WORLD DEFYING DAN GOD 301 - 314
Chapter
301 –
บัวโลหิตมังกรเพลิง
เหลียนฉางยวิ้นทั้งโกรธทั้งอับอาย
มันไร้คำพูด…ไม่ใช่ว่าเฉินเซี่ยงไม่ต้องการประลองกับมัน
แต่กลับตรงกันข้ามเพราะเป็นตัวมันที่ไม่ได้อยู่ในระดับเดียวกันกับเฉินเซี่ยง
นั่นถือเป็นการดูถูกมันเป็นอย่างมาก
เฉินเซี่ยงเห็นสีหน้าของเหลียนฉางยวิ้น
เขาแอบเยาะเย้ยอยู่ในใจ เขาอยากได้เมล็ดบัวหยกขาวแน่นอน
แต่โชคไม่ดีที่เขาได้เข้าร่วมการแข่งขันปรุงยาระดับสูงไปแล้ว
เมื่อเห็นบุตรชายของตนเสียหน้าต่อหน้ากู่ตงเฉินและหวู่ไคหมิง
เหลียนหยิงเส้าได้แต่ถอนหายใจ เขาทราบถึงนิสัยของบุตรชายของตนดี แต่ถึงอย่างนั้น
เขาก็รู้สึกเสียหน้าเล็กน้อยแต่นั่นก็ไม่นับเป็นอันใด
เพราะนี่อาจจะทำให้บุตรชายของเขาได้เติบโตขึ้นอีกเล็กน้อย
“นี่คือแผ่นหยกรับรองการเป็นนักปรุงยาระดับ
5… นักปรุงยาระดับ 5 ขั้นต่ำ…ด้วยอายุเช่นเจ้านับว่าหาได้ยากนัก ข้าไม่รู้ว่าเม็ดยาระดับลึกล้ำขั้นต่ำทั้งสาม
3 ชนิดที่เจ้าสกัดกลั่นได้มีอะไรบ้าง?” ขณะที่เหลียนหยิงเส้าคืนแผ่นหยกให้กับเฉินเซี่ยง
เขาก็กล่าวถามขึ้นด้วยรอยยิ้ม
กู่ตงเฉินและคนที่เหลือเองก็อยากทราบเช่นกันว่าเม็ดยาระดับลึกล้ำขั้นต่ำทั้ง
3 ชนิดที่เฉินเซี่ยงสกัดกลั่นได้คือเม็ดยาอะไรบ้าง
เพียงแต่เฉินเซี่ยงเพียงยิ้มอย่างลึกลับ
“อภัยให้ข้าด้วย…ตอนนี้ข้าอยากเก็บมันไว้เป็นความลับ”
กู่ตงเฉินเขกหัวเฉินเซี่ยงอย่างแรง
“ไม่ต้องมาทำเป็นลึกลับซับซ้อนเลย…รีบพูดมาได้แล้ว!”
เฉินเซี่ยงแลบลิ้นให้กู่ตงเฉิน
“ข้าไม่พูดแล้วท่านจะไมทำ?”
เมื่อเห็นท่าทางหยาบคายของเฉินเซี่ยงที่มีต่อประมุขของตน
ทั้งเหลียนหยิงเส้าและเหลียนฉางยวิ้นต่างประหลาดใจเป็นอย่างมากเพราะกู่ตงเฉินไม่ได้โกรธเลยแม้แต่น้อย
สิ่งที่เห็นนี้ค่อนข้างชัดเจนว่าในนิกายยอดนักสู้เฉินเซี่ยงได้รับการปฏิบัติจากกู่ตงเฉินเหมือนเป็นบุคคลสำคัญยิ่ง
เหลียนฉางยวิ้นแอบขบฟัน
มันรู้สึกว่ามันดูแคลนเฉินเซี่ยงเกินไป ดังนั้นมันจึงต้องกู้หน้าให้ตัวเองบ้าง
มันกล่าว “ที่ข้ามาที่นี่ก็เพื่มประลองกับศิษย์อันดับ 1
ที่อายุน้อยที่สุดของนิกายยอดนักสู้ ถึงข้าไม่สามารถต่อกับเจ้าได้ในการปรุงยา
แต่ข้าก็อยากประลองความแข็งแกร่งกับเจ้า เฉินเซี่ยง…มาสู้กัน!”
แต่เดิมเฉินเซี่ยงกำลังรู้สึกเสียใจที่เขาไม่อาจได้รับเมล็ดบัวหยกขาว
แต่เขาคาดไม่ถึงว่าฝ่ายตรงข้ามจะเป็นคนต้นคิดที่จะประลองกับเขาด้วยตนเอง
การชิงความได้เปรียบจากไอ้บัดซบนี่เป็นเรื่องที่เฉินเซี่ยงต้องยอมรับอย่างแน่นอน
แต่ถึงอย่างนั้น เฉินเซี่ยงยังคงมองดูท่าทางเหลียนหยิงเส้าและกู่ตงเฉิน
เหลียนหยิงเส้าพยักหน้าให้กู่ตงเฉินเพื่อแสดงว่าเขาเห็นด้วย
เมื่อเฉินเซี่ยงเห็นท่าทางยินยอมของเหลียนหยิงเส้า เขาได้แต่แอบหัวเราะอยู่ในใจ
เขากล่าว “ข้าไม่มั่นใจว่าพี่เหลียนจะเดิมพันด้วยเมล็ดบัวหยกขาวหรือเปล่า? ตอนนี้มือของน้องชายช่างข้านั้นขยับได้ยากนัก
เมื่อยามที่ข้าเรียนรู้การปรุงยาท่านประมุขไม่เคยสนับสนุนข้าเลย
ข้าจึงจำต้องเรียนรู้ด้วยน้ำพักน้ำแรงและกำลังทั้งหมดของตน
เฮ้อ…ใครบอกให้ข้าได้พบกับประมุขขี้เหนียวแบบนี้”
เฉินเซี่ยงเป็นนักปรุงยาระดับ
5 โดยอาศัยความพยายามอย่างหนัก เหลียนฉางยวิ้นไม่เชื่อแม้แต่น้อย
แต่สำหรับเหลียนหยิงเส้ากลับค่อนข้างเชื่อ
เขารู้จักนิสัยของกู่ตงเฉินว่าเขาขี้เหนียวเป็นอย่างมาก
อีกอย่างเขายังรู้สึกได้ถึงความสัมพันธ์อันละเอียดอ่อนระหว่างเฉินเซี่ยงและกูงตงเฉิน
“แน่นอนว่าข้าจะใช้เมล็ดบัวหยกขาวเดิมพัน!
แล้วเจ้าหล่ะจะใช้อะไรเดิมพัน? เจ้าน่าจะทราบถึงมูลค่าของเมล็ดบัวหยกขาวนะ”
ขณะที่เหลียนฉางยวิ้นกล่าวเขาก็หยิบเอาเมล็ดบัวหยกขาวออกมา
นี่คือสิ่งพิเศษของเกาะบงกช
มันมีประโยชน์อย่างที่สุดแต่มันใช้เวลานานมากๆในการเติบโต กล่าวได้ว่ามันใช้เวลาถึง
7000 – 8000 ปีในการเจริญเติบโต
ภายในดินแดนลี้ลับแห่งเต่าทมิฬ
เฉินเซี่ยงได้รับหญ้าวิญญาณนรกขนาดใหญ่มากๆมาซึ่งตอนนี้เขาก็นำมันออกมา
เขาหัวเราะพลางกล่าว
“คุณประโยชน์ของหญ้าวิญญาณนรกของข้าก็เหมือนกับเมล็ดบัวหยกขาวของท่าน
เพียงแต่หญ้าวิญญาณนรกของข้ามีขนาดใหญ่มากๆ
อย่างน้อยๆมันก็เทียบได้กับเมล็ดบัวหยกขาวสัก 3 เมล็ด นี่คือสิ่งที่ข้าใช้เดิมพัน”
หญ้าวิญญาณนรกนั้นมีขนาดใหญ่เกือบเท่าหัวมนุษย์
มันค่อนข้างน่ากลัว
เหลียนหยิงเส้าเองก็เคยได้ยินมาว่าเฉินเซี่ยงได้มันมาเมื่อครั้งที่อยู่ในดินแดนลี้ลับแห่งเต่าทมิฬ
ในยามนั้นมีกลุ่มของนักสู้จากนิกายนักสู้แท้จริงพยายามแย่งชิงมันไปจากเขา
แต่เฉินเซี่ยงก็จัดการกับพวกมันได้ทั้งหมด
เหลียนหยิงเส้าพยักหน้า
“นั่นเทียบได้กับเมล็ดบัวหยกขาว 4 เมล็ด… ฉางยวิ้น สิ่งเดิมพันของเจ้ามันน้อยไป!”
ด้วยนิสัยของเหลียนหยิงเส้า
เฉินเซี่ยงก็นับถือเขาอยู่บ้าง
เหลียนหยิงเส้าไม่ได้ลำเอียงเข้าข้างบุตรชายของตนทั้งยังส่งสัญญาณให้บุตรชายของตนยุติธรรม
นั่นเป็นการแสดงให้เห็นว่าบุตรชายของเขาต้องนำเมล็ดบัวหยกขาวออกมาเพิ่ม
เหลียนฉางยวิ้นกัดฟันก่อนจะหยิบเอาดอกบัวสีแดงเข้มออกมา
เมื่อดอกบัวปรากฏขึ้น อุณหภูมิทั่วทั้งลานกว้างพลันร้อนขึ้นเป็นอย่างมาก
เฉินเซี่ยงไม่ทราบว่ามันคืออะไร
แต่เขามั่นใจว่าสิ่งนั้นต้องมีประโยชน์กับผู้ที่บ่มเพาะเพลิงอย่างแน่นอน
“มันคือดอกบัวโลหิตมังกรเพลิง
เป็นสิ่งที่ล้ำค่าที่สุดในหมู่ของเมล็ดบัวทั้ง 10 ชนิด
ไม่จำเป็นจะต้องเอาไปสกัดกลั่นเป็นเม็ดยา
แค่กินมันเข้าไปก็จะมีประโยชน์กับผู้ที่บ่มเพาะเพลิงเป็นอย่างมาก
แม้มันจะขาดคุณสมบัติในการรักษาเมื่อเทียบกับเมล็ดบัวหยกขาวและหญ้าวิญญาณนรกแต่มันก็ล้ำค่าเป็นอย่างมาก”
ซูเหม่ยเหยากล่าวขึ้นในทันทีทั้งน้ำเสียงของนางยังเต็มไปด้วยความประหลาดใจ
“ตามข่าวลือ…
มีดอกบัวอยู่ชนิดนึงที่ได้อาบโลหิตของเทพมังกรเพลิงและเติบโตขึ้นด้วยตัวมันเองจนกลายเป็นบัวโลหิตมังกรเพลิงจำนวนมาก”
หลงเสวี่ยอี๋กลืนลายอึกใหญ่ ดูเหมือนว่านางอยากจะแจ้นไปเกาะบงกชเพื่อขโมยพวกมัน
เฉินเซี่ยงสูดหายใจลึกก่อนกล่าว
“บัวโลหิตมังกรเพลิง!
เกาะบงกชนับเป็นขุมทรัพย์ในตำนานแห่งแรกของเฉินหวู่แผ่นดินใหญ่
วันนี้นับว่าได้เปิดหูเปิดตาน้องชายเช่นข้าอย่างแท้จริง นับถือ…นับถือ!”
ทั้งกู่ตงเฉินและหวู่ไคหมิงต่างไม่ทราบว่ามันคืออะไรแต่เฉินเซี่ยงกลับทราบ
นั่นทำให้ทั้งสองนับถือเฉินเซี่ยง
พวกเขาเคยได้ยินชื่อบัวโลหิตมังกรเพลิงแต่พวกเขาไม่เคยเห็นมันก่อน
อีกอย่างพวกเขายังไม่ทราบว่ามันอยู่ในเกาะบงกช
“สายตาเฉียบคมนัก!”
ประมุขเกาะบงกชยกย่อง เศษเสี้ยวของความประหลาดใจปรากฏขึ้นในตัวตาของเขา
เพราะนี่นับเป็นครั้งแรกที่มีคนจดจำบัวโลหิตมังกรเพลิงได้เพียงมองครู่เดียว
เหลียนหยิงเส้ารู้สึกว่ามีความแตกต่างอย่างใหญ่หลวงระหว่างบุตรชายของเขากับเฉินเซี่ยง
ไม่ว่าจะเป็นประสบการณ์หรือความละเอียดอ่อน
เฉินเซี่ยงล้วนนำหน้าบุตรชายของเขาไปไกล
เฉินเซี่ยงมักจะอ้างเสมอว่าตนเป็นน้องชายและเรียกเหลียนฉางยวิ้นว่าพี่เหลียนแต่นั่นไม่ใช่เพราะว่าเฉินเซี่ยงเคารพเหลียนฉางยวิ้น
ส่วนเหลียนฉางยวิ้นเองก็เรียกขานชื่อของเฉินเซี่ยงตรงๆ
เฉินเซี่ยงไม่ได้ใส่ใจกับท่าทีที่เลวร้ายที่เหลียนฉางยวิ้นมีให้กับเขา
และเขายังคงปฏิบัติกับเหลียนฉางยวิ้นราวกับเป็นสหาย
เมื่อคิดถึงเรื่องนี้ทำให้เหลียนหยิงเส้าแอบถอนหายใจ
ตอนนี้เขาทราบแล้วว่าทำไมเฉินเซี่ยงถึงได้รับความนับถือจากศิษย์มากมายหลายคนเมื่อคราวที่เขาอยู่ในดินแดนรกร้างทางใต้
เฉินเซี่ยงรู้วิธีเคารพผู้อื่น แต่บุตรชายของเขากลับไม่
แต่แน่นอนว่าเหลียนหยิงเส้ารู้ว่าเฉินเซี่ยงเป็นคนโหดเหี้ยม
ถ้าตัวเขาไม่ได้อยู่ที่นี่ด้วย
บางทีเฉินเซี่ยงอาจจะไม่ได้ปฏิบัติดีกับเหลียนฉางยวิ้นเช่นนี้
“เช่นนั้นก็ถือว่าตัดสินแล้ว
พวกเราชายชราจะเป็นผู้ตัดสินและเจ้าเด็กบ้า…ห้ามเจ้าใช้กระบี่เพราะข้าไม่มั่นใจว่าอาวุธชั้นยอดนั่นอยู่ระดับไหน”
กู่ตงเฉินกล่าว หากเฉินเซี่ยงใช้กระบี่ ไม่ว่าเหลียนฉางยวิ้นกระมีสิ่งของอันใด
เขาก็จะถูกเฉินเซี่ยงสังหารอย่างแน่นอน
เฉินเซี่ยงกล่าวพลางหัวเพราะ
“ข้าไม่ใช่แน่นอน หากข้าใช้อาวุธข้าย่อมไม่สามารถหาความสำราญจากการประลองได้”
“ขอข้ากล่าวสักเล็กน้อย
ไม่กี่วันก่อนหน้านี้ ข้าเพิ่งบรลุระดับ 6 ขอบเขตนักสู้แท้จริง
นั่นหมายความว่าข้าแข็งแกร่งกว่าเจ้าเล็กน้อย… งั้นข้าจะต่อให้เจ้า 3
กระบวนท่าเป็นไง? ในระหว่าง 3
กระบวนท่าข้าจะไม่จู่โจมเจ้า ข้าจะแค่หลบไม่ก็ป้องกันเฉยๆ”
เหลียนฉางยวิ้นกล่าวอย่างภาคภูมิ การบรรลุระดับ 6
ขอบเขตนักสู้แท้จริงด้วยอายุเท่าเขาทำให้เขาภาคภูมิใจในตนเองเป็นอย่างยิ่ง
แม้ว่าเขาจะมีอายุ 100 ปีแล้ว แต่ด้วยขอบเขตนักสู้แท้จริง
เขาก็เป็นเพียงเด็กน้อยคนนึง
ด้วยอีกฝ่ายไว้หน้าเขาทำให้เฉินเซี่ยงซาบซึ้งอย่างไม่ต้องสงสัย
เขาหัวเราะพลางกล่าว “เช่นนั้นน้องชายผู้นี้ก็ขอขอบคุณพี่เหลียนและข้า…จะไม่สุภาพแล้วนะ!”……………………………………..
Chapter
302 –
ร่างกายที่น่าตกใจ
มันเป็นเพียงการแลกเปลี่ยนเท่านั้น
อีกอย่าง ยังมีนักสู้ขอบเขตนิพพานที่ทรงพลังถึง 3 คนอยู่ข้างๆ ดังนั้น
เฉินเซี่ยงจึงไม่ต้องกลัวว่าเหลียนฉางยวิ้นจะคดโกงใดๆและเขาก็จะไม่ยั้งมือใดๆด้วย
ลานกว้างที่ภายในที่พักของกู่ตงเฉินนับว่าค่อนข้างใหญ่
มันเพียงพอให้เฉินเซี่ยงและเหลียนฉางยวิ้นได้ออกกระบวนท่า
แต่เพื่อป้องกันกระบวนท่าที่รุนแรง ทั้งกู่ตงเฉิน หวู่ไคหมิง
และเหลียนหยิงเส้าต่างก็ช่วยกันกางข่ายพลังที่มองไม่เห็นครอบคลุมทั่วทั้งลานกว้างเอาไว้เพื่อป้องกันไม่ให้กระบวนท่าที่รุนแรงทำลายอาคารที่อยู่รอบๆ
ด้วยวิธีนี่พวกเขาก็จะสามารถปกป้องลานกว้างให้สมบูรณ์ดังเดิมได้
ในตอนนี้เฉินเซี่ยงสัมผัสได้ว่าพื้นดินนั้นแข็งแกร่งมากขึ้น
สิ่งนี้ต้องชมเชยนักสู้ขอบเขตนิพพานทั้งสามคนที่ช่วยกันกางข่ายพลัง
ด้วยความแข็งแกร่งอันน่าเกรงขามของทั้งสามย่อมเป็นการยากที่นักสู้ขอบเขตนักสู้แท้จริงจะสามารถสั่นคลอนลานกว้างแห่งนี้ได้
ภายในลานกว้าง…เหลียนฉางยวิ้นมีท่าทางจริงจังขณะที่เฉินเซี่ยงดูจะสบายๆ
มันทำให้เหลียนฉางยวิ้นรู้สึกว่าเฉินเซี่ยงกำลังดูถูกและนั่นก็ทำให้มันโกรธ
มันกำหมัดแน่นและตัดสินใจไว้แล้วว่าเมื่อ 3 กระบวนท่าของเฉินเซี่ยงผ่านไป
มันจะตั้นหน้าหล่อๆของเฉินเซี่ยงให้ปูดบวม
ความเกลียดชังที่มันมีต่อเฉินเซี่ยงนั้นค่อยๆเพิ่มขึ้นทีละนิดเพราะไม่เพียงเฉินเซี่ยงจะช่วงชิงสตรีของมัน
แต่เฉินเซี่ยงยังช่วงชิงความภาคภูมิใจของมันมาด้วย
“เส้นโลหิตเพลิง
3 เส้น! ชายคนนี้ไม่ได้อ่อนแอเลย ระวังด้วยหล่ะ! จากท่าทางของเขาดูเหมือนเขาแทบจะอดทำให้เจ้าพิการไม่ได้”
หลงเสวี่ยอี๋หัวเราะคิกคักพลางกล่าว
ไม่ใช่ว่าเฉินเซี่ยงไม่เคยพบคนที่มีเส้นโลหิตถึงสามเส้น
ก่อนหน้านี้ลู่เจี่ยที่ถูกเขาสังหารเองก็มี อีกอย่างเขายังอยู่ในระดับ 7
ขอบเขตนักสู้แท้จริง ส่วนคนที่ยังหนุ่มและเย่อหยิ่งอย่างเหลียนฉางยวิ้นนั้น…ไม่มีค่าให้กล่าวถึง
สิ่งที่สำคัญที่สุดคือเหลียนฉางยวิ้นยังต่อให้เขาถึง 3 กระบวนท่า
“พ่อของเจ้าหมอนั่นก็อยู่ข้างเขา
ไว้หน้าเขาสักเล็กน้อยนะ!” ซูเหม่ยเหยาก็หัวเราะคิกคักพลางกล่าว
นางกลัวว่าเฉินเซี่ยงจะจัดการมันในสามกระบวนท่า หากเป็นเช่นนั้น ทั้งบุตรทั้งบิดาคงไม่มีหน้าไปพบใคร
เฉินเซี่ยงเข้าใจวิถีทางของโลกใบนี้
นั่นทำให้เขาตั้งใจว่าจะออมมือสักเล็กน้อย
“เริ่มได้!”
กู่ตงเฉินตะโกนขึ้น ด้วยความแข็งแกร่งของเฉินเซี่ยงเขามั่นใจเป็นอย่างมาก
เฉินเซี่ยงคืออาจารย์อาของเขาทั้งยังเป็นเสาหลักในรุ่นเยาว์ในนิกายยอดนักสู้
เขาอยากให้เฉินเซี่ยงชนะอย่างไม่ต้องสงสัยเพราะนั่นจะเป็นการเพิ่มศักดิ์ศรีของเขา
เพียงก้าวเดียวเฉินเซี่ยงก็กระโดดออกมาทิ้งเงาร่างของเขาลากยาวเป็นทางไว้
ความเร็วของเฉินเซี่ยงนับว่าค่อนข้างดีแต่เหลียนฉางยวิ้นกลับแอบเยาะเย้ยเพราะมันรู้สึกว่าเฉินเซี่ยงช้าเป็นอย่างมากทั้งยังไม่สามารถเปรียบเทียบกับมันได้
ทันทีที่เฉินเซี่ยงชกหมัดออกไป
หมัดอันรุนแรงและรวดเร็วส่งผลให้อากาศเกิดการระเบิดกระทั่งเกิดเป็นแรงอัดอากาศอันรุนแรงพุ่งเข้าใส่หน้าอกของเหลียนฉางยวิ้น
ทั้งความเร็วและอำนาจแรงระเบิดนั้นค่อนข้างน่าอัศจรรย์
แต่ในความคิดของเหลียนฉางยวิ้นและเหล่านักรบขอบเขตนิพพาน..มันค่อนข้างอ่อนแอ
เหลียนฉางยวิ้นยิ้มเย้ย
มันเพียงเบนตัวหลบไปด้านข้างแต่ดูเหมือนเฉินเซี่ยงจะคาดการณ์เอาไว้แล้วเขาจึงใช้ขาเตะกวาดไปที่ขาของเหลียนฉางยวิ้นข้างที่ใช้ทรงตัวราวกับขวานยักษ์กวาดผ่าน
หากเป้าหมายของเฉินเซี่ยงคือต้นไม้ยักษ์มันต้องโดนเขาตัดอย่างง่ายดายแน่
เมื่อเหลียนฉางยวิ้นรู้สึกได้ถึงขาที่เตะกวาดเข้ามา
เปลวเพลิงพลันโหมขึ้นที่แขนทั้งสองข้างของมัน
ปราณอันมหาศาลของภายในตันเถียนของมันถูกถ่ายมายังแขนทำให้แขนทั้งสองข้างร้อนระอุและทรงพลังมากขึ้น
เมื่อเหลียนฉางยวิ้นกระแทกหมัดเข้าหากัน
ปราณเพลิงที่อยู่ภายในร่างกายของมันพลันปะทุออกมาก่อนจะส่งผลกระทบอย่างรุนแรงกับขาของเฉินเซี่ยง
ขณะที่หมัดของเฉินเซี่ยงชกออกและขาของเขาได้เตะกวาดไป
เฉินเซี่ยงเพียงรู้สึกร้อนเล็กน้อย
แต่ถึงอย่างนั้นร่างกายของเขาก็ยังปลิวกลับไปด้านหลัง
แต่ด้วยความที่เขาหมุนตัวในอากาศทำให้เขาลงพื้นได้อย่างมั่นคง
แต่ขณะที่เท้าของเขาแตะพื้นเขาก็พุ่งออกไปราวกับลูกธนูก่อนจะชกทั้งสองหมัดตรงเข้าใส่หน้าอกของเหลียนฉางยวิ้น
เหลียนฉางยวิ้นยกแขนทั้งสองข้างขึ้นไขว้กันเพื่อป้องกันการจู่โจมของเฉินเซี่ยงที่กำลังตรงเข้ามาขณะที่ร่างกายของมันเองก็ระเบิดปราณอันร้อนระอุออกมาในเวลาเดียวกัน
เมื่อพลังทั้งสองสายเข้าปะทะกันเกิดเป็นแรงสั่นสะเทือนพุ่งผ่านลงบนพื้น
ด้วยปราณเพลิงที่ระเบิดออกมาจากร่างกายของเหลียนฉางยวิ้นส่งให้เฉินเซี่ยงล่าถอย
เมื่อครบทั้งสามกระบวนท่าแล้ว
เหลียนฉางยวิ้นก็เริ่มลงมือจู่โจมทันที
ในยามนี้ทั่วร่างของมันคล้ายพยัคฆ์เพลิงดุร้ายที่กำลังพุ่งเข้าใส่เฉินเซี่ยง
ตั้งแต่เริ่มการต่อสู้
เฉินเซี่ยงไม่ได้ใช้ปราณของเขาแม้แต่น้อย
เขาใช้เพียงความแข็งแกร่งของร่างกายเข้าจู่โจม ร่างกายของเขาอยู่ในระดับ 5
กายปีศาจอมตะดังนั้น เขาจึงอยากลองดูว่าร่างกายของเขาจะทรงพลังขนาดไหน
ร่างกายของเหลียนฉางยวิ้นกลายเป็นเงาร่างสีแดงเข้ม
มือทั้งสองข้างของมันประสานเข้ากันแน่นและทะยานเข้าหาเฉินเซี่ยง
เพลิงอันหนาแน่นปะทุขึ้นจากหมัดของมันราวกับฆ้อนเพลิงยักษ์ฟาดพลางเข้าใส่หัวเฉินเซี่ยงอย่างรุนแรง
คาดไม่ถึงว่าเหลียนฉางยวิ้นจะโหดเหี้ยมขนาดนี้
เฉินเซี่ยงรู้สึกโกรธเล็กน้อยทั้งชกหมัดออกไปอย่างรวดเร็วราวกับสายฟ้า
น่าแปลกที่เฉินเซี่ยงไม่ได้หลบแต่เขากลับชกหมัดเข้าปะทะ
การกระทำของเฉินเซี่ยงทำให้เหลียนฉางยวิ้นประหลาดใจเล็กน้อยกระทั่งกู่ตงเฉินและคนอื่นๆเองก็เช่นกัน
กระบวนท่าของเหลียนฉางยวิ้นนั้นค่อนข้างทรงพลังแต่เฉินเซี่ยงกลับเลือกที่จะไม่หลบ
เสียงระเบิดดังสนั่นส่งผลให้ลานกว้างจะเกิดการสั่นสะเทือนเล็กน้อย
เคลื่อนปราณระเบิดออกแผ่เข้าปะทะกับข่ายพลังทำให้เงาร่างของทั้งสองหายไปในทันที
เหลียนฉางยวิ้นคาดไม่ถึงว่าความแข็งแกร่งของเฉินเซี่ยงจะน่าเกรงขามขนาดนี้
เพียงแค่ความแข็งแกร่งทางกายภาพของหมัดก็สามารถตอบโตการจู่โจมที่ทรงพลังของมันได้อย่างมั่นคง
เท้าของเฉินเซี่ยงจมลงในพื้นแต่เขายังสามารถยืนได้อย่างมั่นคงขณะที่หมัดของเขาก็มีควันลอยขึ้น
ส่วนเหลียนฉางยวิ้นเองก็ถูกส่งปลิวไปไกลด้วยความตกใจจนเกือบกระแทกเข้ากับข่ายพลัง
เมื่อเห็นบุตรชายของตนปลิวออกมาทำให้ดวงตาของเหลียนหยิงเส้าหดตัวอย่างรุนแรง
ท่าทางของเขาดูถมึนทึงอย่างบอกไม่ถูกเพราะเขาพบว่าเฉินเซี่ยงไม่ได้ใช้ปราณเลยแม้แต่น้อย
กู่ตงเฉินและหวู่ไคหมิงเองก็ตระหนักเรื่องนี้
ก่อนหน้านี้ในช่วงที่เฉินเซี่ยงและลู่เจี่ยต่อสู้กันทั้งสองต่างรู้ว่าร่างกายของเฉินเซี่ยงนั้นค่อนข้างแข็งแกร่ง
เพียงแต่ทั้งสองคาดไม่ถึงว่าเฉินเซี่ยงจะมาถึงระดับนี้
เพียงแค่ใช้ความแข็งแกร่งของหมัดก็สามารถเข้าปะทะกับเพลิงที่รุนแรงของเหลียนฉางยวิ้นได้
ในเรื่องการเดิมพันด้วยการต่อสู้
เหลียนหยิงเส้ามั่นใจในชัยชนะของบุตรชายตนเป็นอย่างมาก
แต่ตอนนี้เขาทำได้เพียงถอนหายใจเพราะเขารู้ว่าผลลัพธ์ได้ถูกตัดสินออกมาแล้ว
เฉินเซี่ยงจงใจปิดบังความแข็งแกร่งของตนไว้ เขาไม่ได้ใช้ความแข็งแกร่งที่แท้จริง
นี่จึงทำให้เหลียนฉางยวิ้นดูดีขึ้นเล็กน้อย ไม่เช่นนั้นเฉินเซี่ยงย่อมเอาชนะเหลียนฉางยวิ้นได้อย่างง่ายดายใน
3 กระบวนท่า
เพียงความแข็งแกร่งทางร่างกายของเฉินเซี่ยงก็เทียบได้กับเหลียนฉางยวิ้นแล้ว
ถ้าหากเพิ่มปราณเข้าไปด้วยเหลียนฉางยวิ้นคงพ่ายแพ้อย่างไม่ต้องสงสัย
เหลียนฉางยวิ้นไม่สามารถสัมผัสอะไรได้เลยแม้แต่น้อย
เขาเคยตรวจสอบการต่อสู้ของเฉินเซี่ยงแล้วเขารู้ว่าการจู่โจมที่ทรงพลังที่สุดของเฉินเซี่ยงไม่ใช่ปราณเพลิงและปราณคราม
แต่มันคือปราณไร้สีที่มองไม่เห็น
ไม่งั้นเฉินเซี่ยงย่อมไม่สามารถป้องกันการจู่โจมของเขาได้
เหลียนฉางยวิ้นเองก็ไม่ได้อ่อนแอจนเกินไป
เขาเข้าจู่โจมเฉินเซี่ยงอีกครั้ง เงาร่างของเขาริบหรี่ก่อนจะปรากฏขึ้นตรงหน้าของเฉินเซี่ยงในฉับพลันตามด้วยหมัดที่พุ่งเข้าใส่
ภายในพริบตาเงาหมัดสีแดงเข้มก็ปรากฏขึ้นมากมายนับไม่ถ้วน
แต่ละหมัดโถมกระหน่ำเข้าใส่เฉินเซี่ยง
หมัดเหล่านั้นทั้งทรงพลังและรวดเร็วเป็นอย่างมาก
ผ่านไปเพียงพริบตาเสื้อผ้าท่อนบนของเฉินเซี่ยงก็ขาดรุ่งริ่ง
แต่ไม่ว่าจะกี่หมัดต่อกี่หมัดมันก็ไม่ได้สัมผัสหัวโดนของเฉินเซี่ยงเลยแม้แต่น้อย
เฉินเซี่ยงไม่ได้หลบมันแต่เขาใช้หมัดของเขาต่อยสวนเพื่อป้องกัน
ดังนั้นหมัดส่วนใหญ่ของเหลียนฉางยวิ้นจึงพุ่งเข้าใส่เพียงท่อนบนของเฉินเซี่ยง
กล้ามเนื้อร่างกายท่อนบนของเฉินเซี่ยงนั้นแข็งแกร่งเป็นอย่างมาก
มันอัดแน่นและเต็มไปด้วยพลังทั้งรอยสักมังกรขาวบนไหล่ซ้ายของเขาทำให้ร่างกายท่อนบนของเขาดูแข็งแกร่งสมชายชาตรี
แม้ปราณเพลิงอันทรงพลังจะปะทะเข้ากับร่างกายของเฉินเซี่ยงอย่างต่อเนื่อง
เขาก็ไม่ได้หวาดกลัวมันแม้แต่น้อย อีกอย่างเขายังไม่ได้ปลดปล่อยปราณเพื่อต่อต้านมันเลย
นี่ย่อมชัดเจนถึงความน่าสะพรึงกลัวของร่างกายของเฉินเซี่ยง
เหลียนหยิงเส้าถอนหายใจเล็กน้อย
เฉินเซี่ยงนับเป็นสัตว์ประหลาด ในช่วงอายุหมื่นปีที่ผ่านมาของเหลียนหยิงเส้า
นี่นับเป็นครั้งแรกที่เขาได้พบกับเด็กหนุ่มที่ทรงพลังเช่นนี้
เขาเชื่อว่าตราบใดที่เฉินเซี่ยงมีอายุถึง 1 หรือ 2 พันปี
เขาต้องกลายเป็นตำนานของเฉินหวู่แผ่นดินใหญ่แน่
ในยามนี้
เหลียนฉางยวิ้นเองก็ตระหนักได้ถึงสิ่งผิดปกติเพราะเมื่อหมัดของมันปะทะเข้ากับร่างกายของเฉินเซี่ยง
มันกลับสัมผัสได้เพียงความร้อนจางๆและกล้ามเนื้อของเฉินเซี่ยงเท่านั้น
นอกเหนือจากนั้นมันไม่อาจสัมผัสถึงพลังใดๆได้เลย
แต่จู่ๆความคิดนึงก็ผุดขึ้นในหัวของมัน!
เฉินเซี่ยงต้านรับหมัดของมันด้วยร่างกายเพียงอย่างเดียว!
สำหรับเหลียนฉางยวิ้นแล้ว นี่คือสิ่งที่คาดไม่ถึง!
มันไม่อาจยอมรับความจริงข้อนี้ได้
มันมั่นใจในความแข็งแกร่งของตนเองมากแต่อีกฝ่ายกลับใช้เพียงร่างกายเปล่าๆ
นี่มันทำให้ความมั่นใจของเหลียนฉางยวิ้นพังทะลายลงในพริบตา…………………………………………………
Chapter
303 –
นมวิญญาณหมื่นปี
เหลียนฉางยวิ้นจู่โจมอย่างโหดเหี้ยมมากขึ้นเพื่อไม่ให้ความมั่นใจของมันหายไป
ขณะที่มันกระหน่ำห่าหมัดเพลิงที่รุนแรงและกดดันเข้าใส่เฉินเซี่ยง
เฉินเซี่ยงเพียงรู้สึกเจ็บปวดจากการถูกแผดเผาเพียงเล็กน้อยและเขายังทนได้
เขาใช้เพียงหมัดทั้งสองข้างป้องกันไม่ให้การจู่โจมของเหลียนฉางยวิ้นทะลุผ่านไปได้
แต่ถึงอย่างนั้นเหลียนฉางยวิ้นยังคงพยายามจู่โจมที่หัวของเฉินเซี่ยงอย่างโหดเหี้ยม
หากการจู่โจมของเขาผ่านไปได้มันย่อมเป็นอันตรายร้ายแรงเป็นอย่างมาก
นั่นทำให้เฉินเซี่ยงโกรธเล็กน้อย
แต่ทันใดนั้นเฉินเซี่ยงยกมือขึ้นคว้าจับหมัดที่รุนแรงข้างหนึ่งของเหลียนฉางยวิ้นเอาไว้ก่อนที่ปราณจะทะลักออกมาจากตันเถียนของเฉินเซี่ยงทำให้การคว้าจับของเขาทรงพลังขึ้นเป็นอย่างมาก
หมัดของเหลียนฉางยวิ้นถูกเฉินเซี่ยงคว้าจับทำให้มันรู้สึกขวัญกระเจิง
เฉินเซี่ยงคว้าจับหมัดของมันได้อย่างง่ายดายทั้งยังแน่นเป็นอย่างมาก
ไม่ว่าเหลียนฉางยวิ้นจะออกแรงมากเท่าไหร่มันก็ไม่สามารถสลัดหลุดได้
แต่เมื่อเหลียนฉางยวิ้นจงใจชกหมัดที่รุนแรงอีกข้างเข้าใส่หัวของเฉินเซี่ยง
เฉินเซี่ยงแค่นเสียงเย็นชาก่อนจะเริ่มหักกระดูกนิ้วของมัน *แครก แครก!*
ไม่นานหลังจากเสียงกระดูกลั่นดังขึ้น
เสียงแผดร้องอันแสบแก้วหูของเหลียนฉางยวิ้นก็ดังตามขึ้นมา
มือข้างหนึ่งของเหลียนฉางยวิ้นถูกเฉินเซี่ยงทำลายทำให้มันเกรี้ยวกราดเป็นอย่างมาก
กำปั้นข้างที่เป็นอิสระจากการคว้าจับของเฉินเซี่ยงปรากฏเป็นเพลิงอันร้อนแรงยิ่งขึ้น
เกรี้ยวกราดยิ่งขึ้น
และลุกโหมยิ่งขึ้นก่อนที่หมัดของมันจะกระหน่ำเข้าใส่ศีรษะของเฉินเซี่ยงราวกับฝนดาวตก
เฉินเซี่ยงยังคงจับหมัดข้างที่หักของเหลียนฉางยวิ้นไว้แน่นก่อนจะเหวี่ยงมันเข้าใส่ข่ายพลัง
ในที่สุดวิธีการที่โหดเหี้ยมของเหลียนฉางยวิ้นก็ทำให้เฉินเซี่ยงโกรธ
ปราณทั่วร่างของเฉินเซี่ยงหนาแน่นขึ้น
ปราณอันทรงพลังถูกปลดปล่อยออกมาและไหลทะลักเข้าสู่แขนขาและกระดูกทั่วร่างของเขา
เมื่อใช้ปราณจะทำให้เฉินเซี่ยงทรงพลังขึ้นเป็นอย่างมากทั้งยังทำให้เขาแผ่ปราณสังหารออกมาด้วยเล็กน้อย
เหลียนฉางยวิ้นกู่ร้องขึ้นก่อนจะพุ่งเข้าใส่เฉินเซี่ยงอีกครั้ง
ใบหน้าอันหล่อเหลาของมันกลายเป็นน่าเกลียดทั้งดวงตาของยังเต็มไปด้วยความเกลียดชังราวกับมันไม่อยากอดรนทนรอนที่จะสังหารเฉินเซี่ยงได้
ทั่วร่างของมันปลดปล่อยเพลิงที่น่าสะพรึงกลัวและในยามนี้มันได้สูญสิ้นสติสัมปชัญญะไปแล้ว
“หมัดศักดิ์สิทธิ์พยัคฆ์ขาว!”
ความโกรธปะทุขึ้นในใจของเฉินเซี่ยงจนทำให้ปราณสังหารอันหนาแน่นปกคลุมไปทั่วท้องฟ้า
เงาภาพหมัดสังหารอันรุนแรงปะทุขึ้นราวกับคลื่นคลั่งซัดโหมในมหาสมุทร
อากาศบริเวณโดยรอบสั่นสะเทือน ปราณอันบ้าคลั่งถูกซัดกระหน่ำเข้าใส่เหลียนฉางยวิ้น
ภายในพริบตา
ร่างกายของเหลียนฉางยวิ้นก็ถูกกระหน่ำเข้าไปมากกว่า 100 หมัด
กระดูกหลายชิ้นของมันถูกทำลายจนทำให้มันกระอักโลหิตออกมา
แต่ขณะที่มันกำลังจะสู้ต่อ เหลียนหยิงเส้าพลันถอนหายใจแล้วกล่าวขึ้น
“น้องชาย…ไว้หน้าข้าเถอะ โปรดเมตตาเขาด้วย!”
เมื่อเฉินเซี่ยงได้ยินคำกล่าว
เขาพลันถอนหมัดและปราณสังหารที่ครอบคลุมท้องฟ้าออกไปภายในพริบตา
ส่วนเหลียนฉางยวิ้นที่กำลังโกรธแค้นก็ถูกอำนาจที่มองไม่เห็นกดทับเข้าใส่
“ผู้อาวุโส…
ผลการประลองยังไม่ทราบแน่ชัด” เฉินเซี่ยงกล่าว
หากการต่อสู้ถูกหยุดไว้เช่นนี้เขาก็จะไม่ชนะเดิมพัน
นี่เป็นเรื่องที่เฉินเซี่ยงกังวลมากที่สุด
“เจ้าชนะ!
ฉางยวิ้นเอาของออกมาแล้วมอบให้เขา”
เหลียนหยิงเส้าปรากฏขึ้นเบื้องหน้าเหลียนฉางยวิ้นภายในพริบตาพลางจับจ้องไปที่เหลียนฉางยวิ้น
เมื่อเห็นว่าบิดาของตนโกรธมันก็รู้ทันทีว่ามันผิดเพียงแต่ภายในใจของมันยังต่อต้านอย่างที่สุด
แต่ถึงอย่างนั้นเมื่อมันสัมผัสได้ถึงรัศมีที่เข้มงวดของเหลียนหยิงเส้ามันก็ไม่กล้ากล่าวอะไรออกมา
มันหยิบเอาเมล็ดบัวหยกขาวและบัวโลหิตมังกรเพลิงออกมาทันทีก่อนจะส่งให้กับเฉินเซี่ยง
เมื่อเฉินเซี่ยงได้รับของเดิมพันแล้ว
บนใบหน้าของเขาพลันปรากฏรอยยิ้มกว้างพลางแสดงความชื่นชมซ้ำแล้วซ้ำเล่าซึ่งแตกต่างกับท่าทางของเขาก่อนหน้านี้โดยสิ้นเชิง
เหลียนหยิงเส้าสั่งสองบุตรชายของตนก่อนจะกล่าวลากู่ตงเฉินและหวู่ไคหมิงแล้วจากไปอย่างรวดเร็ว
เมื่อทั้งสองบุตรและบิดาได้จากไปเฉินเซี่ยงก็กล่าวถามเบาๆ
“ประมุขเกาะบงกชจะเกลียดข้าหรือเปล่า?”
“สำหรับตัวเขาหน่ะไม่…แต่สำหรับุตรชายของเขาหน่ะไม่เหลือ!”
กู่ตงเฉินกล่าวกลั้วหัวเราะพลางแตะไหล่เฉินเซี่ยง
“เด็กน้อยอย่างเจ้าเกือบจะได้สังหารอีกครั้งแล้ว เป็นคนหนุ่มนี่ดีจริงๆ…
เมื่อยามที่ข้าอายุเท่าเจ้า ข้าเป็นแค่นักสู้ขอบเขตนักสู้แท้จริงตัวเล็กๆเท่านั้น”
เฉินเซี่ยงกระแอมก่อนจะกล่าวอ้าง
“ในเมื่อไม่มีคนอื่นอยู่แล้ว เจ้าต้องเรียกข้าว่าอาจารย์อา!”
รอยยิ้มของกู่ตงเฉินหายไปในพริบตา
เขาเย้ยหยันเบาๆ
หลังจากเฉินเซี่ยงหัวเราะอย่างมีชัยอยู่ชั่วครู่เขาก่อนจะจากไปอย่างรวดเร็ว
หวู่ไคหมิงก็หัวเราะพลางกล่าว
“หากไม่ใช่เพราะอาจารย์อา ป่านนี้เหลียนหยิงเส้าคงได้หน้าไปแล้ว
เขาทำให้บุตรชายของตนเสียนิสัยได้ถึงเพียงนี้แต่มันก็ยังดีนะที่เขายังมีชีวิตรอดอยู่”
กู่ตงเฉินพยักหน้าพลางกล่าว
“จะมีก็แต่อาจารย์อานี่แหละที่ไม่เคยเกรงกลัวผู้ใด
เขาเป็นศิษย์คนที่สองของตาแก่บ้านั่น หรืออาจารย์ของพวกเราก็เป็นคนบ้ากับเค้าด้วย?”
หลังจากที่เฉินเซี่ยงได้ของดีมามากมายหลายสิ่ง
เขาย่อมต้องเอาไปอวดจักรพรรดินีของเขา
แต่เมื่อเฉินเซี่ยงกลับไปยังร้านค้าอาวุธเฉินปิงอย่างร่าเริง
เขาก็พบว่าหลิวเมิ่งเอ๋อได้กลับไปยังจักรวรรดิเฉินปิงเทียนแล้วเพราะมีเรื่องบางอย่างที่นางจำเป็นต้องจัดการ
เมื่ออวดอ้างนางไม่ได้ว่าเขาได้ของดีมามากมายหลายสิ่ง
เขาก็รู้สึกผิดหวังเล็กน้อย หลังจากนั้นเขาได้ไปยังหอคอยดันเซี่ยงเพื่อสอบถามเรื่องการแข่งขันปรุงยา
ถึงแม้ว่ารางวัลในการแข่งขันจะยิ่งใหญ่แต่มันก็ไม่ได้มีความหมายกับเขา
เขาเพียงต้องการชนะเพื่อยืนยันความแข็งแกร่งของเขาเท่านั้น
แต่ถึงอย่างนั้นรายละเอียดของการแข่งขันยังคงไม่ประกาศออกมา
จะมีเพียงรางวัลการแข่งขันเท่านั้นที่ประกาศออกมาแล้วซึ่งรางวัลเหล่านั้นจะมีเพียงผู้ชนะเท่านั้นที่ได้ไป
รางวัลสำหรับการแข่งขันปรุงยาระดับล่างคือนมวิญญาณหมื่นปีจำนวน
2 หยด หากหยดนมวิญญาณหมื่นปีลงในสมุนไพรวิญญาณเพียง 1
หยดย่อมสามารถเร่งการเจริญเติบโตของมันได้ นั่นจึงทำให้มันกลายเป็นสิ่งที่ล้ำค่าเป็นอย่างมาก
ผู้คนจำนวนมากต่างคาดเดาว่าหอคอยดันเซี่ยงย่อมใช้นมวิญญาณหมื่นปีในการทำให้สมุนไพรล้ำค่าและหายากของพวกเขาเร่งการเจริญเติบโตขึ้น
รางวัลในการแข่งขันปรุงยาขั้นกลางคือนมวิญญาณหมื่นปีจำนวน
5 หยด ส่วนการแข่งขันปรุงยาระดับสูงจะได้ 10 หยด… ในเรื่องการใช้งานอย่างเฉพาะเจาะจงของนมวิญญาณหมื่นปีนั้นเฉินเซี่ยงยังไม่ทราบ
แต่ตามที่ประกาศออกมา
หลังจากชนะการแข่งขันปรุงยาหอคอยดันเซี่ยงจะเป็นผู้จัดการชุมนุมเพื่อแจ้งการใช้งานกับผู้ชนะอีกทีนึง
เฉินเซี่ยงสงสัยในนมวิญญาณหมื่นปีเป็นอย่างมาก
เพราะทั้งหลงเสวี่ยอี๋และสตรีอีก 2
นางที่มากประสบการณ์ต่างไม่รู้จักมันกระทั่งยังไม่เคยได้ยินมาก่อน
10
วันผ่านไปภายในพริบตา ในช่วง 10
วันผ่านมานี้เฉินเซี่ยงได้บ่มเพาะตนเองและยังไปร้านขายอาวุธดันเซี่ยงอยู่หลายครั้งเพื่อตรวจสอบว่าหลิวเมิ่งเอ๋อกลับมาแล้วหรือยัง
หากหลิวเมิ่วเอ๋อไม่อาจเข้าร่วมชมการแข่งขันของเขา
นั่นย่อมทำให้เขาผิดหวังเป็นอย่างมาก
การแข่งขันปรุงยาจะเริ่มขึ้นในวันพรุ่งนี้ซึ่งจะจัดขึ้นบนเวทีการแข่งขันที่แตกต่างกันออกไป
3 เวทีบนลานกว้างขนาดยักษ์ใกล้ๆกับหอคอยดันเซี่ยง เหตุที่ต้องมีเวทีถึง 3
เวทีก็เพราะจะมีผู้คนจำนวนมากมาชมการแข่งขัน
และเพื่อให้ผู้คนสามารถรับชมการแข่งขันได้ดีขึ้น
ทางเจ้าของงานจึงได้จัดสร้างสนามแข่งขันขนาดยักษ์ขึ้น
แม้นั่นจะกระทบกับการปรุงยาอย่างยิ่งยวดแต่มันก็ยังวัดถึงระดับของนักปรุงยาอย่างแท้จริง
เฉินเซี่ยงอยู่ในที่พักของกู่ตงเฉิน
ยามนี้คือยามดึกแต่จู่ๆเฉินเซี่ยงก็ตื่นเพราะเขาสัมผัสได้ถึงอันตรายที่กำลังใกล้เข้ามา
ทันทีที่เขาลืมตาเขาก็เกือบตกใจจนตายก่อนจะถูกปิดปากเขาไว้
“นี่เจ้า…
เจ้าเกือบทำข้าตกใจตายไปแล้ว!” เฉินเซี่ยงตะโกนขึ้นในใจ
ดวงตาของเขาเต็มไปด้วยความฉุนเฉียวพลางจับจ้องไปยังผู้อาวุโสเม็ดยาที่สวมหน้ากากไว้
เขาคาดไม่ถึงว่านางจะปรากฏตัวขึ้นแบบนี้
“อาจารยอา
นี่คือหลินจือไร้สี หญ้าห้าใบ และเมล็ดบัวห้าสี
ในช่วงที่ผ่านมาข้าได้ออกไปหาสมุนไพรสำหรับเม็ดยาธาตุแท้จริงให้แก่ท่าน
ตอนนี้ข้าจะเก็บตัวบ่มเพาะเป็นเวลานาน ท่านไม่จำเป็นต้องตามหาข้า อ้อจริงสิ
นี่คือรายชื่อของผู้เข้าร่วมการแข่งขันปรุงยาระดับสูงในวันพรุ่งนี้และก็ยังมีข้อมูลอื่นๆอีกมากมาย
หากท่านดูย่อมไม่เสียหาย
เอาหล่ะ…ข้าต้องไปแล้วและท่านห้ามบอกศิษย์พี่กับศิษย์น้องนะว่าข้ามาที่นี่”
นางยัดกระเป๋าเก็บของลงในมือของเฉินเซี่ยงก่อนจะทะยานออกไปทางหน้าต่างอย่างรวดเร็วพลางกลืนหายไปกับยามราตรี
เฉินเซี่ยงยังคงมึนงงจากอาการตกใจ
เมื่อเขาดูกระเป๋าเก็บของในมือเขาพลางถอนหายใจยาม
เขาแอบรู้สึกขอบคุณผู้อาวุโสเม็ดยา
นางกลับช่วยเขาเก็บรวมสมุนไพรอย่างขันแข็งขนาดนี้
แต่ถึงอย่างนั้นเขายังคงไม่เข้าไปว่าทำไมนางถึงได้เข้าใจยากนัก…………………………………………………
Chapter
304 –
การแข่งขันด้วยเพลิง
————
ผู้อาวุโสเม็ดยาได้จากไปอย่างฉับพลัน
เฉินเซี่ยงจ้องมองภายในกระเป๋าเก็บของด้วยความงุนงง
ภายในนั้นมีหลินจือไร้สีอันวิจิตรประณีตราวกับขุดถอนมันขึ้นมาจากแท่งผลึกโปร่งแสง
ภายในหลินจือประกอบด้วยปราณวิญญาณของธาตุทั้งห้าซึ่งได้ผสานกันกลายเป็นปราณไร้สีที่คล้ายคลึงกับปราณจักรวาลของเฉินเซี่ยงอย่างที่สุด
หญ้าห้าใบจะมีใบที่เป็นลักษณะเหมือนใบมีดที่มีสีต่างกันถึง
5 สี ลักษณะของพลังงานภายในของมันคล้ายคลึงกับหลินจือไร้สีและเมล็ดบัวห้าสีที่ผู้อาวุโสเม็ดยาเป็นคนเอามาให้
การกระทำของผู้อาวุโสเม็ดยาทำให้เฉินเซี่ยงซาบซึ้งเป็นอย่างมาก
เขาตัดสินใจว่าหลังจากกลับไปยังนิกายยอดนักสู้แล้วเขาจะมอบของขวัญเล็กๆน้อยๆให้กับนาง
ถึงแม้นางจะเป็นสตรีลึกลับแต่เฉินเซี่ยงก็ค่อยๆประทับใจในตัวนางทีละน้อย
เมื่อดวงตะวันทอแสงอาบไล้ผืนดิน…นั่นคือสัญญาณของการเริ่มต้นการแข่งขันปรุงยาภายในเมืองดันเซี่ยง
เฉินเซี่ยงเข้าร่วมการแข่งขันปรุงยาระดับสูงและยังเป็นผู้เข้าแข่งขันที่อายุเยาว์ที่สุด
การเข้าร่วมการแข่นขันระดับสูงนี้ เข้าแข่งขันต้องเป็นนักปรุงยาระดับ 5 แล้วเท่านั้น
ในการแข่งขันปรุงยาระดับสูงมีผู้เข้าร่วมไม่มากนักแต่ผู้ที่เข้าชมกลับไม่เป็นเช่นนั้น
มีผู้คนเข้าชมการแข่งขันปรุงยาระดับสูงมากมายนับไม่ถ้วนซึ่งพวกเขาได้ล้อมรอบเวทีการแข่งขันจนเต็มไปหมดแล้วในตอนนี้
ด้านบนเวทีการแข่งขัน…มีโต๊ะตั้งอยู่ทั้งหมด 30 ตัวซึ่งนั่นคือจำนวนผู้เข้าแข่งขัน
ส่วนผู้ที่เข้าร่วมการแข่งขันปรุงยาระดับต่ำและกลางนั้นต่างมีมากกว่าร้อยคนซึ่งทำให้เวทีการแข่งขันของทั้งสองระดับนั้นใหญ่เป็นอย่างมาก
“มารดามันเถอะ!
น้องเฉินไม่ได้อยู่ที่นี่หรอทำไมข้าถึงไม่เห็นเขา?” เจ้าอ้วนกล่าวอย่างหงอยเหงา
ทั่วทั้งลานกว้างอัดแน่นไปด้วยผู้คนซึ่งอาจกล่าวได้ว่าเป็นทะเลมนุษย์ไปแล้ว
การแข่งขันปรุงยาในครั้งนี้เป็นส่วนสุดท้ายของงานชุมนุมแห่งเถาหยวนซึ่งการที่ผู้คนจะมาชุมนุมกันอยู่ที่นี่เป็นจำนวนมากนั้นย่อมไม่นับว่าแปลก
หวินเสี่ยวเตา
ชูเหว่ยหลง พี่น้องตระกูลเหลย และเหลียนหมิงตงเองก็อยู่ที่นี่
พวกเขาเบียดเสียดเข้าไปในฝูงชนก่อนจะหยุดยืนดูเวทีการแข่งขันระดับกลาง
ยามนี้ผู้เข้าร่วมการแข่งขันได้ขึ้นไปบนเวทีกันหมดแล้วเพียงแต่พวกเขายังไม่พบเฉินเซี่ยง
เหยาไห่เฉิงและวู๋เชียนเชียนต่างยืนอยู่ในเวทีการแข่งขันระดับกลาง
ด้วยที่อายุเยาว์…งดงามราวกับล่มเมือง
ทำให้นักปรุงยาหญิงเช่นวู๋เชียนเชียนดึงดูดสายตาของผู้คนได้มากมาย
นักปรุงยาที่เป็นสตรีนับว่าหายากเป็นอย่างยิ่ง
แต่ถึงอย่างนั้นพวกนางก็โด่ดเด่นอย่างที่สุดเช่นเดียวกัน
ยกตัวอย่างเช่นประมุขแห่งดันเซี่ยงเถาหยวนและผู้อาวุโสเม็ดยาแห่งนิกายยอดนักสู้ ทั้งสองนางล้วนเป็นนักปรุงยาหญิงทั้งยังเป็นนักปรุงยาที่โดดเด่นที่สุดในเฉินหวู่แผ่นดินใหญ่
“ไอ้พวกโง่
รีบหันไปดูที่เวทีการแข่งขันระดับสูงนู่น เจ้าเฉินเซี่ยงอยู่ตรงนั้น”
เห่าตงชิงตะโกนขึ้น
เสียงของเขาดังทำให้ทั้งกลุ่มของหวินเสี่ยวเตาและคนอื่นๆได้ยินไปด้วยจนทำให้พวกเขาหันมองไปยังเวทีการแข่งขันระดับสูงพร้อมๆกัน
ทันใดนั้น
รูปร่างสูงใหญ่กำยำของเฉินเซี่ยงก็ต้องตาผู้คน
กลายเป็นว่าเฉินเซี่ยงยืนอยู่บนเวทีการแข่งขันระดับสูงจริงๆ
ข่าวคราวเช่นนี้แพร่จาก 1 ไป 10 จาก 10 ไป 100
และกระจายต่อไปอย่างรวดเร็วจนทำให้ทั่วทั้งลานกว้างกึกก้องไปเสียงโห่ร้อง
เสียงอุทานด้วยความตกใจของแต่ละคนดังก้องเพราะเฉินเซี่ยงกำลังยืนอยู่บนเวทีการแข่งขันระดับสูง
หรือกล่าวง่ายๆ…นั่นคือเฉินเซี่ยงได้เป็นนักปรุงยาระดับ 5 แล้ว!
ด้วยอายุเพียงเท่านี้กลับเป็นนักปรุงยาระดับ 5…เรื่อง นี้ทำให้หวินเสี่ยวเตาและกลุ่มตกใจอย่างที่สุด
“ข้านับถือเจ้าหนุ่มนั่นจริงๆ…แต่เขากลับไม่ฉลาดที่ทำเช่นนั้น”
“ถูกแล้ว..ดูเหมือนเขาเพิ่งจะเป็นนักปรงยาระดับ
5… บนเวทีการแข่งขันนั้นล้วนมีทั้งนักปรุงยาระดับ 5 และ 6
ตัวเขาเพิ่งจะเป็นนักปรุงยาระดับ 5 นั่นย่อมเสียเปรียบเป็นอย่างมาก! นักปรุงยาคนอื่นๆล้วนเป็นผู้มีชื่อเสียงมากนานหลายปี!”
“เขายังเด็กเกินไปจริงๆ!”
“ฮ่าฮ่า
ผู้เข้าร่วมการแข่งขันระดับสูงล้วนหัวเราะเยาะ
ในหมู่พวกเขากลับมีผู้เข้าร่วมอยู่หนึ่งคนที่ไร้ความสามารถ”
“…”
เมื่อได้ยินคำกล่าวของเหล่าผู้คนที่ด้านข้าง
หวินเสี่ยวเตาและกลุ่มต่างเข้าใจเรื่องนั้นดี
นับเป็นเรื่องเสียเปรียบยิ่งที่เฉินเซี่ยงเข้าร่วมการแข่งขันปรุงยาระดับสูงทั้งพวกเขายังแอบด่าทอเฉินเซี่ยงว่าบ้าบิ่นเกินไปแล้ว
แววตาแปลกๆประกายขึ้นในดวงตาของวู๋เชียนเชียน
นางจ้องมองเฉินเซี่ยงพลางแอบถอนหายใจ แต่เดิมนางเชื่อว่านางจะสามารถแข่งขันกับเฉินเซี่ยงได้ในเวทีแห่งนี้
แต่นางยังคงตามหลังเขาอยู่หนึ่งก้าว
เหยาไห่เฉิงเองก็ถอนหายใจเช่นเดียวกัน
เขาคาดไม่ถึงว่าอาจารย์ตัวน้อยของเขาจะพัฒนาได้น่ากลัวขนาดนี้จนกระทั่งจู่ๆเขาก็ทะยานขึ้นไปสู่นักปรุงยาระดับ
5!
เหลียนฉางอวิ้นเองก็อยู่ที่นี่เช่นเดียวกัน
ถึงแม้ว่ามันจะได้รับบาดเจ็บเพราะเฉินเซี่ยงแต่มันก็ไม่ได้หนักหนามากนัก
บิดาของมันเป็นถึงประมุขเกาะบงกชทั้งยังไม่ขาดแคลนเม็ดยามากมาย
ด้วยเวลาอีกเพียงไม่กี่วันมันย่อมหายดี
เมื่อมันได้เห็นสาวงามอย่างวู๋เชียนเชียนที่เอาแต่จ้องมองเฉินเซี่ยงที่อยู่ห่างออกไปด้วยความนับถือ
มันยิ่งอิจฉาเฉินเซี่ยงมากขึ้นกระทั่งแอบแค่นเสียงเย็นชาอยู่ในใจ
ไม่นานก่อนหน้านี้ในนิกายยอดนักสู้ได้มีข่าวลือว่าเฉินเซี่ยงและวู๋เชียนเชียนเป็นคู่รักกัน
ใครก็ตามที่เกี่ยวข้องกับเฉินเซี่ยงย่อมทราบเรื่องนี้ เหลี๋ยนฉางอวิ้นคิดพลางกำหมัดแน่น…มันแทบอดที่จะเข้าไปทุบหัวเฉินเซี่ยงไม่ได้
ในที่สุดหวินเสี่ยวเตาและพวกก็พบที่ที่สามารถดูได้ทั้งเวทีการแข่งขันระดับกลางและสูงได้พร้อมๆกัน…
เมื่อเวลามาถึง
ฮูหยินหลี่ก็ปรากฏตัวขึ้นที่เวทีการแข่งขันระดับสูงเพื่อประกาศการแข่งขันในรอบแรก
“เพลิง…นับเป็นสิ่งสำคัญที่สุดสำหรับนักปรุงยา…
ดังนั้นการแข่งขันในรอบแรกนี้คือการแข่งขันเพลิงเพื่อดูว่าเพลิงของผู้ใดน่าเกรงขามมากกว่ากันและผู้ใดสามารถควบคุมเพลิงได้ดีกว่ากัน”
ขณะที่ฮูหยินหลี่กล่าวก็มีผู้คนจำนวนหนึ่งเดินขึ้นไปบนเวทีก่อนจะวางเทียนไขขนาดเท่าครึ่งขามนุษย์ลงบนโต๊ะที่อยู่เบื้องหน้าของผู้เข้าแข่งขันแต่ละคน
“เทียนที่อยู่เบื้องหน้าพวกท่านจะมีชิ้นน้ำแข็งสีแดงขนาดเท่ากับเมล็ดข้าวอยู่
พวกท่านต้องหลอมละลายเทียนเพื่อนำเอาชิ้นน้ำแข็งเหล่านั้นมาใส่ในกล่องน้ำแข็งที่อยู่ข้างท่าน
ในเทียนแต่ละเล่มจะมีชิ้นน้ำแข็งอยู่ทั้งหมด 100 ชิ้น
เมื่อหมดเวลาการแข่งขัน…ผู้ใดที่ชิ้นน้ำแข็งน้อยที่สุดจะถูกคัดออก!”
เฉินเซี่ยงแผ่สัมผัสศักดิ์สิทธิ์เพื่อวิเคราะห์เทียนที่อยู่เบื้องหน้าอย่างถี่ถ้วน
ภายในนั้นมีชิ้นน้ำแข็งที่พิเศษอยู่จริงแต่หากเป็นสภาพการณ์ทั่วๆไปย่อมเป็นการยากที่จะหลอมมัน
ยิ่งเมื่อชิ้นน้ำแข็งเหล่านั้นถูกเพลิงมันก็จะระเหยไปในทันที
แต่ละรอบของการแข่งขันระดับสูงจะมีผู้เข้าร่วมถูกคัดออกครั้งละ
5 คน การแข่งขันระดับกลางจะถูกคัดออกครั้ง 15 คน
ส่วนการแข่งขันระดับต่ำจะถูกคัดออกครั้งละ 20 คน
สิ่งที่เฉินเซี่ยงมั่นใจได้ก็คือแม้จะมีการแข่งขันมากมายหลายรอบขนาดไหน
รอบแรกย่อมเป็นเรื่องง่ายสำหรับเขา
การแข่งขันยังไม่เริ่มต้นซึ่งช่วงนี้ต่างให้ผู้เข้าแข่งขันได้เตรียมตัว
เฉินเซี่ยงมองไปยังผู้เข้าแข่งขันคนอื่นๆ
คืนก่อน…ผู้อาวุโสเม็ดยาได้ให้ข้อมูลของผู้เข้าร่วมแข่งขันกับเขาแล้ว เหล่าผู้เข้าแข่งขันล้วนเป็นผู้ที่ค่อนข้างมีชื่อเสียงในเฉินหวู่แผ่นดินใหญ่
ในหมู่ผู้เข้าแข่งขัน
นักปรุงยาจากดันเซี่ยงเถาหยวนและเกาะบงกชนับได้กว่าครึ่ง
นักปรุงยาจากดันเซี่ยงเถาหยวนมีทั้งมหมด 8
คนขณะที่นักปรุงยาจากเกาะบงกชนั้นมีทั้งหมด 7 คน ส่วนนักปรุงยาคนอื่นๆมีบ้างที่มาจากนิกายนักสู้แท้จริง
นิกายเช่าหวู่ และนิกายกระบี่ลึกล้ำ พวกเขาต่างเป็นนักปรุงยาระดับ 6 กันทั้งสิ้น
เมื่อได้ดูข้อมูลของคนเหล่านั้นไปแล้วเฉินเซี่ยงจึงตระหนักได้ว่า
เขาเป็นนักปรุงยาระดับ 5 เพียงคนเดียวบนเวทีแห่งนี้ อีกอย่าง ยังเป็นนักปรุงยาระดับ
5 ขั้นต่ำด้วย!
นั่นทำให้เขาทราบถึงเหตุผลที่คนเหล่านั้นไม่เห็นเขาอยู่ในสายตาเพราะนักปรุงยาระดับ
6 นั้นย่อมไม่เกรงกลัวนักปรุงยาระดับ 5
เฉินเซี่ยงมองไปยังนักปรุงยาที่ไร้ชื่อเสียง
ตามข้อมูลที่เขาทราบมา…เป็นทะเลนิรันดร์ที่ส่งคนเหล่านี้มา
“บัดนี้…ย่อมสมควรแก่เวลาแข่งขันแล้ว…ข้าขอประกาศว่า…การแข่งขันเริ่มได้!”
ฮูหยืนหลี่ตะโกนขึ้นทำให้ทั่วทั้งลานกว้างเงียบลง
ผู้ชมทุกคนต่างตั้งใจชมเหล่านักปรุงยาที่อยู่บนเวที
สำหรับผู้รับชมแล้ว…เหล่านักปรุงยาพวกนี้ล้วนเป็นผู้ยิ่งใหญ่
แต่ตอนนี้พวกเขากลับมีโอกาสได้ชื่นชมอย่างใกล้ชิด พวกเขาทั้งตื่นเต้นและดีใจ
รอบแรกของการแข่งขันกล่าวได้ว่ายาก…แต่ไม่ยาก
ง่าย…แต่ไม่ง่าย เพราะไม่เพียงจะเป็นการทดสอบเพลิงเท่านั้น
แต่ยังเป็นการทดสอบสัมผัสศักดิ์สิทธิ์และการควบคุมเพลิงในเวลาเดียวกันด้วย
เมื่อเหล่านักปรุงยาปลดปล่อยเพลิงออกมา
พวกเขาต่างตระหนักได้ว่าเทียนที่อยู่ตรงหน้านั้นไม่ธรรมดา
มันไม่ได้ถูกหลอมเหลวได้ง่ายนัก แต่หากพวกเขาเพิ่มอุณหภูมิของเพลิงมากจนเกินไป
พวกเขาก็กังวลว่ามันจะกระทบกับชิ้นน้ำแข็งที่ละเอียดอ่อนเหล่านั้น
นี่จึงเป็นสิ่งที่ทำให้ผู้เข้าแข่งขันต่างปวดหัว
พวกเขาไม่สามารถหลอมเทียนได้อย่างต่อเนื่อง…แต่ก็ไม่สามารถหยุดใช้เพลิงได้เช่นกันเพราะมันจะทำให้พวกเขาถูกคัดออก
จะมีเพียงแต่ผู้ที่มั่นใจในเพลิงและสัมผัสศักดิ์สิทธิ์ของตนเท่านั้นที่กล้าหลอมเทียน
เฉินเซี่ยงเองก็เป็นหนึ่งในนั้น… เพลิงของเฉินเซี่ยงรุนแรงที่สุด
เหล่าผู้คนที่สัมผัสกับความร้อนของเพลิงต่างเหงื่อพรั่งพรู
ด้วยวิธีบ้าระห่ำอย่างที่เฉินเซี่ยงกำลังทำ…เขาไม่กลัวว่ามันจะไปเผาชิ้นน้ำแข็งที่อยู่ภายในเทียนเลยหรือ?……………………………..
Chapter
305 –
ผ่านการทดสอบอย่างหมดจด
เมื่อเห็นนักปรุงยาบางคนยังไม่ได้ใช้เพลิงของตน
ฮูหยินหลี่จึงตะโกนขึ้น
“ยามใดที่ทรายในนาฬิกาทรายนี้หมดลง…ย่อมหมายถึงรอบการแข่งขันได้สิ้นสุด
หากผู้ใดก็ตามที่ไม่สามารถหลอมเทียนได้ให้นับว่าพวกท่านต้องจ่ายค่าชดเชยและถูกคัดออกจากการแข่งขัน”
เฉินเซี่ยงมองไปยังนาฬิกาทรายที่ยามนี้เหลืออีกเพียงครึ่งชั่วโมงทรายก็จะไหลลงจนหมด
เวลาค่อนข้างกระชั้นทั้งเทียนยังยากที่จะหลอมและต้องใช้ความระมัดระวังในการหลอมเทียนเป็นอย่างมาก
มิเช่นนั้นชิ้นน้ำแข็งที่อยู่ภายในจะถูกหลอมไปด้วย
ท่ามกลางเวทีแข่งขันทั้ง
3 มีเพียงนักปรุงยาบนเวที่ระดับสูงเท่านั้นที่เริ่มหลอมเทียน ส่วนนักปรุงยาในอีก 2
เวทีที่เหลือต่างยังลังเลอยู่
กล่าวได้ว่าไม่มีผู้ใดอยากออกจากการแข่งขันโดยไม่แข่งขัน
ดังนั้นเหล่านักปรุงยาทั้งหมดจึงเร่งปลดปล่อยเพลิงของตนโดยพร้อมเพรียงจนทำให้ทั่วทั้งสนามแข่งขันกลายเป็นแอ่งความร้อนขนาดยักษ์และผู้ชมมากมายยังไม่สามารถทนต่อความร้อนที่เพิ่มขึ้นโดยฉับพลันได้
ทั่วร่างของพวกเขาพรั่งพรูไปด้วยเหงื่อ
จะมีก็แต่เหล่านักสู้เท่านั้นที่สามารถทนต่อความร้อนได้ด้วยปราณของพวกเขา
ผู้เข้าแข่งขันทุกคนต่างหลอมเทียนของตนอย่างระมัดระวัง
บางคนค่อยๆหลอมเทียนจากด้านนอกทีละนิดๆ บางคนเริ่มหลอมเทียนจากด้านใน
แต่พวกเขาทั้งหลายต่างปลดปล่อยเพลิงในปริมาณที่น้อยมากและยังใช้ความระมัดระวังเป็นอย่างมาก
วิธีการหลอมเพลิงของเฉินเซี่ยงเป็นเอกลักษณ์และน่าอัศจรรย์
แต่สิ่งที่น่าประหลาดใจยิ่งกว่าคือเขาใช้เพลิงของตนห่อหุ้มเทียนทั้งเล่ม
เพลิงของเขาน่าเกรงขามเป็นอย่างมาก
เหล่านักปรุงยาที่อยู่บนเวทีเดียวกันกับเขาทั้งหมดต่างต้านทานอุณหภูมิเพลิงของเฉินเซี่ยงได้ยากเล็กน้อยทั้งยังตกตะลึงกับความน่าเกรงขามในเพลิงของเฉินเซี่ยงในเวลาเดียวกัน
แต่ถึงอย่างนั้นเหล่านักปรุงยาพวกนั้นต่างเชื่อว่าวิธีการที่เฉินเซี่ยงกำลังทำอยู่จะทำให้ชิ้นน้ำแข็งเหล่านั้นละลายไปในที่สุด
เฉินเซี่ยงชำเลืองมองไปยังอีก
2 เวทีที่เหลือ เขาสัมผัสได้ถึงความแตกต่างในการทนความร้อนของเทียน
การทนความร้อนของเทียนในเวทีที่ระดับสูงนั้นนับว่าสูงที่สุด
ฮวาเซียงเยว่นั่งอยู่ริมหน้าต่างพร้อมกับแก้วชาในมือ
นางนั่งชมการแข่งขันบนชั้นที่ 20 ของคอยดันเซี่ยงอย่างผ่อนคลาย เมื่อนางเห็นเพลิงของเฉินเซี่ยง นางกล่าวเบาๆ
“เขามักจะบ้าบิ่นอยู่เสมอ
ด้วยจิตวิญญาณเพลิงของเขา…หากเขายังหลอมเทียนด้วยวิธีการที่บ้าบิ่นเช่นนี้
นั่นไม่หมายความว่าเขาจะแพ้หรอกหรอ!”
หลิวเมิ่งเอ๋อเดินเข้ามาหานางก่อนนั่งลงข้างๆ
นางจิบชาก่อนจะหัวเราะพลางกล่าว “งั้นเรามาเดิมพันกันหน่อยมั้ย?”
“ไม่มีทาง
เขามันเอาแน่เอานอนไม่ได้มากเกินไป”
ฮวาเซียงเยว่ยิ้มอย่างงดงามพลางสัมผัสใบหน้าของเหลิวเมิ่งเอ๋อ “น้องเมิ่งเอ๋อ
เจ้ากำลังจะเดิมพันเข้าข้างคนรักของเจ้าว่าเขาจะชนะใช่มั้ย?”
สตรีที่สง่างามและสูงส่งอย่างหลิวเมิ่งเอ๋อกลายเป็นเพียงหญิงสาวธรรมดาเมื่ออยู่ต่อหน้าฮวาเซียงเยว่
ใบหน้าของหลิวเมิ่งเอ๋อแดงระเรื่อด้วยความอาย นางแค่นเสียงพลางกล่าวอย่างนุ่มนวล
“ท่านต้องอิจฉาแน่!”
นางหลอกเฉินเซี่ยงให้คิดว่านางกลับไปยังจักรวรรดิเฉินปิงเทียนแล้วนั่นก็เพราะเพื่อเลี่ยงเฉินเซี่ยง
นางรู้ว่าหากนางใกล้ชิดกับเฉินเซี่ยงมากกว่านี้จะทำให้ความรู้สึกที่ทั้งสองมีให้ต่อกันลึกล้ำยิ่งขึ้นจนกระทั่งวันหนึ่ง…บางสิ่งอาจถลำลึกจนเกินไป
ยิ่งตอนนี้ความคิดของนางก็สับสนวุ่นวายด้วยที่เฉินเซี่ยงรักทั้งศิษย์และอาจารย์
ทำให้หลิวเมิ่งเอ๋อรู้สึกขัดแย้งในเรื่องนี้เป็นอย่างมาก
แต่สิ่งแรกที่สำคัญ
หลิวเมิ่งเอ๋อจำต้องข้ามผ่านความทุกข์ตรมแห่งนิพพาน
เช่นนั้นนางถึงต้องจัดการกับความรู้สึกที่ซับซ้อนเช่นนี้
เพราะหากนางเกิดล้มเหลวในการข้ามผ่านความทุกข์ตรมแห่งนิพพาน…เฉินเซี่ยงจะต้องโศกเศร้าและนางก็ไม่อยากให้เขาเป็นเช่นนั้น
หากเฉินเซี่ยงโศกเศร้า…นั่นย่อมเป็นการหลงเหลือเงาร่างของนางไว้ในใจของเขาและเมื่อถึงยามที่เขาต้องข้ามผ่านความทุกข์ตรมแห่งนิพพาน
เฉินเซี่ยงจะเป็นอันตรายอย่างมาก
“ท่านจะซ่อนตัวอยู่แบบนี้ไปนานขนาดไหน?”
หลิวเมิ่งเอ๋อกล่าวถาม
นางทราบความลับบางอย่างของฮวาเซียงเยว่ที่เฉินเซี่ยงเองก็อยากจะรู้เช่นกัน
“รอจนกว่าเขาจะแข็งแกร่งกว่าข้าแล้วข้าจะบอกเขาเอง!
เมิ่งเอ๋อ…เมื่อถึงยามนั้นพวกเราอาจจะได้เป็นดั่งพี่น้องกัน
เสน่ห์ของหมอนั่นมันเหลือร้ายนัก มันทำให้หัวใจของข้าหวั่นไหวไปนิดนึงแล้ว ฮิฮิ..”
ฮวาเซียงเยว่หัวเราะอย่างนุ่มนวลพลางเย้าหยอกหลิวเมิ่งเอ๋อ
ภายในเวทีที่กำลังวุ่นวาย
เฉินเซี่ยงย่อมไม่ทราบว่าสองสาวงามกำลังนินทาเขาอยู่
แม้ยามนี้เฉินเซี่ยงจะดูจริงจังแต่ก็มีอยู่ชั่วครู่ที่เขากวาดสายตาลงไปยังเวทีที่อยู่เบื้องล่างเพื่อเหล่มองเหล่าสาวงามที่กำลังเหงื่อไหลพรั่งพรู
ด้วยเรืองร่างที่ดูดีของพวกนางเฉินเซี่ยงย่อมต้องแอบมองซ้ำ ซึ่งนั่นทำให้การแข่งขันของเขาน่าสนใจมากขึ้น
ผู้เข้าแข่งขันเริ่มหลอมเทียนทีละคนๆจะมีก็แต่เฉินเซี่ยงที่ยังไม่ค่อยพยายามนัก
เพราะสำหรับเขาแล้วการแข่งขันนี้ยังไม่ท้าทายพอ
ในการปรุงการยา…การควบคุมเพลิงนับว่าจำเป็น
นั่นจึงทำให้การแข่งขันในครั้งนี้เป็นเพียงของเด็กเล่นในสายตาเขา
ชิ้นน้ำแข็งสีแดงภายในเทียนถูกสัมผัสศักดิ์สิทธิ์ของเฉินเซี่ยงตรึงเอาไว้แล้ว
ทำให้ทำให้เขาสามารถควบคุมเพลิงเข้าหลอมเทียนได้ตามใจชอบ
เพลิงเหล่านี้นับเป็นส่วนหนึ่งของร่างกายเฉินเซี่ยงดังนั้นเขาจึงสามารถควบคุมมันได้อย่างอิสระ
ในหมู่เวทีการแข่งขันทั้ง
3 ความสามารถของเฉินเซี่ยงเป็นที่ต้องตาเป็นอย่างมาก
เพราะไม่เพียงเพลิงที่เขาใช้ออกมาจะรุนแรงมากแต่มันยังครอบคลุมไปทั่วทั้งเล่มเทียน
เพียงชายตามองก็ทราบว่ามันค่อนข้างโดดเด่น
แต่ทันใดนั้นเพลิงที่อยู่เบื้องหน้าของเฉินเซี่ยงพลันหายไป
ผู้คนทั่วทั้งสนามการแข่งขันต่างส่งเสียงอุทานอึกทึกเพราะชิ้นน้ำแข็งกลับหายไปไหนไม่ทราบ
แต่จู่ๆชิ้นน้ำแข็งสีแดงขนาดเท่าเมล็ดข้าวพลันลอยปรากฏขึ้นที่เบื้องหน้าของเฉินเซี่ยงก่อนที่เขาจะควบคุมมันเข้าไปในกล่องน้ำแข็งพิเศษ
หลังจากที่เทียนถูกเพลิงของเฉินเซี่ยงครอบคลุมอยู่ช่วงเวลานึง
จู่ๆเพลิงเหล่านั้นกลับหายไปราวกับเวทย์มนต์ตามด้วยการปรากฏขึ้นของชิ้นน้ำแข็งสีแดงมากมายในฉับพลันจนทำให้ผู้ชมทุกคนสูดหายใจด้วยความพิศวง
“100 ชิ้น!”
ฮูหยินหลี่เป็นผู้เข้ามาตรวจสอบและยืนยันด้วยตนเอง
นางใช้สัมผัสศักดิ์สิทธิ์ของนางตรวจสอบซ้ำด้วยความไม่อยากเชื่อ
ความประหลาดใจก็ปรากฏบนใบหน้าของนางเช่นเดียวกัน
เฉินเซี่ยงคือผู้รวดเร็วที่สุดทั้งยังผ่านการทดสอบแรกอย่างหมดจด
นั่นทำให้เหล่านักปรุงยาคนอื่นๆรู้สึกกดดันเป็นอย่างมาก ตอนแรกพวกเขาคิดว่าสมองของเฉินเซี่ยงคงมีอะไรผิดปกติ
แต่ภายหลังกลับทราบว่าพวกเขาถูกเฉินเซี่ยงหลอกเข้าแล้ว!
เฉินเซี่ยงนั่งลงบนเวทีพลางจ้องมองไปยังเวทีการแข่งขันระดับกลางที่ซึ่งศิษย์ของเขาเหยาไห่เฉิงและสหายวู๋เชียนเชียนอยู่
ทั้งสองคนนั้นนับเป็นนักปรุงยาที่ยอดเยี่ยมของนิกายยอดนักสู้โดยเฉพาะวู๋เชียนเชียน
ความก้าวหน้าของนางน่าสะพรึงกลัวอย่างที่สุด ถึงแม้นางจะเป็นเพียงนักปรุงยาระดับ 3
แต่นางก็สามารถสกัดกลั่นเม็ดยาพื้นฐานแท้จริงได้ ด้วยการประเมินของเฉินเซี่ยง
ภายในอีก 1 หรือ 2 ปี นางอาจจะก้าวขึ้นมาเป็นนักปรุงยาระดับ 4 ก็ได้
หลังจากที่วู๋เชียนเชียนได้เรียนรู้วิธีปิดซ่อนสีเพลิงของนางจากผู้อาวุโสเม็ดยา
เพลิงที่นางปลดปล่อยออกมาก็ไม่ได้เป็นสีฟ้าแต่อย่างใด
เพลิงของนางงดงามมากกว่าของเหล่านักปรุงยากว่าร้อยคนที่อยู่บนเวที
เพลิงของนางนับเป็นเพลิงที่สง่างามในหมู่เพลิง นั่นจึงทำให้เพลิงที่นางปลดปล่อยออกมามีรัศมีที่ต่างไปจากเพลิงทั่วๆไป
แต่กับเพลิงตะวันสวรรค์ของเฉินเซี่ยงนั้นดีกว่าเพลิงของวู๋เชียนเชียน
มันมีทั้งรัศมีที่สง่างามและความแข็งกร้าวดุจราชา
“สมแล้วที่เป็นสาวงามอันดับ
1 ของนิกายยอดนักสู้ รูปลักษณ์ของนางเทียบได้กับพี่เมิ่งเอ๋อ ฮวาเซียงเยว่
พี่ยู่ยู่ และพี่เหม่ยเหยา ยิ่งยามนี้นางอายุมากกว่า 30
ปี…เสน่ห์ในแบบผู้ใหญ่ของนางก็…”
เฉินเซี่ยงจ้องมองเรือนร่างที่ประณีตบรรจงของวู๋เชียนเชียนพลางปล่อยจิตใจลอยไปตามจินตนาการ
แต่สิ่งที่น่าประหลาดใจพลันเกิดขึ้นเพราะหลังจากเฉินเซี่ยงหลอมเทียนของเขาเสร็จได้ไม่นานเทียนของวู๋เชียนเชียนก็หายไปก่อนจะปรากฏเป็นชิ้นน้ำแข็งทั้ง
100 ชิ้นออกมา นางผ่านการทดสอบในรอบแรกที่อย่างหมดจดเช่นเดียวกันกับเฉินเซี่ยง
และมันก็ทำให้ทุกคนประหลาดใจเพราะทั้งคู่ล้วนเป็นศิษย์ของนิกายยอดนักสู้!
เมื่อวู๋เชียนเชียนหลอมเทียนของนางเสร็จสิ้นนางก็หันมาหาเฉินเซี่ยงพลางแลบลิ้นใส่อย่างซุกซน
นางยิ้มแย้มอย่างงดงาม…นางงดงามเป็นอย่างมาก
เมื่อเห็นว่าวู๋เชียนเชียนและเฉินเซี่ยงส่งสายตาเหย้าหยอกซึ่งกันและกัน
เหลียนฉางยวิ้นกลับรู้สึกเกลียดชังเฉินเซี่ยงอย่างที่สุด
ถึงแม้มันจะเคยเชยชมสาวงามมากมาย แต่พวกนางกลับมีเพียงรูปโฉมเท่านั้น
พวกนางไร้ซึ่งยศหรือตำแหน่งใดๆ
พวกนางถูกความมั่งคั่งของมันดึงดูดเข้ามาซึ่งนั่นไม่ทำให้มันรู้สึกถึงชัยชนะ
สตรีผู้สูงส่ง…งดงามอย่างซู่เซี่ยนเซี่ยนและวู๋เชียนเชียนคือสมบัติที่ล่อใจของมันอย่างที่สุด…………………………
Chapter
306 – การแข่งขันรอบที่
2
————
ด้วยความเร็วของวู๋เชียนเชียน
เฉินเซี่ยงย่อมไม่ประหลาดใจเพราะนางมีจิตวิญญาณเพลิงดาราฟ้า
ผู้ที่มีจิตวิญญาณเพลิงจะควบคุมเพลิงและอุณหภูมิของเพลิงได้ดีกว่านักปรุงยาทั่วๆไปอยู่หลายเท่า
ทรายที่อยู่ภายในนาฬิกาทรายค่อยๆไหลลงทีละน้อยก่อให้เกิดแรงกดดันเป็นอย่างมาก
ยังมีนักปรุงยาบางคนที่ยังไม่สามารถหลอมเทียนได้โดยเฉพาะบนเวทีการแข่งขันระดับต่ำซึ่งนับว่าไม่ใช่เรื่องแปลก
ระดับของนักปรุงยาบนเวทีระดับสูงนับว่าสูงที่สุด
นักปรุงยาทั้งหมดต่างสามารถนำชิ้นน้ำแข็งออกมาได้
และในที่สุดทรายเม็ดสุดท้ายก็ไหลลงจากนาฬิการทรายเป็นสัญญาณว่าการแข่งขันในรอบแรกได้สิ้นสุดลงแล้ว
ฉากถัดมาคือการตรวจสอบชิ้นน้ำของของทุกๆคน
ผู้ที่ไม่สามารถหลอมเทียนหรือนำชิ้นน้ำแข็งออกมาได้น้อยชิ้นจะถูกคัดออก
บนเวทีแข่งขันระดับสูง
เฉินเซี่ยงยืนอยู่แถวหน้าพร้อมกับชิ้นน้ำแข็งสีแดงที่เขาเอาออกมาได้ทั้งยังทำได้เร็วที่สุดด้วย
ตามกฏของการแข่งขันรอบแรก…ผู้ที่ได้ชิ้นน้ำแข็งน้อยที่สุดจำนวน 5
คนสุดท้ายจะถูกคัดออก
นักปรุงยาระดับ
6 บางคนรู้สึกอิจฉาเฉินเซี่ยงแต่บางคนก็เศร้าโศก นักปรุงยาระดับ 5
ขั้นต่ำกลับผ่านการทดสอบในรอบแรก
เหล่าผู้ที่ถูกคัดออกต่างก็รู้สึกอึดอัดใจอย่างที่สุด
ผู้ที่ถูกคัดออกมากที่สุดยังคงเป็นผู้เข้าแข่งขันในเวทีแข่งขันระดับต่ำ
ในจำนวนนั้นมีอยู่มากที่ไม่สามารถนำชิ้นน้ำแข็งออกมาได้เลย
ซึ่งการแข่งขันในรอบแรกนี้ทำให้ผู้เข้าแข่งขันทั้ง 3 เวทีหายไปเกินกว่าครึ่ง
จากสิ่งที่เห็นกล่าวได้ว่าระดับการควบคุมเพลิงของผู้เข้าแข่งขันในเวทีการแข่งขันระดับต่ำนั้นยังไม่เพียงพอ…
ต่อไปจะเป็นการแข่งขันในรอบที่สองซึ่งจะยากกว่าการแข่งขันในรอบแรกอย่างไม่ต้องสงสัย
“บัดนี้ก็จวนจะถึงเวลาของการแข่งขันรอบที่สองแล้ว!”
เสียงของฮูหยินหลี่ดังก้อง
มีผู้คนจำนวนไม่มากนักที่เดินขึ้นไปบนเวทีก่อนจะวางสมุนไพรเหี่ยวเฉาจำนวนมากเอาไว้บนพื้นที่ว่างบนเวที
สมุนไพรเหล่านี้คุณภาพย่ำแย่เป็นอย่างมาก สมุนไพรบางชนิดเหี่ยวเฉาใกล้ตาย
บางชนิดเน่าเปื่อย
ซึ่งในสายตาของเหล่านักปรุงยาแล้วนับว่าสมุนไพรเหล่านี้ไม่ต่างอะไรกันพืชผักทั่วๆไป
“ข้ารู้ว่าสมุนไพรเหล่านี้เป็นเพียงขยะในสายตาพวกท่าน
แต่ในการแข่งขันรอบที่สอง…พวกท่านต้องใช้สมุนไพรเหล่านี้สกัดกลั่นเม็ดยา
เราจะตัดสินพวกท่านจากคุณภาพ จำนวน และเวลาที่ใช้ในการสกัดกลั่นเม็ดยา
ในเวทีแข่งขันระดับสูงนี้…5 คนสุดท้ายที่ได้เม็ดยาจำนวนน้อยที่สุด คุณภาพด้อยที่สุด
และใช้เวลามากที่สุดจะถูกคัดออก ดังนั้น…การแข่งขันในรอบที่สองจะเริ่มขึ้น ณ
บัดนี้!”
ฮูหยินหลี่มองนาฬิกาทราย
แม้ว่าทรายที่อยู่ภายในจะไหลลงอย่างเชื่องช้าแต่เวลาที่เหลืออยู่ก็มีไม่มากนักซึ่งน้อยกว่าการแข่งขันในรอบแรก
เฉินเซี่ยงเหลือบมองไปยังกองสมุนไพรและตระหนักได้ว่าในหมู่สมุนไพรเหล่านั้นมีสมุนไพรหลักที่อยู่ในตำรับของเม็ดยาพื้นฐานแท้จริง
นับว่าดันเซี่ยงเถาหยวนปลูกชุดสมุนไพรที่ใช้สกัดกลั่นเม็ดยาพื้นฐานแท้จริงไว้มากมาย
เพียงแต่หนึ่งในสมุนไพรหลักของเม็ดยาพื้นฐานแท้จริงได้หายไปซึ่งก็คือแก่นผลึกวิญญาณ
ในสายตาของเหล่านักปรุงยาแล้วสมุนไพรชนิดนี้นับเป็นส่วนผสมที่ขาดไม่ได้ของเม็ดยาพื้นฐานแท้จริง
หากไม่มีมันย่อมไม่สามารถสกัดกลั่นเม็ดยาได้
หรือหากได้ก็จะได้เม็ดยาที่มีจำนวนน้อยและคุณภาพต่ำ
เมื่อตอนที่เฉินเซี่ยงสกัดกลั่นเม็ดยาพื้นฐานแท้จริงเขาไม่เคยใช้แก่นผลึกวิญญาณเลย
นั่นเพราะเขาบ่มเพาะปราณของเต่าทมิฬซึ่งมันสามารถสร้างของเหลวชนิดหนึ่งออกมาเพื่อใช้แทนแก่นผลึกวิญญาณได้
เฉินเซี่ยงเดินไปยังกองสมุนไพรก่อนจะหยิบพวกมันออกมาเล็กน้อย
สมุนไพรหลักของเม็ดยาพื้นฐานแท้จริงคือหญ้าซวนเฉิน
ผลวิญญาณอายุพันปี แก่นผลึกวิญญาณ และถั่วมหาธาตุ นอกจาก แก่นผลึกวิญญาณแล้ว
สมุนไพรที่เหลือทั้งสามต่างมีอยู่ในกองสมุนไพรเหล่านั้น
เพียงแต่มันเน่าเปื่อยแล้วทั้งยังขาดปราณวิญญาณไป
การที่จะเพิ่มปราณวิญญาณสมุนไพรขึ้น
เฉินเซี่ยงทำได้เพียงอาศัยประสบการณ์และเพิ่มส่วนผสมต่างๆให้มากขึ้น
บนเวทีอื่นๆเหล่านักปรุงยาที่หยิบเอาสมุนไพรเหี่ยวแห้งพวกนั้นมาต่างคร่ำครวญ
ถึงแม้นักปรุงยาบางคนจะได้สมุนไพรที่คุณภาพดีกว่านี้แต่มันก็ไม่ได้หมายความว่าจะต้องสกัดกลั่นสำเร็จ
ยิ่งไม่ต้องกล่าวถึงสมุนไพรเน่าเปื่อยพวกนี้…
นั่นย่อมทำให้การแข่งขันรอบที่สองท้าทายต่อเหล่านักปรุงยาเป็นอย่างมาก
เม็ดยาส่วนมากที่เฉินเซี่ยงเคยสกัดกลั่นคือเม็ดยาพื้นฐานแท้จริง
ถึงแม้สมุนไพรเหล่านี้จะน่าเปื่อยเล็กน้อยแต่มันก็ไม่ได้สร้างความยุ่งยากให้กับเฉินเซี่ยงมากนัก
มันทำให้เฉินเซี่ยงค่อนข้างผิดหวัง
เฉินเซี่ยงเป็นผู้เลือกสมุนไพรคนแรกส่วนนักปรุงยาคนอื่นๆต่างแย่งชิงสมุนไพรที่มีคุณภาพที่ดีกว่าทั่วๆไปเล็กน้อยเพื่อว่าจะมีโอกาสในการสกัดกลั่นได้สำเร็จมากขึ้น
มีสมุนไพรของเม็ดยาพื้นฐานแท้จริงที่เหี่ยวเฉามากมายแต่ก็ไม่มีใครเลือกมันเพราะมันไม่มีแก่นผลึกวิญญาณ
แต่เมื่อเห็นเฉินเซี่ยงหยิบเอาสมุนไพรเหล่านั้น ฮูหยินหลี่จึงกล่าวเตือน
“นายน้อยเฉิน ในระหว่างการสกัดกลั่นเม็ดยา…ท่านจะไม่นำสมุนไพรของตนออกมาเพิ่มได้”
ประกายอันคมกล้าปรากฏขึ้นในดวงตาของเหล่าชายชรามากมายบนเวที
คนเหล่านี้ล้วนเป็นนักปรุงยาระดับ 6
ไม่ว่าจะเป็นใคร…ทำอะไร…ล้วนอยู่ในสายตาของชายชราเหล่านี้ทั้งหมด
แม้กระทั่งหากเฉินเซี่ยงหยิบเอาเม็ดยาพื้นฐานแท้จริงออกมาย่อมไม่สามารถปิดบังพวกเขาได้
ฮูหยินหลี่กังวลว่าเฉินเซี่ยงจะแหกกฎและถูกคัดออกไป
เฉินเซี่ยงยิ้ม
“ข้ารู้…ในระหว่างการสกัดกลั่นเม็ดยาพื้นฐานแท้จริง
แก่นผลึกวิญญาณย่อมไม่จำเป็นแต่อย่างใด ข้าย่อมไม่เคยใช้แก่นผลึกวิญญาณสกัดกลั่นเม็ดยาพื้นฐานแท้จริงมาก่อนอยู่แล้ว”
ฮูหยินหลี่ผงะเล็กน้อย
นักปรุงยาคนอื่นๆต่างมองเฉินเซี่ยงด้วยความประหลาดใจ หากไม่ได้ใช้แก่นผลึกวิญญาณ
แน่นอนว่าจำนวนเม็ดยาที่สกัดกลั่นได้ก็จะลดลงทั้งยังส่งผลกับคุณภาพของเม็ดยาด้วย
นั่นไม่ใช่ว่าใช้สมุนไพรของเม็ดยาพื้นฐานแท้จริงอย่างสูญเปล่าหรอกหรือ?
วู๋เชียนเชียนเองก็เลือกเหมือนกับเฉินเซี่ยงคือเม็ดยาพื้นฐานแท้จริง
ครั้งหนึ่งเฉินเซี่ยงเคยแนะนำนางในการสกัดกลั่นเม็ดยาพื้นฐานแท้จริงทำให้นางได้เรียนรู้วิธีที่พิเศษเฉพาะในการรวบรวมปราณวิญญาณทั้งยังวิธีการแปลงปราณวิญญาณให้กลายเป็นรูปแบบของเหลวซึ่งนำมาใช้แทนแก่นผลึกวิญญาณได้
ซึ่งในยามนี้นางก็เชี่ยวชาญวิธีการดังกล่าวแล้ว
เหยาไห่เฉิงเองก็เช่นกัน
ด้วยความที่เขาเป็นศิษย์ของเฉินเซี่ยงเขาย่อมต้องได้รับการถ่ายทอดทักษะการปรุงยาบางอย่างมาจากเฉินเซี่ยง
ในยามนี้ไม่มีผู้ใดเลือกสมุนไพรของเม็ดยาพื้นฐานแท้จริงจึงทำให้ทั้งสามสามารถเลือกสรรสมุนไพรที่มีคุณภาพค่อนข้างดีได้อย่างง่ายดาย
เฉินเซี่ยงนั่งขัดสมาธิลงบนพื้นพลางหยิบเอาเตาปรุงยามังกรเพลิงออกมา
เขาวางเตาลงบนม้านั่งเล็กๆรอให้ฮูหยินหลี่และคนอื่นๆเข้ามาตรวจสอบ
ช่วงเวลารอนี้เฉินเซี่ยงก็จัดการกับสมุนไพร เด็ดส่วนที่ตายออก
เอาส่วนที่ไม่พึงประสงค์ออก ก่อนจะล้างทำความสะอาดพวกมันอย่างรวดเร็ว
ผ่านไปเพียงพริบตาเฉินเซี่ยงก็จัดการกับสมุนไพรเสร็จสิ้น
เขาเคลื่อนไหวอย่างมีทักษะและรวดเร็ว
แต่ขณะที่นักปรุงยาคนอื่นๆต่างกำลังเลือกสมุนไพรกันอยู่เฉินเซี่ยงก็ใส่สมุนไพรลงไปในเตาแล้ว
ด้วยความที่เฉินเซี่ยงไม่มีแก่นผลึกวิญญาณ
เหล่าผู้สังเกตการณ์มากมายรวมถึงฮูหยินหลี่ต่างเฝ้าตรวจสอบเตาปรุงยาของเฉินเซี่ยงอย่างระมัดระวังอย่างที่สุดแต่พวกเขาก็ไม่ได้พบอะไรผิดปกติ
พวกเขาไม่เชื่อว่าเฉินเซี่ยงจะสกัดกลั่นเม็ดยาได้หากไร้ซึ่งแก่นผลึกวิญญาณ
พวกเขาต่างมั่นใจว่าแม้เฉินเซี่ยงจะสกัดกลั่นได้สำเร็จแต่ผลที่ได้จะส่งผลกระทบกับปริมาณและคุณภาพของเม็ดยาเป็นอย่างมาก
บนเวทีการแข่งขันระดับสูง
ระดับของสมุนไพรที่สูงที่สุดคือกองผักที่ใช้สกัดกลั่นเม็ดยาพื้นฐานแท้จริง
ส่วนสมุนไพรที่เหลือก็จะเป็นสมุนไพรสำหรับเม็ดยาระดับวิญญาณขั้นกลางอย่างเม็ดยาปลุกพลัง
เม็ดยาหลอมพิษและอื่นๆ หากไม่ใช่เพราะขาดแก่นผลึกวิญญาณไปนักปรุงยาคนอื่นๆย่อมต้องเลือกสกัดกลั่นเม็ดยาพื้ยฐานแท้จริงแน่
เวลาช่างสั้นนัก
เหล่านักปรุงยาส่วนใหญ่ต่างเลือกหาสมุนไพรเพื่อความสมบูรณ์แบบทำให้พวกเขาเลือกสมุนไพรได้เพียงเล็กน้อยก่อนจะรีบกลับไปยังเตาปรุงยาของตนเพราะหากเวลาหมดลงพวกเขาก็จะถูกคัดออก
นักปรุงยาบางคนต่างเริ่มทำใจแล้วเพราะหากพวกเขาเลือกที่จะสกัดกลั่นเม็ดยาพื้นฐานแท้จริงบางทีอาจจะช่วยย่นเวลาของพวกเขาได้บ้าง
หากสกัดกลั่นเม็ดยาพื้นฐานแท้จริงได้เพียงหนึ่งเม็ดก็ยังดีกว่าไม่ได้อะไรเลย
เหล่านักปรุงยาที่อยู่บนเวทีระดับสูงต่างรู้สึกว่าตนได้ทำผิดพลาดครั้งใหญ่
เวทีอื่นๆก็เช่นกัน
นักปรุงยาที่เข้าร่วมการแข่งขันครั้งนี้ส่วนใหญ่แล้วนับเป็นครั้งแรกของพวกเขาซึ่งมันยากกว่าที่พวกเขาจินตนาการไว้มาก……………………………………..
Chapter
307 –
อัจฉริยะผู้ไร้เปรียบ
————
ระดับนักปรุงยาสูงสุดในการแข่งขันครั้งนี้คือระดับ
6 ส่วนระดับ 7
และเหนือกว่าขึ้นไปนั้นมีจำนวนที่น้อยมากทั้งพวกเขายังไม่สนใจเวทีการแข่งขันเช่นนี้
ฮวาเซียงเยว่เฝ้าสังเกตเตาปรุงยาของเฉินเซี่ยงที่กำลังแผ่แสงสีแดงออกมาพลางกล่าว
“เตาปรุงยาของหมอนั่นต้องไม่ธรรมดาแน่
ถึงข้าจะเคยตรวจสอบมันแล้วแต่ข้ากลับไม่พบสิ่งผิดปกติ
เมิ่งเอ๋อ…เจ้าเองก็เป็นผู้สกัดกลั่น เจ้าพอจะบอกอะไรข้าได้บ้างหรือเปล่า?”
หลิวเมิ่งเอ๋อส่ายหน้า
“ข้าก็ไม่เห็นอะไรเหมือนกัน เตาปรุงยานั่นแปลกประหลาดอย่างที่สุด
แต่หากข้าได้ตรวจสอบมันชั่วครู่…ข้าอาจจะพบอะไรบางอย่าง”
“ทักษะการปรุงยาของหมอนั่นน่าอัศจรรย์นัก
หรือนั่นเป็นเพราะเตาปรุงยาของเขา?”
ฮวาเซียงเยว่ยิ้มอย่างลึกลับ
“เดี๋ยวการแข่งขันรอบต่อไปเจ้าก็จะรู้
ข้าก็สงสัยมากเหมือนกันว่ามันเป็นเพราะเตาปรุงยาหรือเปล่า
การแข่งขันรอบต่อไปข้าได้เตรียมไว้เพื่อหมอนั่นโดยเฉพาะ!”
ยามนี้เฉินเซี่ยงกำลังสกัดกลั่นเม็ดยาอย่างเนิบนาบ
สำหรับเขาแล้วการสกัดกลั่นเม็ดยาพื้นฐานแท้จริงในตอนนี้ไม่ได้ต่างกับเมื่อตอนที่ใช้สมุนไพรดีๆเลย
ด้วยความพิเศษของเตาปรุงยามังกรเพลิงทำให้ความเร็วในการสกัดกลั่นของเขาเพิ่มขึ้นมหาศาล
นอกจากนี้ด้วยทักษะของเขาจะทำให้เหลือเวลาอีกมากเมื่อเขาสกัดกลั่นเสร็จสิ้น
แต่ถึงแม้เฉินเซี่ยงไม่ใช้เตาปรุงยามังกรเพลิงเขาก็ยังสามารถผ่านการทดสอบเช่นนี้ได้ด้วยเตาปรุงยาทั่วๆไปเพราะเขายังคงเหลือเพลิงตะวันสวรรค์คอยเกื้อหนุนอยู่
เฉินเซี่ยงคุ้นเคยกับการสกัดกลั่นเม็ดยาพื้นฐานแท้จริงอย่างที่สุด
ก่อนหน้านี้ในช่วงก่อนงานประมูลเขาก็เก็บตัวและจมอยู่กับการสกัดกลั่นเม็ดยาพื้นฐานแท้จริงจนเกือบทำให้เขาแทบกระอักเลือด
ดังนั้นในยามนี้การสกัดกลั่นเม็ดยาพื้นฐานแท้จริงย่อมเป็นเหมือนของเล่นถึงแม้เขาจะใช้สมุนไพรคุณภาพต่ำก็ตาม
เฉินเซี่ยงสกัดกลั่นได้อย่างรวดเร็ว
ภายในเตาปรุงยามังกรเพลิงของเขาปรากฏเป็นเม็ดยาพื้นฐานแท้จริง 5
เม็ดเพียงแต่เขายังไม่ได้บอกผู้ใดว่าสกัดกลั่นเสร็จแล้ว เขากำลังรอคนอื่นๆอยู่
นักปรุงยาคนอื่นๆต่างกำลังจดจ่ออยู่กับการปรุงยา เขาไม่อยากรบกวนผู้อื่น
อีกอย่างในระหว่างการแข่งขันเขาก็ต้องทำตามกฏด้วย
เฉินเซี่ยงชำเลืองไปยังเวทีแข่งขันระดับกลาง
จากข้อมูลที่ผู้อาวุโสเม็ดยาให้มาเป็นชายวัยกลางคนหนึ่งที่ทรงพลังและมีพรสวรรค์เป็นผู้ที่เก่งที่สุด
ชายผู้นั้นคือนักปรุงยาหนุ่มระดับ 6 จากดันเซี่ยงเถาหยวน
เฉินเซี่ยงชำเลืองไปยังชายชราเคราแพะอีก คน
ชายชราผู้นั้นเป็นนักปรุงยาจากนิกายกระบี่ลึกล้ำทั้งยังเป็นนักปรุงยาระดับ 6
เช่นเดียวกัน
เฉินเซี่ยงมองไปรอบๆอยู่ชั่วครู่ก่อนจะพบว่านักปรุงยาพวกนั้นช่างร้ายกาจนัก
ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเพลิง
สัมผัสศักดิ์สิทธิ์หรือการปรุงยาล้วนทำให้เฉินเซี่ยงแอบรู้สึกประหลาดใจ
เพราะหากเป็นนักปรุงยาระดับ 5 ทั่วๆไปคงจะถูกคัดออกไปแล้ว
ผู้รับชมการแข่งขันทั้งหมดยังคงรับชมด้วยความเงียบเพราะหากส่งเสียงรบกวนเกินไปมันจะส่งผลต่อนักปรุงยา
ซึ่งนับเป็นเรื่องปกติที่เหล่านักปรุงยาจะสกัดกลั่นเม็ดยาได้อย่างยากลำบากเมื่ออยู่ต่อหน้าผู้ชมจำนวนมาก
ภายในกลุ่มของผู้ชมมีประมุขของบางนิกายซ่อนตัวอยู่
พวกเขามาแอบสังเกตุการณ์นักปรุงยาจากนิกายของตนทั้งยังสังเกตุถึงระดับของนักปรุงยาจากนิกายอื่นๆด้วยในเวลาเดียวกัน
“หมดเวลา!”
ฮูหยินหลี่ตะโกนขึ้น
เสียงของนางทำให้นักปรุงยาที่กำลังจดจ่อกับการสกัดกลั่นถึงกับสะดุ้ง
นักปรุงยาระดับล่างบางคนถึงกับหวาดกลัวจนทำให้เตาปรุงยาระเบิด
เมื่อได้เห็นฉากที่ตลกขบขันเช่นนี้มันทำให้เฉินเซี่ยงแอบหัวเราะ
เวทีแข่งขันระดับต่ำนับว่าน่าขบขันที่สุดเพราะมีเตามากมายระเบิดขึ้น
ผู้เข้าแข่งขันหลายคนร้องไห้ด้วยความเสียใจ
นักปรุงยาระดับต่ำพวกนี้ล้วนเข้าร่วมการแข่งเป็นครั้งแรก
พวกเขาไม่เคยพบกับเหตุการณ์ที่กระทบกับการปรุงยาของพวกเขามาก่อน
ดังนั้นมันจึงทำให้พวกเขากดดันเป็นอย่างมาก
เพียงเสียงตะโกนของฮูหยินหลี่ก็ทำให้พวกเขาทำเรื่องผิดพลาดต่อหน้าผู้คนมากมาย
บนเวทีแข่งขันระดับต่ำและกลางมีผู้เข้าแข่งขันมากมายที่ทำเตาปรุงยาระเบิด
คนเหล่านั้นเดินคอตกลงจากเวทีแต่จะมีเพียงนักปรุงยาที่อยู่บนเวทีระดับสูงเท่านั้นที่ยังสงบอยู่
ดูเหมือนพวกเขาจะสกัดกลั่นแล้วเสร็จทั้งหมดแล้ว พวกเขากำลังรอคะแนนเท่านั้น
ยามนี้บนเวทีการแข่งขันระดับสูงเหลือนักปรุงยาอยู่เพียง
25 คนรวมไปถึงเหล่าผู้สังเกตการณ์ที่เป็นนักปรุงยาชราอีกจำนวนหนึ่ง
ผ่านไปไม่นานผลการแข่งขันก็เผยออกมาอย่างรวดเร็ว
เหล่านักปรุงยาชราเปิดฝาเตาปรุงยาทีละคนๆก่อนจะตรวจสอบเม็ดยาที่อยู่ภายในแล้วบันทึกผลคะแนนลงในหนังสือ
ในยามที่เหล่านักปรุงยาชราเปิดฝาเตาขึ้น
หลายคนในเหล่านักปรุงยาชรามีท่าทางผิดหวังและเมื่อหยิบเม็ดยาออกมาพวกเขาทั้งหมดทำได้เพียงส่ายหน้าเท่านั้น
เฉินเซี่ยงอยู่ใกล้ๆกับด้านหลังเวที
เขาเห็นว่าเม็ดยาที่นักปรุงยาพวกนั้นสกัดกลั่นต่างเป็นเม็ดยาระดับล่างทั้งสิ้น
อีกอย่างจำนวนเม็ดยาที่ได้ยังไม่มากนัก
ดังนั้นคะแนนของนักปรุงยาเหล่านั้นจึงสูงกว่าปกติเล็กน้อย
เมื่อเฉินเซี่ยงสำรวจอย่างละเอียดแล้วเขาพบว่าเม็ดยาส่วนใหญ่ที่คนอื่นๆสกัดกลั่นต่างเป็นเม็ดยาระดับวิญญาณขั้นกลาง
บนเวทีแห่งนี้มีเพียงเฉินเซี่ยงคนเดียวเท่านั้นที่มีเลือกสกัดกลั่นเม็ดยาระดับวิญญาณขั้นสูงอย่างเม็ดยาพื้นฐานแท้จริง
เมื่อถึงคราวที่เฉินเซี่ยงต้องตรวจสอบเม็ดยา
เหล่านักปรุงยาคนอื่นๆต่างเป็นกังวล เฉินเซี่ยงมีท่าทีที่สงบนิ่งเป็นอย่างมากซึ่งนั่นชัดเจนว่าเขาสกัดกลั่นเม็ดยาสำเร็จแล้ว
เหล่านักปรุงยาคนอื่นๆต่างคาดการณ์เอาไว้ว่าอย่างมากที่สุดเฉินเซี่ยงเพียงสกัดกลั่นเม็ดยาได้เพียง
1 เม็ดเท่านั้น
ซึ่งเมื่อเทียบกับเม็ดยาของพวกเขาย่อมนับว่าแย่กว่าเล็กน้อยเพราะการแข่งขันในรอบนี้อิงจากราคาของเม็ดยาด้วย
หากได้เม็ดยาพื้นฐานแท้จริงคุณภาพต่ำราคาของมันจะอยู่ประมาณ
3,000 ผลึกศิลา
แต่หากเป็นเม็ดยาระดับวิญญาณขั้นกลางที่คุณภาพแย่ไปสักเล็กน้อยแต่ด้วยจำนวนเม็ดยาที่ได้ย่อมชนะเพราะราคารวมของเม็ดยาจะสูงกว่า
เมื่อเตาปรุงยามังกรเพลิงเปิดออก…กลิ่นหอมสมุนไพรพลันลอยฟุ้งเข้าไปในโสตประสาทของเหล่านักปรุงยาที่มากประสบการณ์บนเวทีทั้งยังทำให้พวกเขาตกใจสุดขีด
เพียงแค่กลิ่นหอมของสมุนไพรก็ทำให้เหล่านักปรุงยาทั้งหมดรู้ว่าเม็ดยาพื้นฐานแท้จริงที่เฉินเซี่ยงสกัดกลั่นนั้นคุณภาพดีเป็นอย่างมาก!
“เม็ดยาพื้นฐานแท้จริงคุณภาพสูงสุด
5 เม็ด!” นักปรุงยาชราระดับ 7 อุทานขึ้น
นักปรุงยาชราอีกหลายคนมุ่งตรงเข้ามาหาเตาปรุงยาของเฉินเซี่ยงอย่างเร่งรีบ
เมื่อยามที่พวกเขาเดินตรงเข้ามามีป้ายหยกแผ่นหนึ่งที่ประดับด้วยเส้นสีทองเรืองรองเจิดจ้า
7 เส้นบนเอวสะบัดส่ายไปมา…ชายชราผู้นั้นเป็นนักปรุงยาระดับ 7 แม้จะมีความต่างเพียง
1 ระดับกับนักปรุงยาระดับ 6 แต่เหล่านักปรุงยาชราระดับ 6
กลับนับถือชายชราผู้นั้นเป็นอย่างมาก
เหล่านักปรุงยาทั้งหมดที่อยู่บนเวทีแข่งขันระดับสูงต่างไม่เชื่อ
พวกเขาเขย่งปลายเท้าเพื่อชะเง้อมองมายังตำแหน่งของเฉินเซี่ยง
เมื่อเหล่านักปรุงยาชรามาถึง
พวกเขาหยิบเม็ดยาพื้นฐานแท้จริงที่เฉินเซี่ยงสกัดกลั่นขึ้นพลางอุทานซ้ำแล้วซ้ำเล่า
โดยทั่วไปแล้วเม็ดยาพื้นฐานแท้จริงที่สกัดกลั่นได้ต่อครั้งจะอยู่ที่ 3
เม็ดอย่างมากก็ไม่เกิน 4 เม็ด แต่เฉินเซี่ยงกลับสกัดกลั่นได้ถึง 5
เม็ดทั้งยังใช้เพียงสมุนไพรที่เกือบจะเหี่ยวเฉาแล้วพวกนั้น!
แต่สิ่งที่ทำให้พวกเขาประหลาดใจอย่างที่สุดคือเฉินเซี่ยงไม่ได้แก่นผลึกวิญญาณ
ในการสกัดกลั่นเลย
เหล่านักปรุงยาบนเวทีแข่งขันระดับสูงต่างสงสัยว่าเฉินเซี่ยงโกง
“ข้าเป็นผู้ตรวจสอบเตาปรุงยาของเขาอย่างละเอียด
ในช่วงที่เขาสกัดกลั่นเม็ดยาก็เป็นข้าที่เฝ้าสังเกตเขาในทุกการกระทำ
ย่อมเป็นไปไม่ได้ที่เขาจะโกง อีกอย่าง
เม็ดยาพื้นฐานแท้จริงพวกนี้ก็เพิ่งจะออกมาจากเตา!
ดันเซี่ยงเถาหยวนเราเพาะปลูกสมุนไพรอย่างระมัดระวัง
เมื่อยามสกัดกลั่นเม็ดยาพื้นฐานแท้จริงด้วยสมุนไพรของเรา กลิ่นหอมที่ฟุ้งออกมาย่อมมีเอกลักษณ์เฉพาะ
จากกลิ่นที่ข้าสัมผัสได้ข้ามั่นใจว่าเม็ดยาพื้นฐานแท้จริงเหล่านี้สกัดกลั่นมาจากสมุนไพรที่เหี่ยวเฉาพวกนั้น”
นักปรุงยาชราผู้หนึ่งกล่าว
แม้เขาจะตกใจสุดขีดแต่เขาก็ทราบถึงความจริงที่อยู่ตรงหน้า
นักปรุงยาคนอื่นๆก็เริ่มพยักหน้าทีละคน
พวกเขาต่างเป็นผู้เชี่ยวชาญในการสกัดกลั่นทั้งยังน่าเกรงขามยิ่งกว่านักปรุงยาระดับ
6 หลายเท่านัก
สายตาของพวกเขาช่างน่าหวาดกลัวและยังยืนยันไปในทางเดียวกันว่าเฉินเซี่ยงไม่ได้โกง
เหล่านักปรุงยาอยากถามเฉินเซี่ยงนักว่าเฉินเซี่ยงสกัดกลั่นอย่างไรถึงได้เม็ดยาพื้นฐานแท้จริงคุณภาพดีขนาดนี้โดยที่ไม่ได้แก่นผลึกวิญญาณ
แต่ถึงอย่างนั้น
พวกเขาก็ไม่ได้ถามออกไปเพราะนักปรุงยาแต่ละคนต่างก็มีวิธีการเป็นของตนซึ่งบอกกล่าวแก่ผู้อื่นไม่ได้
หากแก่นผลึกวิญญาณ
นักปรุงยาระดับ 7
เหล่านี้ย่อมสามารถสกัดกลั่นเม็ดยาพื้นฐานแท้จริงจากสมุนไพรเหี่ยวเฉาเหล่านี้จนได้เม็ดยาคุณภาพระดับสูงสุดได้เช่นกัน
แต่อย่างมากพวกเขาก็จะสกัดกลั่นได้ไม่เกิน 3 เม็ดซึ่งก็ถือว่ายากมากแล้ว
แต่เฉินเซี่ยงกลับสกัดกลั่นได้ถึง 5 เม็ดซึ่งพวกเขาไม่อาจทำได้
พรสวรรค์ในด้านการปรุงยาของเฉินเซี่ยงนั้นได้ประทับลงไปในจิตใจของเหล่านักปรุงยาระดับ
7 สายตาของนักปรุงยาเหล่านั้นเต็มไปด้วยความเคารพเมื่อยามที่เขาจ้องมองเฉินเซี่ยง
แม้ยามนี้เฉินเซี่ยงจะเป็นเพียงนักปรุงยาระดับ 5
แต่พื้นฐานของเฉินเซี่ยงกลับเหนือกว่าพวกเขามากนัก
ในสายตาของนักปรุงยาเหล่านี้เฉินเซี่ยงเปรียบได้กับอัจฉริยะผู้ไร้เปรียบในด้านการสกัดกลั่นเม็ดยา……………………………….
Chapter
308 โชคร้าย
หากกล่าวถึงเรื่องราคา
เม็ดยาพื้นฐานแท้จริงทั้ง 5 เม็ดของเฉินเซี่ยงนับว่าขายได้กำไรงาม
เฉินเซี่ยงผ่านเข้ารอบต่อไปได้อย่างราบรื่นอีกครั้งจนทำให้เหล่านักปรุงยาระดับ 6
รู้สึกอิจฉา พวกเขารู้สึกละอายอยู่ในใจ
พวกเขาดูไม่ต่างจากเด็กน้อยไร้เดียงสาเพราะอีกฝ่ายเป็นเพียงนักปรุงยาระดับ 5
ขั้นต่ำ
นักปรุงยาเหล่านี้รู้สึกอิจฉาแต่ก็ยอมรับเฉินเซี่ยงดังเช่นนักปรุงยาระดับ
7 พวกเขาต่างรู้ว่าพื้นฐานของเฉินเซี่ยงนั้นน่าสะพรึงกลัวนัก
เฉินเซี่ยงสามารถใช้สมุนไพรในการสกัดกลั่นได้จนถึงขีดสุด
ด้วยพื้นฐานที่แข็งแกร่งของเขาย่อมชัดเจนว่าในอนาคต…การปรุงยาของเฉินเซี่ยงต้องไร้ขีดจำกัดแน่
ในที่สุดการแข่งขันรอบที่สองก็จบลง
ผู้ที่ถูกคัดออกมากมายเดินลงจากเวทีระดับกลางและต่ำ
ส่วนเวทีระดับสูงมีผู้ที่ถูกคัดออกเพียง 5 คนเท่านั้น รอบต่อไปคือการแข่งขันรอบที่
3
แม้ผู้เข้าแข่งขันจะผ่านทั้งสองรอบมาได้แต่พวกเขายังคงรู้สึกกดดันเป็นอย่างมากโดยเฉพาะผู้ที่เพิ่งจะผ่านรอบที่สองมา
พวกเขาเกือบจะไม่สามารถทนแรงกดดันในรอบที่ 2 ได้ ดังนั้นในรอบที่สามย่อมไม่ต่างกัน
วู๋เชียนเชียนและเหยาไห่เฉิงเองก็ผ่านการทดสอบรอบที่สองได้อย่างราบลื่น
วู๋เชียนเชียนสกัดกลั่นเม็ดยาพื้นฐานแท้จริงได้ 2
เม็ดส่วนเหยาไห่เฉิงสกัดกลั่นได้เพียงเม็ดเดียวแต่เม็ดยาของทั้งสองยังนับว่าเป็นระดับสูงสุด
ซึ่งเรื่องนี้เองก็ทำให้บรรดานักปรุงยาชราตกตะลึงเช่นเดียวกัน!
เมื่อกล่าวถึงเวทีประลองระดับกลาง…ฝีมือของพวกเขานับว่าดีเป็นอย่างมาก
นักปรุงยาทั้ง
3
จากนิกายยอดนักสู้กลับสามารถสกัดกลั่นเม็ดยาพื้นฐานแท้จริงคุณภาพสูงสุดได้ทั้งหมด
เหล่านักปรุงยาที่ทราบเรื่องต่างยอมรับนับถือทักษะการปรุงยาของผู้อาวุโสเม็ดยา
เพราะนางนักปรุงยาจากนิกายยอดนักสู้ทั้ง 3
จึงได้เรียนรู้ทักษะการสกัดกลั่นเม็ดยาพื้นฐานแท้จริงโดยไม่ใช้แก่นผลึกวิญญาณ
“การแข่งขันรอบที่สามจำเป็นต้องใช้โชคช่วยสักเล็กน้อย
ผู้ใดก็ตามที่เคราะห์ร้าย…อาจจะเป็นจุดจบของพวกเขาเลยก็ได้!” ฮูหยินหลี่กล่าวพร้อมกับรอยยิ้มแฝงเล่ห์กลบนใบหน้าทำให้เหล่านักปรุงยาที่เหลือต่างรู้สึกกระวนกระวายใจ
“เวทีการแข่งขันระดับกลางและล่างได้ดำเนินมาถึงจุดสิ้นสุดในรอบนี้
ผู้ชนะของทั้งสองเวทีจะถูกตัดสินใจรอบนี้ กฎการแข่งขันคือ
ผู้เข้าแข่งขันจะใช้เตาปรุงยาที่ทางดันเซี่ยงเถาหยวนเตรียมไว้ให้
เวทีแข่งขันระดับล่างต้องสกัดกลั่นเม็ดยามหาธาตุ
ส่วนเวทีแข่งขันระดับกลางจะต้องสกัดกลั่นเม็ดยาพื้นฐานแท้จริง
ท้ายที่สุด…การแข่งขันจะเริ่มขึ้นก็ต่อเมื่อพวกท่านจับสลากได้รับเตาปรุงยาแล้ว”
เวทีแข่งขันระดับกลางและล่างเต็มไปด้วยเตาปรุงยา
เตาปรุงยาเหล่านั้นมีคุณภาพที่ด้อยเอามากๆจนทำให้เหล่านักปรุงยาที่มองถึงกับตากระตุกเลยทีเดียว
นับเป็นเรื่องยากนักที่จะสกัดกลั่นเม็ดยาโดยใช้เตาปรุงยาเหล่านี้
บ้าไปแล้ว…นั่นไม่ใช่เป็นได้แค่หลุมฝังศพของพวกหรอกหรอ? ไหนจะยังมีเรื่องเวลาบัดซบที่จำกัดอีก…รอบสุดท้ายนี้นับว่ายากอย่างที่สุด
เฉินเซี่ยงเองก็รู้สึกกดดันเช่นเดียวกัน
เขาพบว่าเตาปรุงยาพวกนั้นมีคุณภาพต่ำกว่าที่พ่อของเขาเคยมอบให้เสียอีก
ด้วยเหตุนี้มันย่อมส่งผลกระทบกับศักยภาพของเพลิงและสมุนไพรอย่างแน่นอน
“แต่เวทีการแข่งขันระดับสูงจะต่างออกไป
ผู้ชนะจะถูกตัดสินการแข่งขันรอบที่ 4” ฮูหยินหลี่กล่าว
การแข่งขันระดับสูงแบ่งออกเป็น
4 รอบ เรื่องนี้ทำให้เฉินเซี่ยงและนักปรุงยาคนอื่นๆที่เหลือถึงกับโอดครวญ
บนเตาปรุงยาเหล่านั้นมีหมายเลยติดอยู่ซึ่งตรงสลากที่ดันเซี่ยงเถาหยวนได้เตรียมไว้
เมื่อถึงเวลาจับสลากผู้เข้าแข่งขันก็จะได้รับเตาปรุงยาตามสลากซึ่งจะเป็นจุดจบของคนที่โชคร้าย
“บัดซบเอ้ย!
ไม่ใช่ว่าเตาพวกนี้มันระเบิดตอนใครบางคนสกัดกลั่นเม็ดยาหรอกหรอ? แล้วพวกข้าจะไปสกัดกลั่นเม็ดยาในนี้ได้ยังไง?”
เฉินเซี่ยงก่นด่ากระทั่งนักปรุงยาคนอื่นๆก็เริ่มบ่นขึ้นทีละคนๆ
เฉินเซี่ยงนึกถึงชายผู้โชคร้ายคนหนึ่งจับสลากเน่าๆขึ้นมาและเตาปรุงยาที่ชายคนนั้นจับได้ก็เต็มไปด้วยรอยร้าว
ทุกคนที่เห็นต่างบอกได้เลยว่าชายคนนั้นจบสิ้นแล้ว
นักปรุงยาบนเวทีทั้งหมดล้วนได้นิกายหรือตระกูลบ่มเพาะขึ้นมาอย่างดี
เตาปรุงยาที่พวกเขาใช้ย่อมมีคุณภาพสูงมากๆ
แต่จู่ๆวันนี้พวกเขากลับต้องใช้เตาปรุงยาเสงเครง
การแข่งขันรอบนี้นับเป็นการทดสอบพื้นฐานของนักปรุงยาทั้งยังสามารถตัดสินศักยภาพของนักปรุงยาโดยไม่พึ่งพาเตาปรุงยาคุณภาพดี
ทันใดนั้นเสียงของฮวาเซียงเยว่พลันกังวานอยู่ในความคิดของเฉินเซี่ยง
“อันธพาลน้อย
เมื่อยามที่เจ้าจับสลากแล้วสัมผัสได้ถึงสลากที่ให้ความรู้สึกเย็นๆให้เจ้ารีบคว้าไว้
นั่นเป็นของดีที่จัดให้เจ้าโดยเฉพาะ!”
เมื่อฟังคำกล่าวของฮวาเซียงเยว่
เฉินเซี่ยงก็หันมองไปรอบๆแต่กลับไม่เจอร่องรอยของนาง
แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ยังแอบตื่นเต้น ถึงเขาจะรู้สึกไม่เป็นธรรมกับผู้อื่นอยู่บ้างแต่เขาถือว่าตัวเขายังอายุน้อยที่สุดและอ่อนแอที่สุดในหมู่ของเหล่านักปรุงยาพวกนี้
นั่นจึงทำให้เขาผ่อนคลายไปบ้าง
“นางอยู่ในหอคอยข้างบนพวกเรา”
หลงเสวี่ยอี๋กล่าว
เฉินเซี่ยงแหงนมองขึ้นข้างบนในฉับพลันแต่ก็ไม่เห็นฮวาเซียงเยว่
เพียงแต่เขายังคงรู้สึกถึงดวงตาอันงดงามจับจ้องออกมาจากหน้าต่างบานที่เปิดอยู่
หลิวเมิ่งเอ๋อก้าวไปแอบข้างๆหน้าต่างพลางถอนหายใจเบาๆ
“อันธพาลน้อยพบท่านแล้ว สัมผัสศักดิ์สิทธิ์ของเขาทรงพลังเป็นอย่างมาก!”
ฮวาเซียงเยว่ประหลาดใจมาก
“ดูเหมือนอันธพาลน้อยจะมีเรื่องปิดบังที่ยากเกินกว่าข้าจะจินตนาการออก”
“พี่เซียงเยว่
ท่านช่วยเขาเลือกเตาปรุงยาจริงๆหรอ?” หลิวเมิ่งเอ๋อกล่าวถาม
“ย่อมไม่ใช่แบบนั้น…
ในเมื่อหมอนั่นฉวยโอกาสอันไม่ยุติธรรมนี้ไว้ ข้าก็จะให้เขาพานพบกับความสูญเสีย
ข้าจะทำให้เขาจับได้เตาปรุงยาที่แย่ที่สุด
ถึงแม้ว่าข้าจะสามารถใช้เตาปรุงยานั่นได้แต่นับเป็นเรื่องยากยิ่งที่จะสกัดกลั่นสิ่งเม็ดยาใดๆออกมาได้
แต่เมื่อเป็นหมอนั่นแล้ว…ข้าจะประหลาดใจมากถ้าเตาปรุงยามันระเบิดช้า!”
ฮวางเซียงเยว่กล่าวพลางยิ้มซุกซน
“ท่านมันชั่วร้ายนัก
หากเขาแพ้…เขาจะเกลียดท่านแน่!” หลิวเมิ่งเอ๋อกล่าวด้วยความกังวล
“หมอนั่นไม่แพ้หรอก
เจ้ารอดูเถอะ! เรามาพนันกันได้นะหากเจ้าไม่เชื่อข้า!” ฮวาเซียงเยว่ไม่เคยพนันมาก่อนแต่ตอนนี้กลับเป็นนางที่กล่าวพนันเสียเอง
หลิวเมิ่งเอ๋อไม่มั่นใจนางจึงส่ายหน้า
บนเวทีระดับสูงมีเตาปรุงยาทั้งหมด
20 เตาตั้งอยู่
ที่กึ่งกลางของเตาปรุงยาเหล่านั้นมีเตาปรุงยาอยู่เตาหนึ่งที่เต็มไปด้วยรอยแตกร้าวทั่วทั้งเตา
ดูเหมือนว่าเพียงสัมผัสมันเบาๆก็จะทำให้เตานั้นแตกสลายไป
เฉินเซี่ยงและเหล่านักปรุงยาระดับ 6 ที่เหลือต่างรู้สึกเสียงไปจนถึงกระดูกสันหลัง
หากใครก็ตามที่จับสลากได้เตาปรุงยาเตาใบนั้นย่อมนับว่าโชคร้ายไป 8 ชั่วโคตร
“ในรอบที่ 3
ของการแข่งขันระดับสูง พวกท่านต้องสกัดกลั่นเม็ดยาร้อยอสูรโดยใช้เตาปรุงยาเหล่านี้!
ที่สำคัญ
พวกเราขอให้พวกท่านดูแลเตาปรุงยาเหล่านี้ให้ดีราวกับเป็นสมบัติล้ำค่าเพราะพวกท่านต้องใช้มันในการแข่งขันรอบที่
4 ด้วย”
คำกล่าวของฮูหยินหลี่ทำให้เหล่านักปรุงยารู้สึกราวกับตกลงไปในหุบเหวเย็นยะเยือก
รอบที่ 4
ย่อมนับว่ายากที่สุดแต่สิ่งที่ทำให้ทุกคนประหลาดใจคือทุกๆคนต้องใช้เตาปรุงยาขยะพวกนี้ด้วย
เรื่องนี้ทำให้เหล่านักปรุงยาสบถออกมาอย่างรวดเร็ว
เฉินเซี่ยงคาดว่ากติกาต่างๆเหล่านี้ย่อมเป็นฝีมือของฮวาเซียงเยว่อย่างแน่นอน
“เฉินเซี่ยง…เจ้าเป็นผู้จับสลากคนแรกเพราะเจ้าเป็นผู้ชนะในสองรอบที่ผ่านมา!”
ฮูหยินหลี่กล่าว
เฉินเซี่ยงรู้สึกเริงร่า
เฉินเซี่ยงรู้ว่าฮวาเซียงเยว่ได้เตรียมเตาปรุงยาดีๆไว้ให้เขาแล้ว
แต่ถึงอย่างนั้นเมื่อมองไปยังเตาปรุงยาทั้ง 20 เตากลับไม่พบว่ามีอันไหนดีเลย
แต่เฉินเซี่ยงก็เลือกที่จะเชื่อฮวาเซียงเยว่
เมื่อเฉินเซี่ยงล้วงมือเข้าไปในกล่องสลาก
ไม่นานเขาก็สัมผัสได้ถึงความเย็นแล้วหยิบสลากแผ่นนั้นขึ้นมาในทันที
“เป็นเลข 8
บัดซบเอ้ย…” แล้วเฉินเซี่ยงก็ก่นด่าออกมาในทันที กลายเป็นว่าเขาถูกแจ็คพอท
เตาปรุงยาที่แย่ที่สุดเพียงหนึ่งเดียวตกอยู่ในมือของเขา(555+)
เขาคาดไม่ถึงว่าฮวาเซียงเยว่จะจงใจให้เขาจับได้เตาปรุงยาที่เลวร้ายที่สุด
เหล่านักปรุงยาที่เหลือต่างเริงร่าพลางถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอกพร้อมๆกัน
เตาปรุงยาสุดห่วยในที่สุดก็มีเจ้านายแล้ว!!
และคนที่เป็นนายของมันก็เป็นคนเดียวกับคนที่เหล่านักปรุงยาอิจฉา
พวกเขาคิดถึงฉากที่เฉินเซี่ยงทำเตาปรุงยาระเบิดและใบหน้าเกรอะไปด้วยขี้เถ้า
มันทำให้พวกเขาอารมณ์ดีขึ้นในฉับพลันถึงแม้จะมีสิ่งที่ยากเย็นรออยู่เบื้องหน้าก็ตาม
เฉินเซี่ยงก่นด่าพลางประคองเตาปรุงยาเสงเครงเดินออกมาด้วยความระมัดระวังอย่างที่สุด
เขาจ้องเขม็งไปยังหอคอยดันเซี่ยงชั้นที่ 20 ที่อยู่ไม่ห่างจากเขานักพลางขบฟัน
สายตาของเขาเต็มไปด้วยความโกรธเกรี้ยว
“แม่สาวน้อยจอมซน…บิดาผู้นี้จะจับเจ้าแก้ผ้าอย่างแน่นอน!
ไม่งั้นมันย่อมไม่อาจคลายความเกลียดชังภายในใจข้าได้!”
เฉินเซี่ยงสาบานอยู่ในใจ………………………
Chapter
309 สร้างปาฏิหาริย์
หลิวเมิ่งเอ๋อขบริมฝีปาก
นางพบว่าสายตาของเฉินเซี่ยงเหมือนจะมองลอดผ่านหน้าต่างเข้ามา
“พี่สาวเจ้าเสน่ห์…ดูสิ่งที่ท่านทำสิ
เขาต้องเกลียดท่านแน่” หลิวเมิ่งเอ๋อกล่าวด้วยท่าทางกังวล
ความพ่ายแพ้ของเฉินเซี่ยงทำให้นางรู้สึกลำบากใจ
“เมิ่งเอ๋อดูเหมือนเจ้าจะหลงเสน่ห์เจ้าหมอนั่นไปเรียบร้อยแล้วนะ
ฮิฮิ!” ฮวาเซียงเยว่กล่าวตอบด้วยท่าทางไม่ใส่ใจ
“คอยดูไปเถอะ…ศักยะภาพแฝงในด้านการปรุงยาของเจ้าหมอนั่นยังไม่ได้ใช้ออกมาอย่างเต็มที่
ที่ข้าทำเช่นนี้ก็เพื่อกระตุ้นศักยะภาพของเขา
เขาพึ่งพาเตาปรุงยาที่ทรงพลังของเขามากจนเกินไปทำให้เขาลืมเลือนสิ่งที่เป็นพื้นฐาน”
ขณะที่เฉินเซี่ยงกำลังตรวจสอบเขาปรุงยาเสงเครงของเขา
เขาพลันรู้สึกเสียววาบไปจนกระดูกสันหลัง
เตาปรุงยาใบนี้เต็มไปด้วยรอยแตกร้าวแต่อย่างน้อยๆมันก็ยังมีข่ายพลังกระจอกๆวางไว้ที่ด้านในซึ่งไม่ต่างจากเตาธรรมดาๆทั่วไป
เพียงแต่เตาของเฉินเซี่ยงนั้นเสียหายเกินไปขนาดที่ว่าแตะเบาๆก็จะทำให้มันแตกเป็นชิ้นๆ
“ฮวาเซียงเยว่…เจ้าควรสวดอ้อนวอนให้ข้าชนะเถอะ
ไม่งั้นอย่าหาว่าข้าไม่ปราณีกับสตรี…ไม่!! ถึงข้าชนะข้าก็จะจับเจ้าแก้ผ้าให้ได้!!”
เฉินเซี่ยงด่าทอนางอยู่ในใจทั้งยังเต็มไปด้วยความเดือดดาล
หากการแข่งขันของเฉินเซี่ยงจบสิ้นลงเขาคงทะยานเพื่อไปขอคำอธิบายและเอาคืนฮวาเซียงเยว่อย่างแน่นอน
เม็ดยาร้อยอสูรคือเม็ดยาระดับลึกล้ำขั้นต่ำ
แม้ว่ามันจะง่ายต่อการสกัดกลั่นแต่เฉินเซี่ยงกลับรู้สึกว่าหากเขาใช้เตาปรุงยาใบนี้สกัดกลั่น
เขาจะสกัดกลั่นเม็ดยาได้ยากราวกับสกัดกลั่นเม็ดยาระดับนิรันดร์
“ทุกท่านจะต้องสกัดกลั่นเม็ดยาร้อยอสูรจำนวน
1
ชุดตามเวลาที่กำหนดไว้เช่นเดียวกันกับรอบที่แล้วโดยอิงจากคุณภาพเม็ดยาและจำนวนที่พวกท่านสกัดกลั่นได้
อีกสิ่งหนึ่ง…ไม่มีคะแนนพิเศษสำหรับผู้ที่สกัดกลั่นเสร็จเร็ว เช่นนั้นยามนี้ทุกท่านควรเตรียมตัวให้พร้อม”
ฮูหยินหลี่กล่าว
ในยามนี้เฉินเซี่ยงไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากกัดฟันใช้เจ้าเตาเฮงซวยใบนี้
ดันเซี่ยงเถาหยวนเป็นผู้แจกจ่ายสมุนไพร
พวกเขาไม่ขาดแคลนสมุนไพรสำหรับเม็ดยาร้อยอสูรซึ่งพวกเขามีสมุนไพรสำหรับเม็ดยาชนิดนี้มากที่สุด
นั่นเป็นเหตุผลที่พวกเขายอมนำเอาสมุนไพรแพงๆออกมา
“ผู้เข้าแข่งขันทุกคนจะมีโอกาสพลาดเพียง
2 ครั้งเท่านั้น หากพวกท่านสกัดกลั่นพลาดในครั้งแรก
พวกท่านย่อมสามารถมารับสมุนไพรชุดได้ใหม่”
ยังคงนับเป็นเรื่องน่ายินดี
แต่ถึงอย่างนั้นเหล่านักปรุงยาต่างเพิ่งจะเคยใช้เตาปรุงยาแตกๆพวกนี้เป็นครั้งแรกจึงไม่มีผู้ใดที่มั่นใจเลยสักคน
เหล่านักปรุงยาบนเวทีแข่งขันระดับสูงต่างมองมาที่เฉินเซี่ยงราวกับกำลังมองผู้แพ้
บนใบหน้าของพวกเขาเต็มไปด้วยท่าทางเยาะเย้ยแม้กระทั่งเหล่าคนดูเองก็ไม่ต่างกัน
พวกเขาต่างพูดคุยเรื่องเฉินเซี่ยงไม่หยุดหย่อนทั้งยังรู้สึกเสียใจกับเฉินเซี่ยง
เฉินเซี่ยงช่างโชคร้ายนักที่จับได้เตาปรุงยาที่เสียหายมากที่สุด
เฉินเซี่ยงเห็นท่าทางเยาะเย้ยบนใบหน้าของเหล่านักปรุงยา
เขารู้สึกไม่สบายใจและแทบอดไม่ไหวที่จะระเบิดเตาปรุงยาที่อยู่เบื้องหน้าออกเป็นเสี่ยงๆ
“สงบไว้…เจ้าต้องมั่นใจในตัวเอง
เจ้าได้เป็นนักปรุงยาระดับ 5 ก่อนอายุ 30 ปี
ไม่ว่าจะเป็นในเฉินหวู่แผ่นดินใหญ่แห่งนี้…กระทั่งทั่วทั้งโลกแห่งนักสู้ใบนี้ยังพบเจอได้ยากนัก”
เป่ยยู่ยู่ให้กำลังใจเฉินซี่ยง
“ศิษย์พี่กล่าวถูกแล้ว
เจ้าต้องมั่นใจในตัวเอง ลองคิดดูสิ!
แม้พวกข้าจะทราบถึงการปรุงยาของเจ้า…แต่มันยังคงงดงามจับใจ
ตัวข้านับเป็นนักปรุงยาอัจฉริยะ แต่เจ้ากลับน่าเกรงขามมากกว่าข้า!
เจ้าต้องเอาชนะการแข่งขันในครั้งนี้ได้แน่” ซูเหม่ยเหยาเองก็ให้กำลังใจเฉินเซี่ยง
เมื่อได้กำลังใจจากสองสาวงามเฉินเซี่ยงก็เปี่ยมไปด้วยความมั่นใจ
ตราบใดที่เทพธิดาผู้งดงามทั้งสองนางนี้อยู่ข้างๆ…แม้จะให้บุกน้ำลุยไฟก็ไม่หวั่นเกรงทั้งความสามารถของเขายังเพิ่มขึ้นไปอีกระดับ…
“งั้นให้ข้าไปป่วนนักปรุงยาพวกนั้นมั้ย? ถ้าข้าทำพวกเขาย่อมไม่อาจสกัดกลั่นได้สำเร็จ”
มังกรน้อยแสนซนหลงเสวี่ยอี๋กล่าวขึ้นอย่างชั่วร้าย
“ไม่จำเป็น!”
ในยามนี้เฉินเซี่ยงกลายเป็นคนใหม่แล้ว
ท่าทางเศร้าสร้อยหงอยเหงาก่อนหน้านี้ได้หายไป เขาเต็มไปด้วยจิตวิญญาณแห่งการต่อสู้
หวินเสี่ยวเตา เจ้าอ้วนและคนอื่นๆต่างรู้สึกเสียใจ โชคของเฉินเซี่ยงช่างเลวร้ายนัก
ในยามที่สำคัญที่สุด…เขากลับจับสลากได้เตาปรุงยาขยะมาใบนึง
“ดูนั่น!
ข้าจำได้ว่าทุกครั้งที่พี่เฉินมีท่าทางแบบนั้นเขาจะสร้างปาฏิหาริย์”
หวินเสี่ยวเกล่าวขึ้น เขาอยู่รอบกายของเฉินเซี่ยงมานานหลายปี
เมื่อใดก็ตามที่ทุกคนเชื่อว่าเฉินเซี่ยงไม่มีทางทำสำเร็จ
เฉินเซี่ยงก็จะทำสำเร็จครั้งแล้วครั้งเล่า
เจ้าอ้วนหัวเราะขึ้นพลางกล่าว
“พวกข้ากังวลมาก ระดับการปรุงยาของน้องเฉินนับว่าสูงส่งและน่าพิศวง
เขาต้องมีแผนอะไรบางอย่างแน่”
ทันใดนั้นรอยยิ้มก็ปรากฏขึ้นบนใบหน้าของหวินเสี่ยวเตา
เจ้าอ้วน และคนอื่นๆ คนเหล่านี้นับเป็นสหายที่ดีของเฉินเซี่ยง
ดังนั้นพวกเขาย่อมอยากให้เฉินเซี่ยงชนะอยู่แล้ว
ณ
มุมหนึ่งที่ห่างออกไป… 2
บุรุษสวมใส่หมวกและชุดคลุมสีดำกำลังนั่งดื่มเหล้าที่ใต้ต้นไม้
“ท่านประมุข
ท่านว่าอาจารย์อาของพวกเราจะเอาชนะได้มั้ย?” หวู่ไคหมิงกล่าวถาม
“ข้าก็ไม่รู้
อาจารย์อาของเรามักจะทำเรื่องเกินคาดอยู่เสมอ
สำหรับเขาแล้วพวกเราย่อมไม่อาจใช้มาตรฐานทั่วๆไปในการตัดสิน
พวกเราทำได้เพียงรอชมเท่านั้น” กู่ตงเฉินกล่าวตอบ
แม้ทั้งสองจะไม่ได้หวังให้เฉินเซี่ยงชนะแต่พวกเขากลับรู้สึกว่าเฉินเซี่ยงจะไม่แพ้ในรอบนี้แน่
แม้การแข่งขันในรอบที่สามจะมีเวลาเพียง
2 ชั่วโมง แต่มันก็เพียงพอที่จะสกัดกลั่นเม็ดยาร้อยอสูร
เพียงแต่พวกเขาใช้เพียงเตาปรุงยาธรรมดาทั้งยังเสียหายทำให้เวลาจำนวน 2
ชั่วโมงย่อมไม่เพียงพอโดยเฉพาะกับเฉินเซี่ยง
เพื่อให้เหล่านักปรุงยาแสดงความสามารถได้ดีขึ้น
ช่วงเวลาในการพักจึงได้ขยายไปให้นานขึ้น…
ผ่านไปไม่นานเวลาก็เคลื่อนคล้อยมาถึงยามบ่าย ความร้อนจากแสงอาทิตย์อาบลงมายังศีรษะ
ไอน้ำระเหยขึ้นจากพื้นเนื่องจากความร้อน
ผู้ชมชมส่วนใหญ่กำลังบ่นแต่ความร้อนเช่นนี้กลับไม่มีผลกับเหล่านักปรุงยา
เมื่อได้รับความร้อนจากดวงอาทิตย์อันเปลือยเปล่าไร้ซึ่งเมฆบดบัง…ผ่านไปไม่นานเหล่าผู้ชมต่างเหงื่อไหลพรั่งพรู
ในยามนี้การแข่งขันในเวทีแข่งขันระดับล่างและกลางได้สิ้นสุดลงแล้ว
ผู้ชนะในเวทีแข่งขันระดับกลางคือวู๋เชียนเชียน
เฉินเซี่ยงให้ความสนใจในการปรุงยาของนางซึ่งเขาก็พบว่ามันไม่ได้น่าประหลาดใจแต่อย่างใด
วู๋เชียนเชียนครอบครองจิตวิญญาณเพลิงทั้งยังได้ผู้อาวุโสเม็ดยาเป็นผู้ขัดเกลา
ดังนั้นด้วยพรสวรรค์ของนางย่อมเป็นเรื่องแปลกหากนางไม่ชนะ!
เหยาไห่เฉิงได้ตำแหน่งที่สองไป
เขาสกัดกลั่นเม็ดยาพื้นฐานแท้จริงคุณภาพสูงสุดได้ 3 เม็ดส่วนวู๋เชียนเชียนได้ไป 4
เม็ด ทั้งสองคนต่างสกัดกลั่นเม็ดยาได้ดีเป็นอย่างมากทั้งยังต้องใช้เคาปรุงยาคุณภาพแย่เช่นเดียวกัน
เฉินเซี่ยงแอบมีความสุขกับทั้งสอง
ไม่นานหลังจากนั้นทั้งวู๋เชียนเชียนและเหยาไห่เฉิงก็มาถึงยังด้านข้างเวทีแข่งขันระดับสูงเพื่อเฝ้าดูการแข่งขัน
ด้วยความที่ทั้งสองจดจ่ออยู่กับการปรุงยาเมื่อครู่จึงไม่ทราบว่าเฉินเซี่ยงจับสลากได้เตาปรุงยาที่แย่ที่สุด
เมื่อทั้งสองทราบเรื่องจากหวินเสี่ยวเตา ทั้งสองทำได้เพียงแอบถอนหายใจ
“เวลาพักได้สิ้นสุดลงแล้ว
การแข่งขันในรอบที่สามเริ่มได้!!”
ฮูหยินหลี่ตะโกนขึ้นก่อนจะพลิกคว่ำนาฬิกาทรายขนาดใหญ่
ทุกๆคนต่างหยิบจับสมุนไพรบนโต๊ะขึ้นมาและจัดการกับพวกมันอย่างเชี่ยวชาญ
นักปรุงยาที่มีชื่อเสียงมากมายต่างเริ่มสกัดกลั่นเม็ดยาระดับลึกล้ำขั้นต่ำขณะที่นักปรุงยาระดับต่ำกำลังล้างทำความสะอาดสมุนไพร
พวกเขาทุกคนต่างหวังว่าตนจะสามารถทำได้ไม่มากก็น้อย
เฉินเซี่ยงนับเป็นผู้เชี่ยวชาญในการสกัดกลั่นเม็ดยาร้อยอสูร
อีกอย่างเขายังสามารถสกัดกลั่นเม็ดยาได้ 10 เม็ดต่อครั้งซึ่งนับว่ามากแล้ว
แต่นั่นกล่าวได้ว่าเฉินเซี่ยงใช้เตาปรุงยามังกรเพลิง
หากเฉินเซี่ยงต้องใช้เตาปรุงยาเสงเครงนี่เขาย่อมไม่มีความมั่นใจ
เฉินเซี่ยงจัดการกับสมุนไพรอย่างรวดเร็ว
ทักษะต่างๆของเฉินเซี่ยงเป็นซูเหม่ยเหยาที่สอนให้
เมื่อเทียบกับเหล่านักปรุงยาที่อยู่รอบๆตัวเขาย่อมนับว่าค่อนข้างแตกต่างเพราะแต่ละกระบวนการในการจัดการกับสมุนไพรล้วนตรงไปตรงมา
มีประสิทธิภาพ งดงาม และน่าจับตาเป็นอย่างมาก เหล่านักปรุงยาที่อยู่ด้านล่างเวทีต่างได้เห็นวิธีการของเฉินเซี่ยงเพียงไม่นานก่อนที่เขาจะโยนสมุนไพรลงไปในเตาเสงเครง
แม้ว่าเตาปรุงยาจะมีทางให้ถ่ายเพลิงเข้าไปภายในเพียงหนึ่งทางแต่นั่นย่อมไม่ใช่ปัญหาเพราะปัญหาหลักของมันอยู่ที่รอยแตกร้าว
ความร้อน และปราณสมุนไพรที่แผ่ออกมาภายนอก…นั่นนับเป็นปัญหาใหญ่
หากจัดการกับมันไม่ถูกวิธีย่อมทำให้เตาปรุงยาระเบิดขึ้นในฉับพลันได้
เฉินเซี่ยงทำได้เพียงใช้สัมผัสศักดิ์สิทธิ์ของตนเพื่ออุดรอยร้าวพวกนั้นและคงสภาพของเตาเอาไว้
ในที่สุดเตาปรุงยาจากเดิมที่สั่นไหวก็ค่อยๆสงบลงเพียงแต่จิตใจของทุกๆคนกลับไม่สงบเพราะรอยร้าวบนเตากลับเพิ่มขึ้นเมื่อเวลาผ่านไป
สายตาของผู้ชมเกือบทั้งหมดต่างจับจ้องอยู่กับเตาปรุงยาของเฉินเซี่ยง
พวกเขาเห็นรัศมีสีแดงที่รุนแรงส่องผ่านรอยร้าวมากมายนับไม่ถ้วนออกมาอย่างชัดเจน
สถานการณ์ในยามนี้นับว่าเลวร้ายนัก ดูเหมือนเตาปรุงยาของเฉินเซี่ยงพร้อมจะระเบิดตลอดเวลา!………………………..
World
Defying Dan God – Chapter 310 พ่ายแพ้?
เฉินเซี่ยงหดหู่อย่างที่สุด
กลายเป็นว่าเตาปรุงยาเสงเครงนี่ย่ำแย่กว่าเขาจิยตนาการเอาไว้โดยเฉพาะในเรื่องการทนความร้อน
เมื่อเฉินเซี่ยงถ่ายเพลิงเข้าไปได้ไม่นาน รอยแตกพลันเริ่มปรากฏขึ้นเรื่อยๆ
แต่หากเพลิงร้อนไม่พอเฉินเซี่ยงย่อมไม่อาจอบสมุนไพรได้
แต่หากยังถ่ายเพลิงเข้าไปแบบนี้เตาปรุงยาคงจะแหลกเป็นผงก่อนสมุนไพรเสียอีก
“ข้าต้องคงสภาพมันให้ได้!”
เฉินเซี่ยงวางมืออีกข้างลงบนเตาปรุงยาก่อนจะปลดปล่อยปราณจักรวาลออกมา
เฉินเซี่ยงใช้สัมผัสศักดิ์สิทธิ์ก่อร่างปราณจักรวาลขึ้นเป็นเกราะก่อนจะควบคุมมันเข้าห่อหุ้มเตาปรุงยาเอาไว้
เขาดูดซับความร้อนจากพื้นผิวสัมผัสของเตาปรุงยาและลดแรงกดดันทั้งหมดไปพร้อมๆกัน
การสกัดกลั่นเม็ดยาร้อยอสูรไม่ใช่เรื่องยากสำหรับเฉินเซี่ยง
แต่ส่วนที่ยากที่สุดกลับเป็นการคงสภาพเตาปรุงยาให้ดีกระทั่งสิ้นสุดการสกัดกลั่น!
เฉินเซี่ยงถอนหายใจด้วยความโล่งอกเพราะรอยร้าวบนเตาปรุงยาได้หยุดลงแล้ว
แต่ถึงอย่างนั้นกระบวนการปรุงยาของเขากลับช้าลง
แม้ยามนี้เหล่านักปรุงยาคนอื่นๆมีท่าทางเคร่งเครียดและจริงจังแต่เตาปรุงยาของพวกเขาก็ดีกว่าเฉินเซี่ยงหลายเท่า
อย่างน้อยที่สุดพวกเขาก็ไม่ต้องเจอกับปัญหาร้ายแรงเหมือนอย่างเฉินเซี่ยง
เวลาค่อยๆผ่านไปทีละน้อย
เตาปรุงยาของเฉินเซี่ยงสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง…
หนึ่งชั่วโมงผ่านไปภายในพริบตาโดยไร้ซึ่งอุบัติเหตุ
ในยามนี้เหล่านักปรุงยาจากดันเซี่ยงเถาหยวนต่างสกัดกลั่นเม็ดยาเสร็จแล้ว
ไม่นานเหล่านักปรุงยาที่เหลือก็เริ่มสกัดกลั่นเม็ดยาเสร็จกันทีละคน
ในหมู่ผู้เข้าแข่งขันทั้ง 20
คนมีเพียงเฉินเซี่ยงคนเดียวเท่านั้นที่สกัดกลั่นยังไม่แล้วเสร็จ
เตาปรุงยาที่เฉินเซี่ยงใช้นับว่าแย่เสียยิ่งกว่าแย่
ด้วยความจริงที่เฉินเซี่ยงสามารถประครองเตาปรุงยามาได้จนถึงขั้นนี้โดยที่มันไม่ระเบิดออกเป็นเสี่ยงๆก็นับว่าดีมากแล้ว
เหล่านักปรุงยาทั้งหมดต่างจ้องมองเฉินเซี่ยงที่มีหลั่งเหงื่อพรั่งพรูอย่างย่ามใจ…
ใน 2 รอบการแข่งขันที่ผ่านมาเฉินเซี่ยงได้แย่งซีนพวกเขาไปทั้งหมด
แต่เมื่อเห็นการดิ้นรนเอาตัวรอดของเฉินเซี่ยงในยามนี้
พวกเขาต่างแอบมีความสุขเป็นอย่างมาก
ทันใดนั้นเตาปรุงยาของเฉินเซี่ยงก็เริ่มสั่นไหวอย่างรุนแรง
เขาลืมตาขึ้นอย่างรวดเร็วก่อนจะเกิดเสียง *ตูม* ดังก้องไปทั่วทั้งลานกว้าง
ทุกๆคนต่างเห็นกลุ่มควันลอยฟุ้งออกมาที่เบื้องหน้าของเฉินเซี่ยงพร้อมแสงเจิดจ้าก่อนจะปรากฏกลิ่นหอมสมุนไพรลอยตลบอบอวน
ทั่วทั้งลานกว้างต่างเงียบกริบ
พวกเขาจ้องมองไปยังเฉินเซี่ยงด้วยท่าทางว่างเปล่า พวกเขารู้สึกเสียใจกับเฉินเซี่ยง
ไม่มีผู้ใดลืมเลือนถึงพรสวรรค์ด้านการปรุงยาของเฉินเซี่ยงเพียงแต่เขาโชคร้ายไปนิดจึงได้พ่ายแพ้!
หวินเสี่ยวเตาหยิกแขนอวบๆของเจ้าอ้วนอย่างแรงแต่เจ้าอ้วนกลับไม่กระดุกกระดิก
ปากของมันอ้าค้าง ฉากที่เตาปรุงยาระเบิดยังฉายซ้ำไปซ้ำมาภายในใจของมัน
วู๋เชียนเชียนขบริมฝีปากแน่นพลางจ้องมองเฉินเซี่ยงที่ตกอยู่ในภวังค์
นางรู้สึกปวดใจ ดวงตาของนางชุ่มไปด้วยหยาดน้ำตา
หวู่ไคหมิงและกู่ตงเฉินต่างถอนหายใจอย่างหนักหน่วง
เฉินเซี่ยงสูญเสียเตาปรุงยาของตนไปแล้ว…เขาถูกลิขิตให้พ่ายแพ้ไปแล้ว
หลิวเมิ่งเอ๋อขบริมฝีปากเล็กน้อยเมื่อได้เห็นท่าทางของเฉินเซี่ยงจากหาคอยสูงก่อนจะถอนหายใจอย่างแผ่วเบา
นางเองก็รู้สึกปวดใจเช่นเดียวกัน
ฮวาเซียงเยว่ถอนหายใจเล็กน้อยพลางกล่าว
“ข้าทำเกินไป…ข้าหวังว่าเขาจะผ่านเรื่องนี้ไปได้”
แต่ก่อนที่ฮูหยินหลี่จะประกาศผลการแข่งขัน
จู่ๆเฉินเซี่ยงกลับตะโกนขึ้น “ช้าก่อน!”
ทุกๆคนต่างตกใจ
เฉินเซี่ยงกำลังจะทำอะไร? เตาปรุงยาของเขาแตกเป็นเสี่ยงๆไปแล้ว
การที่เตาปรุงยาของเขาแตกเป็นเสี่ยงๆเช่นนี้ย่อมเปรียบได้กับการที่ตกลงไปในหุบเหวแห่งความล้มเหลวที่ซึ่งไม่สามารถปีนขึ้นมาได้อีก
“นายน้อยเฉินนี่ท่าน…”
ฮูหยินหลี่รู้สึกเสียใจกับเฉินเซี่ยง นางเองก็ตกใจเล็กน้อย
นางไม่ทราบว่าเฉินเซี่ยงกำลังจะทำอะไร
เฉินเซี่ยงกำหมัดแน่นพลางแหงนมองขึ้นไปบนท้องฟ้า
ถึงแม้ฉากที่เตาปรุงยาเกิดการระเบิดจะเกิดขึ้นภายในพริบตา แต่ในชั่วพริบตานั้นกลับเกิดความคิดมากมายหลายสิ่งผุดขึ้นในหัวของเขาและนั่นจึงทำให้เขานิ่งอึ้งไปชั่วคราว
“ดูเหมือนข้าจะพึ่งพาเตาปรุงยามังกรเพลิงมากจนเกินไป…แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าหากข้าไม่มีเตาปรุงยามังกรเพลิงแล้วข้าจะทำอะไรไม่ได้!
วิธีการสกัดกลั่นเม็ดยานั้นกว้างใหญ่ไร้ขอบเขต
ความล้มเหลวครั้งนี้ได้มอบโอกาสให้ข้าทะลวงขีดความสามารถของตนเอง
ในการแข่งขันรอบนี้…ข้าต้องท้าทายขีดจำกัดของตน!”
เฉินเซี่ยงจ้องมองไปยังดวงอาทิตย์อันแผดเผาพลางกำหมัดแน่น
ใบหน้าของเฉินเซี่ยงเปี่ยมไปด้วยความมั่นใจและเต็มไปด้วยจิตวิญญาณแห่งการต่อสู้ในชั่วขณะนั้น
ผู้คนมากมายที่เห็นท่าทางของเฉินเซี่ยงล้วนประหลาดใจ
เขาประสบกับความล้มเหลวแต่กลับฟื้นคืนความมั่นใจได้อย่างรวดเร็ว
ตัวเขานับว่าดีกว่าผู้อื่นอย่างแน่นอน
“ฮูหยินหลี่
ตอนนี้ยังพอมีเวลาอยู่บ้างและข้าเองก็ยังมีโอกาสสุดท้ายเหลืออยู่!”
เฉินเซี่ยงกล่าวด้วยท่าทีที่ต่างออกไป
ท่าทางที่สงบนิ่งเช่นนี้ทำให้ทุกๆคนต่างหวาดกลัว
ฮูหยินหลี่ตกใจกับแรงกดดันที่แผ่ออกมาจากเฉินเซี่ยง
นักปรุงยาคนอื่นๆที่อยู่บนเวทีต่างก็เป็นเช่นเดียวกันกับนาง
“ถูกต้อง
แต่ท่าน…ท่านไม่มีเตาปรุงยาแล้ว!” ฮูหยินหลี่กล่าวในคำที่ทุกๆคนต้องการจะกล่าว!
เฉินเซี่ยงไม่มีเตาปรุงยาเหลือแล้ว…แล้วเขาจะสกัดกลั่นเม็ดยาต่อไปได้อย่างไร?
เฉินเซี่ยงยิ้มอย่างใส่ใจพลางกล่าว
“ผู้ใดกล่าวว่าการสกัดกลั่นเม็ดยานั้นต้องใช้เตาปรุงยา?”
อา…ไม่มีกฎข้อใดที่ระบุไว้ว่าการปรุงยานั้นจำเป็นต้องใช้เตาปรุงยา
แต่หากไม่ใช้เตาปรุงยาแล้ว…เช่นนั้นจะสกัดกลั่นเม็ดยาได้อย่างไร?
“ฮูหยินหลี่
รีบเอาสมุนไพรมาให้ข้าเร็วเข้า…เวลาไม่คอยท่า!” เฉินเซี่ยงดูจริงจัง
เหล่าคนดูต่างส่งเสียงพูดคุยอื้ออึง
เฉินเซี่ยงกำลังจะลงมือสกัดกลั่นเม็ดยาโดยไม่ใช้เตาปรุงยาซึ่งเม็ดยาก็คือเม็ดยาร้อยอสูรที่เป็นถึงเม็ดยาระดับลึกล้ำขั้นต่ำ
“เจ้าหนูนั่นต้องบ้าไปแล้วแน่ๆ
เขาจะสกัดกลั่นเม็ดยายังไงโดยไม่ใช้เตาปรุงยา?”
“ใช่…ข้าก็ไม่เคยได้ยินมาก่อนเหมือนกันว่าจะสกัดกลั่นยังไงโดยไม่ใช้เตาปรุงยา?”
“เขาต้องเสียสติไปแล้วแน่ๆ”
“ไม่ว่าเขาจะดิ้นรนยังไง…แต่เขาได้ถูกลิขิตให้พ่ายแพ้ที่นี่แล้ว!”
“…”
ทุกๆคนต่างพูดคุยกันถึงท่าทางของเฉินเซี่ยงทั้งยังไม่มีผู้ใดกล่าวถึงเขาในแง่ดีเลยแม้แต่น้อยเพราะพวกเขาต่างเชื่อว่าเฉินเซี่ยงนั้นไร้ซึ่งความหวังแล้ว
แต่เหล่าคนที่คุ้นเคยกับเฉินเซี่ยงต่างรู้กันดีว่ายิ่งเฉินเซี่ยงสงบมากไหร่เขาก็ยิ่งน่าสะพรึงกลัวมากเท่านั้น
หวินเสี่ยวเตาและเจ้าอ้วนต่างเคยเป็นประจักษ์พยาน! และนั่นทำให้พวกเขาตื่นเต้น
ถึงแม้พวกเขาไม่รู้ว่าเฉินเซี่ยงวางแผนจะทำอะไร…แต่เฉินเซี่ยงยังคงจะแข่งต่อ
“พี่เซียงเยว่
ท่านรู้หรือเปล่าว่าเฉินเซี่ยงวางแผนจะทำอะไร?” เมื่อเห็นท่าทางที่เปี่ยมไปด้วยความมั่นใจของเฉินเซี่ยง
หลิวเมิ่งเอ๋อก็แอบมีความสุข
ฮวาเซียงเยว่ส่ายหัว
คิ้วเรียวงามของนางขมวดหากันแน่น “ข้าก็ไม่รู้
หากเป็นข้าที่ตกอยู่ในสถานการณ์เดียวกัน ข้าคงทำได้อย่างฉิวเฉียด แต่ถึงอย่างนั้น
มันย่อมใช้เวลานานก่อนที่ข้าจะสามารถสกัดกลั่นเม็ดยาระดับลึกล้ำขั้นต่ำได้ อีกอย่างยังต้องใช้สิ่งเกื้อหนุนมากมายหลายสิ่ง”
ท่าทางมั่นใจของเฉินเซี่ยงราวกับจะบอกว่าเขาสามารถเอาชนะได้
แต่ด้วยประสบการณ์และภูมิความรู้ของเหล่าประมุขหรือกระทั่งผู้ยิ่งใหญ่ยังไม่ทราบว่าเฉินเซี่ยงจะใช้วิธีการอะไรในการผ่านการแข่งขันในรอบนี้…นับประสาอะไรกับเรื่องชนะ!
เฉินเซี่ยงรีบหยิบเอาสมุนไพรจากมือของฮูหยินหลี่อย่างรวดเร็วแล้วจัดการกับพวกมัน
เขามีเวลาเหลืออีกเพียงครึ่งชั่วโมง หากเขามีเตาปรุงยาให้ใช้ย่อมใช้เวลาประมาณ 1
ชั่วโมงในการสกัดกลั่นเม็ดยา
ยามนี้สายตาของทุกคนตรึงอยู่ร่างของเฉินเซี่ยงและเชื่อว่าเฉินเซี่ยงกำลังดิ้นรนอย่างสุดชีวิต
“อันธพาลน้อยเจ้าตั้งใจจะทำอะไร?”
ซูเหม่ยเหยาเองก็เดาไม่ออกว่าเฉินเซี่ยงวางแผนจะทำอะไร
ตัวนางนับเป็นอาจารย์ของเฉินเซี่ยงในด้านการปรุงยาแต่นางก็มั่นใจว่านางไม่ทราบว่าเฉินเซี่ยงจะสกัดกลั่นเม็ดยาได้อย่างไรโดยไม่ใช้เตาปรุงยา
เฉินเซี่ยงยามนี้กำลังจัดการกับสมุนไพรอย่างจริงจังที่สุดราวกับเขามีเตาปรุงยา
แต่ทุกๆคนต่างรู้ดีว่าเตาปรุงยาเสงเครงของเฉินเซี่ยงได้แตกออกเป็นเสี่ยงๆกระจุยกระจายเกลื่อนไปทั่วเวทีแล้ว
ผู้คนมากมายต่างยกย่องการอุทิศตัวให้กับการปรุงยาของเฉินเซี่ยง
แต่พวกเขายังคงเชื่อว่าเฉินเซี่ยงเพียงดิ้นรนอย่างสุดชีวิตเท่านั้น
เมื่อจัดการกับสมุนไพรเสร็จสิ้นเฉินเซี่ยงพลันยิ้มเล็กน้อยพลางกล่าวตอบคำถามของซูเหม่ยเหยา
“เตาปรุงยาอยู่ในใจข้า!”…………………………
Chapter
311 –
เตาปรุงยาจำแลง
เตาปรุงยาอยู่ในใจของเขา? ซูเหม่ยเหยารู้สึกมึนงงและเฉินเซี่ยงเองก็ไม่ได้อธิบายต่อ
ไม่นานซูเหม่ยเหยาก็เข้าใจสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้น
นางสังผัสได้ว่าเฉินเซี่ยงกำลังปลดปล่อยพลังวิญญาณอันทรงพลังที่ซ่อนอยู่ในจิตใต้สำนึกของเขา
พลังวิญญาณเช่นนี้นับเป็นสิ่งลึกลับ มันสามารถทำให้มนุษย์แปลงร่างเป็นนกหรือสัตว์อื่นๆได้
และในตอนนี้เฉินเซี่ยงเองก็กำลังพยายามสร้างเตาปรุงยาด้วยพลังวิญญาณ!
เฉินเซี่ยงมีความเข้าใจในโครงสร้างของเตาปรุงยา
เขาโคจรพลังวิญญาณเพื่อสร้างเป็นเตาปรุงยาไร้ลักษณ์ทั้งยังสลักข่ายพลังในด้านการปรุงยาช่วยเสริมเข้าไปด้วย
ข่ายพลังเหล่านี้นับว่าเป็นข่ายพลังธรรมดาทั่วไปซึ่งเห็นได้จากเตาปรุงยาคุณภาพต่ำตามท้องตลาด
นี่นับเป็นครั้งแรกที่เฉินเซี่ยงสลักข่ายพลังและยังนับเป็นครั้งแรกที่ใช้พลังวิญญาณในการสลักข่ายพลัง
เฉินเซี่ยงสลักข่ายพลังตามความทรงจำเสริมเข้าไปอย่างรวดเร็ว
แน่นอนว่าไม่มีใครเห็นสิ่งที่เฉินเซี่ยงทำเพียงแต่สามารถสัมผัสถึงมันได้เท่านั้น
เมื่อยามที่เฉินเซี่ยงเรียนรู้ทักษะการแปลงร่างมาจากหลงเสวี่ยอี๋
เขาต้องใช้พลังวิญญาณในการสร้างรูปแบบวิญญาณขึ้นภายในร่างกายเพื่อให้เขาสามารถสร้างพลังพิเศษได้
และยามนี้เขาก็ใช้วิธีการเดียวกันสลักลงในเตาปรุงยาซึ่งเขารู้ว่ามันจะสำเร็จ
ไม่มีผู้ใดรู้ว่าเฉินเซี่ยงกำลังทำอะไร
มีเพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่มีสัมผัสศักดิ์สิทธิ์ที่ทรงพลังอย่างที่สุดจึงจะสามารถสัมผัสถึงสัมผัสศักดิ์สิทธิ์ที่พิเศษเฉพาะบนเวทีได้
แต่มันกลับเป็นอะไรบางอย่างที่คล้ายๆกับสัมผัสศักดิ์สิทธิ์
ความรู้สึกที่ตรงกันข้ามเช่นนี้ทำให้เหล่าผู้ทรงพลังรู้สึกมึนงงและสับสน
“เยี่ยม”
เฉินเซี่ยงถอนหายใจเล็กน้อย พลังวิญญาณที่เฉินเซี่ยงปล่อยออกมาไม่ได้หลุดการควบคุม
เมื่อเขาออกคำสั่งพวกมันก็ก่อตัวขึ้นและแข็งตัวจนกลายเป็นเตาปรุงยาจำแลงที่สร้างมากจากพลังวิญญาณ
ขณะที่ผู้ชมที่กำลังจ้องมองเฉินเซี่ยงราวกับคนโง่อยู่นั้น
เฉินเซี่ยงกลับทำท่าทางเหมือนกำลังเปิดฝาเตา…แต่ที่เบื้องหน้าของเขากลับไม่มีสิ่งใดอยู่เลย
ทุกๆคนต่างเชื่อว่าเฉินเซี่ยงเสียสติจนกลายเป็นบ้าไปแล้ว
เมื่อทุกคนเห็นเช่นนั้นจึงพากันถอนหายใจ
พวกเขาทั้งหมดเชื่อว่าเฉินเซี่ยงได้รับความกระทบกระเทือนจากความพ่ายแพ้จนกลายเป็นคนบ้า
ยิ่งฮวาเซียงเยว่และหลิวเมิ่งเอ๋อเห็นเฉินเซี่ยงเป็นเช่นนั้น…หัวใจของพวกนางก็แตกสลาย
พวกนางเองต่างก็เชื่อว่าเฉินเซี่ยงจมลงสู่ความสิ้นหวังจนกลายเป็นคนบ้าไปแล้ว
พวกนางเกือบจะทะยานออกไปหาเฉินเซี่ยงเพียงแต่พวกนางกลับต้องตกใจในฉับพลัน
เพราะหลังจากที่เฉินเซี่ยงใส่สมุนไพรลงไป
สมุนไพรเหล่านั้นกลับลอยอยู่กลางอากาศราวกับมันอยู่ในเตาปรุงยาที่ไม่มีผู้ใดเห็นจริงๆ
เตาปรุงยาของเฉินเซี่ยงไม่สามารมมองเห็นได้ซึ่งนั่นย่อมทำให้ผู้คนเห็นถึงความเปลี่ยนแปลงภายในเตาปรุงยาได้อย่างชัดเจน
เมื่อเฉินเซี่ยงวางมือลงทั้งสองข้างลงบนเตาปรุงยา เปลวเพลิงเริ่มพลิ้วไหวไปมา
เปลวเพลิงพลิ้วไหวเป็นเกลียวจากด้านล่างขึ้นสู่ด้านบนราวกับมังกรเพลิงกำลังท่องทะยานไปเป็นวงกลมเข้าแผดเผาสมุนไพรในเวลาเดียวกัน
เพลิงเหล่านั้นขยายตัวขึ้นและหดตัวลงในฉับพลัน
ครอบคลุมเหล่าสมุนไพรภายในอย่างหมดจด ปรากฏเป็นฉากที่งดงามราวกับภาพวาด
เหล่านักปรุงยาที่อยู่บนเวทีต่างผงะโดยไร้ซึ่งข้อยกเว้น
พวกเขาต่างตกใจที่ได้เห็นเตาปรุงยาจำแลงของเฉินเซี่ยงและรู้สึกเย็นวาบที่ลำคอ
พวกเขาต่างเป็นประจักษ์พยานกับฉากที่ประหลาดและน่าอัศจรรย์ที่เบื้องหน้าในยามนี้
นี่นับเป็นครั้งแรกของผู้คนมากมายที่ได้เห็นกระบวนการสกัดกลั่นเม็ดยาซึ่งมันทำให้พวกเขากระจ่างถึงวิธีการสกัดกลั่นสมุนไพร
“ขะ…เขาทำแบบนั้นได้ยังไง?”
ฮวาเซียงเยว่กล่าวขึ้นด้วยความประหลาดใจ
นางสัมผัสได้ถึงพลังไร้ลักษณ์ที่แปลกประหลาดเป็นอย่างมากที่เบื้องหน้าของเฉินเซี่ยง
มันดูเหมือนสัมผัสศักดิสิทธิ์แต่กลับไม่ใช่
นางมั่นใจว่าเฉินเซี่ยงใช้สัมผัสศักดิ์สิทธิ์แปลกๆสร้างเตาปรุงยาไร้ลักษณ์ขึ้นมา
สัมผัสศักดิ์สิทธิ์แปลกประหลาดนั่นไม่นับว่าแข็งแกร่งแต่ก็ไม่ได้อ่อนแอซะทีเดียว
มันสามารถกักกันเพลิงที่รุนแรงของเฉินเซี่ยงได้โดยไม่มีความร้อนเล็ดลอดออกมาภายนอกเลยแม้แต่น้อย
เมื่อเหล่าสมุนไพรกลายเป็นเถ้าถ่าน ปราณสมุนไพรที่พวกมันปลดปล่อยออกมาก็รุนแรงมากขึ้น
แต่ถึงอย่างนั้นมันกลับไม่สามารถทำลายสัมผัสศักดิ์สิทธิ์นั่นออกมาได้
“เยี่ยมมากเจ้าหนู
เจ้าทำให้ข้านับถือ!” ซูเหม่ยเหยากล่าวยกย่อง ในยามสกัดกลั่นเม็ดยา
ตราบใดที่ปราณสมุนไพรไม่เล็ดลอดสูญเปล่าย่อมสกัดกลั่นเม็ดยาได้แม้จะใช้เพียงเตาปรุงยาคุณภาพต่ำ
ในหมู่ข่ายพลังที่อ่อนด้อยของเฉินเซี่ยงที่สลักลงไปในเตาปรุงยา
บางอันสะกดข่มปราณสมุนไพรได้ ส่วนบางอันก็สามารถควบคุมอุณหูมิได้
เฉินเซี่ยงตั้งชื่อเตาปรุงยานี้ว่า ‘เตาปรุงยาจำแลง’
แม้ว่ามันจะเป็นเพียงเตาปรุงยาธรรมดาแต่มันก็ยังดีกว่าเตาปรุงยาเสงเครงนั่นหลายขุม
ทุกคนต่างมองเฉินเซี่ยงในการสกัดกลั่นเม็ดยาที่เบื้องหน้าอย่างว่างเปล่า
เหล่าผู้ชมต่างเห็นปราณสมุนไพรหลากสีที่แผ่ออกมาจากสมุนไพรในขณะสมุนไพรเหล่านั้นถูกอบได้อย่างชัดเจน
ปราณสมุนไพรอันรุนแรงพวกนั้นพุ่งขึ้นไปด้านบนใกล้กับฝาเตาปรุงยา
เหล่านักปรุงยามากมายต่างเข้าใจเพียงมองชั่วครู่
เหล่าปราณสมุนไพรหลากสีเคลื่อนไหวรุนแรงขึ้นสู่ด้านบนก่อนจะโรมรันพัวพันเข้าด้วยกัน
แต่ปราณสมุนไพรเหล่านั้นกลับถูกสกดข่มด้วยพลังไร้ลักษณ์และบังคับให้พวกมันผสานเข้าด้วยกันจนกลายเป็นหมอกสีเขียวในท้ายที่สุด
ถึงแม้รูปลักษณ์ของมันจะงดงามแต่ทุกคนย่อมบอกได้ว่าหมอกนั่นรุนแรงเป็นอย่างมาก
ถึงแม้ทุกคนจะไม่เห็นเตาปรุงยา
แต่พวกเขากลับเห็นว่าเตาปรุงยาจำแลงนั่นประกอบไปด้วยชั้น 3 ชั้น
ชั้นนอกสุดทำหน้าที่ทำให้เม็ดยาแข็งตัว ชั้นกลางทำหน้าที่เผาสมุนไพร
และชั้นล่างเป็นชั้นที่ทำหน้าที่ปลดปล่อยเพลิงออกมา นั่นนับเป็นโครงสร้างของเตาปรุงยาที่พื้นฐานเป็นอย่างมาก
ผู้คนเกือบทุกคนต่างทราบถึงเรื่องนี้เพียงมองแค่ครู่เดียว
เปลวเพลิงค่อยๆหดตัวเล็กลงอย่างช้าๆ
ผงสีเขียวเป็นประกายค่อยๆปรากฏขึ้นที่ชั้นกลาง
ผงเหล่านั้นคือผงสมุนไพรซึ่งเป็นผลลัพธ์ที่ได้จากการอบสมุนไพรอย่างระมัดระวัง
เมื่อผงสมุนไพรรวมตัวกันจนครบ
พวกมันก็ถูกพลังที่มองไม่เห็นดึงดูดขึ้นไปที่ชั้นบนสุดก่อนจะเริ่มผสานเข้ากับปราณสมุนไพรที่รุนแรงเหล่านั้น
ทันทีที่ผงสมุนไพรและปราณสมุนไพรผสานเข้ากัน
พลังของพวกมันพลันรุนแรงมากขึ้น เหล่านักปรุงยาที่จับจ้องอยู่ต่างกลั้นหายใจ ถึงแม้พวกเขาจะเข้าใจเป็นอย่างดีว่ากระบวนการที่เป็นอยู่นี้เป็นสิ่งที่ยากที่สุดของการสกัดกลั่น
แต่นี่กลับเป็นครั้งแรกที่พวกเขาได้เห็นสิ่งที่เกิดขึ้นด้วยตาของตนเอง
ความรู้สึกในยามนี้ช่างแตกต่างจากเมื่อยามที่พวกเขาใช้เพียงสัมผัสศักดิ์สิทธิ์ตรวจสอบสิ่งที่เกิดขึ้นภายในเตาปรุงยา
นักปรุงยาเหล่านั้นต่างตกตะลึงกับทักษะการปรุงยาของเฉินเซี่ยงอย่างยิ่งยวด
เหล่าผู้เชี่ยวชาญต่างคิดว่าว่ามันคืองานศิลปะ และเหล่าผู้ชมต่างสนุกสนานไปกับมัน
ถึงแม้เหล่านักปรุงยาจะตกตะลึงแต่พวกเขาก็ดูการปรุงยาของเฉินเซี่ยงอย่างตั้งใจ
เมื่อยามที่เฉินเซี่ยงสกัดกลั่นเม็ดยา
แม้แต่ผงสมุนไพรหรือปราณสมุนไพรเขาก็ไม่ยอมให้มันเล็ดลอดออกมาแม้เพียงนิด
ทั้งเมื่อยามที่เขาอบสมุนไพรเขาก็ทำมันด้วยความประณีตเป็นอย่างมาก
นั่นจึงทำให้เขาได้ผงสมุนไพรและปราณสมุนไพรมากกว่าปกติ
แต่ด้วยได้ปราณสมุนไพรและผงสมุนไพรมากกว่าปกติ
เมื่อยามที่ต้องผสานพวกมันเข้าด้วยกันพลังของมันก็ทวีความรุนแรงมากขึ้น
ซึ่งนั่นไม่ได้ส่งผลดีต่อการควบแน่นเม็ดยา
และตอนนี้เฉินเซี่ยงก็ได้เข้าสู่ขั้นตอนการควบแน่นเม็ดยาแล้ว
ดวงตาคู่งามของหลิวเมิ่งเอ๋อจับจ้องที่เตาปรุงยาของเฉินเซี่ยง
นางเองก็ทราบถึงวิธีการสกัดกลั่นเม็ดยาระดับต่ำ
เมื่อนางได้เห็นวิธีการอันลึกลับของเฉินเซี่ยง นางอดนับถือเขาไม่ได้
ใบหน้าอันเป็นห่วงกังวลของนางหายไปและแทนที่ด้วยรอยยิ้มที่งดงาม
“พี่เซียงเยว่
ท่านพูดถูก! ศักยภาพของอันธพาลน้อยช่างยิ่งใหญ่นัก
ท่านบังคับให้เขาใช้ไพ่ตายออกมาอย่างคาดไม่ถึง!”
หลิวเมิ่งเอ๋อยิ้มเล็กน้อยพลางกล่าว
“ข้าก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเขาจะทำแบบนี้
ตอนแรกข้าคิดเพียงว่าเตาปรุงยาของเขาจะไม่ระเบิดและสามารถใช้มันสกัดกลั่นเม็ดยาได้ในท้ายที่สุด
แต่เขากลับทำให้ข้าประหลาดใจเป็นอย่างมาก!”
ฮวาเซียงเยว่เองก็เป็นนักปรุงยาเช่นเดียวกัน
ยามนี้นางไม่ได้มองเตาปรุงยาจำแลงของเฉินเซี่ยง
แต่นางมองที่ทักษะการปรุงยาที่สมบูรณ์แบบของเฉินเซี่ยง
ดวงตาของเหล่านักปรุงยาระดับ
6 และ 7 ที่อยู่ในลานกว้างเกือบถลนออกจากเบ้า
เพราะไม่เพียงเฉินเซี่ยงจะสกดข่มปราณสมุนไพรอันรุนแรงพวกนั้นได้แต่เขายังแบ่งมันออกเป็น
10 ส่วน!
10
ส่วนนั้นหมายถึงเม็ดยา 10เม็ด! โดยปกติแล้วการสกัดกลั่นเม็ดยาร้อยอสูรได้ 6 หรือ 7
เม็ดย่อมเป็นขีดจำกัดแล้ว! ทั้งการที่จะได้เม็ดยา 6 หรือ 7
เม็ดย่อมอยู่ในเงื่อนไขที่ใช้เตาปรุงยาที่มีคุณภาพดีอย่างที่สุด!
แต่ไม่ว่าผู้ใดจะกล่าวอะไร เฉินเซี่ยงในยามนี้ล้วนแสดงให้เห็น
ยิ่งด้วยเตาปรุงยาของเฉินเซี่ยงในยามนี้ย่อมทำให้พวกเขารู้สึกอับอาย
ทันใดนั้นกลุ่มของปราณสมุนไพรสีเขียวครามก็เริ่มหมุนวนและบรรจบเข้าหากันอย่างช้าๆ
เพลิงในชั้นกลางของเตาปรุงยาบ้างลุกโหมบ้างหดตัว
การควบคุมของเฉินเซี่ยงช่างละเอียดอ่อนนัก กลุ่มพลังงานสีครามทั้ง 10
กลุ่มบ้างหมุนวนรวดเร็ว บ้างหมุนช้า
เฉินเซี่ยงกำลังควบคุมพวกมันอย่างสงบและตรวจสอบสิ่งที่เกิดขึ้นภายในเตาปรุงยา
ยามนี้ยังเหลือทรายอยู่ในนาฬิกาทรายอีกเป็นจำนวนมาก
แต่ทันใดนั้นกลุ่มพลังงานสีครามทั้ง 10
กลับผสานเข้าหากันก่อนจะหายไปภายในพริบตาและปรากฏเป็นเม็ดยาเรืองแสงสีครามจำนวน 10
เม็ดในท้ายที่สุด!
“สำเร็จ!”
เฉินเซี่ยงตะโกนลั่น ยามนี้ยังเหลือเวลาอีกครึ่งชั่วโมง
ลานกว้างอันเงียบสงัดพลันก้องไปด้วยน้ำเสียงอันตื่นเต้นของเฉินเซี่ยง
เฉินเซี่ยงสกัดกลั่นเม็ดยาได้สำเร็จโดยที่ไม่ใช้เตาปรุงยาทั้งยังใช้เวลาเพียงครึ่งชั่วโมงเท่านั้น!…………………………………………………….
Chapter
312
เปล่งประกาย
เฉินเซี่ยงดึงดูดเอาเศษเตาปรุงยาที่กระจายเกลื่อนพื้นของเขากลับมา
แม้ก่อนหน้านี้ทุกๆคนต่างคิดว่าเฉินเซี่ยงสิ้นหวังแล้ว
แต่ในช่วงวิกฤตนั่นเองที่เฉินเซี่ยงไม่เพียงจะพลิกสถานการณ์แต่เขายังผ่านเข้าสู่รอบต่อไปอย่างงดงาม!
ฮูหยินหลี่และนักปรุงยาระดับ
7 คนอื่นๆต่างร่วมกันตรวจสอบเม็ดยาร้อยอสูรของเฉินเซี่ยงอย่างรอบคอบ
เม็ดยาของเฉินเซี่ยงแต่ละเม็ดนับว่ามีคุณภาพสูงสุดทั้งยังดีกว่านักปรุงยาคนอื่นๆบนเวทีอย่างเทียบไม่ติด
นั่นทำให้เหล่านักปรุงยาโง่งมเมื่อครู่ถึงกับกล่าวไม่ออก
เฉินเซี่ยงกลายเป็นดาวเด่นขึ้นมาอีกครั้ง ด้วยนักปรุงยาระดับ 5
ขั้นต่ำเพียงคนเดียวกลับเอาชนะเหล่านักปรุงยาระดับ 6 มาถึง 3
รอบซ้อนจนทำให้ผู้ชมต่างคิดว่าเหล่านักปรุงยาระดับ 6 นั้นด้อยกว่าเฉินเซี่ยง
“เม็ดยาระดับสูงสุด…นับว่าทิ้งห่างเกินกว่าชายชราผู้นี้จะไล่ตามนัก!
การปรุงยาที่ไร้ซึ่งเตาปรุงยา…แม้เป็นข้าย่อมนับว่ายากที่จะทำเช่นนั้น!”
ชายชราถอนหายใจด้วยความอับอายพลางกล่าว
เหล่าชายชราคนอื่นๆก็พยักหน้าเชิงเห็นด้วย
ไม่มีผู้ใดกล้ากล่าวว่าเฉินเซี่ยงโกงเพราะทุกกระบวนการของการสกัดกลั่นเม็ดยาร้อยอสูรนั่นกระจ่างแก่สายตาของทุกคน
การได้เห็นกระบวนการการปรุงยาทั้งหมดอย่างชัดเจนนับเป็นการเปิดหูเปิดตาแก่เหล่าผู้ชมทุกคน
แม้เฉินเซี่ยงจะใช้เวลาเพียงครึ่งชั่วโมงในการสกัดกลั่นเม็ดยา
แต่เหล่าผู้ชมหลายต่างต่างรู้สึกราวกับว่าตนกำลังดูละครตอนยาวอยู่
พวกเขาไม่รู้สึกถึงเวลาที่ผ่านเลยไป
ทุกๆคนต่างจับจ้องอยู่กับทักษะการปรุงยาที่เกิดขึ้นภายในเตาปรุงยาของเฉินเซี่ยง
การได้เห็นนับเป็นเรื่องหนึ่ง
แต่การสกัดกลั่นก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง
แม้เฉินเซี่ยงจะแสดงให้เห็นถึงวิธีการในการสกัดกลั่นเม็ดยาร้อยอสูรให้ได้ในระดับสูงสุดต่อหน้าเหล่านักปรุงยามากมาย
แต่นั่นนับเป็นเรื่องยากที่พวกเขาจะสกัดกลั่นเม็ดยาให้ได้ผลลัพธ์เช่นนั้น
เพราะนักปรุงยาจำเป็นต้องมีทักษะการควบคุมเพลิงที่สมบูรณ์แบบและยังต้องควบคุมสัมผัสศักดิ์สิทธิ์ได้อย่างประณีต
แต่ไม่ว่าจะมีประสบการณ์มากมายขนาดไหน…สิ่งที่สำคัญที่สุดย่อมเป็น
‘พรสวรรค์’!
ยามนี้เหลือนักปรุงยาเพียง
15 คนบนเวทีแข่งขันระดับสูง การแข่งขันในรอบที่ 4 นับเป็นการแข่งขันรอบสุดท้าย
เฉินเซี่ยงและเหล่านักปรุงยาที่เหลือต่างตึงเครียด
ผู้เข้าแข่นขันทุกคนยังต้องสกัดกลั่นเม็ดยาอีกครั้งเพียงแต่ความยากของมันย่อมมากกว่าทั้ง
3 รอบที่ผ่านมา เฉินเซี่ยงเพียงคุ้นเคยและสกัดกลั่นเม็ดยาได้สำเร็จด้วยเตาปรุงยาจำแลงเมื่อครู่ทั้งเม็ดยาที่เฉินเซี่ยงสกัดกลั่นยังเป็นเพียงเม็ดยาร้อยอสูร
หากเขาต้องสกัดกลั่นเม็ดยาสร้างรากฐานหรือเม็ดยาวิญญาณธาตุย่อมนับเป็นเรื่องยาก
ยามนี้คือช่วงพัก
เฉินเซี่ยงไม่ได้เหน็ดเหนื่อยจากการสกัดกลั่นเม็ดยาเมื่อครู่เพราะมันเผาผลาญพลังวิญญาณของเขาไปเพียงเล็กน้อยเท่านั้น
ตราบใดที่พลังวิญญาณที่เฉินเซี่ยงใช้ออกไม่สลายไป
เขาย่อมดึงมันกลับมาและใช้ได้อีกครั้ง
“พี่ใหญ่เฉินน่าเกรงขามเกินไปแล้ว
ข้ารู้ว่าเขาต้องมีวิธี! และเขาก็ทำได้อีกครั้ง
ถึงข้าจะเตรียมใจไว้แล้วแต่ข้าก็ยังประหลาดใจอยู่ดี” หวินเสี่ยวเตากล่าวพลางหัวเราะ
“สำหรับน้องเฉินแล้ว…การสกัดกลั่นเม็ดยาร้อยอสูรนับเป็นเรื่องง่าย
เมื่อกลับยังที่นิกายแล้วข้าจะให้สมุนไพรกับน้องเฉินไปสกัดกลั่นอย่างแน่นอน”
เจ้าอ้วนกล่าวกลั้วหัวเราะพลางถูมือไปมา
“หากน้องเฉินช่วยข้าสกัดกลั่นเม็ดยาได้ทุกวัน…มันจะดีขนาดไหนกันนะ”
“หุบปากไปเลย
พี่ใหญ่เฉินจะเสียเวลาไปช่วยเจ้าสกัดกลั่นเม็ดยาเฮงซวยของเจ้าได้ยังไง?”
หวินเสี่ยวเตากล่าวพลางเตะเจ้าอ้วน
ชูเหว่ยหลงขมวดคิ้วพลางกล่าว
“รอบต่อไปต้องยากมากแน่ เฉินเซี่ยงน่าจะต้องใช้สัมผัสศักดิ์สิทธิ์ปริมาณมาก
บางทีเขาอาจจะเผาผลาญสัมผัสศักดิ์สิทธิ์ไปจนเกือบหมดแล้วก็ได้”
ในยามนี้เสียงพูดคุยภายในลานกว้างยังคงดังเซงแซ่และไม่มีท่าทีว่าจะเบาลงเลยแม้แต่น้อย…
“ท่านประมุข
ดูเหมือนอาจารย์เองก็น่าจะไม่รู้วิธีการใช้สัมผัสศักดิ์สิทธิ์แปลกๆนั่น”
หวู่ไคหมิงกล่าว อาจารย์ที่กล่าวถึงคือศิษย์พี่ของเฉินเซี่ยง
ทั้งเฉินเซี่ยงและศิษย์พี่ต่างได้รับสืบทอดมากจากตาแก่บ้านั่น
หวู่ไคหมิงจึงเดาว่าสิ่งที่เฉินเซี่ยงทำย่อมเป็นตาแก่บ้านั่นสอนให้
“สิ่งนั้นน่าเกรงขามมากกว่าหากเทียบกับสัมผัสศักดิ์สิทธิ์
มันสมควรเป็นบางอย่างที่แปลงมาจากสัมผัสศักดิ์สิทธิ์ซึ่งมันสามารถอธิบายได้ว่าเหตุใดมันถึงมีคุณสมบัติบางอย่างของสัมผัสศักดิ์สิทธิ์
แต่มันก็ไม่เหมือนกันซะทีเดียว!
ถึงแม้ว่ามันอาจจะเป็นไปได้ที่จะทำให้สัมผัสศักดิ์สิทธิ์แข็งตัวเพื่อปิดล้อมเพลิงเอาไว้
แต่ย่อมไม่มีทางที่มันจะเสถียรอยู่ได้! เมื่อตอนที่อาจารย์อาปลดปล่อยมันออกมา เขาก็ดึงเอามันกลับไปโดยไม่สลายเลยแม้แต่น้อย!”
กู่ตงเฉินเองก็ไม่สามารถระบุว่าเฉินเซี่ยงใช้สิ่งใด
มีเพียงการบ่มเพาะเสินเต้าเท่านั้นที่ทำให้เฉินเซี่ยงได้ครอบครองพลังวิญญาณ
เหล่าผู้ที่บ่มเพาะเสินเต้านับว่ามีน้อยจนน่าใจหาย
ดังนั้นจึงไม่ผู้ใดในที่แห่งนี้ทราบว่าสิ่งที่เฉินเซี่ยงใช้นั้นคืออะไร
“ไง…ตอนนี้เจ้าตระหนักถึงอำนาจของพลังวิญญาณหรือยัง? นี่กล่าวได้ว่าเจ้าเพียงใช้แค่
1 ใน 72 การแปลงเท่านั้น การแปลงเช่นนี้ไม่ได้แปรเปลี่ยนร่างกายของเจ้า
แต่มันแปรเปลี่ยนพลังงานวิญญาณที่เจ้าปลดปล่อยออกมาแทน
หากผู้ใดก็ตามที่บรรลุระดับความเชี่ยวชาญขั้นสูง
คนเหล่านั้นย่อมสรรค์สร้างมังกร…หรือกระทั่งโลกทั้งใบได้เลยทีเดียว!” คำกล่าวของหลงเสวี่ยอี๋ทำให้เฉินเซี่ยงตกตะลึง
สร้างโลกทั้งใบ…นั่นมันต้องใช้พลังวิญญาณขนาดไหนถึงทำแบบนั้นได้!?
“ฮี่ฮี่
อย่าได้ตกใจไป
บางทีโลกที่พวกเราอาศัยอยู่นี้อาจจะถูกสร้างโดยใครบางคนก็ที่ทรงพลังก็ได้!”
คำกล่าวของหลงเสวี่ยอี๋ทำให้เฉินเซี่ยงหวาดกลัว
โลกใบนี้ยิ่งใหญ่เหลือคณา
ไม่มีผู้ใดรู้ว่าในโลกใบนี้มีสิ่งแปลกๆอะไรบ้าง!
ดังนั้นตอนนี้เฉินเซี่ยงจึงตระหนักถึงความน่าเกรงความของเสินเต้า
ทั้งยังเข้าใจว่าเหตุใดมังกรที่เกิดมาถึงได้ทรงพลังนัก
ชั้นบนสุดของหอคอยดันเซี่ยง…
ฮวาเซียงเยว่ต้องข่มแรงกระตุ้นที่อยากออกไปหาเฉินเซี่ยงอยู่หลายครั้ง
นางอยากรู้เฉินเซี่ยงทำยังไงถึงทำให้ผลลัพธ์ออกมาเป็นเช่นนั้นได้
ทั้งฮวาเซียงเยว่และหลิวเมิ่งเอ๋อเองต่างก็พูดคุยถึงรายละเอียดต่างๆ
แต่สุดท้ายผลสรุปก็คือเฉินเซี่ยงมีทักษะพิเศษเฉพาะซึ่งทำให้เขาบ่มเพาะสัมผัสศักดิ์สิทธิ์แปลกๆนั่นได้
“เซียงเยว่
การแข่งขันรอบต่อไปจะเป็นยังไง?” หลิวเมิ่งเอ๋อกล่าว
เมื่อเฉินเซี่ยงก้าวผ่านมาในระดับนี้แล้ว นางก็ไม่อยากให้เฉินเซี่ยงต้องล้มเหลว
ฮวาเซียงเยว่ยิ้มอย่างลึกลับ
“รออีกไม่นานเจ้าก็จะรู้
รอบสุดท้ายนี้นับเป็นการทดสอบที่ยากที่สุดที่ข้าออกแบบมาเพื่อเขาเลยหล่ะ รอบสุดท้ายนี้จะทำให้เขางัดทุกอย่างที่มีออกมาใช้…
แต่จริงๆแล้ว เมื่อครู่ข้าคิดว่าเขาอาจไม่ได้ไปต่อในรอบสุดท้าย”
เฉินเซี่ยงมองไปยังเศษเตาปรุงยาที่กระจัดกระจายอยู่พื้น
เมื่อยามที่เขาได้มันมาเขารู้สึกโกรธมาก แต่เมื่อคิดดีๆแล้วหากไม่ใช่เพราะมัน
เขาอาจจะไม่พบว่าพลังวิญญาณก็สามารถนำมาใช้เช่นนี้ได้
ถึงแม้เฉินเซี่ยงจะใช้ความสามารถของพลังวิญญาณบนเวทีการแข่งขันนี้
แต่บางที…วิธีการเช่นนี้อาจจะยังต้องใช้ในอนาคต
ตอนนี้เฉินเซี่ยงก็ทราบแล้วว่าสามารถใช้พลังวิญญาณทำเช่นนั้นได้
เฉินเซี่ยงตั้งใจจะแบ่งเวลาของเขาเพื่อบ่มเพาะเสินเต้าตามที่หลงเสวี่ยอี๋กล่าวเอาไว้
เมื่อเวลาพักหมดลง
ทุกๆคนต่างเฝ้ารอรายละเอียดของการแข่งขันรอบต่อไป
ทั้งอยากเห็นเฉินเซี่ยงใช้เตาปรุงยาจำแลงอีกครั้งโดยเฉพาะเหล่านักปรุงยาที่กำลังดูชมอยู่
พวกเขาย่อมสามารถเรียนรู้ได้มากมายหลายสิ่งจากการดูกระบวนการปรุงยาของเฉินเซี่ยงซ้ำสอง
และที่สำคัญมันยังน่าสนใจกว่าการดูนักปรุงยาใช้เตาเสงเครงพวกนั้นสกัดกลั่นเม็ดยา
เฉินเซี่ยงรู้สึกกดดันเล็กน้อยขณะที่กำลังรอให้ฮูหยินหลี่ประกาศรายระเอียดของการแข่งขันรอบต่อไป
“การแข่งขันรอบสุดท้ายของเวทีระดับสูงกำลังจะเริ่มขึ้น!
ในรอบนี้ ทุกๆท่านจะต้องท้าทายกับขีดจำกัดในการปรุงยาของตน
พวกท่านต้องใช้เตาปรุงยาที่จับสลากได้ก่อนหน้านี้เพื่อสกัดกลั่นเม็ดยาระดับลึกล้ำขั้นต่ำจำนวน
3 ชนิด ผู้ชนะในการแข่งขันในรอบนี้จะตัดสินจากเม็ดยาที่พวกท่านสกัดกลั่น!”
คำกล่าวของฮูหยินหลี่ทำให้หัวใจของเฉินเซี่ยงตกลงไปอยู่ตาตุ่ม
เฉินเซี่ยงสามารถสกัดกลั่นเม็ดยาระดับลึกล้ำขั้นต่ำได้
3 ประเภทก็จริง เพียงแต่ตอนนี้เขามีสมุนไพรสำหรับเม็ดยาเพียง 2
ชนิดเท่านั้นซึ่งก็คือเม็ดยาร้อยอสูรและเม็ดยาวิญญาณธาตุ
แต่สมุนไพรสำหรับเม็ดยาพื้นฐานแท้จริงนั้น เฉินเซี่ยงยังขาดผลรากครามอยู่ ก่อนหน้านี้ที่เขาไปทดสอบเป็นนักปรุงยาระดับ
5 ก็เป็นฮูหยินหลี่เป็นผู้มอบให้
“พวกท่านจะต้องใช้สมุนไพรของท่านเอง…เริ่มเตรียมตัวได้!
ข้าคิดว่าพวกท่านสมควรเตรียมสมุนไพรจนครบพร้อมก่อนจะมาที่นี่แล้ว!”
ฮูหยินหลี่กล่าว
เฉินเซี่ยงเริ่มรู้สึกเสียใจ…เสียใจที่ไม่ได้เอาผลรากครามมาด้วยก่อนที่เขาจะมาที่นี่
หากเขาสกัดกลั่นเม็ดยาได้เพียง 2 ชนิดเขาต้องแพ้แน่
ถึงแม้เม็ดยาวิญญาณธาตุจะมีราคาแพงมากแต่เม็ดยาร้อยอสูรก็มีราคาถูกมากเช่นเดียวกัน
อีกอย่างคนอื่นๆย่อมสามารถสกัดกลั่นเม็ดยาได้ 3 ชนิด
“ข้าจะทำยังไงดี!”
เฉินเซี่ยงกล่าวถามซูเหม่ยเหยาและคนอื่นๆ
“จริงๆแล้วข้าไม่อยากให้เจ้าเรียนทักษะการปรุงยานั่นเร็วนัก
แต่ในเมื่อพื้นฐานของเจ้าดีอยู่แล้วทั้งสัมผัสศักดิ์สิทธิ์ของเจ้าก็แข็งแกร่ง
เช่นนั้นข้าจะสอนมันให้แก่เจ้า!” ซูเหม่ยเหยากล่าว
“ทักษะอะไร?”
เฉินเซี่ยงแอบยินดีอยู่ในใจเพราะเขายังคงมีทางออกเหลืออยู่
“เจ้าคิดว่าคนอย่างผู้อาวุโสเม็ดยาจะรวบรวมสมุนไพรสำหรับเม็ดยาระดับสูงมากมายเพื่อฝึกฝนการปรุงยาระดับสูงรึเปล่า? เปล่าเลย…สมุนไพรสำหรับเม็ดยาระดับนั้นหาได้ยากกว่าสมุนไพรสำหรับเม็ดยาวิญญาณธาตุมาก
เมื่อเหล่านักปรุงยาบรรลุในระดับสูงพวกเขาย่อมต้องสกัดกลั่นเม็ดยาที่ไม่คุ้นเคยอยู่บ่อยๆ
และด้วยทักษะที่ข้ากำลังจะสอนให้เจ้า
มันจะทำให้เจ้ามีโอกาสสกัดกลั่นเม็ดยาที่เจ้าไม่เคยสกัดกลั่นมาก่อนได้สำเร็จถึง
50% เลยทีเดียว!” ซูเหม่ยเหยากล่าว
เฉินเซี่ยงตกตะลึง
นี่มันคือการปรุงยาที่ต่างไปจากที่เขาเคยรู้จักมาก่อน……………………..
Chapter
0313
ทักษะจำลองการสกัดกลั่น
ตามความเข้าใจของเฉินเซี่ยง
ยิ่งเม็ดยามีระดับสูงขึ้นการสกัดกลั่นก็ยิ่งยากขึ้นด้วย
นักปรุงยากต้องลองสกัดกลั่นเม็ดยาหลายต่อหลายครั้งก่อนที่พวกเขาจะทำสำเร็จ
แต่ตามที่ซูเหม่ยเหยากล่าว ตั้งแต่เริ่มสกัดกลั่น…นักปรุงยาจะมีโอกาสสกัดกลั่นสำเร็จถึง
50% โดยที่พวกเขาไม่เคยสัดกลั่นเม็ดยาระดับสูงมาก่อน!
นั่นนับเป็นเรื่องยากยิ่งที่เฉินเซี่ยงจะยอมรับได้
เพราะเมื่อเฉินเซี่ยงคุ้นเคยกับการสกัดกลั่นเม็ดยาวิญญาณธาตุและเม็ดยาสร้างรากฐานแล้ว
ยามที่เขาสกัดกลั่นเม็ดยาร้อยอสูรกลับไม่มีโอกาสสำเร็จถึง 50% ตั้งแต่เริ่มเลย
“หลิวเมิ่งเอ๋อกำลังรวบรวมสมุนไพรเพื่อให้นักปรุงยาสกัดกลั่นเม็ดยาแบบเดิมพันความสำเร็จ
สมุนไพรของนางหาได้ยากยิ่งกว่าสมุนไพรของเม็ดยาสร้างรากฐานทั้งช่วงเวลาในการเจริญเติบโตของมันยังยาวนานเป็นอย่างมาก
หากพวกเราทำตามวิธีการสกัดกลั่นเม็ดยาที่เป็นพื้นฐานที่สุด
เหล่านักปรุงยาต้องใช้เวลาร่วมหมื่นปีเพื่อเก็บรวบรวมสมุนไพร
หรือให้กล่าว…แม้จะใช้เวลาหนึ่งแสนปี ย่อมไม่มีนักปรุงยาคนใดบรรลุไปถึงระดับ
“บรรพบุรุษเม็ดยา” ได้” ซูเหม่เหยาอธิบายซ้ำอีกครั้ง
เฉินเซี่ยงพยักหน้า
ก่อนหน้านี้เฉินเซี่ยงมีข้อสงสัยว่าเหล่านักปรุงยาระดับสูงนั้นสามารถบรรลุไปถึงระดับนั้นได้อย่างไร
นักปรุงยาต้องสะสมสมุนไพรขนาดไหน… มันจะไม่ดูเหลือเชื่อเกินไปหรือ? โดยเฉพาะสมุนไพรสำหรับเม็ดยาระดับพิภพและสวรรค์
ซึ่งพวกมันไม่ได้ถูกพบเมื่อใดก็ตามที่เราปรารถนา
“ทักษะนี้ต้องใช้สัมผัสศักดิ์สิทธิ์และความเข้าใจในการปรุงยาสูงมาก
เมื่อยามที่เจ้าใช้ทักษะนี้ เจ้าจะเข้าสู่สถานะที่แม่นยำอย่างที่สุด
เจ้าจะจำลองการปรุงยาขึ้นภายในห้วงความคิดของเจ้าซึ่งมันเรียกว่า
‘ทักษะจำลองการสกัดกลั่น’ เหล่านักปรุงยาระดับสูงมากมายจำเป็นเชี่ยวชาญมัน
โดยปกติแล้วเมื่อยามที่นักปรุงยาเริ่มเรียนรู้ทักษะนี้
พวกเขาจะใช้มันในยามที่สกัดกลั่นเม็ดยาระดับพิภพขั้นต่ำ
หากเจ้าใช้ทักษะนี้ได้อย่างเชี่ยวชาญ
อย่างน้อยๆเจ้าก็จะสามารถสกัดกลั่นเม็ดยาระดับพิภพขั้นกลางได้”
แม้ชื่อเรียกขนาของทักษะนี้จะธรรมดาเป็นอย่างมาก
แต่เฉินเซี่ยงก็ยอมรับว่ามันคือทักษะที่ยากจะเชี่ยวชาญ
นักปรุงยาจำต้องจำลองการสกัดกลั่นเม็ดยาล่วงหน้าในขณะที่พวกเขากำลังสกัดกลั่นเม็ดยานั้นๆอยู่
ซึ่งสมองของพวกเขาต้องแยกแยะสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นในอนาคตและปรับกระบวนการการปรุงยาของพวกเขาเพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาที่กำลังจะได้พบ
“เจ้าจะใช้ทักษะนี้ในการสกัดกลั่นเม็ดยาธาตุแท้จริง
ตอนนี้ยังพอเหลือเวลาอยู่บ้าง ข้าสอนทักษะนั้นให้แก่เจ้า
เจ้าจำต้องคุ้นเคยกับคุณสมบัติอันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะของสมุนไพรและเข้าใจในตัวพวกมัน
กาปรุงยาของเจ้าละเอียดอ่อนกว่านักปรุงยาคนอื่นๆมาก
มีอยู่หลายครั้งที่ข้าอิจฉาเจ้าและนั่น…ทำใหข้าเชื่อว่าเจ้าพร้อมสำหรับทักษะนี้
อีกอย่าง เจ้ายังเป็นผู้บ่มเพาะเสินเต้า
ดังนั้นสัมผัสศักดิ์สิทธิ์ของเจ้าย่อมบรรลุถึงระดับที่สามารถใช้ทักษะจำลองการสกัดกลั่นได้”
น้ำเสียงของซูเหม่ยเหยาแปรเปลี่ยนจริงจังราวกับครูผู้เข้มงวดที่กำลังสอนทักษะที่ยากและทรงพลังให้
เฉินเซี่ยงเองก็ฟังนางอย่างตั้งใจเช่นเดียวกับสิ่งที่นักเรียนควรทำ
“อย่างแรก
ข้าจะอธิบายถึงรายละเอียดของการจำลองการสกัดกลั่นก่อน ตั้งใจฟัง…”
จากนั้นซูเหม่ยเหยาก็อธิบายถึงรายละเอียดอย่างรวดเร็ว เวลาที่เหลือกระชั้นเป็นอย่างมาก
แต่นางก็มั่นใจในตัวเฉินเซี่ยง ตราบใดที่เฉินเซี่ยงก้าวไปถึงระดับนั้นได้
เขาย่อมมีโอกาสได้เป็น ‘ราชาเม็ดยา’ ก็เป็นได้
ซูเหม่ยเหยาเคยเห็นนักปรุงยาอัจฉริยะผู้ไม่ธรรมดามามากมาย
แต่คนเหล่านั้นย่อมไม่อาจก้าวมาได้ในระดับเดียวกันกับนาง
ทุกๆคนต่างติดอยู่ทางตันในการปรุงยาซึ่งเรียกว่า ‘ทักษะจำลองสกัดกลั่น’
มีเพียงนางเท่านั้นที่เชี่ยวชาญในทักษะนี้ได้
นั่นจึงทำให้นางสกัดกลั่นเม็ดยาระดับสูงได้สำเร็จมากมายหลายครั้ง
ขณะที่ฟังซูเหม่ยเหยาสอนอย่างตั้งอกตั้งใจ
เฉินเซี่ยงก็แอบประหลาดใจกับความซับซ้อนของมันทั้งยังตื่นเต้นอย่างที่สุดในเวลาเดียวกัน
นั่นเพราะการท้าทายขีดความสามารถของตนจะทำให้เขาบรรลุจุดตีบตันในด้านการปรุงยาได้
“นั่นคือทั้งหมดที่ข้ารู้…
นี่นับเป็นครั้งแรกที่ข้าถ่ายทอดมันให้แก่ผู้อื่น! เจ้าต้องทำความเข้าใจด้วยตนเอง
ตัวเจ้ามีจิตวิญญาณเพลิงอยู่แล้วและเจ้าย่อมคุ้นเคยกับเพลิงของเจ้า
อีกอย่างเจ้ายังบ่มเพาะเสินเต้า นั่นนับเป็นข้อได้เปรียบ…
หากเจ้าผสานผสานสิ่งที่เจ้ามีทั้งหมด เจ้าย่อมมีโอกาสสูงที่จะเชี่ยวชาญ”
ซูเหม่ยเหยาคิดว่ามันเป็นเพียงโอกาส
ในเมื่อเฉินเซี่ยงอยากเป็นผู้ชนะในการแข่งขันแต่กลับไม่มีเตาปรุงยาให้ใช้อีกต่อไปแล้ว
สถานการณ์ในยามนี้นับว่าเลวร้ายสุดกู่
แต่นั่นย่อมสมบูรณ์แบบอย่างที่สุดที่จะทำให้เฉินเซี่ยงทะลวงขีดความสามารถได้
คนทั่วไปย่อมมีโอกาสที่จะทะลวงขีดความสามารถในยามที่พวกเขาตกอยู่ในสถานะการณ์กดดัน
และนั่นย่อมเป็นอีกเหตุผลที่ทำไมผู้คนมากมายจึงถึงจุดตีบตัน
เพราะพวกเขามีความเสี่ยงในการก้าวผ่านวิกฤต
พวกเขาต้องต่อสู้กับสัตว์อสูรที่ทรงพลังเพื่อทะลวงจุดตีบตัน
เมื่อผู้คนเผชิญหน้ากับสถานการณ์วิกฤต…ปาฏิหาริย์ย่อมเกิดขึ้นได้มาก
การกระทำต่างๆที่ผ่านมาของเฉินเซี่ยงย่อมแสดงให้เห็นถึงความเป็นจริงในข้อนี้!
ยามนี้การแข่งขันรอบที่
4 ยังไม่เริ่ม
แต่เฉินเซี่ยงก็เริ่มจำลองการสกัดกลั่นเม็ดยาพื้นฐานแท้จริงในความคิดของเขาแล้ว
เขาหลับตาลง
สูดลมหายใจเข้าออกตามวิธีที่ซูเหม่ยเหยาสอนซึ่งจะทำให้เขาเข้าสู่สภาวะลืมเลือนทุกสิ่ง
ลืมเลือนตนเอง ลืมเลือนสิ่งต่างๆรอบตัวกระทั่งบรรลุสู่สมาธิอันแน่วแน่
ยามนี้เฉินเซี่ยงรู้สึกเหมือนตนกำลังอยู่ในพื้นที่สีขาวขนาดใหญ่
เขานั่งขัดสมาธิอยู่ที่นั่น
ปลดปล่อยเตาปรุงยามังกรเพลิงไว้เบื้องหน้าก่อนจะใส่สมุนไพรลงไป…
*ตูม!*
เฉินเซี่ยงสะดุ้งตื่นในฉับพลัน บนหน้าผากของเขาปรากฏเหงื่อเล็กน้อย
เมื่อครู่นี้มันราวกับความฝัน ฝันที่กำลังสกัดกลั่นเม็ดยาพื้นฐานแท้จริง
แต่เมื่อยามสกัดกลั่น…ข้อผิดพลาดกลับเกิดขึ้นจนทำให้เตาปรุงยาแตกออกเป็นเสี่ยงๆ
“ทำแบบนั้นไม่ได้…
เมื่อครู่เจ้าจมลงสู่ห้วงความคิดของเจ้าอย่างสมบูรณ์
เจ้าต้องตื่นตัวและควบคุมมันให้จำลองการสกัดกลั่นขึ้น!
เมื่อยามที่เจ้าจำลองการสกัดกลั่นเม็ดยาในห้วงความคิด
เจ้าต้องทำการสกัดกลั่นเม็ดยาจริงๆควบคู่ไปด้วย
เพียงแต่การจำลองของเจ้าต้องนำหน้าการสกัดกลั่นจริงไปเล็กน้อย
ในช่วงที่เจ้าจำลองการสกัดกลั่นและพบปัญหา
เจ้าต้องนำปัญหานั้นมาปรับปรุงลงในการสกัดกลั่นเม็ดยาจริงๆและยังต้องดำเนินการจำลองการสกัดกลั่นต่อจากที่เจ้าปรับปรุงข้อผิดพลาดในฉับพลันเช่นเดียวกัน”
ซูเหม่ยเหยาอธิบาย
เฉินเซี่ยงถอนใจเล็กน้อยพลางกล่าว
“เข้าใจแล้ว
ทักษะจำลองการปรุงยาเป็นการทำนายปัญหาที่เรากำลังจะได้พบในระหว่างการปรุงยา!
สมมติว่าข้ากำลังต่อสู้อยู่…ข้าก็สามารถคาดเดาการเคลื่อนไหวของอีกฝ่ายได้และเตรียมพร้อมรับมือกับสิ่งที่จะเกิดขึ้น
แต่หากข้ากำลังประสบกับความตาย
ข้าก็สามารถเตรียมตัวที่จะหลีกเลี่ยงการจู่โจมถึงตายของอีกฝ่ายได้”
“ถูกต้อง
การจำลองการปรุงยาย่อมเป็นเช่นนั้น
มันจะทำให้เจ้าคาดการณ์ได้ถึงความเปลี่ยนแปลงที่กำลังจะเกิดขึ้นในเตาปรุงยา
เมื่อเจ้าพบปัญหาเจ้าย่อมแก้มันได้ในทันทีและดำเนินการสกัดกลั่นต่อไป” ซูเหม่ยเหยาพยักหน้าหลางกล่าว
ยามนี้เฉินเซี่ยงไม่ได้หลับตาลงเมื่อก่อนหน้า
เขาเริ่มการจำลองการสกัดกลั่น
ในยามที่จำลองการสกัดกลั่นเขาสามารถเพิ่มความเร็วในการจำลองได้เพราะสิ่งต่างๆที่เกิดขึ้นล้วนอยู่ในห้วงความคิดที่เขาสามารถกระทำได้ทุกสิ่งตามแต่ใจปรารถนา
ผ่านไปพริบตาเตาปรุงยามังกรเพลิงก็ปรากฏขึ้นในห้วงความคิดของเฉินเซี่ยงพร้อมกับสมุนไพรที่พร้อมสกัดกลั่น
เขาใส่สมุนไพรลงไปในเตาก่อนจะเริ่มสกัดกลั่นเม็ดยา
“ควรจะเร็วกว่านี้อีกนิดแต่เจ้าต้องใส่ใจทำมันให้ดี
หลังจากสมุนไพรถูกเผาแล้ว สมุนไพรเหล่านั้นจะเปลี่ยนแปลงอย่างไร? ปราณสมุนไพรจะออกมาอย่างไร? พูดง่ายๆ…เจ้าไม่ควรมองข้ามรายละเอียดปลีกย่อยที่เกิดขึ้นภายในเตาปรุงยาพวกนี้ไปแม้เพียงนิด
ตราบใดที่มีข้อผิดพลาดเพียงเล็กน้อย เจ้าย่อมสามารถปรับใช้ในการปรุงยาจริงๆได้
เพียงแต่เจ้าต้องใส่ใจและเก็บรายละเอียดในสมบูรณ์แบบก่อนเป็นอย่างแรก”
ซูเหม่ยเหยากล่าว
ตอนนี้เฉินเซี่ยงรู้แล้วว่าทำไม
“ทักษะจำลองการสกัดกลั่น”
ถึงทำให้นักปรุงยามีโอกาสสำเร็จสูงในการสกัดกลั่นเม็ดยาระดับสูงที่พวกเขาไม่คุ้นเคย
หากเขาเชี่ยวชาญในทักษะนี้
นั่นเท่ากับว่าเขาสามารถทำนายสิ่งที่จะเกิดขึ้นในเตาปรุงยาได้ล่วงหน้าและปรับมันเพื่อหลีกเลี่ยงความผิดพลาด
วิธีการเช่นนี้ช่างทรงพลังนักเพียงแต่มันต้องใช้สัมผัสศักดิ์สิทธิ์และความแม่นยำที่สูงมากๆ
เฉินเซี่ยงเกือบจะทนไม่ได้
เขารู้สึกเหนื่อยมากและสมองของเขาก็รู้สึกล้าเช่นเดียวกัน
“เวลาในการเตรียมการสิ้นสุดลงแล้ว
การแข่งขันรอบที่ 4 เริ่ม ณ บัดนี้!
เมื่อใดก็ตามที่ตะวันรุ่งของวันพรุ่งนี้ขึ้นพ้นขอบฟ้า
นั่นหมายถึงหมดเวลาการแข่งขัน” ฮูหยินหลี่กล่าว
ยามนี้ดึกมากแล้ว
เฉินเซี่ยงคาดไม่ถึงว่าพวกเขาจะให้เวลานานขนาดไปจนถึงพรุ่งนี้เช้า
ทั้งเฉินเซี่ยงและซูเหม่ยเหยาต่างคาดไม่ถึง
“จริงๆแล้วเหลือเวลาไม่มากนัก
ไม่มีผู้ใดที่สามารถสกัดกลั่นเม็ดยาได้อย่างรวดเร็วเพราะนักปรุงยาทั้งหมดต่างใช้เตาปรุงยาที่ผุพัง
ข้าว่าดันเซี่ยงเถาหยวนจงใจทำออกแบบเช่นนี้!
เหล่านักปรุงยาต้องสกัดกลั่นเม็ดยาระดับลึกล้ำขั้นต่ำที่แพงที่สุด 3
ชนิดที่ตนถนัดที่สุดด้วยเตาปรุงยาผุพัง
แต่แม้พวกเขาใช้เตาปรุงยาที่ดีกว่านี้…พวกเขาย่อมต้องใช้เวลานานในการสกัดกลั่นเช่นกัน”
เป่ยยู่ยู่กล่าว
ผู้คนมากมายที่อยู่ในลานกว้างต่างเห็นว่ายังเหลือเวลาการแข่งอีกมากนัก
พวกเขาจึงจากไปทีละคนๆ
พวกเขาต่างคิดว่าจะกลับไปนอนก่อนแล้วค่อยมาดูผลลัพธ์ในวันพรุ่งนี้…………………………..
********************************
ตอนนี้ใน Web
มีจำนวนตอนนิยายเท่ากันกับกลุ่ม
Lion_K แล้วนะครับ
นิยายแปล WDDG
จะเผยแพร่เฉพาะที่
1. lionk01.wordpress.com
(ลงนิยายในวัน อังคาร และ เสาร์ เท่านั้น นับเป็น 2
ตอนต่อสัปดาห์)
2. กลุ่ม Lioon_K
(ลงนิยายในวัน อังคาร และ เสาร์ เท่านั้น นับเป็น 2
ตอนต่อสัปดาห์)
3.
กลุ่มพิเศษเสียเงิน (ลงนิยายทุกวัน วันละ 1 ตอน)
แค่ 3
ที่เท่านั้น
หากท่านสนใจจะเข้ากลุ่มพิเศษ
อ่านรายละเอียดได้ ที่นี่
Chapter
314
เรียนรู้และลงมือด้วยตนเอง
นอกจากเฉินเซี่ยงแล้ว
นักปรุงยาที่เหลืออยู่บนเวทีต่างนำเอาสมุนไพรล้ำค่าและหายากของตนออกมาซึ่งเหล่าผู้ชมมากมายต่างรู้จักสมุนไพรเหล่านี้
แต่เฉินเซี่ยงยังคงยืนนิ่งอยู่กับที่
จริงๆแล้วเฉินเซี่ยงได้เริ่มการสกัดกลั่นเม็ดยาไปนานแล้ว
เพียงแต่เขากำลังจำลองการสกัดกลั่นเม็ดยาพื้นฐานแท้จริงในห้วงความคิดและมันยังเป็นเม็ดยาที่เขาสกัดกลั่นบ่อยที่สุดด้วย
เฉินเซี่ยงมีความถนัดในการสกัดกลันเม็ดยาพื้นฐานแท้จริงอย่างที่สุด นั่นจึงเป็นเหตุผลที่เขาทำการทดสอบจำลองการสกัดกลั่นกับมัน
“อันธพาลน้อย
ลองไปถามฮูหยินหลี่ดูสิว่าเจ้าสามารถสกัดกลั่นเม็ดยาอื่นๆเพื่อฝึกซ้อมได้หรือเปล่า
ตอนนี้เจ้ายังเหลือเวลาอีกมาก!” ซูเหม่ยเหยากล่าว
แม้เฉินเซี่ยงกำลังจำลองการสกัดกลั่นเม็ดยาพื้นฐานแท้จริงในห้วงความคิดอยู่ในตอนนี้
แต่เขายังสามารถปลีกตัวไปทำอย่างอื่นได้
“ฮูหยินหลี่…ข้าสามารถสกัดกลั่นเม็ดยาอย่างอื่นเพื่อฝึกซ้อมได้หรือเปล่า?”
เฉินเซี่ยงกล่าวถาม
“ไม่กฎข้อใดกล่าวห้าม
ตราบใดที่เจ้าไม่กังวลว่าเจ้าจะเหนื่อยหรือเสียเวลาเปล่าเจ้าย่อมทำได้”
ฮูหยินหลี่กล่าวตอบ
การที่นักปรุงยาจำทำการฝึกซ้อมก่อนการสกัดกลั่นกลั่นนับเรื่องธรรมดา
อีกอย่างเฉินเซี่ยงยังใช้เวลาและทรัพยากรของเขาเองด้วย
เมื่อเฉินเซี่ยงต้องการฝึกซ้อม
เหล่าคนที่กำลังจะกลับต่างชงักฝีเท้า
การสกัดกลั่นเม็ดยาของเฉินเซี่ยงนับเป็นอาหารตา
พวกเขาสามารถมองเห็นเม็ดยาก่อตัวกันขึ้นผ่านเตาปรุงยาโปร่งใสได้
สิ่งที่เกิดขึ้นนั้นงดงามเป็นอย่างมาก หากกล่าวให้ถูก
เหล่าสมุนไพรต่างปลดลปล่อยปราณสมุนไพรหลากสีออกมาราวกับมันกำลังเต้นไปตามท่วงทำนองเพลิง
“แย่แล้ว!
อันธพาลน้อยต้องการให้ข้าพาเขากลับไปยังนิกายยอดนักสู้เพื่อไปเอาผลรากคราม
ในตอนนั้นข้าพอมีจึงเอาผลรากครามให้เขาผลหนึ่ง”
จู่ๆหลิวเมิ่งเอ๋อก็คิดเรื่องนี้ขึ้นได้ก่อนกระทืบเท้าเบาๆ นางรู้สึกเสียใจที่ไม่ได้พาเฉินเซี่ยงกลับไปยังนิกายยอดนักสู้
ไม่งั้นในตอนนี้เฉินเซี่ยงคงไม่ขาดแคลนผลรากคราม
หลิวเมิ่งเอ๋อทราบมาจากฮวาเซียงเยว่ว่าเฉินเซี่ยงเป็นนักปรุงยาระดับ
5 ได้อย่างไร นางรู้ว่าเฉินเซี่ยงสกัดกลั่นได้เพียงเม็ดยาสร้างรากฐาน
เม็ดยาร้อยอสูรและเม็ดยาวิญญาณธาตุ และในระหว่างการทดสอบเป็นนักปรุงยาระดับ 5 นั้น
เฉินเซี่ยงก็ได้ใช้ผลรากครามเพียงหนึ่งเดียวของนางไปแล้ว
“ข้าคิดไม่ถึงเลยว่าเขาจะมีสมุนไพรของเม็ดยาวิญญาณธาตุ!”
หลิวเมิ่งเอ๋อกังวลใจอย่างที่สุด ท่าทางของนางดูกระสับกระส่าย
ฮวาเซียงเยว่ก็ประหลาดใจเล็กน้อยเช่นเดียวกัน
“เจ้าให้ผลรากครามกับเขาหรอ? ถ้าอย่างงั้นเขาก็แย่แล้วหล่ะ
หากเขาไม่มีผลรากครามเขาก็สกัดกลั่นเม็ดยาสร้างรากฐานไม่ได้!
อย่างน้อยๆข้าหวังว่าเขาจะมีสมุนไพรของเม็ดยาวิญญาณธาตุและเม็ดยาร้อยอสูร
บางทีเขาอาจจะเอาชนะได้ด้วยมูลค่าของเม็ดยาทั้งสอง”
“เม็ดยาวิญญาณธาตุสกัดกลั่นได้ยากกว่าเม็ดยาร้อยอสูรมาก
ข้าไม่รู้ว่าเขาจะสกัดกลั่นมันได้มากหรือไม่
แต่ก่อนหน้านี้เขาสมควรคุ้นเคยกับการสกัดกลั่นมันแล้ว”
เฉินเซี่ยงกำลังจำลองการสกัดกลั่นเม็ดยาพื้นฐานแท้จริงอยู่ในห้วงความคิด
แต่นั่นก็เป็นแค่จินตนาการและนับว่าสกัดกลั่นได้สำเร็จแล้ว
แต่ตอนนี้เขาต้องลองของจริง
เขาจัดการกับสมุนไพรของเม็ดยาพื้นฐานแท้จริงอย่างรวดเร็ว…ต้องขอบคุณที่เขามีสมุนไพรมากมายในครอบครอง
เมื่อเขาจัดการกับสมุนไพรเสร็จแล้วเขาก็ใส่มันลงไปในเตาปรุงยาแล้วเริ่มจำลองการสกัดกลั่นนำหน้าการสกัดกลั่นในความเป็นจริงไปพร้อมๆกัน…
รูปร่าง ขนาด และผิวสัมผัสของสมุนไพร พื้นที่รอบตัว ลานกว้าง เสียงของผู้ชม
ทุกๆสิ่งล้วนแล้วจำลองขึ้นภายในห้วงความคิดของเขา
เขาวางมือข้างหนึ่งไว้บนฝาเตาก่อนจะถ่ายเพลิงเข้าไปกระทั่งอบสมุนไพรเรียบร้อยแล้ว
ส่วนการจำลองการสกัดกลั่นนั้นนำหน้าขั้นตอนนี้ไปเล็กน้อย
หากไม่เกิดปัญหาขึ้นในระหว่างการจำลองการสกัดกลั่นภายในห้วงความคิด
เขาก็จะสกัดกลั่นเม็ดยาพื้นฐานแท้จริงตามการจำลองต่อไป
อุณหภูมิหรือทุกๆสิ่งที่เกิดขึ้นภายนอกล้วนเหมือนกับการจำลอง
ไม่นานเฉินเซี่ยงก็สัมผัสได้อย่างลึกซึ้งถึงความน่าเกรงขามของทักษะจำลองการสกัดกลั่น
ช่างเกินคาดนัก
ทุกๆสิ่งที่เกิดขึ้นจริงที่ภายนอกกลับเหมือนกับสิ่งที่เกิดขึ้นภายในห้วงความคิดของเขา
เฉินเซี่ยงกำลังสกัดกลั่นเม็ดยาพื้นฐานแท้จริงที่นับเป็นเม็ดยาที่ธรรมดาที่สุดของใครหลายคน
ดังนั้นจึงไม่มีผู้ใดที่คาดหวังว่าจะเห็นการสกัดกลั่นของมัน
ปราณสมุนไพรของเม็ดยาพื้นฐานแท้จริงก็หลากสีเช่นเดียวกัน
พวกมันถูกเพลิงแผดเผาก่อนจะลอยตัวขึ้นสู่ด้านบนของเตาปรุงยา
ปราณสมุนไพรหลากสีเหล่านั้นบ้างพัวพันเป็นเกลียวบ้างผลักไสซึ่งกันและกัน
ไม่นานพวกมันก็มีขนาดเล็กลงและละเอียดมากขึ้น
ความเปลี่ยนแปลงมากมายเกิดขึ้นภายในเตาปรุงยาและเป็นเช่นเดียวกันกับที่เกิดขึ้นภายในความคิดของเฉินเซี่ยง
แม้กระทั่งการเคลื่อนไหวของปราณสมุนไพรยังเป็นเช่นเดียวกัน…มันช่างเป็นความรู้สึกที่ลึกลับเป็นอย่างมาก
นักปรุงยาระดับ
7 ต่างตั้งใจดูเตาปรุงยาของเฉินเซี่ยง พวกเขาอยากรู้ว่าเฉินเซี่ยงจะสกัดกลั่นเม็ดยาพื้นฐานแท้จริงยังไงโดยไม่ใช้แก่นผลึกวิญญาณ
แต่พวกเขากลับไม่พบสิ่งผิดปกติไปจากเดิม
นั่นเพราะเฉินเซี่ยงถ่ายปราณที่มีคุณลักษณะน้ำเข้าไปภายในเตาปรุงยาในรูปแบบของหมอกที่มองไม่เห็นเข้าปกคลุ่มสมุนไพรที่อยู่ภายใน
ด้วยเวลาน้อยกว่าครึ่งชั่วโมง
เฉินเซี่ยงก็สกัดกลั่นเม็ดยาพื้นฐานแท้จริงได้หนึ่งชุด
เขาลดความเร็วลงเพื่อสกัดกลั่นไปพร้อมๆกับการจำลอง
เมื่อเฉินเซี่ยงสกัดกลั่นสมุนไพรเสร็จไปหนึ่งชุดเขาก็เริ่มสกัดกลั่นต่อ
เขาอยากคุ้นชินกับทักษะจำลองการสกัดกลั่น มีเพียงวิธีเท่านั้นที่จะทำให้เขาจำลองการสกัดกลั่นกับเม็ดยาที่มีความซับซ้อนมากกว่านี้ได้
ทุกๆคนต่างตกตะลึง
กลายเป็นว่าเฉินเซี่ยงสกัดกลั่นเม็ดยาพื้นฐานแท้จริงโดยไม่หยุดพัก
ตั้งแต่ช่วงค่ำถึงช่วงดึก เฉินเซี่ยงสกัดกลั่นเม็ดยาพื้นฐานแท้จริงได้เกือบ 30
ชุดและเม็ดยาที่ได้ต่างมีคุณภาพระดับสูงสุดทั้งนั้น
ทักษะการปรุงยาของเฉินเซี่ยงได้ทำให้หลายคนนับถืออย่างลึกซึ้งกระทั่งนักปรุงยาบางคนยังรู้สึกเคารพเขาเป็นอย่างมาก
เพราะดวงตาของคนเหล่านั้นต่างบ่งบอกอย่างชัดเจน
“ข้ารู้…พรสวรรค์ของอันธพาลน้อยเช่นเจ้าช่างสูงส่งนัก
เจ้าเองก็เข้าใจทักษะแล้ว
แต่ว่านะ..เจ้าสมควรรู้ว่าหากเจ้าสกัดกลั่นเม็ดยาธาตุแท้จริง
มันจะยากกว่าเม็ดยาพื้นฐานแท้จริงหลายเท่า! เมื่อถึงยามนั้น
สัมผัสศักดิ์สิทธิ์และพลังของเจ้าจะถูกเผาผลาญไปเป็นจำนวนมาก”
ซูเหม่ยเหยาชื่นชมก่อนจะกล่าวเตือนเฉินเซี่ยงเพื่อไม่ให้สกัดกลั่นมากไปกว่านี้
“ต่อไปเป็นเม็ดยาร้อยอสูรและหลังจากนั้นจึงเป็นเม็ดยาวิญญาณธาตุ
ข้าจะใช้ทักษะจำลองการสกัดกลั่นกับเม็ดยาทั้งสองนี้ก่อนจะใช้มันกับเม็ดยาธาตุแท้จริงเป็นอันดับสุดท้าย!”
แม้ซูเหม่ยเหยาจะไม่ได้แสดงออกถึงความประหลาดใจ
แต่ลึกๆในใจนางกลับประหลาดใจเป็นอย่างมาก ก่อนหน้านี้นางเคยล้มเหลวมามากมายหลายครั้งก่อนจะเชี่ยวชาญทักษะจำลองการสกัดกลั่น
แต่เฉินเซี่ยงกลับใช้มันไปพร้อมๆกับการสกัดกลั่นเม็ดยาที่ตนคุ้นเคยที่สุด
ซึ่งแน่นอนว่าเฉินเซี่ยงผ่านอุปสรรคไปได้แล้วเพราะการสกัดกลั่นที่เกิดขึ้นจริงนั้นเหมือนกันกับการจำลองการสกัดกลั่น!
นี่จึงชัดเจนว่าเฉินเซี่ยงอยู่ในระดับเริ่มของความเชี่ยวชาญทักษะจำลองการสกัดกลั่นแล้ว
เมื่อเห็นเฉินเซี่ยงนำเอาสมุนไพรของเม็ดยาร้อยอสูรออกมาทุกคนพลันรู้สึกตื่นเต้น
เพราะว่าตอนนี้เฉินเซี่ยงกำลังจะสกัดกลั่นเม็ดยาในระดับลึกล้ำขั้นต่ำแล้วเสร็จในเวลาอีกไม่นาน
แต่ถึงอย่างนั้น
เฉินเซี่ยงกลับใช้เวลากับการฝึกซ้อมไปนานมากจนทำให้เวลาในตอนนี้เหลืออีกเพียง 3
ชั่วโมงเท่านั้น
ทุกๆคนต่างสงสัยเป็นอย่างมากว่าเฉินเซี่ยงจะสกัดกลั่นเม็ดยาระดับลึกล้ำขั้นต่ำชนิดไหนบ้าง? นั่นนับเป็นความลับที่แม้แต่ฮูหยินหลี่เองก็ไม่ทราบ!
เหล่านักปรุงยาที่ควบคุมการแข่งขันเองก็ยังเก็บเป็นความลับ
ผู้คนจำนวนมากได้ออกจากลานกว้างไปแล้ว
จะเหลือก็เพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่อยู่ต่อซึ่งส่วนใหญ่พวกเขาล้วนเป็นนักปรุงยา
หวินเสี่ยวเตาและพรรคพวกเองก็อยู่เช่นเดียวกัน
พวกเขานั่งอยู่ใกล้ๆกับเวทีพลางจับจ้องเตาปรุงยาที่แผ่แสง 5 สีออกมา
เหลียนหยิงเส้าอยู่กับหวู่ไคหมิงและกู่ตงเฉิน
ทั้งสามต่างสนใจกับผลลัพธ์ของการแข่งขันเป็นอย่างมาก นอกจากนี้
เฉินเซี่ยงยังเป็นผู้เยาว์ที่พวกเขาทั้งหมดนับถือมากที่สุดด้วย
“ประมุขเหลียน…
ท่านควรกำกับดูแลบุตรชายของท่านให้ดี เด็กนั่นไม่กลัวแม้กระทั่งพิภพหรือสวรรค์!
หากเขาโกรธเขาย่อมกล้าสังหารแท้กระทั่งบุตรของจักรพรรดิ!” กู่ตงเฉินกล่าว
น้ำเสียงของเขาจริงจังเป็นอย่างมาก
เขากล่าวเตือนเหลียนหยิงเส้าว่าหากวันหนึ่งบุตรชายของเขากระทำความผิดไปหรือกระทั่งลงมือกับเฉินเซี่ยงก่อน
กู่ตงเฉินก็จะยืนอยู่ข้างเดียวกับเฉินเซี่ยงอย่างแน่นอน
“หลังจากกลับไปข้าจะเข้มงวดกับเขา
ถึงเป็นข้าก็รู้สึกกลัวปราณสังหารของเฉินเซี่ยง!
ด้วยอายุเพียงเท่านั้น…เขาสังหารผู้คนไปมากมายเท่าไหร่ถึงได้มีปราณสังหารที่น่าสะพรึงกลัวขนาดนั้น?”
เหลียนหยิงเส้ากล่าวอย่างเคร่งขรึมพลางพยักหน้า
เขาไม่สงสัยในคำกล่าวของกู่ตงเฉินเลยแม้แต่น้อย
“หากท่านรู้ว่าทุกๆคนที่เขาสังหารได้ถูกสังหารเหมือนหมูเหมือนหมาแล้วท่านจะตะลึง!” กู่ตงเฉินกล่าวพลางหัวเราะ
ทุกๆคนต่างเชื่อว่าประมุขนิกาย เหล่าผู้อาวุโส
และเหล่านักสู้ขอบเขตนิพพานจากนิกายเช่าหวู่ถูกกู่ตงเฉินสังหาร
แต่ในความเป็นจริงแล้วกลับเป็นฝีมือของเฉินเซี่ยงทั้งหมด
กู่ตงเฉินเป็นเพียงแพะรับบาปของเฉินเซี่ยง
แต่ เขาเองก็ได้รับชื่อเสียงมากมายไปด้วย…………………….
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น