WORLD DEFYING DAN GOD 232 - 233

เมื่อผ่านเข้าไปในป่า.. ทุกสิ่งทุกอย่างรอบตัวดูราวจะสงบนิ่ง.. ไร้วี่แววร่องรอยของอันตรายใดๆ เฉินเซี่ยงปลอมแปลงรูปลักษณ์ของตนเล็กน้อยเพราะตอนนี้เขาอยู่บริเวณรอบนอกของดินแดนรกร้าง  ที่แห่งนี้ไม่มีอันตราย..หากศิษย์นิกายฝ่ายธรรมะจะหลบซ่อนอยู่ที่นี่พวกเขาต้องเฝ้าระวังศิษย์นิกายฝ่ายปีศาจ

ข้ารู้สึกอยู่ตลอดว่าไอ้พวกนิหายฝ่ายปีศาจวางแผนชั่วร้ายบางอย่าง เหมือนพวกมันได้เผชิญและก้าวผ่านปัญหามากมายเพื่อทำการณ์ใหญ่บางอย่าง บางทีพวกมันอาจจะเตรียมคนมากกว่า 100 เพื่อซุ่มโจมตีที่นี่แล้วก็ได้” เป่ยยู่ยู่กล่าว

ทันทีที่นางกล่าวจบ เฉินเซี่ยงพลันสัมผัสได้ถึงการเคลื่อนไหวอยู่รอบๆตัวเขาดูราวกับว่าเขาถูกล้อม…………………………….



Chapter 233 – หุ่นเชิด

เฉินเซี่ยงยืนอยู่ตรงนั้นเงียบๆ เขามองไปรอบๆ เมื่อครู่เขาได้ยินเสียงเบาบางบางอย่างและหลงเสวี่ยอี๋เองก็สัมผัสได้ถึงผู้คนอยู่รอบๆตัวเขา

ข้างบน!” หลงเสวี่ยอี๋ตะโกนขึ้น ทันทีที่เฉินเซี่ยงเงยหน้าขึ้น เขาเห็นตาข่ายขนาดยักษ์กำลังทอดคลุมลงมา เขาเล็งฝ่ามือตรงไปที่ตาข่ายก่อนจะปรากฏเปลวเพลิงพุ่งตรงไปยังตาข่ายจนทำให้มันเกิดรูขนาดยักษ์

เฉินเซ่ี่ยงกล่าวอย่างเย็นชา “อ่อนหัด มันควรจะเป็นอาวุธวิญญาณมากกว่า เมื่อเจอกับเพลิงตะวันสวรรค์ของ สิ่งเดียวที่รอมันอยู่คือถูกทำลาย!”

*ชู่ ชู่ ชู่!* ทันใดนั้น ชายในชุดคลุมดำ 10 คนพลันปรากฏตัวขึ้นล้อมรอบเฉินเซี่ยง พวกมันแต่ละคนกำกระบี่รูปร่างแปลกๆในมือทั้งร่างกายของพวกมันยังแผ่รัศมีที่อันตรายออกมาราวกับรัศมีเหล่านั้นแผ่ออกมาจากกองซากศพ

จู่ๆเฉินเซี่ยงกลับได้พบกับศิษย์นิกายฝ่ายปีศาจถึง 10 คนในคราวเดียว นั่นทำให้เขารู้สึกมีความสุขอย่างมากเพราะเป้าหมายที่เฉินเซี่ยงมาที่นี่ก็เพียงเพื่อสังหารพวกมัน

พวกมันทั้ง 10 คนช่างแปลกนัก..เจ้าควรระวังตัวให้ดี ข้ารู้สึกว่าพวกมันมีพลังแปลกๆราวกับเป็นสัมผัสศักดิ์สิทธิ์ อ้า! ดูเหมือนพวกมันจะถูกเชิดอยู่นะ” หลงเสวี่ยอี๋อุทานขึ้น น้ำเสียงของนางจริงจังเป็นอย่างมาก

คำกล่าวของนางทำให้เฉินเซี่ยงรู้สึกประหลาดใจ ดูเหมือนว่าพวกมันจะถูกเชิด ตอนนี้เฉินเซี่ยงมั่นใจมากขึ้นว่านิกายฝ่ายปีศาจต้องมีแผนบางอย่างแน่

พวกมันไม่ได้เผื่อเวลาให้เฉินเซี่ยงคิดมากนัก ทันใดนั้นกระบี่ทั้ง 5 เล่มก็ฟาดฟันเข้าใส่เขาอย่างรุนแรง *วี้ด* รัศมีปราณสีดำทมิฬแผ่ออกมาจากกระบี่พวกมัน ยามที่พวกมันฟาดฟันจึงบังเกิดเป็นเสียงเล็กแหลมแสบแก้วหูทั้งยังทิ้งร่องรอยไว้บนพื้นมากมาย

การโจมตีของพวกมันนับว่าทรงพลังมาก เพียงแต่…ก่อนที่การจู่โจมของพวกมันจะมาถึง เฉินเซี่ยงได้ใช้ทักษะอันลึกลับแล้วกระโดดขึ้นไปในอากาศก่อนกระบี่ในมือของพวกมันจะถูกยับยั้ง แต่กระนั้นเฉินเซี่ยงยังคงรู้สึกหวาดกลัว เพราะจากการประเมิณของเขา แม้นักสู้ระดับ 6 ขอบเขตนักสู้แท้จริงยังต้องถูกฟันจากการจู่โจมเมื่อครู่ ซึ่งผลลัพธ์สุดท้ายคือไม่ตายก็พิการ

ปราณปีศาจหนาแน่นมาก! นี่พวกมันบ่มเพาะอะไรกันมา? นี่เป็นปราณปีศาจที่มีเพียงผู้ที่สังหารผู้อื่นเท่านั้นที่บ่มเพาะ” น้ำเสียงของเป่ยยู่ยู่ค่อนข้างเคร่งขรึม “เฉินเซี่ยงระวังด้วย ดูเหมือนดินแดนรกร้างแห่งนี้มีความลับสำคัญบางอย่าง”

ขณะที่เฉินเซี่ยงอยู่ในอากาศ ชายในชุดคลุมดำอีก 5 คนที่เหลือก็พุ่งเข้าหาเฉินเซี่ยงอย่างเร็วก่อนจะมาปรากฏตัวอย่างข้างๆกายเขา พวกมันทั้งห้าฟันกระบี่เข้าใส่เฉินเซี่ยง การเคลื่อนไหวของพวกมันล้วนไม่ต่างจากอีก 5 คนก่อนหน้านี้ พวกมันใช้ปราณแบบเดียวกัน รัศมีปราณแบบเดียวกัน ราวกับพวกมันมีร่างกายเดียวกัน

ในขณะที่เฉินเซี่ยงอยู่กลางอากาศ เขาได้โคจรปราณแห่งเต่าทมิฬเอาไว้แล้ว บัดนี้ทั่วร่างของเฉินเซี่ยงพลันถูกปกคลุมด้วย ‘ปราการเต่าทมิฬ’ ก่อนที่กระบี่อันเปี่ยมไปด้วยปราณที่ทรงพลังของชายในชุดคลุมดำทั้งห้าจะฟาดฟันเข้าใส่เฉินเซี่ยง เฉินเซี่ยงอยู่ในตำแหน่งที่เป็นศูนย์กลางของการโจมตี ทันทีที่กระบี่ของพวกมันสัมผัสเข้ากับเฉินเซี่ยง คลื่นปราณมากมายพลันแผ่กระจายออกไปรอบทิศราวกับพายุที่กวาดผ่านผืนป่า

เฉินเซี่ยงร่อนลงสู่พื้นดิน ปราการเต่าทมิฬที่หุ้มกายของเขายังคงอยู่ดี แม้ปราณที่ห่อหุ้มร่างกายของเฉินเซี่ยงจะเบาบางมาก แต่มันกลับสามารถป้องกันการจู่โจมเมื่อครู่ได้ ด้วยความที่ปราการเต่าทมิฬถูกใช้ออกด้วยนักสู้ระดับ 3 ขอบเขตนักสู้แท้จริงอย่างเฉินเซี่ยงทำให้มันแข็งแกร่งอย่างสุดขั้ว

ในที่สุดเฉินเซี่ยงก็มั่นใจแล้วว่าสิ่งที่หลงเสวี่ยอี๋กล่าวก่อนหน้านี้เป็นเรื่องจริง พวกมันทั้ง 10 คนกำลังถูกเชิด สัมผัสศักดิ์สิทธิ์ของคนที่เชิดพวกมันก็มีจำกัดทำให้คนเชิดไม่สามารถใช้คนทั้ง 10 คนนั้นจู่โจมเฉินเซี่ยงด้วยวิธีการที่แตกต่างกันได้ นั่นเป็นเหตุผลที่ท่าทางและการเคลื่อนไหวของพวกมันทุกคนถึงได้เหมือนกันนัก และที่สำคัญ พวกมันจู่โจมได้เพียงครั้ง 5 คนเท่านั้น

นั่นคือจุดอ่อนของพวกมัน! ซึ่งนับเป็นเรื่องเลวร้าย หากเฉินเซี่ยงไม่สามารถต้านทานการจู่โจมเมื่อครู่ของพวกมันได้ เขาคงไม่พบกับจุดอ่อนของพวกมัน

ทันใดนั้นเงาร่างของเฉินเซี่ยงก็หายไป เขาเคลื่อนที่เข้าไปในป่าด้วยความเร็วสูง พุ่งสลับไปมาจนซับซ้อน ถึงความเร็วที่เฉินเซี่ยงใช้จะไม่ได้เร็วมากนัก แต่ด้วยความเร็วระดับนี้ก็ทำให้ไม่สามารถเห็นได้แม้กระทั่งเงาร่างของเขา ด้วยความเร็วที่เขาใช้และการปกปิดกลิ่นอายด้วยเคล็ดมังกรจึงทำให้ตัวตนของเขาหายไปอย่างสมบูรณ์

ด้วยความที่ชายในชุดคลุมดำทั้ง 10 คนถูกเชิด พวกมันย่อมไม่สามารถสัมผัสถึงเฉินเซี่ยงได้อยู่แล้ว เฉินเซี่ยงคิดว่าคนที่เชิดพวกมันน่าจะอยู่บริเวณใกล้เคียงนี้

ชายชุดดำทั้ง 10 คนยืนนิ่งไร้การเคลื่อนไหว ชัดเจนว่าผู้เชิดพวกมันกำลังรอให้เฉินเซี่ยงปรากฏตัว มันกำลังมองหาเฉินเซี่ยงแต่กลับหาเขาไม่พบ..มันจึงทำได้แค่รอและหยุดการควบคุมหุ่นเชิดไป

ทันใดนั้น เฉินเซี่ยงก็ปรากฏขึ้นก่อนจะซัดฝ่ามือเข้าใส่ชายชุดดำคนนึง หลังจากนั้น เฉินเซี่ยงจึงเคลื่อนไหวไปยังเบื้องข้างของชายชุดดำคนอื่นๆก่อนจะซัดฝ่ามือเข้าใส่พวกมัน ภายในพริบตาพวกมันก็ถูกฝ่ามือของเฉินเซี่ยงกันถ้วนหน้า

ฝ่ามือทั้ง 10 ที่เฉินเซี่ยงซัดออกไปเมื่อครู่ดูธรรมดาสามัญเป็นอย่างมาก เพียงแต่ฝ่ามือเหล่านั้นคือทักษะปีศาจที่น่าเกรงขามที่เขาเพิ่งฝึกฝนได้ไม่นาน นั่นก็คือ ‘ฝ่ามือแปลงกระดูก’

เฉินเซี่ยงหยุดยืนอยู่ท่ามกลางพวกมันทั้ง 10 คน พวกมันค่อยๆล้มลงช้าๆราวกับร่างกายของพวกมันสามารถพับหรือบิดงอได้ ที่เป็นช่นนั้นก็เพราะพวกมันไม่เหลือกระดูกแล้ว ด้วยความที่พวกมันเป็นหุ่นเชิดทำให้พวกมันไร้ซึ่งความเจ็บปวด นั่นจึงเป็นเหตุผลว่าทำไมพวกมันถึงได้ดูแปลกนัก

หากหุ่นเชิดทั้ง 10 คนนี้จัดการกับนักสู้ระดับ 5 ขอบเขตนักสู้แท้จริงทั่วๆไป ความแข็งแกร่งของพวกมันนับว่าล้นเหลือ แต่เมื่อได้พบกับเฉินเซี่ยง..พวกมันจึงเป็นได้เพียงของไร้ค่า

หากเฉินเซี่ยงตัดมือของพวกมัน..หรือซัดฝ่ามือใส่อย่างโหดเหี้ยม เขาย่อมไม่สามารถทำให้พวกมันล้มลงได้เช่นนี้ แต่ตอนนี้พวกมันต่างไร้ซึ่งกระดูกและกระดูก…นับเป็นโครงสร้างพื้นฐานของร่างกาย ดังนั้น พวกมันในตอนนี้จึงนับว่าถูกทำลายไปแล้ว

เฉินเซี่ยงแอบยกย่องความน่าเกรงขามของทักษะปีศาจ ก่อนหน้านี้ เฉินเซี่ยงลองใช้ทักษะกับก้อนหิน แต่ตอนนี้เขากลับได้ใช้กับมนุษย์จริงๆเป็นครั้งแรก

เจอมันแล้ว ฮ่าฮ่า ไอ้หมอนั่นมันต้องร้อนใจอยู่แน่นอน มีอยู่ครู่นึงที่มันประมาทจนเผลอปล่อยสัมผัสศักดิ์สิทธิ์ออกมาจำนวนมากทำให้ข้าจับตำแหน่งของมันได้” หลงเสวี่ยอี๋หัวเราะพลางกล่าว นางรีบบอกที่ซ่อนของผู้เชิดหุ่นกับเฉินเซี่ยงในทันที

เมื่อทราบตำแหน่งของผู้เชิดแล้วเฉินเซี่ยงจึงยิ้มอย่างเย็นชา ทันใดนั้น เขากลับซัดฝ่ามือลงพื้นทำให้พื้นดินเกิดการสั่นไหวอย่างรุนแรง ต้นไม้รอบข้างเคลื่อนไหวราวคลื่นทะเล ที่เป็นเช่นนั้นก็เพราะฝ่ามือของเฉินเซี่ยงเปลี่ยนพื้นดินให้เป็นเหมือนคลื่นอันเกรี้ยวกราด

เฉินเซี่ยงใช้ปราณจักรวาลแล้วใช้ออกด้วยฝ่ามือสะเทือนสวรรค์จนทำให้พื้นดินและภูเขามากมายเกิดการสั่นสะเทือน อานุภาพของฝ่ามือนับว่าเกินบรรยายเพราะมันทำให้พื้นดินขนาดใหญ่หายไปในฉับพลัน

จัดการมัน! ไอ้หมอนั่นน่าจะกำลังกระอักเลือดอยู่!” หลงเสวี่ยอี๋หัวเราะเบาๆพลางกล่าว

ชายคนนั้นซ่อนตัวอยู่ใต้ดินและถูกฝ่ามือสะเทือนสวรรค์อันรุนแรงของเฉินเซี่ยง

เฉินเซี่ยงยิ้มเล็กน้อยก่อนซัดฝ่ามือสะเทือนสวรรค์เข้าใส่พื้นดินอย่างต่อเนื่อง ในยามนี้ ทั่วทั้งดินแดนรกร้างทางใต้กลับเต็มไปด้วยแสงกระหึ่มราวกับเสียงของสายฟ้าฟาดอย่างต่อเนื่อง กู่ตงเฉินและคนอื่นๆที่เบื้องนอกต่างประหลาดใจ พวกเขาคาดไม่ถึงว่าเฉินเซี่ยงที่เพิ่งเข้าไปได้ไม่นานจะทำให่ศิษย์นิกายฝ่ายปีศาจต้องชดใช้ได้รวดเร็วขนาดนี้

หลังจากผ่านไป 10 ฝ่ามือ บริเวณที่เฉินเซี่ยงอยู่ก็กลายเป็นหลุมลึกกว่าร้อยจ้าง เฉินเซี่ยงกำลังจ้องมองชายคนหนึ่งที่กำลังอยู่ในช่วงลมหายใจสุดท้าย มันเป็นชายวัยกลางคนที่ยามนี้มีโลหิตไหลรินออกจากทวารทั้ง 7 และสภาพของมันใก็นับว่าสยดสยองนัก

ยังไม่ตายอีกหรอ? เฉินเซี่ยง..ใช้ ‘สาปวิญญาณ’ สะกดมัน” เป่ยยู่ยู่กล่าว นางสนใจหุ่นเชิดทั้ง 10 ตัวเป็นอย่างมากและนางยังสงสัยปราณปีศาจของพวกมันอีกด้วย………………………………………..





ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

ต้องอ่าน . . .

Legendary Moonlight Sculptor - เล่ม 1 ตอนที่ 1 กำเนิดดาร์คเกมเมอร์ (The Birth of a Dark Gamer)