขารายงานเรื่องราวที่เกิดขึ้นให้กับหวู่ไคหมิงฟังทั้งยังหยิบเอาแผนที่ทั้งสองแผ่นที่เป็นหลักฐานยื่นส่งให้กับหวู่ไคหมิง

เมื่อหวู่ไคหมิงได้ทราบสิ่งที่เกิดขึ้นทำให้เขาโกรธแค้นอย่างมาก “นี่มันเกิดเรื่องบ้าอะไรขึ้นกับนิกายยอดนักสู้!? ไอ้พวกคนทรยศทั้งหลายต่างโผล่หัวขึ้นมาคนแล้วคนเล่า! เรื่องเหมืองผลึกศิลาท่านประมุขกับข้าไม่รู้เรื่องอะไรเลย ไม่อย่างงั้นพวกเราคงไม่ปล่อยให้ท่านไปคนเดียวแน่.. ทุกสิ่งทุกอย่างเกี่ยวกับเหมืองผลึกศิลาจะเป็น ‘ถานเฟิง’ ที่เป็นผู้จัดการอยู่เสมอ ข้าคิดไม่ถึงเลยจริงๆว่ามันจะกล้าปิดบังเรื่องนี้กับข้า!”

ไปกันเถอะ เราจะไปตามหาถานเฟิงกัน!” หวู่ไคหมิงกล่าวขึ้น

เอ่อ…คือ… ตอนนี้มันก็เหลือแต่ศพอ่ะนะ!” เฉินเซี่ยงยิ้มบาง

หวู่ไคหมิงขวัญกระเจิงไปชั่วครู่ก่อนจะกล่าว “ปะ…เป็นไปไม่ได้….” ขณะที่ทั้งสองพูดคุยกัน ทั้งสองก็มุ่งหน้าตรงไปยังที่พักของถานเฟิง

ที่พักของถานเฟิงอยู่ไม่ไกลมากนัก เมื่อทั้งสองไปถึงหวู่ไคหมิงจึงได้พบกับศพของถานเฟิงที่ถูกเฉินเซี่ยงผ่าเป็น 2 ซีกทั้งพื้นที่โดยรอบยังมีคราบโลหิตสาดกระจายไปทั่ว หวู่ไคหมิงทำได้เพียงถอนหายใจยาว เขาเริ่มสงสัยแล้วว่าเฉินเซี่ยงบรรลุขอบเขตอันยิ่งใหญ่แล้วหรือไม่..เพราะเฉินเซี่ยงสามารถปลิดชีวิตของผู้อาวุโสได้ถึง 2 คน!

ท่านควรไปพักผ่อนก่อน ประมุขหุบเขาเหมันต์ได้เข้าดูแลเรื่องราวที่เมืองกระบี่น้ำแข็งแล้ว…พวกเราย่อมไม่ต้องกังวล! ส่วนเรื่องถานเฟิง..ปล่อยให้ข้าเป็นคนจัดการ ข้าจะไปคุยเรื่องนี้กับท่านประมุขทีหลัง” หวู่ไคหมิงกล่าว ตอนนี้เขารู้สึกไม่ค่อยดีนัก ทั้งลู่สางและถานเฟิงต่างก็ถูกหวู่ไคหมิงฟูมฟักมาเป็นอย่างดีกระทั่งพวกมันได้เข้านั่งเก้าอี้ตำแหน่งผู้อาวุโสแห่งนิกายยอดนักสู้ แต่ใครจะไปคิดว่าเรื่องราวมันจะกลับกลายเป็นเช่นนี้

เฉินเซี่ยงไปหาหวินเสี่ยวเตาและคนอื่นๆและได้ทราบในภายหลังว่าทั้งหมดต่างออกไปทำภารกิจ ก่อนหน้านี้พวกเขาเกลียดการทำภารกิจ แต่ตอนนี้พวกเขาย่อมไม่มีทางเลือกจึงได้แต่ทำภารกิจให้ลุล่วงไปนั่นเพราะรางวัลที่พวกเขาจะได้นั้นยากจะต้านทานนัก

หลังจากเฉินเซี่ยงกลับไปถึงที่พักเล็กๆของเขาในลานราชาสุดยอดเม็ดยาเขาเดินตรงไปยังสวนของเขาในทันที เฉินเซี่ยงแหงนหน้ามองต้นผลรากครามซึ่งยามนี้มันออกผลครบทั้ง 39 ผลแล้ว! ในยามนี้ผู้อาวุโสเม็ดยากำลังนังอยู่ใต้ต้นไม้ต้นหนึ่งพลางจ้องมองดอกผลรากครามที่เปล่งประกายแสงสีครามระยิบระยับในมือของนาง

ผลไม้พวกนี้ช่างงดงามนัก… แต่น่าเสียดายที่มันไม่ใช่ของเจ้า! ฮ่าฮ่าฮ่า…” เฉินเซี่ยงกล่าวหยอกล้อนาง……………………………………………………..



Chapter 216:    4 ทักษะปีศาจ

ผู้อาวุโสเม็ดยายืนขึ้นแล้วกล่าว “ข้ามีเม็ดยาสร้างรากฐานมากมายแล้ว… ท่านสกัดกลั่นเพื่อตัวท่านเองเถอะ!”

เฉินเซี่ยงยิ้มพลางกล่าว ”เยี่ยม! ข้ากำลังอยากได้เม็ดยาสร้างรากฐานจำนวนมากอยู่พอดี นี่..สาวน้อย เจ้าช่วยข้ารวบรวมวัตถุดิบหน่อยได้มั้ย?”

เฉินเซี่ยงมีผลรากคราม 39 ผลซึ่งหมายความว่าเขาต้องรวบรวมสมุนไพรให้ได้ทั้งหมด 39 ชุด ยามนี้ เฉินเซี่ยงมีผลพันเส้นโลหิต ผลวิญญาณโลหะ สมุนไพรเสริมและแก่นอสูรอยู่จำนวนมาก ตอนที่เฉินเซี่ยงอยู่ในดินแดนลี้ลับแห่งเต่าทมิฬ เขาสามารถเก็บรวบรวมสมุนไพรได้มากพอที่จะสามารถสกัดกลั่นเม็ดยาสร้างรากฐานได้ทั้งหมด 800 ชุด ที่เฉินเซี่ยงกล่าวถามผู้อาวุโสเม็ดยาก็เพราะเขาอยากรู้ว่านางมีวัตถุดิบในการสกัดกลั่นเม็ดยาสร้างรากฐานหรือไม่

นางส่ายหน้า “ก่อนหน้านี้ข้าทุ่มความสามารถทั้งหมดของข้าในการวบรวมสมุนไพร.. ไม่ใช่ว่าข้าไม่อยากช่วยท่านแต่ผลวิญญาณโลหะและผลพันเส้นโลหิตในยามนี้หาได้ยากมาก”

เฉินเซี่ยงรู้ว่านางไม่ได้โกหกแต่เขายังคงสงสัยว่านางเป็นประมุขของดันเซี่ยงเถาหยวน ไม่อย่างนั้น นางสามารถจะรวบรวมสมุนไพรที่ใช้ในการสกัดกลั่นเม็ดยาสร้างรากฐานมากมายได้รวดเร็วขนาดนั้นได้ยังไง

สาวน้อย… ข้ามีเรื่องๆหนึ่งจะถามเจ้าและเจ้าต้องตอบข้าตามจริง!” เฉินเซี่ยงกล่าว “ตอนนี้เจ้าก็รู้แล้วว่าข้ามีจิตวิญญาณเพลิง!”

ข้าเลือกที่จะตอบหรือไม่ตอบก็ได้!” นางกล่าวตอบ ภายในใจของนางยังคงระแวงกับคำถามของเฉินเซี่ยงทำให้นางกังวลมากในยามนี้

เฉินเซี่ยงพยักหน้าแล้วจึงกล่าวถาม “เจ้าคือประมุขดันเซี่ยงเถาหยวนหรือเปล่า?”

นางไม่ได้กล่าวตอบ นางเพียงจ้องมองเฉินเซี่ยง ในยามนี้เฉินเซี่ยงสามารถยืนยันข้อสงสัยของเค้าได้แล้วว่านางคือประมุขดันเซี่ยงเถาหยวนจริงๆ

ไม่.. ข้าไม่ใช่ประมุขดันเซี่ยงเถาหยวน! แต่ข้าก็คล้ายกับนางมาก!” นางตอบปฏิเสธเฉินเซี่ยงแต่เฉินเซี่ยงยังคงมั่นใจว่านางเป็น

เจ้าไม่ได้กำลังโกหกข้าใช่มั้ย?” เฉินเซี่ยงค่อนข้างสงสัยนาง

ข้าไม่ได้โกหกท่าน! หรือจะให้ข้าสาบาน?” นางกล่าว

ไม่ต้อง!” เฉินเซี่ยงเริ่มเก็บผลรากครามบนต้นพลางกล่าว “สาวน้อย เจ้าค้นหาสถานที่ที่มีวัตถุดิบของเม็ดยาธาตุแท้จริงพบหรือยัง?”

ยัง.. ถ้าข้าพบ..ข้าย่อมไปซื้อหามาให้ท่านแน่นอน!” นางกล่าวพลางสูดกลิ่นของดอกผลรากคราม จากสิ่งที่นางทำย่อมชัดเจนว่านางชื่นชอบดอกผลรากครามเป็นอย่างมาก

เฉินเซี่ยงหัวเราะแล้วกล่าว “งั้นข้าก็ขอขอบคุณเจ้าล่วงหน้า! ถึงเจ้าจะเป็นคนต่อต้านข้าก่อนแต่ข้าก็ไม่เคยเกลียดเจ้า! ฮี่ฮี่ ข้าจะบอกความจริงให้ ข้าหน่ะอยากเอาชนะเจ้าใจจะขาด ข้าอยากรู้ว่าเจ้าเป็นใครและอยากยืนยันเรื่องที่เจ้าพูดว่ารูปลักษณ์ของเจ้าก็งดงามเหมือนกับเซี่ยนเซี่ยนของข้า!”

นางแค่นเสียงเบาๆ “ฮึ่ม งั้นท่านก็ต้องแข็งแกร่งให้ได้อย่างรวดเร็วและห้ามสร้างปัญหาด้วย ในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า..มหาภัยพิบัติจะบังเกิดขึ้นทั่วทั้งโลกใบนี้ ตัวท่านต้องพร้อมที่จะรับมือกับมัน ดังนั้น ท่านควรจะบ่มเพาะอย่างจริงจังได้แล้ว!”

แต่ถ้าท่านต้องการรวบรวมสมุนหายาก ท่านต้องไปที่เมืองดันเซี่ยงในดันเซี่ยงเถาหยวน ที่นั่นจะมีสถานที่ที่ประมูลสมุนไพรหายากอยู่! ส่วนข้าจะเก็บตัวบ่มเพาะช่วงเวลานึง”

หลังจากนางไป เฉินเซี่ยงพึมพัมกับตนเอง “หรือนางรอให้ข้ากลับมาก่อนแล้วค่อยไปเก็บตัวบ่มเพาะ? ข้าไม่เข้าใจนางเลยจริงๆ”

เฉินเซี่ยงคิดว่าในที่สุดเวลาแห่งการบ่มเพาะอันสงบสุขก็มาถึงแต่ก่อนอื่น..เขาต้องปลูกต้นไม้เสียก่อน! เฉินเซี่ยงมีผลพันเส้นโลหิต ผลวิญญาณโลหะและสมุนไพรอื่นๆมากมาย แต่ถึงอย่างนั้นเขากลับมีผลรากครามเพียงน้อยนิด! นั่นเป็นเหตุผลให้เฉินเซี่ยงต้องปลูกมันเพิ่ม

ตอนนี้เฉินเซี่ยงมีน้ำลายมังกรทองที่สามารถเร่งการเจริญโตเติบของพืชได้อย่างบ้าคลั่งและตราบใดที่เฉินเฉินเซี่ยงสามารถกสัดกลั่นเม็ดยาสร้างรากฐานได้ เขาย่อมสามารถบ่มเพาะนักสู้ขอบเขตนักสู้แท้จริงได้มากมาย

นอกจากนี้ด้วยเม็ดยาสร้างรากฐานที่เขาสกัดกลั่นได้ยังจะทำให้เฉินเซี่ยงเป็นผู้มั่งคั่งซึ่งสามารถใช้เงินเหล่านั้นซื้อหาสมุนไพรหายากได้เพิ่มมากขึ้น

ยามนี้ลานราชาสุดยอดเม็ดยาเงียบสงบมาก เฉินเซี่ยงเป็นเพียงผู้เดียวที่อยู่ในลานราชาสุดยอดเม็ดยาส่วนวู๋เชียนเชียนก็มีแต่พระเจ้าเท่านั้นที่รู้ว่าผู้อาวุโสเม็ดยาพานางไปซ่อนไว้ที่ไหน เฉินเซี่ยงเองก็ไม่ได้เจอวู๋เชียนเชียนนานมากแล้ว

ตอนนี้ถึงเวลาที่เจ้าต้องเริ่มเรียนรู้ทักษะปีศาจของข้าแล้ว! แดนสวรรค์ทั้งสามกำลังจะมาบรรจบกัน เจ้าจำเป็นต้องเรียนรู้ทักษะที่ทรงพลังเพื่อที่จะทำให้เจ้าแข็งแกร่งขึ้น!” เป่ยยู่ยู่กล่าว

เฉินเซี่ยงพยักหน้า เขาวางแผนที่จะบ่มเพาะความแข็งแกร่งในช่วงกลางวันส่วนช่วงกลางคืนเขาจะใช้เวลาไปกับการสร้างน้ำลายมังกรทอง

ทักษะปีศาจของข้าจำเป็นต้องมีความแข็งแกร่งทางร่างกาย ปราณ และสัมผัสศักดิ์สิทธิ์ที่สูงมาก ส่วนทักษะที่เหมาะสมกับเจ้านั้น..มีทั้งหมด 5 ทักษะ แต่หนึ่งในนั้น..เจ้าเรียนรู้ไปแล้วคือ ’ทักษะปีศาจกลืนกิน’ ทำให้เหลืออีก 4 ทักษะซึ่งก็คือ ‘ฝ่ามือแปลงกระดูก’ ’เนตรปีศาจ’ ’สาปวิญญาณ’ และ ’ลมหายใจปีศาจ’! ” นางกล่าวพลางเริ่มถ่ายทอดทักษะปีศาจให้กับเฉินเซี่ยง

การใช้สัมผัสศักดิ์สิทธิ์ถ่ายทอดทักษะวิชานับเป็นเรื่องที่ผิดธรรมดา ฮวั๋งเจี่ยนเทียนที่เป็นอาจารย์ของเฉินเซี่ยงอีกคนยังไม่สามารถใช้สัมผัสศักดิ์สิทธิ์ในการถ่ายทอดทักษะวิชาให้ได้ เฉินเซี่ยงเคยอ่านหนังสือมากมายแต่เขายังไม่อาจหาวิธีการใดๆที่คล้ายคลึงกับการที่สองสาวใช้สัมผัสศักดิ์สิทธิ์ถ่ายทอดทักษะวิชาให้เขา เรื่องนี้ถือเป็นหนึ่งในเหตุผลที่ทำไมเฉินเซี่ยงถึงสงสัยว่าเป่ยยู่ยู่และซูเหม่ยเหยามาจากต่างโลก

ฝ่ามือแปลงกระดูก เนตรปีศาจ สาปวิญญาณ และลมหายใจปีศาจ! ชื่อของทักษะทั้งสี่นี้ฟังดูน่าเกรงขามเป็นอย่างมาก ในยามนี้ความรู้…ความใจเกี่ยวกับทักษะทั้ง 4 อันมากมายก็ปรากฏขึ้นในสมองของเฉินเซี่ยงทำให้เฉินเซี่ยงมีความเข้าใจพวกมันอย่างลึกซึ้ง

ในนิกายฝ่ายปีศาจ.. มีขุมกำลังอันทรงพลังที่รู้จักกันในนาม ‘เผ่าแปลงกระดูก’ พวกมันจะใช้ทักษะที่เป็นเอกลักษ์เฉพาะในการแปลงกระดูกและเลือดเนื้อให้กลายพิษเหลวสีดำซึ่งทักษะนั้นเป็นที่รู้จักกันในชื่อ ‘ฝ่ามือแปลงกระดูก’ เพียงแต่มันแตกต่างกับทักษะปีศาจที่เฉินเซี่ยงเพิ่งเรียนรู้มาเป็นอย่างมาก

ไม่เพียงฝ่ามือแปลงกระดูกของเฉินเซี่ยงจะใช้ในการจู่โจมมนุษย์ แต่มันยังสามารถใช้โจมตีวัตถุที่แข็งมากๆจนทำให้วัตถุเหล่านั้นสลายหายไป หากฝ่ามือนี้ถูกใช้กับมนุษย์..มันจะทำให้กระดูก เลือดเนื้อ และเส้นลมปราณถูกหลอมละลาย ไม่เพียงฝ่ามือแปลงกระดูกจะใช้กับการต่อสู้ระยะประชิดแต่มันสามารถสร้างปราณจนกลายเป็นการจู่โจมระยะไกลได้ด้วย นับว่ามันเป็นทั้งทักษะที่ดีและเป็นทักษะปีศาจไปด้วยทั้งคู่

หากจินตนาการถึงระหว่างการต่อสู้ ถ้ากระดูกของอีกฝ่ายถูกหลอมละลาย…มันผู้นั้นจะเป็นเช่นใด? นั่นจึงเป็นเหตุผลที่ทำไมความต้องการของจำนวนปราณแท้จริงของทักษะที่น่าสะพรึงกลัวนี้ถึงได้สูงนัก

เนตรปีศาจ… เมื่อเฉินเซี่ยงได้ยินคำนี้ทำให้เฉินเซี่ยงคิดไปว่ามันจะช่วยให้เขาสามารถอ่านจิตใจของผู้อื่นออก แต่มันกลับแตกต่างไปอย่างสิ้นเชิง เนตรปีศาจจะทำให้ผู้ใช้สามารถยิงลำแสงออกจากดวงตาทั้งสองข้างได้โดยเฉพาะการยิงลำแสงเพื่อจู่โจมหัวใจ ลำแสงที่ยิงออกมาจะเจาะทะลุเข้าไปในร่างกายแล้วเข้าทำลายหัวใจโดยตรง! ไม่เพียงมันจะใช้เพื่อจู่โจมหัวใจของศัตรู แต่มันยังสามารถใช้เพื่อจู่โจมอวัยวะต่างของคู่ต่อสู้ได้โดยตรง ทักษะปีศาจชนิดนี้เป็นทักษะที่เหมาะกับนักสู้ที่โหดเหี้ยมซึ่งมันทำให้เฉินเซี่ยงแอบมีความสุขเพราะเขาปราถนาจะเป็นบุคคลที่โหดเหี้ยมเป็นอย่างมาก

ในระหว่างการต่อสู้ หากใครก็ตามยิงลำแสงปราณออกจากดวงตาเจาะทะลุเข้าทำลายหัวใจของอีกฝ่ายได้…มันจะร้ายกาจขนาดไหน!? แต่ถึงอย่างนั้นทักษะนี้ยังต้องใช้ปราณและสัมผัสศักดิ์สิทธิ์อย่างบ้าคลั่ง

เป็นไปได้ก็ห้ามให้คนอื่นรู้ว่าเจ้าบ่มเพาะเนตรปีศาจ ไม่งั้นศัตรูของเจ้าอาจจะระวังมันมากเป็นพิเศษ” เป่ยยู่ยู่กล่าวเตือน นางเองก็เป็นหนึ่งในบุคคลที่ชื่นชอบการสังหารทั้งยังเป็นหนึ่งในบุคคลที่ชื่นชอบการสรรหาวิธีต่างๆนาๆในการสังหารศัตรู

สาปปีศาจ…. เฉินเซี่ยงทราบรายละเอียดของทักษะนี้เล็กน้อย ทักษะชนิดนี้เป็นทักษะที่จะเข้าบังคับให้อีกฝ่ายพูดความจริง ทักษะนี้ต้องใช้สัมผัสศักดิ์สิทธิ์สูงมาก แต่ไม่เพียงมันจะเข้าบังคับวิญญาณของอีกฝ่ายให้กล่าวความจริง แต่มันยังสามารถยึดครองวิญญาณมาเป็นของตนได้ด้วย สาปปีศาจนั้นนับเป็นทักษะปีศาจที่แปลกประหลาดและทรงพลัง

สุดท้าย ลมหายใจปีศาจ… เป็นหนึ่งในทักษะที่ร้ายกาจมาก สิ่งที่มันปลดปล่อยออกมาคือแค่ปราณที่ถูกแปลงไปเป็นสัมผัสศักดิ์สิทธิ์อันเย็นเฉียบซึ่งนับว่ามันคือจิตวิญญาณน้ำแข็ง! ในระหว่างการต่อสู้ ทักษะนี้จะปลดปล่อยจิตวิญญาณน้ำแข็งแล้วทำให้มันเป็นออร่าปราณเพื่อลอบจู่โจมคู่ต่อสู้อย่างเงียบเชียบ หากคู่ต่อสู้โดนทักษะนี้เข้าไป ร่างกายของคนเหล่านั้นจะไม่ปรากฏสิ่งผิดปกติที่เด่นชัด..แต่จิตใต้สำนึกของมันจะรู้สึกหนาวเหน็บสุดขั้วราวกับมันถูกผลึกด้วยน้ำแข็งซึ่งการจู่โจมจากทักษะนี้ถือว่าสร้างความเสียหายให้กับจิตวิญญาณของอีกฝ่ายได้อย่างมหาศาล

รากฐานการบ่มเพาะของเฉินเซี่ยงทั้งปราณ สัมผัสศักดิ์สิทธิ์ และความแข็งแกร่งทางกายนับว่าแข็งแกร่งมากทำให้เฉินเซี่ยงสามารถฝึกฝนทักษะปีศาจทั้งสี่ได้ก้าวหน้าอย่างรวดเร็วจนทำให้เขาเชี่ยวชาญได้อย่างง่ายดาย เพียงแค่เฉินเซี่ยงพัฒนาในด้านต่างๆอย่างต่อเนื่อง เขาย่อมสามารถใช้ทักษะปีศาจเหล่านี้ได้อย่างพลิกแพลงและหลากหลาย

10 วันผ่านไป… ภายในลานขนาดเล็กแห่งหนึ่ง ในยามนี้กลับมีต้นผลรากครามถึง 2 ต้น แต่ยังดีที่ขนาดของพวกมันไม่ใหญ่มาก ไม่อย่างนั้นลานขนาดเล็กแห่งนี้ย่อมไม่พอแน่………………………………….



Chapter 217 – เขาราชาสมุนไพร

เฉินเซี่ยงไม่ได้ออกไปจากลานราชาสุดยอดเม็ดยาในช่วง 10 วันที่ผ่านมา นอกจากเขาจะฝึกฝนทักษะปีศาจแต่เขายังบำรุงต้นผลรากครามด้วย เฉินเซี่ยงไม่ได้ให้ความสนกับเรื่องราวที่เกิดขึ้นภายนอกเพราะเขากังวลว่าเรื่องราวเหล่านั้นจะทำให้เขาวอกแวก

แต่วันนี้..กลับมีบางคนมาเคาะประตูลานราชาสุดยอดเม็ดยา… ด้วยความที่ลานราชาสุดเม็ดยาเป็นของผู้อาวุโสเม็ดยา..ทำให้ไม่มีใครกล้าเคาะประตูไม่เว้นแม้กระทั่งหวู่ไคหมิงและกู่ตงเฉินเว้นแต่ทั้งสองมีเรื่องที่สำคัญมากๆนั่นก็เป็นข้อยกเว้นจึงทำให้เฉินเซี่ยงรีบดิ่งมาเปิดประตูอย่างรวดเร็ว

หากกู่งตงเฉินและหวู่ไคหมิงไม่มีธุระสำคัญ..ทั้งสองย่อมไม่มาที่นี่แน่

หลังจากเปิดประตูเฉินเซี่ยงก็พบกับหวู่ไคหมิง!

หัวล้านน้อยเจ้ามีเรื่องอะไร? เข้ามาก่อนสิ!” เฉินเซี่ยงกล่าว

มันก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร..เพียงแต่เราไม่อาจมองข้ามได้ ว่าแต่..ที่นี่ก็ดูดีนะ!” หวู่ไคหมิงกล่าวตอบ “ในช่วง 10 วันที่ผ่านมา ความขัดแย้งระหว่างนักสู้ฝ่ายธรรมะและนักสู้ฝ่ายปีศาจทวีความรุนแรงมากขึ้น ความแค้นระหว่างนิกายยอดนักสู้ นิกายนักสู้แท้จริง และนิกายเช่าหวู่จำเป็นต้องวางไว้ชั่วคราวเพียงแต่…ค่าหัวของท่านยังคงไม่ถูกยกเลิกไป!”

เฉินเซี่ยงพยักหน้า เขาเข้าใจว่าเหล่านิกายฝ่ายธรรมะจำเป็นต้องร่วมมือกันเพื่อจัดการกับเหล่านิกายฝ่ายปีศาจ ถ้าพวกเขาปล่อยให้นิกายฝ่ายปีศาจออกอาละวาดย่อมเกิดภัยพิบัติขึ้นก่อนที่มหาภัยพิบัติจะเกิดขึ้นจริงจนทำให้เฉินเหวู่แผ่นดินถูกทำลายจนสูญสิ้น

แต่นิกายยอดนักสู้เรายังไม่เห็นด้วยกับเรื่องการร่วมมือกัน ท่านประมุขบอกข้าให้มาถามท่านเพื่อให้ท่านตัดสินใจ” หวู่ไคหมิงกล่าว

ไม่ว่าพวกมันจะเสนอเงินรางวัลถึง 100 ล้านผลึกศิลา..ถ้าตราบใดที่คำกล่าวของเจ้าโง่น้อยยังมีผลอยู่..ข้าย่อมไม่กลัวใครหน้าไหนทั้งสิ้น!” เฉินเซี่ยงกล่าวอย่างไม่แยแส “ให้เจ้าโง่น้อยไปบอกพวกมันว่า..ถึงเราจะร่วมมือกับพวกมัน แต่หากใครก็ตามที่ต้องการสังหารข้า…ให้มันผู้นั้นเตรียมชดใช้ 10 เท่า!”

หวู่ไคหมิงกล่าวตอบ “วางใจได้ ท่านประมุขและข้าจะไม่ยอมให้ใครที่แข็งแกร่งจนเกินไปมาสู้กับท่านแน่นอน!”

ท่านควรเตรียมตัวให้พร้อม ยามนี้นิกายฝ่ายธรรมะและนิกายฝ่ายปีศาจกำลังจะเริ่มต่อสู้กันแล้วซึ่งนั่นจำเป็นต้องใช้มาตราการระดับกลางในการแก้ไขข้อขัดแย้งที่เกิดขึ้น  ดังนั้น..เพื่อเป็นการลดจำนวนผู้เสียชีวิตของทั้งสองฝ่าย..เป็นไปได้มากว่าจะมีการส่งศิษย์ของนิกายฝ่ายธรรมะบางคนเข้าประลองกับศิษย์ของนิกายฝ่าปีศาจ”

หลังจากหวู่ไคหมิงจากไปเฉินเซี่ยงก็เร่งสกัดกลั่นเม็ดยาทันที เขาจำเป็นต้องบรรลุระดับ 3 ขอบเขตนักสู้แท้จริงให้เร็วที่สุด! เพราะการประลองของนิกายฝ่ายธรรมะและนิกายฝ่ายปีศาจต้องเกิดขึ้นอย่างแน่นอนเพียงแต่…จะเกิดขึ้นเมื่อไหร่ก็ขึ้นอยู่กับเวลาเท่านั้น

ยามนี้..เฉินเซี่ยงมีวัตถุดิบในการสกัดกลั่นเม็ดยาสร้างรากฐานทั้งหมดแล้ว เขามีผลรากครามเหลืออยู่ 37 ผลทำเขาสามารถใช้มันสกัดกลั่นเม็ดยาสร้างรากฐานได้ทั้งหมด 37 ชุด… 3 วันผ่านไป ด้วยความเร็วในการสกัดกลั่นของเฉินเซี่ยงทำให้เขาได้เม็ดยาสร้างรากฐานมากกว่า 100 เม็ด!

ในเฉินหวู่แผ่นดินใหญ่..เป็นไปได้ว่าผู้ที่สกัดกลั่นเม็ดยาสร้างรากฐานได้มากที่สุดอาจจะเป็นเฉินเซี่ยงเพราะเขาครอบครองทรัพยากรหายากมากมาย ในยามนี้การสกัดกลั่นเม็ดยากลายเรื่องที่เฉินเซี่ยงสามารถสกัดกลั่นมันได้อย่างง่ายดายราวกับเดินเล่นในสวน

ด้วยความที่เฉินเซี่ยงครอบครองจิตวิญญาณเพลิงตะวันสวรรค์ทำให้ทักษะการปรุงยาของเขาพันฒนาแบบก้าวกระโดด ยิ่งถ้าหากรวมกับเตาปรุงยามังกรเพลิงยิ่งทำให้เขาสกัดกลั่นเม็ดยาระดับลึกล้ำขั้นต่ำได้รวดเร็วมากยิ่งขึ้น

3 วันผ่านไป.. ในที่สุดเฉินเซี่ยงก็สกัดกลั่นผลรากครามทั้ง 37 ผลหมดแล้ว แต่เพราะเขาสกัดกลั่นพลาด 2 ครั้งทำให้เฉินเซี่ยงสกัดกลั่นผลรากครามได้สำเร็จเพียง 35 ลูก ทุกๆครั้งที่สกัดกลั่น..เฉินเซี่ยงจะสกัดกลั่นเม็ดยาสร้างรากฐานได้ครั้งละ 4 เม็ดเสมอจึงกล่าวได้ว่า ยามนี้เฉินเซี่ยงได้เม็ดยาสร้างรากฐานทั้งหมด 115 เม็ด

หลังจากเฉินเซี่ยงสกัดกลั่นเม็ดยาสร้างรากฐานเสร็จทั้งหมด หลงเสวี่ยอี๋ก็จะส่งเสียงเอะอะเพื่อร้องขอเม็ดยา แต่ด้วยเฉินเซี่ยงยอมรับในความแข็งแกร่งของนางทำให้เขาใจกว้างกับนางเป็นอย่างมาก แต่เฉินเซี่ยงก็ไม่ได้ตามใจนางจนเกินไป..เขาจึงให้เม็ดยาสร้างรากฐานกับนางเพียง 2 เม็ดเท่านั้น

หลังจากเฉินเซี่ยงเอาเม็ดยาสร้างรากฐานให้มังกรน้อยแสนซนเขาก็กลืนเม็ดยาสร้างรากฐาน 8 เม็ดในคราวเดียวก่อนจะเริ่มการบ่มเพาะ.. ปราณแท้จริงที่ได้จากเม็ดยาสร้างรากฐานถูกบีบอัดเข้าสู่รูปแบบสัตว์ศักดิ์สิทธิ์ทั้งห้าของเฉินเซี่ยงทำให้พวกมันสว่างขึ้น

ตอนที่เฉินเซี่ยงไปจัดการกับปัญหาที่เหมืองผลึกศิลา เขาดูดกลืนปราณของนักสู้ฝ่ายปีศาจระดับ 5 ขอบเขตนักสู้แท้จริงทำให้ปราณของเขาเพิ่มพูนขึ้นเพียงเล็กน้อย แต่ยามนี้..เฉินเซี่ยงกลืนเม็ดยาสร้างรากฐานมากมายลงไปทำให้การบรรลุระดับ 3 ขอบเขตนักสู้แท้จริงของเฉินเซี่ยงไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป

ผ่านไปอีก 5 วัน.. เฉินเซี่ยงดูดซับปราณจากเม็ดยาสร้างรากฐานทั้ง 8 เม็ดได้ทั้งหมดทำให้เมล็ดธาตุภายในรูปแบบสัตว์ศักดิ์สิทธิ์แต่ละตัวเปล่งประกายจ้าถึงตัวละ 2 เมล็ด เฉินเซี่ยงเหลือเมล็ดธาตุที่ทำให้เปล่งประกายอีกทั้งหมด 5 เมล็ดก็จะทำให้เขาบรรลุสู่ระดับ 3 ขอบเขตนักสู้แท้จริง

เฉินเซี่ยงพบว่ายิ่งทำให้เมล็ดธาตุเปล่งประกายได้จำนวนมากเท่าไหร่ เมล็ดธาตุที่เหลือจะถูกทำให้เปล่งประกายได้ยากขึ้นเท่านั้น เขาต้องการปราณแท้จริงอีกจำนวนมหาศาลเพื่อที่จะบีบอัดลงไปในรูปแบบสัตว์ศักดิ์สิทธิ์พวกนั้นแล้วทำให้เมล็ดธาตุที่เหลือเปล่งประกาย ซึ่งขั้นตอนที่เหลืออยู่นี้นับว่ายากเย็นแสนเข็ญ

ในยามคำคืน… จู่ๆเกิดมีแสงประกายจ้าขึ้นจากภายในป่าบนภูเขาพร้อมกับปราณอันแข็งแกร่ง ทันใดนั้นปีกเพลิงคู่ยักษ์พลันปรากฏขึ้นแล้วหายไปภายในพริบตา

เฉินเซี่ยงกางปีกเพลิงยักษ์แล้วบินตรงไปยังเขาราชาสมุนไพร เมื่อเฉินเซี่ยงเข้าไปใกล้เขาราชาสมุนไพรในระดับหนึ่งเขาจึงสลายปีเพลิงแล้วร่อนลงบนพื้น

เรื่องที่ตระกูลลู่แห่งเขาราชาสมุนไพรร่วมมือกับนิกายฝ่าปีศาจยังไม่ถูกเปิดเผยเพราะหากเรื่องนี้ถูกเปิดเผย เหล่าขุมกำลังฝ่ายธรรมมะย่อมเข้าจู่โจมพวกมันอย่างไม่รอช้าและเมื่อถึงตอนนั้น…ทรัพยากรทั้งหมดของเขาราชาสมุนไพรก็จะถูกริบกระทั่งไม่เหลืออะไรสักอย่าง.. เฉินเซี่ยงมั่นใจว่าอีกไม่นานความจริงจะถูกเปิดเผยและตระกูลลู่คงจะหลบหนีไปพร้อมกับทรัพยากรส่วนใหญ่ของพวกมัน

เมื่อเฉินเซี่ยงตระหนักถึงเรื่องนี้เขาจึงรีบมุ่งหน้าไปยังเขาราชาสมุนไพรโดยไม่ลังเล ที่สำคัญตระกูลลู่ต้องการสังหารเขา…เขาย่อมไม่ลืมเรื่องนี้อย่างแน่นอน!

จากข่าวสารที่เจ้าอ้วนรวบรวมมาทำให้เฉินเซี่ยงเข้าใจว่าทำไมเขาราชาสมุนไพรถึงมีชื่อเสียงขนาดนั้น นั่นก็เพราะพวกมันมีสวนสมุนไพรที่มีมาตั้งแต่อดีตกาล ที่สำคัญสวนสมุนไพรของพวกมันยังลึกลับเป็นอย่างมากเพราะมีเพียงพระเจ้าเท่านั้นที่รู้ว่ามันเกิดขึ้นมาได้ยังไง แต่เมื่อสวนสมุนไพรแห่งนี้ถูกพบ ตระกูลลู่ถึงกับยอมสูญเสียอัจฉริยะมากมายเพื่อให้พวกมันได้ครอบครอง

เขาราชาสมุนไพรไม่แตกต่างไปจากภูเขาธรรมดาทั่วๆไปเพียงแต่มันจะมีสมุนไพรล้ำค่ามากมายจนทำให้มันมีชื่อเสียงอย่างมาก นอกจากนี้ที่เขาราชาสมุนไพรยังมีปราณวิญญาณที่อุดมสมบูรณ์อีกด้วย

ตระกูลลู่ตั้งอยู่บนยอดเขาราชาสมุนไพรและสวนสมุนไพรของพวกมันซ่อนอยู่ในดินแดนลี้ลับ จากข้อมูลที่เจ้าอ้วนให้มา..ตัวมันเองยังไม่สามารถระบุตำแหน่งของดินแดนลี้ลับได้

เฉินเซี่ยงหยิบผลึกจักรพรรดิออกมา เขาสัมผัสได้ถึงทุกสิ่งรอบๆตัว เมื่อเฉินเซี่ยงไม่สามารถสัมผัสสิ่งที่มีปราณวิญญาณได้ เขาจึงไม่ได้ให้ความสนใจอะไร

ครั้งก่อนที่ข้าได้พบสวนสมุนไพร สวนแห่งนั้นอยู่ในถ้ำภายในหุบเขา….. นั่นไงภูเขาขนาดใหญ่!” เฉินเซี่ยงมองไปยังเขาราชาสมุนไพรขนาดใหญ่ ถึงจะไม่มีถ้ำอยู่บริเวณใกล้เคียงแต่ก็ยังมีภูเขาขนาดใหญ่ซึ่งเขาลูกนั้นน่าจะเป็นที่ตั้งของสวนสมุนไพร

มังกรน้อย เจ้าสัมผัสอะไรไม่ได้เลยหรอ?” เฉินเซี่ยงกล่าวถาม

ข้าสัมผัสพลังงานแปลกๆได้ ถึงมันจะอ่อนมากๆแต่ข้าก็รู้สึกได้ มันน่าจะเป็นการเรียงตัวขนาดใหญ่ภายในภูเขานี่แหละ!” หลงเสวี่ยอี๋กล่าวตอบ

เฉินเซี่ยงรู้สึกเริงร่าอยู่ในใจเพราะเขาเดาเอาไว้ว่ามันต้องเป็นอย่างที่นางกล่าว แต่ขณะที่เฉินเซี่ยงกำลังจะขยับ..หลงเสวี่ยอี๋พลันกล่าวขึ้น “มีคนจำนวนมากกำลังเดินตรวจตราอยู่บริเวณนี้ เจ้าต้องระวังให้มาก!”

เฉินเซี่ยงหยิบเอาชุดคลุมดำมาสวมใส่และใช้ประโยชน์จากความมืดซ่อนตัวอยู่ในพงหญ้าและโคจรทักษะมังกรเพื่อกลบเกลื่อนกลิ่นอายทำให้ยากต่อการตรวจพบ

หลงเสวี่ยอี๋ไม่สามารถสัมผัสได้ถึงทางเข้าใดๆเพียงแต่นางยังคงสัมผัสได้ถึงบางสิ่งที่อยู่ภายในหุบเขานี้ ดังนั้นเฉินเซี่ยงจึงเริ่มออกค้นหาทางเข้าบริเวณรอบๆภูเขา

แม้ในยามนี้จะมืดมิดแต่เพราะเฉินเซี่ยงบ่มเพาะทักษะแห่งมังกรครามทำให้ทุกสิ่งที่เขาเห็นเป็นกลายสีครามซึ่งทำให้เขาสามารถมองเห็นในความมืดได้อย่างชัดเจน

หลังจากนั้นไม่นาน เฉินเซี่ยงก็เห็นคนหลายคนกำลังซุ่มอยู่ในพงหญ้า ถึงคนพวกนั้นจะอยู่แค่ระดับ 10 ขอบเขตนักสู้แต่ปราณของพวกมันกลับบริสุทธิ์มาก เห็นได้ชัดว่าพวกมันทุกคนคือยอดฝีมือ…………………..



Chapter 218 กวาดให้เหี่ยน

เฉินเซี่ยงไม่ได้ลงมือสังหารคนพวกนั้นเพราะจะทำให้เขากลายเป็นจุดสนใจและทั่วทั้งตระกลูลู่เองก็คงจะมีการเฝ้าระวังเป็นพิเศษ จุดประสงค์ที่เฉินเซี่ยงมาที่นี่ก็เพื่อรูดทรัพย์พวกมันเท่านั้น

เฉินเซี่ยงมั่นใจว่าตระกูลลู่ต้องร่วมมือกับนิกายฝ่ายปีศาจแน่เพราะพวกมันมีทรัพยากรดีๆมากมาย ที่พวกมันร่วมมือกับนิกายฝ่ายปีศาจก็เพราะอยากเรียนรู้ทักษะปีศาจที่จะทำให้พวกมันแข็งแกร่งขึ้น

ทักษะปีศาจเป็นทักษะที่ช่วยผู้ฝึกฝนเพิ่มพูนความแข็งแกร่งได้อย่างรวดเร็วและยังทำให้ได้ครอบครองพลังอันแข็งแกร่งในช่วงเวลาเพียงสั้นๆ เพียงแต่วิธีการฝึกฝนนั้นนับว่าโหดเหี้ยมมากเพราะทักษะปีศาจบางทักษะจำเป็นต้องดื่มโลหิตมนุษย์..กินหัวใจ..กินเนื้อสดๆและอีกมากมายแตกต่างกันไป ผู้ที่ฝึกฝนต้องอดทนต่อขั้นตอนการฝึกฝนเหล่านั้นให้ได้ นี่จึงเป็นเหตุผลที่ทำให้นิกายฝ่าปีศาจไม่เป็นที่ยอมรับโดยคนทั่วไป

แต่เมื่อตระกูลลู่ตกต่ำและ ‘สูญเสีย’ สมุนไพรที่มันภาคภูมิใจไปทำให้ตระกูลลู่ถูกนิกายฝ่ายปีศาจปล่อยประละเลยไป ด้วยเหตุนี้จึงทำให้ความสัมพันธ์ของมันกับนิกายฝ่ายปีศาจเบาบางลงและถึงแม้เฉินเซี่ยงจะไม่ลงมือด้วยตัวเอง แต่พวกมันย่อมหลีกหนีการล่มสลายไม่พ้นแน่

ขณะที่เฉินเซี่ยงออกค้นหาบริเวณรอบๆภูเขาขนาดใหญ่ ในที่สุด..เขาก็พบกับกลุ่มคนจำนวนมากที่บริเวณตีนเขา ในกลุ่มนั้น..มีนักสู้ระดับ 2 ขอบเขตนักสู้แท้จริง 2 คน ดูเหมือนตระกูลลู่จะมีนักสู้ขอบเขตนักสู้แท้จริงอยู่ไม่มาก นักสู้ระดับ 2 ขอบเขตนักสู้แท้จริงทั้งสองคนนั้นดูเหมือนพวกมันจะประจำการอยู่ที่นี่ เห็นได้ชัดว่าพวกมันกำลังปกป้องสิ่งสำคัญบางอย่าง

เฉินเซี่ยงมั่นใจว่าทางเข้าสู่สวนสมุนไพรน่าจะอยู่ใกล้ๆบริเวณนี้

ถ้าสวนสมุนไพรที่นี่เหมือนกันสวนสมุนไพรที่เจ้าพบก่อนหน้านี้ ก็เป็นไปได้ว่าตระกูลลู่น่าจะยังไม่เจอทางเข้าที่แท้จริง! เพราะถ้าหากเป็นทางเข้าที่แท้จริง พวกมันย่อมไม่จำเป็นต้องให้คนมาเฝ้าที่นี่มากมาย เป็นไปได้มากว่าทางเข้านี้คือหนึ่งในเส้นทางที่ถูกสร้างขึ้นโดยการอ้อมผ่านทางเข้าที่แท้จริงไป” ซูเหม่ยเหยากล่าว

เฉินเซี่ยงพยักหน้าแล้วเริ่มค้นหาทางเข้าที่แท้จริงต่อไป ตอนนี้เฉินเซี่ยงยังคงมีกุญแจที่ใช้เปิดสวนสมุนไพรก่อนหน้าอยู่ ถึงเฉินเซี่ยงไม่มั่นใจว่ามันจะใช้ด้วยกันได้หรือเปล่า แต่มันก็ไม่เสียหายที่จะลอง

เฉินเซี่ยงมองไปยังถ้ำที่มีประตูหินอยู่ภายใน ที่นั่นก็มีคนคุ้มกันอยู่มากมายเช่นกัน ถึงคนคุ้มกันเหล่านั้นจะไม่ได้แข็งแกร่งมากนักแต่พวกมันทุกคนล้วนตื่นตัวอยู่เสมอ

หากเฉินเซี่ยงไม่สามารถค้นหาทางเข้าที่แท้จริงได้ เขาคงต้องฝ่าคนคุ้มกันพวกนั้นเข้าไปและนั่นจะเป็นการไปกระตุ้นตระกลู่จนทำให้เกิดเรื่องขึ้น

หลังจากเฉินเซี่ยงค้นหาไปครึ่งค่อนภูเขา เขาก็ได้พบกับสถานที่ที่มีผู้คุ้มกันเพียงเล็กน้อย รอบๆนั่นมีคนเดินตรวจตราอยู่เพียง 1 – 2 คนเท่านั้น

น่าจะเป็นทีนี่แหละ!” เฉินเซี่ยงมองเข้าไปในถ้ำที่มีก้อนหินปิดไว้มากมาย เฉินเซี่ยงรีบดิ่งไปยังสถานที่แห่งนั้นก่อนใช้สัมผัสศักดิ์สิทธิ์เข้าสำรวจ

ข้างในนั้นมีประตูบานเบ้อเริ่มเลย!” เฉินเซี่ยงกล่าวขึ้นด้วยความตื่นเต้น เขาซัดฝ่ามือใส่ก้อนหินที่ปิดอยู่เบาๆจนมันกลายเป็นผงและปลิวไปราวกับสายลม

ฝ่ามือเมื่อครู่คือ ‘ฝ่ามือแปลงกระดูก’ เพียงแค่สบัดฝ่ามือเบาๆ ก้อนหินแข็งๆพวกนั้นก็กลายเป็นฝุ่นผง

เฉินเซี่ยงใช้ฝ่ามือเพื่อสร้างทางเข้าติดกับพื้นให้มันมีขนาดใหญ่พอที่เขาจะคลานเข้าไปในนั้นได้ เมื่อเฉินเซี่ยงคลานเข้าไปในถ้ำ เขาใช้วัชพืชที่อยู่บริเวณนั้นมาปกปิดทางเข้าเอาไว้เพื่อไม่ให้คนที่เดินตรวจตราไปมาเห็นเข้า

เฉินเซี่ยงเดินเข้ามาถึงถ้ำอันมืดมิด ขณะที่เฉินเซี่ยงเดินลึกเข้าไปในถ้ำเขาก็หยิบศิลาเรืองแสงออกมาเพื่อให้แสงสว่าง ไม่นานหลังจากนั้นเฉินเซี่ยงจึงได้พบกับประตูเหล็กขนาดใหญ่

ประตูบานนี้ความรู้สึกที่คุ้นเคยอย่างมากเพราะมันแทบจะเหมือนกับประตูที่เฉินเซี่ยงเจอในสวนสมุนไพรก่อนหน้านี้ เฉินเซี่ยงหยิบเอากุญแจที่เขามีอยู่ออกมาแล้วไขไปที่ประตูเหล็กนั่น ทันใดนั้นประตูเหล็กจึงค่อยๆเปิดออกช้าๆ ที่ประตูเปิดออกช้าๆก็เพราะเฉินเซี่ยงใช้แรงเหนี่ยวรั้งมันไว้เพื่อไม่ให้เกิดเสียงดัง

ขณะที่ประตูเหล็กเปิดออก เฉินเซี่ยงมองเข้าไปภายในแต่เขากลับไม่เห็นสวนสมุนไพรอย่างที่เขาคาด แต่เมื่อเฉินเซี่ยงเดินเข้าไปในประตู เขาต้องหยุดยืนพลางจ้องมองด้วยความตกใจ หัวใจของเฉินเซี่ยงเต้นรัวด้วยความตื่นเต้นเพราะที่เบื้องหน้าของเขาคือสวนสมุนไพรขนาดใหญ่ที่เต็มไปด้วยสมุนไพรวิญญาณหายากมากมาย!

สมุนไพรวิญญาณที่อยู่ที่นี่ส่วนใหญ่เป็นสมุนไพรเสริม ในหมู่สมุนไพรเหล่านี้มีไม่กี่ชนิดที่เติบโตมาเป็นเวลานาน ที่ด้านข้างสมุนไพรเหล่านั้นคือสมุนไพรที่มีราคาแพงกว่าซึ่งก็คือสมุนไพรที่ใช้ในการสกัดกลั่นเม็ดยาพื้นฐานแท้จริง เม็ดยาหยกขาวและเม็ดยาระดับวิญญาญขั้นสูงชนิดอื่นๆ ถัดจากนั้นไปยังมีต้นผลวิญญาณโลหะและต้นผลพันเส้นโลหิตอีกอย่างน้อย 10 ต้นซึ่งแต่ละต้นล้วนออกผลจนหมดแล้ว จากที่เห็น..ดูเหมือนตระกูลลู่จะยังไม่อยากเก็บพวกมัน

โอ้บร๊ะเจ้า.. นั่นไม่ใช่ดอกบัวห้าธาตุหรอกหรอ? นั่นมันส่วนผสมหลักในการสกัดกลั่นเม็ดยาธาตุแท้จริง!” เฉินเซี่ยงอุทานขึ้นเมื่อเขาได้เห็นดอกบัวห้ากลีบที่อยู่ใจกลางของสวนสมุนไพร  กลีบดอกแต่ละกลีบของมันจะสีสันที่ต่างกันซึ่งจะรู้จักกันในนาม ‘ดอกบัว 5 สี’

ให้ตายเถอะ! นั่นไม่ใช่ต้นผลเพลิงเก้าตะวันหรอกหรอ?” เฉินเซี่ยงเห็นต้นไม้ขนาดใหญ่ที่มีใบทั้งหมดเป็นสีแดงเพลิงทำให้เขาอุทานขึ้นด้วยความตกใจ

เดี๋ยวนะ..นั่นมันหญ้าวิญญาณเพลิงหนิ!” เมื่อเฉินเซี่ยงเห็นหญ้าสีแดงเพลิงขนาดเล็กที่อยู่ใต้ต้นผลเพลิงเก้าตะวันเขาจึงอุทานขึ้น หญ้าพวกนั้นดูเหมือนเปลวเพลิงที่กำลังลุกโชน มันเป็นส่วนผสมหลักที่ใช้ในการสกัดกลั่นเม็ดยาเพลิง

เฉินเซี่ยงคาดไม่ถึงว่าสวนสมุนไพรแห่งนี้จะมีสมุนไพรที่ล้ำค่ามากกว่าสวนสมุนไพรที่เขาเจอก่อนหน้านี้ ซึ่งสวนสมุนไพรแห่งนี้มีแต่สมุนไพรระดับสูงทั้งนั้น!

ตอนนี้ไม่มีคนอยู่ที่นี่ เร็วเข้า!..เก็บให้เหี่ยน!” หลงเสวี่ยอี๋กล่าวขึ้นอย่างเร่งร้อน ในยามนี้ตัวนางเต็มไปด้วยความโลภ นางอยากจะออกจากแขนเฉินเซี่ยงแล้วแปลงร่างเป็นกระต่ายเข้าลุยสมุนไพรพวกนี้ เพียงแต่นางรู้ว่านางต้องอยู่เพื่อปกป้องเฉินเซี่ยง เพราะหากเฉินเซี่ยงสามารถขโมยสมุนไพรพวกนี้ไปได้ทั้งหมด นางก็จะได้ส่วนแบ่งมากมายเช่นกัน

เมื่อเฉินเซี่ยงเดินเข้าไปในสวนสมุนไพร สิ่งแรกที่เขาทำคือเลือกเก็บสมุนไพรที่ล้ำค่าก่อน เฉินเซี่ยงขุดมันขึ้นมากระทั่งรากแล้วเก็บพวกมันทั้งหมดลงไปในอุปกรณ์เก็บของของเขา เขาอยากขนสมุนไพรพวกนี้ทั้งหมดไปไว้ที่ลานราชาสุดยอดเม็ดยา

เฉินเซี่ยงเลือกขุดต้นผลเพลิงเก้าตะวันก่อนเป็นอันดับแรก อีกอย่างที่ด้านบนสุดของต้นยังมีผลเพลิงเก้าตะวันถึงสองผล ต้นผลเพลิงเก้าตะวันมีขนาดค่อนข้างใหญ่ มันสูงเกือบเท่าคน 3 คนแต่ยังดีที่ลำต้นมันไม่หนามาก ด้วยความที่มันมีใบและรากที่หนาทำให้มันต้องกังวลเรื่องที่จะย้ายมันไปปลูกที่อื่น

เฉินเซี่ยงรีบขุดมันขึ้นมาอย่างรวดเร็วก่อนจะปรี่ไปยังดอกบัวห้าสี หญ้าวิญญาณเพลิง และสุดท้ายก็เป็นต้นผลวิญญาณโลหะและต้นผลพันเส้นโลหิต ก่อนที่เฉินเซี่ยงจะมาที่นี่ เขาได้ซื้อหาอุปกรณ์เก็บของมากมากเพราะไม่งั้นเขาย่อมไม่สามารถขนพวกมันไปได้หมดแน่

ในยามนี้ เฉินเซี่ยงไม่มีทางเลือก เขาต้องขอให้มังกรน้อยแสนซนหลงเสวี่ยอี๋ออกมาช่วยเขาขุดสมุนไพรเพราะมีสมุนไพรมากมายที่ใช้ในการสกัดกลั่นเม็ดยาพื้นฐานแท้จริง เม็ดยาหยกขาว และเม็ดยาอื่นๆ ในหมู่สมุนไพรมากมายนับไม่ถ้วนพวกนี้หนึ่งในนั้นย่อมมีสมุนไพรที่ตระกูลลู่ปลูกเอาไว้ด้วย

หลงเสวี่ยอี๋เคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว นางทั้งตื่นเต้น ทั้งขุด ทั้งกินสมุนไพรเหล่านั้นจนบางครั้งนางก็กินสมุนไพรเข้าไปโดยไม่ได้ลอกเปลือกหรือทำความสะอาดมันออกเสียก่อน อย่างเช่นโสมขนาดใหญ่ที่นางขุดขึ้นมา นางกินมันลงไปทั้งๆที่ยังมีดินโคลนเปรอะอยู่

นี่มังกรน้อยตัวยุ่ง ทำไมเจ้าไม่แปลงร่างเป็นสัตว์อสูรที่มีปากใหญ่ๆหล่ะ? ถ้าเจ้าทำแบบนั้นเจ้าจะกินได้เร็วขึ้นนะ!” เฉินเซี่ยงหัวเราะแล้วกล่าว ถ้าไม่ใช่เพราะสถานที่แห่งนี้มีตระกูลลู่เป็นผู้ดูแล เขาคงขอให้ทั้งสองสาวที่อยู่ในแหวนออกมาช่วยเก็บสมุนไพรพวกนี้แล้ว

แต่นั่นมันค่อนข้างน่าเกลียดนะ!” หลงเสวี่ยอี๋กล่าวพลางเคี้ยวหญ้าวิญญาณที่มีรากติดมาด้วย

เจ้าลองดูเจ้าเองสิ ตัวเจ้าในตอนนี้ก็น่าเกลียดมากแล้ว!” เฉินเซี่ยงเหลือบมองสมุนไพรที่เหลืออยู่ในสวนแห่งนี้ เขาไม่รู้ว่าอีกนานแค่ไหนเขาจึงเก็บพวกมันได้หมด เขาทำได้เพียงเพิ่มความเร็วในกาารเก็บและหวังว่าจะไม่มีใครมาที่นี่ในตอนนี้

เฉินเซี่ยงเก็บสมุนไพรวิญญาณได้มากมายนับไม่ถ้วน ส่วนหลงเสวี่ยอี๋นางทั้งกินทั้งถอนสมุนไพรวิญญาณจนนางเองก็ไม่แน่ใจว่านางกินมันไปทั้งหมดเท่าไหร่ หลังจากนางกินพวกมันเข้าไป นางก็ย่อยพวกมันอย่างรวดเร็ว นางไม่ยอมให้ท้องน้อยๆของนางบวมเป่งเพราะว่านางกินมากจนเกินไป

เมื่อเห็นวิธีการกินของนาง เฉินเซี่ยงได้แต่กังวลว่าท้องของนางจะบวม หากไม่ใช่เพราะนางกำลังสนใจกับสมุนไพรวิญญาณ เฉินเซี่ยงคงกังวลจนไม่สามารถเก็บเกี่ยวสมุนไพรได้เร็วขนาดนี้

ในที่สุดข้าก็เก็บเสร็จทั้งหมดแล้ว!” หลงเสวี่ยอี๋ยื่นกระเป๋าเก็บของให้เฉินเซี่ยงมากมาย แต่ละกระเป๋าล้วนเต็มไปด้วยสมุนไพรวิญญาณ

เมื่อจ้องมองไปยังสวนสมุนไพรที่โล่งเตียนจากที่เคยเขียวชอุ่ม..เต็มไปด้วยสมุนไพรนานาพันธุ์ซึ่งบัดนี้มันได้กลายเป็นลานกว้างที่เต็มไปด้วยหลุมขนาดต่างๆมากมาย เฉินเซี่ยงยิ้มแล้วกล่าว “ไม่ใช่ว่าเจ้าแอบเก็บบางส่วนเอาไว้กินเองหรอกหรอ?”

นางกล่าวพลางยิ้มซุกซน “แน่นอน แต่ข้าไม่บอกเจ้าหรอกว่าเท่าไหร่!”

แต่ก่อนที่เฉินเซี่ยงจะบีบแก้มของนาง นางก็กลายเป็นลำแสงกลับเข้าไปในแขนของเฉินเซี่ยงก่อนจะกล่าว “เฉินเซี่ยง ที่ใจกลางสวนสมุนไพรมีศิลาฝังอยู่ใต้ดิน ถึงมันจะไม่ใช่แร่ล้ำค่าอะไร แต่มันกลับถูกตัดอย่างประณีตมาก มันน่าจะเป็นอนุสรณ์หรืออะไรสักอย่าง”

ในเมื่อไม่มีคนมาที่นี่ เฉินเซี่ยงก็ไม่ต้องกลัวอะไร เขามุ่งหน้าไปยังใจกลางของสวนสมุนไพรแล้วขุดศิลาที่หลงเสวี่ยอี๋บอกขึ้นมา มันคืออนุสรณ์ที่แกะสลักมาจากหินและมันยังคือตัวหนังหนาๆสลักไว้ว่า “ราชาเม็ดยาหลี่เทียนจุน”……………………………………….



Chapter 219 ดินแดนลี้ลับแห่งแรกของโลก

ผู้อาวุโสเม็ดยาและประมุขดันเซี่ยงเถาหยวนผู้ลึกลับต่างเป็นนักปรุงยาที่แข็งแกร่งที่สุดในเฉินหวู่แผ่นดินใหญ่ ตั้งแต่ที่ผู้อาวุโสเม็ดยาก้าวออกจากตำแหน่งราชาเม็ดยา เฉินเซี่ยงก็ไม่เคยได้ยินว่าผู้ใดคือราชาเม็ดยาที่จริงอีกเลย

กลับกลายเป็นเขา!” ซูเหม่ยเหยาอุทานขึ้นด้วยความตกใจ

ใคร?” เฉินเซี่ยงกล่าวถามอย่างเร่งรีบ

คนผู้นั้นคือ ‘ราชาเม็ดยา’ ที่แท้จริง แต่ว่า..เขาเสียชีวิตมานานแล้ว เขากุมความลับของดินแดนลี้ลับแห่งหนึ่งเอาไว้ ดินแดนลี้ลับแห่งนั้นมีชื่อเสียงในโลกแห่งนักสู้อย่างมากและเป็นที่รู้กันในชื่อ ‘ขุมทรัพย์แห่งแรกของโลก’ หรือ ‘ดินแดนลี้ลับแห่งแรกของโลก’ ภายในนั้นมีสมุนไพรล้ำค่าหายาก สัตว์วิญญาณ สมบัติอันน่าพิศวง และอื่นๆอีกมากมายนับไม่ถ้วน! เพราะเหตุนั้นเขาจึงถูกตามล่าจากนักสู้ที่ทรงพลังมากมาย!” ซูเหม่ยเหยากล่าวตอบ

เป่ยยู่ยู่กล่าวเพิ่ม “ชายคนนั้นได้เข้าไปยังดินแดนลี้ลับแห่งนั้นตั้งแต่อายุยังน้อยและได้สิ่งต่างๆมากมายจากที่นั่น… ผ่านไปหลายปี..ในที่สุดเขาก็กลายเป็นราชาเม็ดยา ขาเปิดเผยความลับเรื่องดินแดนลี้ลับแห่งนั้นกับบุตรชายของตน แต่บุตรชายของเขากลับนำความลับนั้นไปเปิดเผยทั้งยังเข้าร่วมกับนักสู้ที่ทรงพลังจำนวนหนึ่งแล้วบังคับให้บิดาของตนเปิดเผยที่ตั้งของดินแดนลี้ลับแห่งแรกของโลก”

ซูเหม่ยเหยาถอนหายใจ “หลี่เทียนจุนนับเป็นนักสู้ที่แข็งแกร่งมาก แต่ถึงอย่างนั้น เขากลับถูกนักสู้ที่ทรงพลังมากมายตามล่าทำให้เขาตกอยู่ในสถานการณ์ลำบากซึ่งหลังจากนั้น…ก็ไม่มีใครได้ยินเรื่องราวของเขาอีกเป็นเวลานานจนกระทั่งบุตรชายของขาได้ตายจากไป…”

เฉินเซี่ยงจ้องมองอนุสรณ์ของหลี่เทียนจุนพลงกล่าวถาม “เรื่องนี้เกิดขึ้นเมื่อไหร่?”

ประมาณ 10,000 ปีที่แล้ว ตอนนั้นเขายังมีชีวิตอยู่และได้ก้าวไปยังแดนสวรรค์! ชายคนนั้นได้ชื่อว่าเป็นนักสู้ที่แข็งแกร่งที่สุดในโลกและยังได้ชื่อว่าเป็นผู้ที่แข็งแกร่งที่สุดในแดนสวรรค์!” ซูเหม่ยเหยาค่อนข้างตื่นเต้นเมื่อกล่าวถึงจุดนี้ “เขาเป็นคนทิ้งสวนสมุนไพรพวกนี้ไว้ บางที…เขาอาจจะทิ้งเงื่อนงำของทางเข้าสู่ดินแดนลี้ลับแห่งแรกของโลกไว้ที่ใดสักที่ก็ได้ ส่วนคำภีร์ผู้สร้างที่เจ้าได้มา…บางทีอาจจะเป็นของเขาด้วยก็ได้”

คำภีร์ผู้สร้างที่ว่าอยู่ในมุกมรดกและนับเป็นของที่ลึกลับมากเพราะกระทั่งหลิ่วเมิ่งเอ๋อเองยังไม่อาจเข้าใจได้อย่างถ่องแท้ เฉินเซี่ยงจ้องมองอนุสรณ์ศิลาก่อนจะถ่ายสัมผัสศักดิ์สิทธิ์เข้าไปภายใน แต่สัมผัสศักดิ์สิทธิ์ของเฉินเซี่ยงกลับถูกปิดกั้นด้วยอำนาจลึกลับบางอย่าง

มีบางอย่างอยู่ภายในอนุสรณ์ศิลานี้!” ทันใดนั้นหลงเสวี่ยก็กล่าวขึ้น

เฉินเซี่ยงซัดฝ่ามือไปยังอนุสรณ์ศิลาอย่างแรงจนทำให้มันเกิดรอยปริแตก เฉินเซี่ยงซัดฝ่ามือซ้ำเข้าไปอีกรอบก่อนอรุสรณ์ศิลาจะแตกออกเป็นชิ้นๆและปรากฏเป็นกล่องเหล็กหนึ่งกล่องร่วงลงมา

ทั้งเฉินเซี่ยง ซูเหม่ยเหยา และเป่ยยู่ยู่ตื่นเต้นเป็นอย่างมากเพราะภายในกล่องเหล็กนั่นอาจจะเป็นเงื่อนงำของดินแดนลี้ลับแห่งแรกของโลกก็ได้

เฉินเซี่ยงหยิบกล่องเหล็กขนาดเท่าฝ่ามือขึ้นมาพลางสำรวจรอบๆกล่องอย่างระมัดระวัง เขาพบกับหลุมขนาดเล็กบนกล่องซึ่งใหญ่พอที่จะใส่ลูกกุญแจขนาดใหญ่เข้าไป เฉินเซี่ยงรีบใช้กุญแจอันเดียวกันกับที่ใช้เปิดสวนสมุนไพรก่อนหน้านี้เปิดมัน ภายในนั้น..มีหนังสัตว์อยู่ 1 ผืน เมื่อกางแผ่นหนังสัตว์ออก เขาจึงได้พบกับแผนที่ที่มีรายละเอียดต่างๆมากมาย

เฉินเซี่ยงเพ่งมองแผนที่อย่างละเอียด.. ยิ่งเขาเพ่งดูหัวใจของเขายิ่งเต้นเร็วขึ้นเรื่อยๆ เขามั่นใจอย่างมากว่าแผนที่หนังสัตว์แผ่นนี้น่าจะเป็นแผนที่ที่นำไปสู่ทางเข้าดินแดนลี้ลับนั่น เพียงแต่..เฉินเซี่ยงต้องรอเวลาเพราะดินแดนลี้ลับแห่งนั้นจำเป็นต้องทิ้งระยะห่างในการเปิดปิดแต่ละครั้ง

เมื่อราตรีกลืนแสง…ทางเข้าแห่งดินแดนลี้ลับ ณ เกาะตะวันจันทราจะเปิด!” เฉินเซี่ยงอ่านทวนซ้ำแล้วซ้ำเล่าพลางพยายามทำความเข้าใจ “มันหมายความว่ายังไงกันแน่?”

สุริยุปราคา!” ซูเหม่ยเหยาและเป่ยยู่ยู่อุทานขึ้นพร้อมกัน

เฉินเซี่ยงเข้าใจในทันที “มันจะเกิดขึ้นเมื่อไหร่? ดูเหมือนเกาะตะวันจันทราจะอยู่ในโลกแห่งนักสู้ใบนี้!”

ข้าก็ไม่รู้ แต่มันน่าจะเกิดขึ้นเร็วๆนี้แหละ ก่อนจะเกิดสุริยุปราคาจะเกิดสัญญาณเป็นลางบอกเห็นก่อนเป็นเวลา 1 ปี เมื่อถึงยามนั้นค่อยไปยังเกาะตะวันจันทราก็ยังไม่สาย” เป่ยยู่ยู่กล่าวตอบ

ทันใดนั้นกลับมีเสียงประตูหินถูกเปิดออกทำให้เฉินเซี่ยงหยุดอ่านแผนที่ทันที เสียงนั่นดังมาจากทางเข้าอีกทางของสวนสมุนไพรแห่งนี้ซึ่งมันคือทางเข้าที่ตระกูลลู่สร้างขึ้น

รีบเผ่นเร็ว!” หลงเสวี่ยอี๋ตะโกนขึ้นอย่างเร่งรีบ

เฉินเซี่ยงกลายเป็นประกายแสงตรงไปยังประตูเหล็กที่เขาเข้ามาอย่างรวดเร็ว ทันทีที่เฉินเซี่ยงออกไปประตูเหล็กนั่นกลับปิดตัวเองจนทำให้เกิดดังสนั่นทั้งยังทำให้พื้นดินสั่นสะเทือน

เฉินเซี่ยงออกจากถ้ำไปอย่างรวดเร็ว ที่ภายนอกยามนี้คือยามบ่าย เฉินเซี่ยงและหลงเสวี่ยอี๋อยู่ภายในสวนสมุนไพรจนลืมเวลากระทั่งไม่รู้ว่าผ่านไปนานเท่าไหร่

นักสู้ระดับ 5 ขอบเขตนักสู้แท้จริง 5 คนกำลังตรงมาหาเจ้าจากทางซ้ายและขวา! ยังมีนักสู้ขอบเขตอันยิ่งใหญ่อีกคนนึง…” หลงเสวี่ยอี๋ยังไม่ทันได้กล่าวจบ เฉินเซี่ยงพลันเห็นนักสู้หลายคนตรงเข้ามาทั้งทั่วทุกทิศทางกระทั่งบนฟ้ายังปรากฏแรงกดดันมหาศาลกดทับลงมาที่ตัวเขา

ปราณปีศาจ!” เฉินเซี่ยงเดาว่านักสู้ขอบเขตอันยิ่งใหญ่คนนี้คือผู้ที่แข็งแกร่งที่สุดในตระกูลลู่ หากเขาถูกล้อมกรอบด้วยผู้คนที่แข็งแกร่งมากมายขนาดนั้น ย่อมเป็นเรื่องยากยิ่งที่เขาจะหนีรอด เฉินเซี่ยงจึงใช้ทักษะวารีหลบหนีในทันที

ทันทีที่เฉินเซี่ยงใช้ทักษะ ที่ใต้เท้าของเขาพลันปรากฏสระน้ำขนาดเล็กขึ้นมา แต่ก่อนที่คนเหล่านั้นจะมาถึง..เฉินเซี่ยงก็จมลงไปในน้ำเรียบร้อยแล้ว เขาหลบหนีผ่านกระแสน้ำไปยังแม่น้ำที่อยู่ใกล้เคียง แต่การทำเช่นนี้ก็ทำให้เฉินเซี่ยงเผาผลาญปราณแห่งเต่าทมิฬไปจนหมด

ด้วยเฉินเซี่ยงสวมใส่ชุดคลุมสีดำปกปิดไว้ทั่วร่างทำให้คนเหล่านั้นไม่เห็นรูปลักษณ์ของเฉินเซี่ยง เพียงแต่ด้วยทักษะวารีหลบหนีทำให้ไม่นานพวกมันก็สามารถระบุว่าเฉินเซี่ยงเป็นใครเพราะเฉินเซี่ยงเคยใช้ทักษะนี้ไปแล้วครั้งนึงก่อนหน้านี้

หลังจากเฉินเซี่ยงกลับไปถึงลานราชาสุดยอดเม็ดยา เขารีบขยายสวนขนาดเล็กของเขาให้กลายเป็นสวนสมุนไพรขนาดยักษ์เป็นอันดับแรก เฉินเซี่ยงใช้เวลาตลอดทั้งวันในการปลูกสมุนไพรวิญญาณ หญ้าวิญญาณ และต้นไม้นานาชนิดที่ได้มาจากเขาราชาสมุนไพร

เฉินเซี่ยงปลูกต้นวิญญาณโลหะ 10 ต้น ต้นผลพันเส้นโลหิต 10 ต้น ต้นผลรากคราม 3 ต้น ต้นผลเก้าตะวันสวรรค์ 1 ต้นและที่ใต้ต้นของมันยังปลููกหญ้าเพลิงวิญญาณ ส่วนอีกด้านของสวนสมุนไพรเฉินเซี่ยงได้ปลูกดอกบัวห้าสีและยังมีสมุนไพรราคาแพงอีกมากมาย

ส่วนใหญ่เมล็ดของดอกบัวห้าสีจะถูกใช้ในการปรุงยาซึ่งเมล็ดของดอกบัวทั้งหมดสามารถใช้งานได้ แต่ถึงอย่างนั้นเฉินเซี่ยงยังคงไม่มีส่วนผสมของอื่นๆของเม็ดยาธาตุแท้จริงในตอนนี้ ทำใหเขาต้องเก็บเอาเมล็ดดอกบัวทั้งหมดไปปลูกเพราะเขาอยากได้ดอกบัวห้าสีมากกว่านี้

ยามนี้ เฉินเซี่ยงผสมน้ำลายมังกรทองที่เขาเตรียมไว้กับน้ำก่อนจะนำไปรดสมุนไพรหายากที่อยู่ในสวนสมุนไพรอย่างต่อเนื่องจนทำให้สมุนไพรเจริญเติบโตได้อย่างรวดเร็ว

หลังจากดูแลสมุนไพรเสร็จ เฉินเซี่ยงก็กลืนเม็ดยาสร้างรากฐานลงไปห้าเม็ดแล้วเข้าสู่การบ่มเพาะ แม้เฉินเซี่ยงจะมีเม็ดยาสร้างรากฐานจำนวนมากแต่เขาไม่สามารถกินมันได้อย่างต่อเนื่องเพราะมันจะทำให้รากฐานการบ่มเพาะของเขาไม่เสถียร เมื่อไหร่ก็ตามที่เฉินเซี่ยงทะลวงระดับพลังได้ เขาจะออกไปอาละวาดข้างนอกไม่ก็จมอยู่กับการปรุงยาเพราะด้วยการใช้ปราณอย่างต่อเนื่องจนคุ้นเคยจะทำให้รากฐานการบ่มเพาะของเฉินเซี่ยงแข็งแกร่งทั้งยังเป็นการหลีกเลี่ยงการทำให้รากฐานไม่เสถียร

เฉินเซี่ยงรู้ว่าที่เบื้องนอกนั่นต้องเกิดเรื่องขึ้นมากมาย แต่กระนั้นเขาก็ไม่ได้อยากใส่กับเรื่องราวที่เกิดขึ้นแม้จะมีบางคนมาเคาะประตูเฉินเซี่ยงก็ยังไม่ได้ออกไปเปิดให้ เขาใช้เวลาทั้งหมดอยู่กับการบ่มเพาะและการเพาะเลี้ยงสมุนไพรวิญญาณของเขา

ในยามนี้ เฉินเซี่ยงบรรลุระดับ 3 ขอบเขตนักสู้แท้จริงแล้ว เมล็ดธาตุที่อยู่ภายในรูปแบบปราณภายในตันเถียนของเขาเปล่งประกายทั้งหมด 150 เมล็ด ด้วยปราณจำนวนมหาศาลที่เพิ่มพูนขึ้นทำให้เฉินเซี่ยงกระตือรือร้นที่จะออกไปก่อเรื่องเป็นอย่างมาก เขาแถบจะอดใจไม่ไหวที่จะออกไปรับภารกิจระดับสูงเพื่อทดสอบความแข็งแกร่งของเขา เพียงแต่ตอนนี้เขาต้องหักห้ามใจไว้ก่อน

เหตุใดถึงเป็นเช่นนั้น? นั่นก็เพราะเขาต้องการบ่มเพาะเสินเต้า! จิตวิญญาณที่อยู่ภายในร่างของเฉินเซี่ยงในตอนนี้ได้เข้าสู่สภาวะของเด็กทารกแล้ว เขาอยากบ่มเพาะมันให้เติบโตอย่างรวดเร็ว เพราะหลังจากที่จิตวิญญาณเติบโตขึ้นแล้วหลงเสวี่ยอี๋จึงจะสอนวิธีการบ่มเพาะเสินเต้าให้กับเฉินเซี่ยงซึ่งจะทำให้ความแข็งแกร่งของเขาเพิ่มพูนอย่างต่อเนื่อง

เพียงแต่มีวิธีเดียวเท่านั้นที่จะทำให้จิตวิญญาณเด็กอ่อนของเฉินเซี่ยงเติบโตได้อย่างรวดเร็วนั่นก็คือการใช้เม็ดยาวิญญาณธาตุ! ในตอนนี้เฉินเซี่ยงมีหญ้าเพิ่มวิญญาณและหญ้าวิญญาณศักดิ์สิทธิ์รวมถึงวัตถุดิบต่างๆที่ใช้ในการสกัดกลั่นเม็ดยาวิญญาณธาตุรวมกันทั้งหมดได้ 100 ชุดซึ่งทั้งหมดนั้นเขาได้มาจากดินแดนลี้ลับแห่งเต่าทมิฬ……………………………



Chapter 220 – เม็ดยาวิญญาณธาตุ

เม็ดยาวิญญาณธาตุคือเม็ดยาระดับลึกล้ำขั้นสูง มันนับเป็นเม็ดยาหายากและสำคัญซึ่งไม่สามารถเทียบได้กับเม็ดยาสร้างรากฐาน นอกจากนี้สมุนไพรที่ใช้ในการสกัดกลั่นยังหาได้ยากกว่าสมุนไพรของเม็ดยาสร้างรากฐาน และที่สำคัญคือการสกัดของมันยังยากกว่าเม็ดยาสร้างรากฐานอย่างเทียบไม่ติด

ความยากในการสกัดกลั่นเม็ดยาสร้างรากฐานอยู่ประมาณระดับเดียวกันกับเม็ดยาระดับวิญญาณขั้นสูง ที่เป็นเช่นนั้นเพราะส่วนใหญ่แล้วสมุนไพรที่ใช้ในการสกัดกลั่นนั้นหาได้ยาก ล้ำค่า และสมุนไพรเสริมบางตัวก็ต้องใช้สมุนไพรเสริมสำหรับเม็ดยาระดับลึกล้ำขั้นสูง แต่หากเทียบกันแล้ว สมุนไพรที่ใช้สกัดกลั่นเม็ดยาวิญญาณธาตุนับว่าหาได้ยากกว่าและสกัดกลั่นได้ยากกกว่าเป็นอย่างมาก

เฉินเซี่ยงได้ปลูกหญ้าเพิ่มวิญญาณและดอกวิญญาณศักดิ์สิทธิ์มากมาย ถึงแม้พวกมันจะเป็นเพียงเมล็ดพันธุ์ แต่ด้วยน้ำลายมังกรทองจึงทำให้พวกมันเติบโตขึ้นได้ไม่ยาก

ภายในห้องส่วนตัว…. เฉินเซี่ยงกำลังตระเตรียมสมุนไพรมากมายคำแนะนำของซูเหม่ยเหยา ส่วนของหญ้าเพิ่มวิญญาณที่ใช้ในการสกัดกลั่นเม็ดยาจะเป็นส่วนเล็กๆที่อยู่ใกล้ๆกับรากขณะที่ดอกวิญญาณวิญญาณศักดิ์สิทธิ์จะเป็นกลีบดอกและราก กระบวนการเตรียมสมุนไพรทั้งหมดจะต้องใช้ความระมัดระวังเป็นอย่างมากเพราะหากตัดพวกมันมากเกินไป มันจะทำให้ปราณวิญญาณสมุนไพรเหล่านั้นปั่นป่วนกระทั่งการปรุงยาต้องล้มเหลวไป

ดอกวิญญาณศักดิ์สิทธิ์และหญ้าเพิ่มวิญญาณคือส่วนผสมหลักของการสกัดกลั่นเม็ดยาวิญญาณธาตุ นอกจากนี้ยังมีสมุนไพรเสริมที่มีวิธีการตระเตรียมที่ต่างกันถึง 30 วิธี สมุนไพรเสริมเหล่านั้นคือสมุนไพรทั่วๆไปซึ่งได้แก่ โสม หญ้าวิญญาณ และเม็ดอสูรเป็นต้น เพียงแต่สมุนไพรเหล่านี้ต้องมีอายุค่อนข้างมากหน่อย ย่างน้อยๆก็ 3,000 ปีขึ้นไป แม้สมุนไพรเสริมจะสกัดกลั่นได้ยากทั้งยังหาได้ยาก แต่นั่นย่อมไม่ใช่เรื่องยากสำหรับเฉินเซี่ยงเพราะเฉินเซี่ยงได้สมุนไพรเสริมเหล่านั้นมากจาดินแดนลี้ลับแห่งเต่าทมิฬแล้ว

หลังจากตระเตรียมส่วนผสมเสริมและส่วนผสมหลักเสร็จสิ้น เฉินเซี่ยงก็เก็บสมุนไพรแต่ละชุดลงในขวดหยกแยกกัน เฉินเซี่ยงเตรียมสมุนไพรได้หลายสิบชุดก่อนจะหยิบเอาเตาปรุงยามังกรเพลิงออกมาแล้วเริ่มการสกัดกลั่น

เฉินเซี่ยงทราบวิธีก่ีสกัดกลั่นเม็ดยาวิญญาณธาตุทั้งหมดมาจากซูเหม่ยเหยาเพียงแต่พื้นฐานโดยธรรมชาติของเม็ดยาวิญญาณธาตุนั้นแตกต่างไปจากเม็ดยาอื่นๆที่เขาเคยสกัดกลั่นมาทำให้เฉินเซี่ยงจำเป็นต้องฝึกฝนและจดจำความต่างนั้นอยู่พอสมควร

หลังจากใส่สมุนไพรทั้งหลายลงไปในเตาปรุงยามังกรเพลิง เฉินเซี่ยงก็ถ่ายเพลิงเข้าไปเพื่อเผาสมุนไพรให้กลายเป็นผงในทันที เพลิงของเฉินเซี่ยงมีความเข้มข้นเป็นอย่างมาก มันเข้าเผาไหม้สมุนไพรจนทำให้สมุนไพรคายปราณอันบ้าคลั่งอย่างฉับพลันจนทำให้ปราณของสมุนไพรหลายชนิดเข้าปะทะกันกระทั่งเตาปรุงยามังกรเพลิงเกิดการสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง

เฉินเซี่ยงใช้สัมผัสศักดิ์สิทธิ์เข้าสกดปราณอันบ้าคลั่งเหล่านั้นแล้วจึงค่อยๆปล่อยพวกมันออกมาทีละนิดๆ เมื่อปราณสมุนไพรเหล่านั้นถูกปลดปล่อยออกมานอกเตาปรุงยา พวกมันก็ต่างสลายหายไปในทันที

เห้อ… เสียสมุนไพรชุดแรกไปซะแล้ว!” เฉินเซี่ยงถอนหายใจ การล้มเหลวในคราวแรกที่สกัดกลั่นเป็นสิ่งที่เฉินเซี่ยงไม่คาดคิดและไม่ได้พบเจอมานานแล้ว

เพราะเจ้าครอบครองจิตวิญญาณเพลิงตะวันสวรรค์ทำให้เพลิงของเจ้าเข้มข้นมาก หากเทียบกระบวนการวกัดกลั่นกับเม็ดยาก่อนหน้าที่เจ้าเคยสกัดกลั่นมานับว่ายากกว่ามาก สมุนไพรพวกนี้ถูกเผาได้ง่ายมากซึ่งข้าก็เตือนเจ้าไปแล้ว” ซูเหม่ยเหยาตำหนิเฉินเซี่ยง

เฉินเซี่ยงพยักหน้าแล้วจึงเริ่มสกัดกลั่นอีกครั้ง

ในครั้งที่สอง เขาเริ่มอบสมุนไพรทีละนิดๆทำให้ปราณวิญญาณสมุนไพรค่อยๆถูกปลดปล่อยออกมา ซึ่งเฉินเซี่ยงก็ใช้สัมผัสศักดิ์สิทธิ์ในการผสานปราณสมุนไพรพวกนั้นเข้าด้วยกันไปด้วยในเวลาเดียวกัน

เริ่มแล้ว!” เฉินเซี่ยงขมวดคิ้ว ในยามนี้สัมผัสศักดิ์สิทธิ์ของเฉินเซี่ยงเริ่มถูกถ่ายออกไปอย่างต่อเนื่อง นั่นเป็นเพราะหญ้าเพิ่มวิญญาณและดอกวิญญาณศักดิ์สิทธิ์จะผลิตสัมผัสศักดิ์สิทธิ์ออกมาซึ่งตามธรรมชาติแล้วพวกมันจะดูดซับสัมผัสศักดิ์สิทธิ์ใดๆก็ตามที่แข็งแกร่งกว่ามัน แล้วในตอนนี้พวกมันก็กำลังดูดซับสัมผัสศักดิ์สิทธิ์ของเฉินเซี่ยง

หากสมุนไพรวิญญาณพวกนั้นดูดซับสัมผัสศักดิ์สิทธิ์มากจนเกินไป การปรุงยาก็นับว่าล้มเหลวเพราะหากเกิดข้อผิดพลาดเพียงน้อยนิด ผลที่ได้ก็จบลงที่ล้มเหลวเช่นเดิมทำให้กระบวนการสกัดกลั่นยานี้ต้องใช้ความแม่นยำที่สูงมาก

และแล้วเฉินเซี่ยงก็ล้มเหลวอีกครั้ง เขากังวลว่าสัมผัสศักดิ์สิทธิ์ของเขาจะถูกดูดซับมากจนเกินไปจนทำให้เขาผสานปราณวิญญาณและผงสมุนไพรเข้าด้วยกันเร็วเกินไปส่งผลให้สัมผัสศักดิ์สิทธิ์ที่สมุนไพรเหล่านั้นดูดซับมามีน้อยจนเกินไปและทำให้พวกมันแข็งแกร่งไม่พอ กล่าวคือในขั้นตอนการบีบอัดเม็ดยา เฉินเซี่ยงบีบอัดพวกมันได้ไม่แน่นพอทำให้พวกมันค่อยๆร่อนออกจากกันช้าๆ

การปรุงยาก็เป็นเช่นนี้.. มีเพียงความล้มเหลวซ้ำแล้วซ้ำเล่าเท่านั้นที่จะทำให้นักปรุงยาสามารถทำความเข้าใจกับส่วนที่สำคัญที่สุดได้

ขนาดในช่วงที่เฉินเซี่ยงสกัดกลั่นดม็ดยาสร้างรากฐาน เขายังเคยล้มเหลวหลายต่อหลายครั้ง ยิ่งครั้งนี้ที่ต้องสกัดกลั่นเม็ดยาวิญญาณธาตุที่สกัดกลั่นได้ยากกว่าเม็ดยาสร้างรากฐานหลายเท่า เขาย่อมต้องล้มเหลวมากกว่าแน่นอน!

10 วันผ่านไป… เฉินเซี่ยงสกัดกลั่นพลาดไปทั้งหมด 70 ครั้ง!

ยังไม่พอ เจ้าพลาดแค่ 70 ครั้ง พยายามต่อไป!” ซูเหม่ยเหยาพยักหน้าด้วยความพึงพอใจ เพราะหากเฉินเซี่ยงสกัดกลั่นพลาดเพียง 40 หรือ 50 ครั้ง มันก็จะดูผิดธรรมดาเกินไป แม้นางจะรู้ว่าเฉินเซี่ยงมีพรสวรรค์ในด้านการปรุงยาอันท้าทายสวรรค์ แต่มันย่อมมีข้อจำกัดกันบ้าง.. จนในที่สุดนางก็ได้เห็นเฉินเซี่ยงล้มเหลวมากมาย แม้นางจะไม่รู้ว่าทำไมแต่นางกลับอารมณ์ดีเป็นอย่างมาก

เมื่อเห็นซูเหม่ยเหยาอารมณ์ดีขนาดนั้นเฉินเซี่ยงจึงยิ้มอย่างมีความสุขแล้วกล่าว “พี่เหม่ยเหยา.. เรามาพนันกันหน่อยมั้ยว่าข้าล้มเหลวน้อยกว่า 100 ครั้งหรือเปล่า?”

เป่ยยู่ยู่และซูเหม่ยเหยายามนี้อยู่ภายในแหวน แม้จะไม่มีใครอยู่ในลานราชาสุดยอดเม็ดยา แต่พื้นที่นี่ยังนับว่าเป็นพื้นที่ของนิกายยอดนักสู้ซึ่งภายในนิกายมีนักสู้ระดับนิพพานมากมาย ทั้งสองนางต่างกังวลว่ามีมีใครมาพบเข้า ทำให้พวกนางไม่กล้าออกมา

หลังจากครุ่นคิดอยู่ชั่วครู่ซูเหม่ยเหยาก็รับคำท้าของเฉินเซี่ยง “ได้! แต่หากเจ้าแพ้เจ้าต้องไปที่ลานกว้างของนิกายแล้วตะโกนดังๆว่า ‘ข้ามันโง่’ 3 ครั้ง แต่หากข้าแพ้…….”

เฉินเซี่ยงหัวเราะแล้วกล่าวขึ้น “หากท่านแพ้ท่านต้องจูบข้าที่ปาก! ท่านจะว่ายังไง?”

ซูเหม่ยเหยาครุ่นคิดอย่างหนักกระทั่งทำให้นางนิ่งเงียบไปชั่วครู่ นางรู้ว่าเรื่องปริมาณของสัมผัสศักดิ์สิทธิ์ที่ถูกสมุนไพรดูดซับนับเป็นอุปสรรคอันยิ่งใหญ่ในการสกัดกลั่นเม็ดยาของเฉินเซี่ยง ขนาดเฉินเซี่ยงล้มเหลวกว่า 70 ครั้งเขากลับยังไม่สามารถควบคุมปริมาณของสัมผัสศักดิ์สิทธิ์ได้อย่างถูกต้อง ยิ่งกระบวนการบีบอัดเม็ดยาในตอนหลังย่อมทำได้ยากยิ่งกว่าเพราะเฉินเซี่ยงต้องควบคุมพลังวิญญาณที่แปรเปลี่ยนมาจากสัมผัสศักดิ์สิทธิ์ให้ผสานกับผงสมุนไพรพวกนั้น ในขั้นตอนนี้นักปรุงยาต้องล้มเหลวมากมายหลายครั้งก่อนจะประสบความสำเร็จ อย่างน้อยๆก็ต้องล้มเหลวมากมายเช่นเดียวกับนาง

หากนางแพ้ นางต้องจูบเฉินเซี่ยงที่ริมฝีปาก สิ่งเดิมพันนี้นับว่ามีค่ามากกว่าเมื่อเทียบกับของเฉินเซี่ยง เพราะหากนางชนะเฉินเซี่ยงก็แค่ต้องตะโกนว่า ‘ข้ามันโง่’ แค่ 3 ครั้ง

โดยปกติแล้วนางย่อมอยู่แต่ในแหวน นางจึงรู้สึกเบื่อหน่ายทำให้นางมองหาความสนุกสนานและตื่นเต้น

ฮึ่ม งั้นนี่หล่ะ หากเจ้าแพ้ เจ้าต้องหอมแก้มเจ้าอ้วนต่อหน้าหวินเสี่ยวเตาและเจ้ามังกรตาหยี!” นางกล่าวพลางหัวเราะเบาๆ เมื่อนางคิดถึงเหตุการณ์นั้น นางก็อดขำไม่ได้

แค่คิดถึงข้อเสนอของนางก็ทำให้เฉินเซี่ยงรู้สึกสะอิดสะเอียน ในตอนนี้เฉินเซี่ยงไม่มีความมั่นใจที่จะควมคุมให้การล้มเหลวของเค้าน้อยกว่า 100 ครั้ง หากเฉินเซี่ยงแพ้นั่นย่อมนับเป็นเรื่องน่าอนาถเป็นอย่างมาก

แต่หากเฉินเซี่ยงชนะ…เขาจะได้จูบที่ริมฝีปากของซูเหม่ยเหยา สิ่งล่อตาล่อใจนี้นับว่าเกินต้านทานและยังนับเป็นสิ่งเดิมพันที่ล้ำค่านัก หากแพ้ก็สะอิดสะเอียนอย่างที่สุด…แต่หากชนะก็มีความสุขอย่างที่สุดเช่นกัน!

เฉินเซี่ยงเองก็ครุ่นคิดอย่างหนักก่อนจะพยักหน้า “ตกลง แต่ท่านต้องจูบข้านานๆ…เพราะมันจะไม่ได้อารมณ์หากท่านจูบข้าเพียงผิวเผิน”

ไม่มีปัญหา!” ซูเหม่ยเหยาหัวเราะเบาๆแล้วกล่าว “เจ้ามั่นใจหรอว่าเจ้าจะชนะ?”

เฉินเซี่ยงหัวเราะแล้วกล่าว “ไม่… แต่เมื่อคิดว่าได้จูบท่านก็นับเป็นสิ่งล่อใจอันยิ่งใหญ่ที่จะทำให้ข้าทำสำเร็จ ด้วยสาวงามเช่นท่าน แม้ข้าต้องทุกข์ทน..แต่ข้าก็ต้องลองทำดู! พี่เหม่ยเหยา…ท่านไม่ต้องกังวล เรื่องจูบข้าช่ำชองนัก เมื่อถึงเวลานั้นข้าจะเป็นคนสอนท่านเอง ถึงท่านจะมีชีวิตอยู่มาอย่างยาวนาน แต่ข้ามั่นใจว่าท่านต้องไม่เคยสัมผัสกับประสบการณ์เช่นนั้นแน่!”

ซูเหม่ยเหยาไม่ได้รังเกียจเฉินเซี่ยง กลับกัน..นางรู้สึกชอบเขามากกว่า เฉินเซี่ยงเป็นถึงหนุ่มรูปงามและยังมีพรสวรรค์อันยอดเยี่ยม หากในอนาคตเขาได้กลายนักสู้ที่ทรงพลังคนหนึ่ง เขาย่อมเป็นคู่ครองที่ดีของนางได้แน่ อีกอย่าง เฉินเซี่ยงก็เคยเห็นร่างเปลือยปล่อยของนางแล้ว ดังนั้น การจูบเขาย่อมไม่ใช่เรื่องเสียหายอะไร แต่ถึงอย่างนั้นนางก็ไม่รู้ว่าทำไมนางถึงได้คาดหวังในสิ่งที่จะเกิดหากนางแพ้ ถึงแม้จะมีชีวิตอยู่มาเนิ่นนาน..แต่นางกลับไม่เคยสัมผัสรสจูบของบุรุษผู้ใดมาก่อน

พี่ยู่ยู่ ท่านอยากร่วมสนุกด้วยมั้ย?” เมื่อคิดเรื่องที่เขาจะได้จูบเป่ยยู่ยู่ เฉินเซี่ยงพลันตื่นเต้นมากขึ้นซึ่งตรงข้ามกับซูเหม่ยเหยาเพราะสตรีผู้แสนงดงามและเย็นชาอย่างเป่ยยู่ยู่ได้กระตุ้นความปราถนาในการเอาชนะของเฉินเซี่ยงอย่างรุนแรง………………………………….


ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

ต้องอ่าน . . .

Legendary Moonlight Sculptor - เล่ม 1 ตอนที่ 1 กำเนิดดาร์คเกมเมอร์ (The Birth of a Dark Gamer)