WORLD DEFYING DAN GOD 301 - 314

Chapter 301 – บัวโลหิตมังกรเพลิง

เหลียนฉางยวิ้นทั้งโกรธทั้งอับอาย มันไร้คำพูด…ไม่ใช่ว่าเฉินเซี่ยงไม่ต้องการประลองกับมัน แต่กลับตรงกันข้ามเพราะเป็นตัวมันที่ไม่ได้อยู่ในระดับเดียวกันกับเฉินเซี่ยง นั่นถือเป็นการดูถูกมันเป็นอย่างมาก

เฉินเซี่ยงเห็นสีหน้าของเหลียนฉางยวิ้น เขาแอบเยาะเย้ยอยู่ในใจ เขาอยากได้เมล็ดบัวหยกขาวแน่นอน แต่โชคไม่ดีที่เขาได้เข้าร่วมการแข่งขันปรุงยาระดับสูงไปแล้ว

เมื่อเห็นบุตรชายของตนเสียหน้าต่อหน้ากู่ตงเฉินและหวู่ไคหมิง เหลียนหยิงเส้าได้แต่ถอนหายใจ เขาทราบถึงนิสัยของบุตรชายของตนดี แต่ถึงอย่างนั้น เขาก็รู้สึกเสียหน้าเล็กน้อยแต่นั่นก็ไม่นับเป็นอันใด เพราะนี่อาจจะทำให้บุตรชายของเขาได้เติบโตขึ้นอีกเล็กน้อย

“นี่คือแผ่นหยกรับรองการเป็นนักปรุงยาระดับ 5… นักปรุงยาระดับ 5 ขั้นต่ำ…ด้วยอายุเช่นเจ้านับว่าหาได้ยากนัก ข้าไม่รู้ว่าเม็ดยาระดับลึกล้ำขั้นต่ำทั้งสาม 3 ชนิดที่เจ้าสกัดกลั่นได้มีอะไรบ้าง?” ขณะที่เหลียนหยิงเส้าคืนแผ่นหยกให้กับเฉินเซี่ยง เขาก็กล่าวถามขึ้นด้วยรอยยิ้ม

กู่ตงเฉินและคนที่เหลือเองก็อยากทราบเช่นกันว่าเม็ดยาระดับลึกล้ำขั้นต่ำทั้ง 3 ชนิดที่เฉินเซี่ยงสกัดกลั่นได้คือเม็ดยาอะไรบ้าง เพียงแต่เฉินเซี่ยงเพียงยิ้มอย่างลึกลับ “อภัยให้ข้าด้วย…ตอนนี้ข้าอยากเก็บมันไว้เป็นความลับ”

กู่ตงเฉินเขกหัวเฉินเซี่ยงอย่างแรง “ไม่ต้องมาทำเป็นลึกลับซับซ้อนเลย…รีบพูดมาได้แล้ว!”

เฉินเซี่ยงแลบลิ้นให้กู่ตงเฉิน “ข้าไม่พูดแล้วท่านจะไมทำ?”

เมื่อเห็นท่าทางหยาบคายของเฉินเซี่ยงที่มีต่อประมุขของตน ทั้งเหลียนหยิงเส้าและเหลียนฉางยวิ้นต่างประหลาดใจเป็นอย่างมากเพราะกู่ตงเฉินไม่ได้โกรธเลยแม้แต่น้อย สิ่งที่เห็นนี้ค่อนข้างชัดเจนว่าในนิกายยอดนักสู้เฉินเซี่ยงได้รับการปฏิบัติจากกู่ตงเฉินเหมือนเป็นบุคคลสำคัญยิ่ง

เหลียนฉางยวิ้นแอบขบฟัน มันรู้สึกว่ามันดูแคลนเฉินเซี่ยงเกินไป ดังนั้นมันจึงต้องกู้หน้าให้ตัวเองบ้าง มันกล่าว “ที่ข้ามาที่นี่ก็เพื่มประลองกับศิษย์อันดับ 1 ที่อายุน้อยที่สุดของนิกายยอดนักสู้ ถึงข้าไม่สามารถต่อกับเจ้าได้ในการปรุงยา แต่ข้าก็อยากประลองความแข็งแกร่งกับเจ้า เฉินเซี่ยง…มาสู้กัน!”

แต่เดิมเฉินเซี่ยงกำลังรู้สึกเสียใจที่เขาไม่อาจได้รับเมล็ดบัวหยกขาว แต่เขาคาดไม่ถึงว่าฝ่ายตรงข้ามจะเป็นคนต้นคิดที่จะประลองกับเขาด้วยตนเอง การชิงความได้เปรียบจากไอ้บัดซบนี่เป็นเรื่องที่เฉินเซี่ยงต้องยอมรับอย่างแน่นอน แต่ถึงอย่างนั้น เฉินเซี่ยงยังคงมองดูท่าทางเหลียนหยิงเส้าและกู่ตงเฉิน

เหลียนหยิงเส้าพยักหน้าให้กู่ตงเฉินเพื่อแสดงว่าเขาเห็นด้วย เมื่อเฉินเซี่ยงเห็นท่าทางยินยอมของเหลียนหยิงเส้า เขาได้แต่แอบหัวเราะอยู่ในใจ เขากล่าว “ข้าไม่มั่นใจว่าพี่เหลียนจะเดิมพันด้วยเมล็ดบัวหยกขาวหรือเปล่า? ตอนนี้มือของน้องชายช่างข้านั้นขยับได้ยากนัก เมื่อยามที่ข้าเรียนรู้การปรุงยาท่านประมุขไม่เคยสนับสนุนข้าเลย ข้าจึงจำต้องเรียนรู้ด้วยน้ำพักน้ำแรงและกำลังทั้งหมดของตน เฮ้อ…ใครบอกให้ข้าได้พบกับประมุขขี้เหนียวแบบนี้”

เฉินเซี่ยงเป็นนักปรุงยาระดับ 5 โดยอาศัยความพยายามอย่างหนัก เหลียนฉางยวิ้นไม่เชื่อแม้แต่น้อย แต่สำหรับเหลียนหยิงเส้ากลับค่อนข้างเชื่อ เขารู้จักนิสัยของกู่ตงเฉินว่าเขาขี้เหนียวเป็นอย่างมาก อีกอย่างเขายังรู้สึกได้ถึงความสัมพันธ์อันละเอียดอ่อนระหว่างเฉินเซี่ยงและกูงตงเฉิน

“แน่นอนว่าข้าจะใช้เมล็ดบัวหยกขาวเดิมพัน! แล้วเจ้าหล่ะจะใช้อะไรเดิมพัน? เจ้าน่าจะทราบถึงมูลค่าของเมล็ดบัวหยกขาวนะ” ขณะที่เหลียนฉางยวิ้นกล่าวเขาก็หยิบเอาเมล็ดบัวหยกขาวออกมา นี่คือสิ่งพิเศษของเกาะบงกช มันมีประโยชน์อย่างที่สุดแต่มันใช้เวลานานมากๆในการเติบโต กล่าวได้ว่ามันใช้เวลาถึง 7000 – 8000 ปีในการเจริญเติบโต

ภายในดินแดนลี้ลับแห่งเต่าทมิฬ เฉินเซี่ยงได้รับหญ้าวิญญาณนรกขนาดใหญ่มากๆมาซึ่งตอนนี้เขาก็นำมันออกมา เขาหัวเราะพลางกล่าว “คุณประโยชน์ของหญ้าวิญญาณนรกของข้าก็เหมือนกับเมล็ดบัวหยกขาวของท่าน เพียงแต่หญ้าวิญญาณนรกของข้ามีขนาดใหญ่มากๆ อย่างน้อยๆมันก็เทียบได้กับเมล็ดบัวหยกขาวสัก 3 เมล็ด นี่คือสิ่งที่ข้าใช้เดิมพัน”

หญ้าวิญญาณนรกนั้นมีขนาดใหญ่เกือบเท่าหัวมนุษย์ มันค่อนข้างน่ากลัว เหลียนหยิงเส้าเองก็เคยได้ยินมาว่าเฉินเซี่ยงได้มันมาเมื่อครั้งที่อยู่ในดินแดนลี้ลับแห่งเต่าทมิฬ ในยามนั้นมีกลุ่มของนักสู้จากนิกายนักสู้แท้จริงพยายามแย่งชิงมันไปจากเขา แต่เฉินเซี่ยงก็จัดการกับพวกมันได้ทั้งหมด

เหลียนหยิงเส้าพยักหน้า “นั่นเทียบได้กับเมล็ดบัวหยกขาว 4 เมล็ด… ฉางยวิ้น สิ่งเดิมพันของเจ้ามันน้อยไป!”

ด้วยนิสัยของเหลียนหยิงเส้า เฉินเซี่ยงก็นับถือเขาอยู่บ้าง เหลียนหยิงเส้าไม่ได้ลำเอียงเข้าข้างบุตรชายของตนทั้งยังส่งสัญญาณให้บุตรชายของตนยุติธรรม นั่นเป็นการแสดงให้เห็นว่าบุตรชายของเขาต้องนำเมล็ดบัวหยกขาวออกมาเพิ่ม

เหลียนฉางยวิ้นกัดฟันก่อนจะหยิบเอาดอกบัวสีแดงเข้มออกมา เมื่อดอกบัวปรากฏขึ้น อุณหภูมิทั่วทั้งลานกว้างพลันร้อนขึ้นเป็นอย่างมาก เฉินเซี่ยงไม่ทราบว่ามันคืออะไร แต่เขามั่นใจว่าสิ่งนั้นต้องมีประโยชน์กับผู้ที่บ่มเพาะเพลิงอย่างแน่นอน

“มันคือดอกบัวโลหิตมังกรเพลิง เป็นสิ่งที่ล้ำค่าที่สุดในหมู่ของเมล็ดบัวทั้ง 10 ชนิด ไม่จำเป็นจะต้องเอาไปสกัดกลั่นเป็นเม็ดยา แค่กินมันเข้าไปก็จะมีประโยชน์กับผู้ที่บ่มเพาะเพลิงเป็นอย่างมาก แม้มันจะขาดคุณสมบัติในการรักษาเมื่อเทียบกับเมล็ดบัวหยกขาวและหญ้าวิญญาณนรกแต่มันก็ล้ำค่าเป็นอย่างมาก” ซูเหม่ยเหยากล่าวขึ้นในทันทีทั้งน้ำเสียงของนางยังเต็มไปด้วยความประหลาดใจ

“ตามข่าวลือ… มีดอกบัวอยู่ชนิดนึงที่ได้อาบโลหิตของเทพมังกรเพลิงและเติบโตขึ้นด้วยตัวมันเองจนกลายเป็นบัวโลหิตมังกรเพลิงจำนวนมาก” หลงเสวี่ยอี๋กลืนลายอึกใหญ่ ดูเหมือนว่านางอยากจะแจ้นไปเกาะบงกชเพื่อขโมยพวกมัน

เฉินเซี่ยงสูดหายใจลึกก่อนกล่าว “บัวโลหิตมังกรเพลิง! เกาะบงกชนับเป็นขุมทรัพย์ในตำนานแห่งแรกของเฉินหวู่แผ่นดินใหญ่ วันนี้นับว่าได้เปิดหูเปิดตาน้องชายเช่นข้าอย่างแท้จริง นับถือ…นับถือ!”

ทั้งกู่ตงเฉินและหวู่ไคหมิงต่างไม่ทราบว่ามันคืออะไรแต่เฉินเซี่ยงกลับทราบ นั่นทำให้ทั้งสองนับถือเฉินเซี่ยง พวกเขาเคยได้ยินชื่อบัวโลหิตมังกรเพลิงแต่พวกเขาไม่เคยเห็นมันก่อน อีกอย่างพวกเขายังไม่ทราบว่ามันอยู่ในเกาะบงกช

“สายตาเฉียบคมนัก!” ประมุขเกาะบงกชยกย่อง เศษเสี้ยวของความประหลาดใจปรากฏขึ้นในตัวตาของเขา เพราะนี่นับเป็นครั้งแรกที่มีคนจดจำบัวโลหิตมังกรเพลิงได้เพียงมองครู่เดียว

เหลียนหยิงเส้ารู้สึกว่ามีความแตกต่างอย่างใหญ่หลวงระหว่างบุตรชายของเขากับเฉินเซี่ยง ไม่ว่าจะเป็นประสบการณ์หรือความละเอียดอ่อน เฉินเซี่ยงล้วนนำหน้าบุตรชายของเขาไปไกล เฉินเซี่ยงมักจะอ้างเสมอว่าตนเป็นน้องชายและเรียกเหลียนฉางยวิ้นว่าพี่เหลียนแต่นั่นไม่ใช่เพราะว่าเฉินเซี่ยงเคารพเหลียนฉางยวิ้น ส่วนเหลียนฉางยวิ้นเองก็เรียกขานชื่อของเฉินเซี่ยงตรงๆ เฉินเซี่ยงไม่ได้ใส่ใจกับท่าทีที่เลวร้ายที่เหลียนฉางยวิ้นมีให้กับเขา และเขายังคงปฏิบัติกับเหลียนฉางยวิ้นราวกับเป็นสหาย

เมื่อคิดถึงเรื่องนี้ทำให้เหลียนหยิงเส้าแอบถอนหายใจ ตอนนี้เขาทราบแล้วว่าทำไมเฉินเซี่ยงถึงได้รับความนับถือจากศิษย์มากมายหลายคนเมื่อคราวที่เขาอยู่ในดินแดนรกร้างทางใต้ เฉินเซี่ยงรู้วิธีเคารพผู้อื่น แต่บุตรชายของเขากลับไม่

แต่แน่นอนว่าเหลียนหยิงเส้ารู้ว่าเฉินเซี่ยงเป็นคนโหดเหี้ยม ถ้าตัวเขาไม่ได้อยู่ที่นี่ด้วย บางทีเฉินเซี่ยงอาจจะไม่ได้ปฏิบัติดีกับเหลียนฉางยวิ้นเช่นนี้

“เช่นนั้นก็ถือว่าตัดสินแล้ว พวกเราชายชราจะเป็นผู้ตัดสินและเจ้าเด็กบ้า…ห้ามเจ้าใช้กระบี่เพราะข้าไม่มั่นใจว่าอาวุธชั้นยอดนั่นอยู่ระดับไหน” กู่ตงเฉินกล่าว หากเฉินเซี่ยงใช้กระบี่ ไม่ว่าเหลียนฉางยวิ้นกระมีสิ่งของอันใด เขาก็จะถูกเฉินเซี่ยงสังหารอย่างแน่นอน

เฉินเซี่ยงกล่าวพลางหัวเพราะ “ข้าไม่ใช่แน่นอน หากข้าใช้อาวุธข้าย่อมไม่สามารถหาความสำราญจากการประลองได้”

“ขอข้ากล่าวสักเล็กน้อย ไม่กี่วันก่อนหน้านี้ ข้าเพิ่งบรลุระดับ 6 ขอบเขตนักสู้แท้จริง นั่นหมายความว่าข้าแข็งแกร่งกว่าเจ้าเล็กน้อย… งั้นข้าจะต่อให้เจ้า 3 กระบวนท่าเป็นไง? ในระหว่าง 3 กระบวนท่าข้าจะไม่จู่โจมเจ้า ข้าจะแค่หลบไม่ก็ป้องกันเฉยๆ” เหลียนฉางยวิ้นกล่าวอย่างภาคภูมิ การบรรลุระดับ 6 ขอบเขตนักสู้แท้จริงด้วยอายุเท่าเขาทำให้เขาภาคภูมิใจในตนเองเป็นอย่างยิ่ง แม้ว่าเขาจะมีอายุ 100 ปีแล้ว แต่ด้วยขอบเขตนักสู้แท้จริง เขาก็เป็นเพียงเด็กน้อยคนนึง

ด้วยอีกฝ่ายไว้หน้าเขาทำให้เฉินเซี่ยงซาบซึ้งอย่างไม่ต้องสงสัย เขาหัวเราะพลางกล่าว “เช่นนั้นน้องชายผู้นี้ก็ขอขอบคุณพี่เหลียนและข้า…จะไม่สุภาพแล้วนะ!”……………………………………..



Chapter 302 – ร่างกายที่น่าตกใจ

มันเป็นเพียงการแลกเปลี่ยนเท่านั้น อีกอย่าง ยังมีนักสู้ขอบเขตนิพพานที่ทรงพลังถึง 3 คนอยู่ข้างๆ ดังนั้น เฉินเซี่ยงจึงไม่ต้องกลัวว่าเหลียนฉางยวิ้นจะคดโกงใดๆและเขาก็จะไม่ยั้งมือใดๆด้วย

ลานกว้างที่ภายในที่พักของกู่ตงเฉินนับว่าค่อนข้างใหญ่ มันเพียงพอให้เฉินเซี่ยงและเหลียนฉางยวิ้นได้ออกกระบวนท่า แต่เพื่อป้องกันกระบวนท่าที่รุนแรง ทั้งกู่ตงเฉิน หวู่ไคหมิง และเหลียนหยิงเส้าต่างก็ช่วยกันกางข่ายพลังที่มองไม่เห็นครอบคลุมทั่วทั้งลานกว้างเอาไว้เพื่อป้องกันไม่ให้กระบวนท่าที่รุนแรงทำลายอาคารที่อยู่รอบๆ ด้วยวิธีนี่พวกเขาก็จะสามารถปกป้องลานกว้างให้สมบูรณ์ดังเดิมได้

ในตอนนี้เฉินเซี่ยงสัมผัสได้ว่าพื้นดินนั้นแข็งแกร่งมากขึ้น สิ่งนี้ต้องชมเชยนักสู้ขอบเขตนิพพานทั้งสามคนที่ช่วยกันกางข่ายพลัง ด้วยความแข็งแกร่งอันน่าเกรงขามของทั้งสามย่อมเป็นการยากที่นักสู้ขอบเขตนักสู้แท้จริงจะสามารถสั่นคลอนลานกว้างแห่งนี้ได้

ภายในลานกว้าง…เหลียนฉางยวิ้นมีท่าทางจริงจังขณะที่เฉินเซี่ยงดูจะสบายๆ มันทำให้เหลียนฉางยวิ้นรู้สึกว่าเฉินเซี่ยงกำลังดูถูกและนั่นก็ทำให้มันโกรธ มันกำหมัดแน่นและตัดสินใจไว้แล้วว่าเมื่อ 3 กระบวนท่าของเฉินเซี่ยงผ่านไป มันจะตั้นหน้าหล่อๆของเฉินเซี่ยงให้ปูดบวม ความเกลียดชังที่มันมีต่อเฉินเซี่ยงนั้นค่อยๆเพิ่มขึ้นทีละนิดเพราะไม่เพียงเฉินเซี่ยงจะช่วงชิงสตรีของมัน แต่เฉินเซี่ยงยังช่วงชิงความภาคภูมิใจของมันมาด้วย

“เส้นโลหิตเพลิง 3 เส้น! ชายคนนี้ไม่ได้อ่อนแอเลย ระวังด้วยหล่ะ! จากท่าทางของเขาดูเหมือนเขาแทบจะอดทำให้เจ้าพิการไม่ได้” หลงเสวี่ยอี๋หัวเราะคิกคักพลางกล่าว

ไม่ใช่ว่าเฉินเซี่ยงไม่เคยพบคนที่มีเส้นโลหิตถึงสามเส้น ก่อนหน้านี้ลู่เจี่ยที่ถูกเขาสังหารเองก็มี อีกอย่างเขายังอยู่ในระดับ 7 ขอบเขตนักสู้แท้จริง ส่วนคนที่ยังหนุ่มและเย่อหยิ่งอย่างเหลียนฉางยวิ้นนั้น…ไม่มีค่าให้กล่าวถึง สิ่งที่สำคัญที่สุดคือเหลียนฉางยวิ้นยังต่อให้เขาถึง 3 กระบวนท่า

“พ่อของเจ้าหมอนั่นก็อยู่ข้างเขา ไว้หน้าเขาสักเล็กน้อยนะ!” ซูเหม่ยเหยาก็หัวเราะคิกคักพลางกล่าว นางกลัวว่าเฉินเซี่ยงจะจัดการมันในสามกระบวนท่า หากเป็นเช่นนั้น ทั้งบุตรทั้งบิดาคงไม่มีหน้าไปพบใคร

เฉินเซี่ยงเข้าใจวิถีทางของโลกใบนี้ นั่นทำให้เขาตั้งใจว่าจะออมมือสักเล็กน้อย

“เริ่มได้!” กู่ตงเฉินตะโกนขึ้น ด้วยความแข็งแกร่งของเฉินเซี่ยงเขามั่นใจเป็นอย่างมาก เฉินเซี่ยงคืออาจารย์อาของเขาทั้งยังเป็นเสาหลักในรุ่นเยาว์ในนิกายยอดนักสู้ เขาอยากให้เฉินเซี่ยงชนะอย่างไม่ต้องสงสัยเพราะนั่นจะเป็นการเพิ่มศักดิ์ศรีของเขา

เพียงก้าวเดียวเฉินเซี่ยงก็กระโดดออกมาทิ้งเงาร่างของเขาลากยาวเป็นทางไว้ ความเร็วของเฉินเซี่ยงนับว่าค่อนข้างดีแต่เหลียนฉางยวิ้นกลับแอบเยาะเย้ยเพราะมันรู้สึกว่าเฉินเซี่ยงช้าเป็นอย่างมากทั้งยังไม่สามารถเปรียบเทียบกับมันได้

ทันทีที่เฉินเซี่ยงชกหมัดออกไป หมัดอันรุนแรงและรวดเร็วส่งผลให้อากาศเกิดการระเบิดกระทั่งเกิดเป็นแรงอัดอากาศอันรุนแรงพุ่งเข้าใส่หน้าอกของเหลียนฉางยวิ้น ทั้งความเร็วและอำนาจแรงระเบิดนั้นค่อนข้างน่าอัศจรรย์ แต่ในความคิดของเหลียนฉางยวิ้นและเหล่านักรบขอบเขตนิพพาน..มันค่อนข้างอ่อนแอ

เหลียนฉางยวิ้นยิ้มเย้ย มันเพียงเบนตัวหลบไปด้านข้างแต่ดูเหมือนเฉินเซี่ยงจะคาดการณ์เอาไว้แล้วเขาจึงใช้ขาเตะกวาดไปที่ขาของเหลียนฉางยวิ้นข้างที่ใช้ทรงตัวราวกับขวานยักษ์กวาดผ่าน หากเป้าหมายของเฉินเซี่ยงคือต้นไม้ยักษ์มันต้องโดนเขาตัดอย่างง่ายดายแน่

เมื่อเหลียนฉางยวิ้นรู้สึกได้ถึงขาที่เตะกวาดเข้ามา เปลวเพลิงพลันโหมขึ้นที่แขนทั้งสองข้างของมัน ปราณอันมหาศาลของภายในตันเถียนของมันถูกถ่ายมายังแขนทำให้แขนทั้งสองข้างร้อนระอุและทรงพลังมากขึ้น เมื่อเหลียนฉางยวิ้นกระแทกหมัดเข้าหากัน ปราณเพลิงที่อยู่ภายในร่างกายของมันพลันปะทุออกมาก่อนจะส่งผลกระทบอย่างรุนแรงกับขาของเฉินเซี่ยง

ขณะที่หมัดของเฉินเซี่ยงชกออกและขาของเขาได้เตะกวาดไป เฉินเซี่ยงเพียงรู้สึกร้อนเล็กน้อย แต่ถึงอย่างนั้นร่างกายของเขาก็ยังปลิวกลับไปด้านหลัง แต่ด้วยความที่เขาหมุนตัวในอากาศทำให้เขาลงพื้นได้อย่างมั่นคง แต่ขณะที่เท้าของเขาแตะพื้นเขาก็พุ่งออกไปราวกับลูกธนูก่อนจะชกทั้งสองหมัดตรงเข้าใส่หน้าอกของเหลียนฉางยวิ้น

เหลียนฉางยวิ้นยกแขนทั้งสองข้างขึ้นไขว้กันเพื่อป้องกันการจู่โจมของเฉินเซี่ยงที่กำลังตรงเข้ามาขณะที่ร่างกายของมันเองก็ระเบิดปราณอันร้อนระอุออกมาในเวลาเดียวกัน เมื่อพลังทั้งสองสายเข้าปะทะกันเกิดเป็นแรงสั่นสะเทือนพุ่งผ่านลงบนพื้น ด้วยปราณเพลิงที่ระเบิดออกมาจากร่างกายของเหลียนฉางยวิ้นส่งให้เฉินเซี่ยงล่าถอย

เมื่อครบทั้งสามกระบวนท่าแล้ว เหลียนฉางยวิ้นก็เริ่มลงมือจู่โจมทันที ในยามนี้ทั่วร่างของมันคล้ายพยัคฆ์เพลิงดุร้ายที่กำลังพุ่งเข้าใส่เฉินเซี่ยง

ตั้งแต่เริ่มการต่อสู้ เฉินเซี่ยงไม่ได้ใช้ปราณของเขาแม้แต่น้อย เขาใช้เพียงความแข็งแกร่งของร่างกายเข้าจู่โจม ร่างกายของเขาอยู่ในระดับ 5 กายปีศาจอมตะดังนั้น เขาจึงอยากลองดูว่าร่างกายของเขาจะทรงพลังขนาดไหน

ร่างกายของเหลียนฉางยวิ้นกลายเป็นเงาร่างสีแดงเข้ม มือทั้งสองข้างของมันประสานเข้ากันแน่นและทะยานเข้าหาเฉินเซี่ยง เพลิงอันหนาแน่นปะทุขึ้นจากหมัดของมันราวกับฆ้อนเพลิงยักษ์ฟาดพลางเข้าใส่หัวเฉินเซี่ยงอย่างรุนแรง

คาดไม่ถึงว่าเหลียนฉางยวิ้นจะโหดเหี้ยมขนาดนี้ เฉินเซี่ยงรู้สึกโกรธเล็กน้อยทั้งชกหมัดออกไปอย่างรวดเร็วราวกับสายฟ้า น่าแปลกที่เฉินเซี่ยงไม่ได้หลบแต่เขากลับชกหมัดเข้าปะทะ

การกระทำของเฉินเซี่ยงทำให้เหลียนฉางยวิ้นประหลาดใจเล็กน้อยกระทั่งกู่ตงเฉินและคนอื่นๆเองก็เช่นกัน กระบวนท่าของเหลียนฉางยวิ้นนั้นค่อนข้างทรงพลังแต่เฉินเซี่ยงกลับเลือกที่จะไม่หลบ

เสียงระเบิดดังสนั่นส่งผลให้ลานกว้างจะเกิดการสั่นสะเทือนเล็กน้อย เคลื่อนปราณระเบิดออกแผ่เข้าปะทะกับข่ายพลังทำให้เงาร่างของทั้งสองหายไปในทันที เหลียนฉางยวิ้นคาดไม่ถึงว่าความแข็งแกร่งของเฉินเซี่ยงจะน่าเกรงขามขนาดนี้ เพียงแค่ความแข็งแกร่งทางกายภาพของหมัดก็สามารถตอบโตการจู่โจมที่ทรงพลังของมันได้อย่างมั่นคง

เท้าของเฉินเซี่ยงจมลงในพื้นแต่เขายังสามารถยืนได้อย่างมั่นคงขณะที่หมัดของเขาก็มีควันลอยขึ้น ส่วนเหลียนฉางยวิ้นเองก็ถูกส่งปลิวไปไกลด้วยความตกใจจนเกือบกระแทกเข้ากับข่ายพลัง

เมื่อเห็นบุตรชายของตนปลิวออกมาทำให้ดวงตาของเหลียนหยิงเส้าหดตัวอย่างรุนแรง ท่าทางของเขาดูถมึนทึงอย่างบอกไม่ถูกเพราะเขาพบว่าเฉินเซี่ยงไม่ได้ใช้ปราณเลยแม้แต่น้อย

กู่ตงเฉินและหวู่ไคหมิงเองก็ตระหนักเรื่องนี้ ก่อนหน้านี้ในช่วงที่เฉินเซี่ยงและลู่เจี่ยต่อสู้กันทั้งสองต่างรู้ว่าร่างกายของเฉินเซี่ยงนั้นค่อนข้างแข็งแกร่ง เพียงแต่ทั้งสองคาดไม่ถึงว่าเฉินเซี่ยงจะมาถึงระดับนี้ เพียงแค่ใช้ความแข็งแกร่งของหมัดก็สามารถเข้าปะทะกับเพลิงที่รุนแรงของเหลียนฉางยวิ้นได้

ในเรื่องการเดิมพันด้วยการต่อสู้ เหลียนหยิงเส้ามั่นใจในชัยชนะของบุตรชายตนเป็นอย่างมาก แต่ตอนนี้เขาทำได้เพียงถอนหายใจเพราะเขารู้ว่าผลลัพธ์ได้ถูกตัดสินออกมาแล้ว เฉินเซี่ยงจงใจปิดบังความแข็งแกร่งของตนไว้ เขาไม่ได้ใช้ความแข็งแกร่งที่แท้จริง นี่จึงทำให้เหลียนฉางยวิ้นดูดีขึ้นเล็กน้อย ไม่เช่นนั้นเฉินเซี่ยงย่อมเอาชนะเหลียนฉางยวิ้นได้อย่างง่ายดายใน 3 กระบวนท่า

เพียงความแข็งแกร่งทางร่างกายของเฉินเซี่ยงก็เทียบได้กับเหลียนฉางยวิ้นแล้ว ถ้าหากเพิ่มปราณเข้าไปด้วยเหลียนฉางยวิ้นคงพ่ายแพ้อย่างไม่ต้องสงสัย

เหลียนฉางยวิ้นไม่สามารถสัมผัสอะไรได้เลยแม้แต่น้อย เขาเคยตรวจสอบการต่อสู้ของเฉินเซี่ยงแล้วเขารู้ว่าการจู่โจมที่ทรงพลังที่สุดของเฉินเซี่ยงไม่ใช่ปราณเพลิงและปราณคราม แต่มันคือปราณไร้สีที่มองไม่เห็น ไม่งั้นเฉินเซี่ยงย่อมไม่สามารถป้องกันการจู่โจมของเขาได้

เหลียนฉางยวิ้นเองก็ไม่ได้อ่อนแอจนเกินไป เขาเข้าจู่โจมเฉินเซี่ยงอีกครั้ง เงาร่างของเขาริบหรี่ก่อนจะปรากฏขึ้นตรงหน้าของเฉินเซี่ยงในฉับพลันตามด้วยหมัดที่พุ่งเข้าใส่ ภายในพริบตาเงาหมัดสีแดงเข้มก็ปรากฏขึ้นมากมายนับไม่ถ้วน แต่ละหมัดโถมกระหน่ำเข้าใส่เฉินเซี่ยง หมัดเหล่านั้นทั้งทรงพลังและรวดเร็วเป็นอย่างมาก ผ่านไปเพียงพริบตาเสื้อผ้าท่อนบนของเฉินเซี่ยงก็ขาดรุ่งริ่ง

แต่ไม่ว่าจะกี่หมัดต่อกี่หมัดมันก็ไม่ได้สัมผัสหัวโดนของเฉินเซี่ยงเลยแม้แต่น้อย เฉินเซี่ยงไม่ได้หลบมันแต่เขาใช้หมัดของเขาต่อยสวนเพื่อป้องกัน ดังนั้นหมัดส่วนใหญ่ของเหลียนฉางยวิ้นจึงพุ่งเข้าใส่เพียงท่อนบนของเฉินเซี่ยง

กล้ามเนื้อร่างกายท่อนบนของเฉินเซี่ยงนั้นแข็งแกร่งเป็นอย่างมาก มันอัดแน่นและเต็มไปด้วยพลังทั้งรอยสักมังกรขาวบนไหล่ซ้ายของเขาทำให้ร่างกายท่อนบนของเขาดูแข็งแกร่งสมชายชาตรี

แม้ปราณเพลิงอันทรงพลังจะปะทะเข้ากับร่างกายของเฉินเซี่ยงอย่างต่อเนื่อง เขาก็ไม่ได้หวาดกลัวมันแม้แต่น้อย อีกอย่างเขายังไม่ได้ปลดปล่อยปราณเพื่อต่อต้านมันเลย นี่ย่อมชัดเจนถึงความน่าสะพรึงกลัวของร่างกายของเฉินเซี่ยง

เหลียนหยิงเส้าถอนหายใจเล็กน้อย เฉินเซี่ยงนับเป็นสัตว์ประหลาด ในช่วงอายุหมื่นปีที่ผ่านมาของเหลียนหยิงเส้า นี่นับเป็นครั้งแรกที่เขาได้พบกับเด็กหนุ่มที่ทรงพลังเช่นนี้ เขาเชื่อว่าตราบใดที่เฉินเซี่ยงมีอายุถึง 1 หรือ 2 พันปี เขาต้องกลายเป็นตำนานของเฉินหวู่แผ่นดินใหญ่แน่

ในยามนี้ เหลียนฉางยวิ้นเองก็ตระหนักได้ถึงสิ่งผิดปกติเพราะเมื่อหมัดของมันปะทะเข้ากับร่างกายของเฉินเซี่ยง มันกลับสัมผัสได้เพียงความร้อนจางๆและกล้ามเนื้อของเฉินเซี่ยงเท่านั้น นอกเหนือจากนั้นมันไม่อาจสัมผัสถึงพลังใดๆได้เลย แต่จู่ๆความคิดนึงก็ผุดขึ้นในหัวของมัน!

เฉินเซี่ยงต้านรับหมัดของมันด้วยร่างกายเพียงอย่างเดียว! สำหรับเหลียนฉางยวิ้นแล้ว นี่คือสิ่งที่คาดไม่ถึง! มันไม่อาจยอมรับความจริงข้อนี้ได้ มันมั่นใจในความแข็งแกร่งของตนเองมากแต่อีกฝ่ายกลับใช้เพียงร่างกายเปล่าๆ นี่มันทำให้ความมั่นใจของเหลียนฉางยวิ้นพังทะลายลงในพริบตา…………………………………………………




Chapter 303 – นมวิญญาณหมื่นปี

เหลียนฉางยวิ้นจู่โจมอย่างโหดเหี้ยมมากขึ้นเพื่อไม่ให้ความมั่นใจของมันหายไป ขณะที่มันกระหน่ำห่าหมัดเพลิงที่รุนแรงและกดดันเข้าใส่เฉินเซี่ยง เฉินเซี่ยงเพียงรู้สึกเจ็บปวดจากการถูกแผดเผาเพียงเล็กน้อยและเขายังทนได้ เขาใช้เพียงหมัดทั้งสองข้างป้องกันไม่ให้การจู่โจมของเหลียนฉางยวิ้นทะลุผ่านไปได้

แต่ถึงอย่างนั้นเหลียนฉางยวิ้นยังคงพยายามจู่โจมที่หัวของเฉินเซี่ยงอย่างโหดเหี้ยม หากการจู่โจมของเขาผ่านไปได้มันย่อมเป็นอันตรายร้ายแรงเป็นอย่างมาก นั่นทำให้เฉินเซี่ยงโกรธเล็กน้อย แต่ทันใดนั้นเฉินเซี่ยงยกมือขึ้นคว้าจับหมัดที่รุนแรงข้างหนึ่งของเหลียนฉางยวิ้นเอาไว้ก่อนที่ปราณจะทะลักออกมาจากตันเถียนของเฉินเซี่ยงทำให้การคว้าจับของเขาทรงพลังขึ้นเป็นอย่างมาก

หมัดของเหลียนฉางยวิ้นถูกเฉินเซี่ยงคว้าจับทำให้มันรู้สึกขวัญกระเจิง เฉินเซี่ยงคว้าจับหมัดของมันได้อย่างง่ายดายทั้งยังแน่นเป็นอย่างมาก ไม่ว่าเหลียนฉางยวิ้นจะออกแรงมากเท่าไหร่มันก็ไม่สามารถสลัดหลุดได้

แต่เมื่อเหลียนฉางยวิ้นจงใจชกหมัดที่รุนแรงอีกข้างเข้าใส่หัวของเฉินเซี่ยง เฉินเซี่ยงแค่นเสียงเย็นชาก่อนจะเริ่มหักกระดูกนิ้วของมัน *แครก แครก!* ไม่นานหลังจากเสียงกระดูกลั่นดังขึ้น เสียงแผดร้องอันแสบแก้วหูของเหลียนฉางยวิ้นก็ดังตามขึ้นมา

มือข้างหนึ่งของเหลียนฉางยวิ้นถูกเฉินเซี่ยงทำลายทำให้มันเกรี้ยวกราดเป็นอย่างมาก กำปั้นข้างที่เป็นอิสระจากการคว้าจับของเฉินเซี่ยงปรากฏเป็นเพลิงอันร้อนแรงยิ่งขึ้น เกรี้ยวกราดยิ่งขึ้น และลุกโหมยิ่งขึ้นก่อนที่หมัดของมันจะกระหน่ำเข้าใส่ศีรษะของเฉินเซี่ยงราวกับฝนดาวตก

เฉินเซี่ยงยังคงจับหมัดข้างที่หักของเหลียนฉางยวิ้นไว้แน่นก่อนจะเหวี่ยงมันเข้าใส่ข่ายพลัง

ในที่สุดวิธีการที่โหดเหี้ยมของเหลียนฉางยวิ้นก็ทำให้เฉินเซี่ยงโกรธ ปราณทั่วร่างของเฉินเซี่ยงหนาแน่นขึ้น ปราณอันทรงพลังถูกปลดปล่อยออกมาและไหลทะลักเข้าสู่แขนขาและกระดูกทั่วร่างของเขา เมื่อใช้ปราณจะทำให้เฉินเซี่ยงทรงพลังขึ้นเป็นอย่างมากทั้งยังทำให้เขาแผ่ปราณสังหารออกมาด้วยเล็กน้อย

เหลียนฉางยวิ้นกู่ร้องขึ้นก่อนจะพุ่งเข้าใส่เฉินเซี่ยงอีกครั้ง ใบหน้าอันหล่อเหลาของมันกลายเป็นน่าเกลียดทั้งดวงตาของยังเต็มไปด้วยความเกลียดชังราวกับมันไม่อยากอดรนทนรอนที่จะสังหารเฉินเซี่ยงได้ ทั่วร่างของมันปลดปล่อยเพลิงที่น่าสะพรึงกลัวและในยามนี้มันได้สูญสิ้นสติสัมปชัญญะไปแล้ว

“หมัดศักดิ์สิทธิ์พยัคฆ์ขาว!” ความโกรธปะทุขึ้นในใจของเฉินเซี่ยงจนทำให้ปราณสังหารอันหนาแน่นปกคลุมไปทั่วท้องฟ้า เงาภาพหมัดสังหารอันรุนแรงปะทุขึ้นราวกับคลื่นคลั่งซัดโหมในมหาสมุทร อากาศบริเวณโดยรอบสั่นสะเทือน ปราณอันบ้าคลั่งถูกซัดกระหน่ำเข้าใส่เหลียนฉางยวิ้น

ภายในพริบตา ร่างกายของเหลียนฉางยวิ้นก็ถูกกระหน่ำเข้าไปมากกว่า 100 หมัด กระดูกหลายชิ้นของมันถูกทำลายจนทำให้มันกระอักโลหิตออกมา แต่ขณะที่มันกำลังจะสู้ต่อ เหลียนหยิงเส้าพลันถอนหายใจแล้วกล่าวขึ้น “น้องชาย…ไว้หน้าข้าเถอะ โปรดเมตตาเขาด้วย!”

เมื่อเฉินเซี่ยงได้ยินคำกล่าว เขาพลันถอนหมัดและปราณสังหารที่ครอบคลุมท้องฟ้าออกไปภายในพริบตา ส่วนเหลียนฉางยวิ้นที่กำลังโกรธแค้นก็ถูกอำนาจที่มองไม่เห็นกดทับเข้าใส่

“ผู้อาวุโส… ผลการประลองยังไม่ทราบแน่ชัด” เฉินเซี่ยงกล่าว หากการต่อสู้ถูกหยุดไว้เช่นนี้เขาก็จะไม่ชนะเดิมพัน นี่เป็นเรื่องที่เฉินเซี่ยงกังวลมากที่สุด

“เจ้าชนะ! ฉางยวิ้นเอาของออกมาแล้วมอบให้เขา” เหลียนหยิงเส้าปรากฏขึ้นเบื้องหน้าเหลียนฉางยวิ้นภายในพริบตาพลางจับจ้องไปที่เหลียนฉางยวิ้น

เมื่อเห็นว่าบิดาของตนโกรธมันก็รู้ทันทีว่ามันผิดเพียงแต่ภายในใจของมันยังต่อต้านอย่างที่สุด แต่ถึงอย่างนั้นเมื่อมันสัมผัสได้ถึงรัศมีที่เข้มงวดของเหลียนหยิงเส้ามันก็ไม่กล้ากล่าวอะไรออกมา มันหยิบเอาเมล็ดบัวหยกขาวและบัวโลหิตมังกรเพลิงออกมาทันทีก่อนจะส่งให้กับเฉินเซี่ยง

เมื่อเฉินเซี่ยงได้รับของเดิมพันแล้ว บนใบหน้าของเขาพลันปรากฏรอยยิ้มกว้างพลางแสดงความชื่นชมซ้ำแล้วซ้ำเล่าซึ่งแตกต่างกับท่าทางของเขาก่อนหน้านี้โดยสิ้นเชิง

เหลียนหยิงเส้าสั่งสองบุตรชายของตนก่อนจะกล่าวลากู่ตงเฉินและหวู่ไคหมิงแล้วจากไปอย่างรวดเร็ว

เมื่อทั้งสองบุตรและบิดาได้จากไปเฉินเซี่ยงก็กล่าวถามเบาๆ “ประมุขเกาะบงกชจะเกลียดข้าหรือเปล่า?”

“สำหรับตัวเขาหน่ะไม่…แต่สำหรับุตรชายของเขาหน่ะไม่เหลือ!” กู่ตงเฉินกล่าวกลั้วหัวเราะพลางแตะไหล่เฉินเซี่ยง “เด็กน้อยอย่างเจ้าเกือบจะได้สังหารอีกครั้งแล้ว เป็นคนหนุ่มนี่ดีจริงๆ… เมื่อยามที่ข้าอายุเท่าเจ้า ข้าเป็นแค่นักสู้ขอบเขตนักสู้แท้จริงตัวเล็กๆเท่านั้น”

เฉินเซี่ยงกระแอมก่อนจะกล่าวอ้าง “ในเมื่อไม่มีคนอื่นอยู่แล้ว เจ้าต้องเรียกข้าว่าอาจารย์อา!”

รอยยิ้มของกู่ตงเฉินหายไปในพริบตา เขาเย้ยหยันเบาๆ หลังจากเฉินเซี่ยงหัวเราะอย่างมีชัยอยู่ชั่วครู่เขาก่อนจะจากไปอย่างรวดเร็ว

หวู่ไคหมิงก็หัวเราะพลางกล่าว “หากไม่ใช่เพราะอาจารย์อา ป่านนี้เหลียนหยิงเส้าคงได้หน้าไปแล้ว เขาทำให้บุตรชายของตนเสียนิสัยได้ถึงเพียงนี้แต่มันก็ยังดีนะที่เขายังมีชีวิตรอดอยู่”

กู่ตงเฉินพยักหน้าพลางกล่าว “จะมีก็แต่อาจารย์อานี่แหละที่ไม่เคยเกรงกลัวผู้ใด เขาเป็นศิษย์คนที่สองของตาแก่บ้านั่น หรืออาจารย์ของพวกเราก็เป็นคนบ้ากับเค้าด้วย?”

หลังจากที่เฉินเซี่ยงได้ของดีมามากมายหลายสิ่ง เขาย่อมต้องเอาไปอวดจักรพรรดินีของเขา

แต่เมื่อเฉินเซี่ยงกลับไปยังร้านค้าอาวุธเฉินปิงอย่างร่าเริง เขาก็พบว่าหลิวเมิ่งเอ๋อได้กลับไปยังจักรวรรดิเฉินปิงเทียนแล้วเพราะมีเรื่องบางอย่างที่นางจำเป็นต้องจัดการ

เมื่ออวดอ้างนางไม่ได้ว่าเขาได้ของดีมามากมายหลายสิ่ง เขาก็รู้สึกผิดหวังเล็กน้อย หลังจากนั้นเขาได้ไปยังหอคอยดันเซี่ยงเพื่อสอบถามเรื่องการแข่งขันปรุงยา ถึงแม้ว่ารางวัลในการแข่งขันจะยิ่งใหญ่แต่มันก็ไม่ได้มีความหมายกับเขา เขาเพียงต้องการชนะเพื่อยืนยันความแข็งแกร่งของเขาเท่านั้น

แต่ถึงอย่างนั้นรายละเอียดของการแข่งขันยังคงไม่ประกาศออกมา จะมีเพียงรางวัลการแข่งขันเท่านั้นที่ประกาศออกมาแล้วซึ่งรางวัลเหล่านั้นจะมีเพียงผู้ชนะเท่านั้นที่ได้ไป

รางวัลสำหรับการแข่งขันปรุงยาระดับล่างคือนมวิญญาณหมื่นปีจำนวน 2 หยด หากหยดนมวิญญาณหมื่นปีลงในสมุนไพรวิญญาณเพียง 1 หยดย่อมสามารถเร่งการเจริญเติบโตของมันได้ นั่นจึงทำให้มันกลายเป็นสิ่งที่ล้ำค่าเป็นอย่างมาก ผู้คนจำนวนมากต่างคาดเดาว่าหอคอยดันเซี่ยงย่อมใช้นมวิญญาณหมื่นปีในการทำให้สมุนไพรล้ำค่าและหายากของพวกเขาเร่งการเจริญเติบโตขึ้น

รางวัลในการแข่งขันปรุงยาขั้นกลางคือนมวิญญาณหมื่นปีจำนวน 5 หยด ส่วนการแข่งขันปรุงยาระดับสูงจะได้ 10 หยด… ในเรื่องการใช้งานอย่างเฉพาะเจาะจงของนมวิญญาณหมื่นปีนั้นเฉินเซี่ยงยังไม่ทราบ แต่ตามที่ประกาศออกมา หลังจากชนะการแข่งขันปรุงยาหอคอยดันเซี่ยงจะเป็นผู้จัดการชุมนุมเพื่อแจ้งการใช้งานกับผู้ชนะอีกทีนึง

เฉินเซี่ยงสงสัยในนมวิญญาณหมื่นปีเป็นอย่างมาก เพราะทั้งหลงเสวี่ยอี๋และสตรีอีก 2 นางที่มากประสบการณ์ต่างไม่รู้จักมันกระทั่งยังไม่เคยได้ยินมาก่อน

10 วันผ่านไปภายในพริบตา ในช่วง 10 วันผ่านมานี้เฉินเซี่ยงได้บ่มเพาะตนเองและยังไปร้านขายอาวุธดันเซี่ยงอยู่หลายครั้งเพื่อตรวจสอบว่าหลิวเมิ่งเอ๋อกลับมาแล้วหรือยัง หากหลิวเมิ่วเอ๋อไม่อาจเข้าร่วมชมการแข่งขันของเขา นั่นย่อมทำให้เขาผิดหวังเป็นอย่างมาก

การแข่งขันปรุงยาจะเริ่มขึ้นในวันพรุ่งนี้ซึ่งจะจัดขึ้นบนเวทีการแข่งขันที่แตกต่างกันออกไป 3 เวทีบนลานกว้างขนาดยักษ์ใกล้ๆกับหอคอยดันเซี่ยง เหตุที่ต้องมีเวทีถึง 3 เวทีก็เพราะจะมีผู้คนจำนวนมากมาชมการแข่งขัน และเพื่อให้ผู้คนสามารถรับชมการแข่งขันได้ดีขึ้น ทางเจ้าของงานจึงได้จัดสร้างสนามแข่งขันขนาดยักษ์ขึ้น แม้นั่นจะกระทบกับการปรุงยาอย่างยิ่งยวดแต่มันก็ยังวัดถึงระดับของนักปรุงยาอย่างแท้จริง

เฉินเซี่ยงอยู่ในที่พักของกู่ตงเฉิน ยามนี้คือยามดึกแต่จู่ๆเฉินเซี่ยงก็ตื่นเพราะเขาสัมผัสได้ถึงอันตรายที่กำลังใกล้เข้ามา ทันทีที่เขาลืมตาเขาก็เกือบตกใจจนตายก่อนจะถูกปิดปากเขาไว้

“นี่เจ้า… เจ้าเกือบทำข้าตกใจตายไปแล้ว!” เฉินเซี่ยงตะโกนขึ้นในใจ ดวงตาของเขาเต็มไปด้วยความฉุนเฉียวพลางจับจ้องไปยังผู้อาวุโสเม็ดยาที่สวมหน้ากากไว้ เขาคาดไม่ถึงว่านางจะปรากฏตัวขึ้นแบบนี้

“อาจารยอา นี่คือหลินจือไร้สี หญ้าห้าใบ และเมล็ดบัวห้าสี ในช่วงที่ผ่านมาข้าได้ออกไปหาสมุนไพรสำหรับเม็ดยาธาตุแท้จริงให้แก่ท่าน ตอนนี้ข้าจะเก็บตัวบ่มเพาะเป็นเวลานาน ท่านไม่จำเป็นต้องตามหาข้า อ้อจริงสิ นี่คือรายชื่อของผู้เข้าร่วมการแข่งขันปรุงยาระดับสูงในวันพรุ่งนี้และก็ยังมีข้อมูลอื่นๆอีกมากมาย หากท่านดูย่อมไม่เสียหาย เอาหล่ะ…ข้าต้องไปแล้วและท่านห้ามบอกศิษย์พี่กับศิษย์น้องนะว่าข้ามาที่นี่”

นางยัดกระเป๋าเก็บของลงในมือของเฉินเซี่ยงก่อนจะทะยานออกไปทางหน้าต่างอย่างรวดเร็วพลางกลืนหายไปกับยามราตรี

เฉินเซี่ยงยังคงมึนงงจากอาการตกใจ เมื่อเขาดูกระเป๋าเก็บของในมือเขาพลางถอนหายใจยาม เขาแอบรู้สึกขอบคุณผู้อาวุโสเม็ดยา นางกลับช่วยเขาเก็บรวมสมุนไพรอย่างขันแข็งขนาดนี้ แต่ถึงอย่างนั้นเขายังคงไม่เข้าไปว่าทำไมนางถึงได้เข้าใจยากนัก…………………………………………………




Chapter 304 – การแข่งขันด้วยเพลิง

————

ผู้อาวุโสเม็ดยาได้จากไปอย่างฉับพลัน เฉินเซี่ยงจ้องมองภายในกระเป๋าเก็บของด้วยความงุนงง ภายในนั้นมีหลินจือไร้สีอันวิจิตรประณีตราวกับขุดถอนมันขึ้นมาจากแท่งผลึกโปร่งแสง ภายในหลินจือประกอบด้วยปราณวิญญาณของธาตุทั้งห้าซึ่งได้ผสานกันกลายเป็นปราณไร้สีที่คล้ายคลึงกับปราณจักรวาลของเฉินเซี่ยงอย่างที่สุด

หญ้าห้าใบจะมีใบที่เป็นลักษณะเหมือนใบมีดที่มีสีต่างกันถึง 5 สี ลักษณะของพลังงานภายในของมันคล้ายคลึงกับหลินจือไร้สีและเมล็ดบัวห้าสีที่ผู้อาวุโสเม็ดยาเป็นคนเอามาให้ การกระทำของผู้อาวุโสเม็ดยาทำให้เฉินเซี่ยงซาบซึ้งเป็นอย่างมาก เขาตัดสินใจว่าหลังจากกลับไปยังนิกายยอดนักสู้แล้วเขาจะมอบของขวัญเล็กๆน้อยๆให้กับนาง

ถึงแม้นางจะเป็นสตรีลึกลับแต่เฉินเซี่ยงก็ค่อยๆประทับใจในตัวนางทีละน้อย

เมื่อดวงตะวันทอแสงอาบไล้ผืนดิน…นั่นคือสัญญาณของการเริ่มต้นการแข่งขันปรุงยาภายในเมืองดันเซี่ยง เฉินเซี่ยงเข้าร่วมการแข่งขันปรุงยาระดับสูงและยังเป็นผู้เข้าแข่งขันที่อายุเยาว์ที่สุด การเข้าร่วมการแข่นขันระดับสูงนี้ เข้าแข่งขันต้องเป็นนักปรุงยาระดับ 5 แล้วเท่านั้น

ในการแข่งขันปรุงยาระดับสูงมีผู้เข้าร่วมไม่มากนักแต่ผู้ที่เข้าชมกลับไม่เป็นเช่นนั้น มีผู้คนเข้าชมการแข่งขันปรุงยาระดับสูงมากมายนับไม่ถ้วนซึ่งพวกเขาได้ล้อมรอบเวทีการแข่งขันจนเต็มไปหมดแล้วในตอนนี้ ด้านบนเวทีการแข่งขัน…มีโต๊ะตั้งอยู่ทั้งหมด 30 ตัวซึ่งนั่นคือจำนวนผู้เข้าแข่งขัน ส่วนผู้ที่เข้าร่วมการแข่งขันปรุงยาระดับต่ำและกลางนั้นต่างมีมากกว่าร้อยคนซึ่งทำให้เวทีการแข่งขันของทั้งสองระดับนั้นใหญ่เป็นอย่างมาก

“มารดามันเถอะ! น้องเฉินไม่ได้อยู่ที่นี่หรอทำไมข้าถึงไม่เห็นเขา?” เจ้าอ้วนกล่าวอย่างหงอยเหงา ทั่วทั้งลานกว้างอัดแน่นไปด้วยผู้คนซึ่งอาจกล่าวได้ว่าเป็นทะเลมนุษย์ไปแล้ว การแข่งขันปรุงยาในครั้งนี้เป็นส่วนสุดท้ายของงานชุมนุมแห่งเถาหยวนซึ่งการที่ผู้คนจะมาชุมนุมกันอยู่ที่นี่เป็นจำนวนมากนั้นย่อมไม่นับว่าแปลก

หวินเสี่ยวเตา ชูเหว่ยหลง พี่น้องตระกูลเหลย และเหลียนหมิงตงเองก็อยู่ที่นี่ พวกเขาเบียดเสียดเข้าไปในฝูงชนก่อนจะหยุดยืนดูเวทีการแข่งขันระดับกลาง ยามนี้ผู้เข้าร่วมการแข่งขันได้ขึ้นไปบนเวทีกันหมดแล้วเพียงแต่พวกเขายังไม่พบเฉินเซี่ยง

เหยาไห่เฉิงและวู๋เชียนเชียนต่างยืนอยู่ในเวทีการแข่งขันระดับกลาง ด้วยที่อายุเยาว์…งดงามราวกับล่มเมือง ทำให้นักปรุงยาหญิงเช่นวู๋เชียนเชียนดึงดูดสายตาของผู้คนได้มากมาย นักปรุงยาที่เป็นสตรีนับว่าหายากเป็นอย่างยิ่ง แต่ถึงอย่างนั้นพวกนางก็โด่ดเด่นอย่างที่สุดเช่นเดียวกัน ยกตัวอย่างเช่นประมุขแห่งดันเซี่ยงเถาหยวนและผู้อาวุโสเม็ดยาแห่งนิกายยอดนักสู้ ทั้งสองนางล้วนเป็นนักปรุงยาหญิงทั้งยังเป็นนักปรุงยาที่โดดเด่นที่สุดในเฉินหวู่แผ่นดินใหญ่

“ไอ้พวกโง่ รีบหันไปดูที่เวทีการแข่งขันระดับสูงนู่น เจ้าเฉินเซี่ยงอยู่ตรงนั้น” เห่าตงชิงตะโกนขึ้น เสียงของเขาดังทำให้ทั้งกลุ่มของหวินเสี่ยวเตาและคนอื่นๆได้ยินไปด้วยจนทำให้พวกเขาหันมองไปยังเวทีการแข่งขันระดับสูงพร้อมๆกัน

ทันใดนั้น รูปร่างสูงใหญ่กำยำของเฉินเซี่ยงก็ต้องตาผู้คน กลายเป็นว่าเฉินเซี่ยงยืนอยู่บนเวทีการแข่งขันระดับสูงจริงๆ ข่าวคราวเช่นนี้แพร่จาก 1 ไป 10 จาก 10 ไป 100 และกระจายต่อไปอย่างรวดเร็วจนทำให้ทั่วทั้งลานกว้างกึกก้องไปเสียงโห่ร้อง

เสียงอุทานด้วยความตกใจของแต่ละคนดังก้องเพราะเฉินเซี่ยงกำลังยืนอยู่บนเวทีการแข่งขันระดับสูง หรือกล่าวง่ายๆ…นั่นคือเฉินเซี่ยงได้เป็นนักปรุงยาระดับ 5 แล้ว! ด้วยอายุเพียงเท่านี้กลับเป็นนักปรุงยาระดับ 5…เรื่อง นี้ทำให้หวินเสี่ยวเตาและกลุ่มตกใจอย่างที่สุด

“ข้านับถือเจ้าหนุ่มนั่นจริงๆ…แต่เขากลับไม่ฉลาดที่ทำเช่นนั้น”

“ถูกแล้ว..ดูเหมือนเขาเพิ่งจะเป็นนักปรงยาระดับ 5… บนเวทีการแข่งขันนั้นล้วนมีทั้งนักปรุงยาระดับ 5 และ 6 ตัวเขาเพิ่งจะเป็นนักปรุงยาระดับ 5 นั่นย่อมเสียเปรียบเป็นอย่างมาก! นักปรุงยาคนอื่นๆล้วนเป็นผู้มีชื่อเสียงมากนานหลายปี!”

“เขายังเด็กเกินไปจริงๆ!”

“ฮ่าฮ่า ผู้เข้าร่วมการแข่งขันระดับสูงล้วนหัวเราะเยาะ ในหมู่พวกเขากลับมีผู้เข้าร่วมอยู่หนึ่งคนที่ไร้ความสามารถ”

“…”

เมื่อได้ยินคำกล่าวของเหล่าผู้คนที่ด้านข้าง หวินเสี่ยวเตาและกลุ่มต่างเข้าใจเรื่องนั้นดี นับเป็นเรื่องเสียเปรียบยิ่งที่เฉินเซี่ยงเข้าร่วมการแข่งขันปรุงยาระดับสูงทั้งพวกเขายังแอบด่าทอเฉินเซี่ยงว่าบ้าบิ่นเกินไปแล้ว

แววตาแปลกๆประกายขึ้นในดวงตาของวู๋เชียนเชียน นางจ้องมองเฉินเซี่ยงพลางแอบถอนหายใจ แต่เดิมนางเชื่อว่านางจะสามารถแข่งขันกับเฉินเซี่ยงได้ในเวทีแห่งนี้ แต่นางยังคงตามหลังเขาอยู่หนึ่งก้าว

เหยาไห่เฉิงเองก็ถอนหายใจเช่นเดียวกัน เขาคาดไม่ถึงว่าอาจารย์ตัวน้อยของเขาจะพัฒนาได้น่ากลัวขนาดนี้จนกระทั่งจู่ๆเขาก็ทะยานขึ้นไปสู่นักปรุงยาระดับ 5!

เหลียนฉางอวิ้นเองก็อยู่ที่นี่เช่นเดียวกัน ถึงแม้ว่ามันจะได้รับบาดเจ็บเพราะเฉินเซี่ยงแต่มันก็ไม่ได้หนักหนามากนัก บิดาของมันเป็นถึงประมุขเกาะบงกชทั้งยังไม่ขาดแคลนเม็ดยามากมาย ด้วยเวลาอีกเพียงไม่กี่วันมันย่อมหายดี เมื่อมันได้เห็นสาวงามอย่างวู๋เชียนเชียนที่เอาแต่จ้องมองเฉินเซี่ยงที่อยู่ห่างออกไปด้วยความนับถือ มันยิ่งอิจฉาเฉินเซี่ยงมากขึ้นกระทั่งแอบแค่นเสียงเย็นชาอยู่ในใจ

ไม่นานก่อนหน้านี้ในนิกายยอดนักสู้ได้มีข่าวลือว่าเฉินเซี่ยงและวู๋เชียนเชียนเป็นคู่รักกัน ใครก็ตามที่เกี่ยวข้องกับเฉินเซี่ยงย่อมทราบเรื่องนี้ เหลี๋ยนฉางอวิ้นคิดพลางกำหมัดแน่น…มันแทบอดที่จะเข้าไปทุบหัวเฉินเซี่ยงไม่ได้

ในที่สุดหวินเสี่ยวเตาและพวกก็พบที่ที่สามารถดูได้ทั้งเวทีการแข่งขันระดับกลางและสูงได้พร้อมๆกัน… เมื่อเวลามาถึง ฮูหยินหลี่ก็ปรากฏตัวขึ้นที่เวทีการแข่งขันระดับสูงเพื่อประกาศการแข่งขันในรอบแรก

“เพลิง…นับเป็นสิ่งสำคัญที่สุดสำหรับนักปรุงยา… ดังนั้นการแข่งขันในรอบแรกนี้คือการแข่งขันเพลิงเพื่อดูว่าเพลิงของผู้ใดน่าเกรงขามมากกว่ากันและผู้ใดสามารถควบคุมเพลิงได้ดีกว่ากัน”

ขณะที่ฮูหยินหลี่กล่าวก็มีผู้คนจำนวนหนึ่งเดินขึ้นไปบนเวทีก่อนจะวางเทียนไขขนาดเท่าครึ่งขามนุษย์ลงบนโต๊ะที่อยู่เบื้องหน้าของผู้เข้าแข่งขันแต่ละคน

“เทียนที่อยู่เบื้องหน้าพวกท่านจะมีชิ้นน้ำแข็งสีแดงขนาดเท่ากับเมล็ดข้าวอยู่ พวกท่านต้องหลอมละลายเทียนเพื่อนำเอาชิ้นน้ำแข็งเหล่านั้นมาใส่ในกล่องน้ำแข็งที่อยู่ข้างท่าน ในเทียนแต่ละเล่มจะมีชิ้นน้ำแข็งอยู่ทั้งหมด 100 ชิ้น เมื่อหมดเวลาการแข่งขัน…ผู้ใดที่ชิ้นน้ำแข็งน้อยที่สุดจะถูกคัดออก!”

เฉินเซี่ยงแผ่สัมผัสศักดิ์สิทธิ์เพื่อวิเคราะห์เทียนที่อยู่เบื้องหน้าอย่างถี่ถ้วน ภายในนั้นมีชิ้นน้ำแข็งที่พิเศษอยู่จริงแต่หากเป็นสภาพการณ์ทั่วๆไปย่อมเป็นการยากที่จะหลอมมัน ยิ่งเมื่อชิ้นน้ำแข็งเหล่านั้นถูกเพลิงมันก็จะระเหยไปในทันที

แต่ละรอบของการแข่งขันระดับสูงจะมีผู้เข้าร่วมถูกคัดออกครั้งละ 5 คน การแข่งขันระดับกลางจะถูกคัดออกครั้ง 15 คน ส่วนการแข่งขันระดับต่ำจะถูกคัดออกครั้งละ 20 คน

สิ่งที่เฉินเซี่ยงมั่นใจได้ก็คือแม้จะมีการแข่งขันมากมายหลายรอบขนาดไหน รอบแรกย่อมเป็นเรื่องง่ายสำหรับเขา

การแข่งขันยังไม่เริ่มต้นซึ่งช่วงนี้ต่างให้ผู้เข้าแข่งขันได้เตรียมตัว เฉินเซี่ยงมองไปยังผู้เข้าแข่งขันคนอื่นๆ คืนก่อน…ผู้อาวุโสเม็ดยาได้ให้ข้อมูลของผู้เข้าร่วมแข่งขันกับเขาแล้ว เหล่าผู้เข้าแข่งขันล้วนเป็นผู้ที่ค่อนข้างมีชื่อเสียงในเฉินหวู่แผ่นดินใหญ่

ในหมู่ผู้เข้าแข่งขัน นักปรุงยาจากดันเซี่ยงเถาหยวนและเกาะบงกชนับได้กว่าครึ่ง นักปรุงยาจากดันเซี่ยงเถาหยวนมีทั้งมหมด 8 คนขณะที่นักปรุงยาจากเกาะบงกชนั้นมีทั้งหมด 7 คน ส่วนนักปรุงยาคนอื่นๆมีบ้างที่มาจากนิกายนักสู้แท้จริง นิกายเช่าหวู่ และนิกายกระบี่ลึกล้ำ พวกเขาต่างเป็นนักปรุงยาระดับ 6 กันทั้งสิ้น

เมื่อได้ดูข้อมูลของคนเหล่านั้นไปแล้วเฉินเซี่ยงจึงตระหนักได้ว่า เขาเป็นนักปรุงยาระดับ 5 เพียงคนเดียวบนเวทีแห่งนี้ อีกอย่าง ยังเป็นนักปรุงยาระดับ 5 ขั้นต่ำด้วย! นั่นทำให้เขาทราบถึงเหตุผลที่คนเหล่านั้นไม่เห็นเขาอยู่ในสายตาเพราะนักปรุงยาระดับ 6 นั้นย่อมไม่เกรงกลัวนักปรุงยาระดับ 5

เฉินเซี่ยงมองไปยังนักปรุงยาที่ไร้ชื่อเสียง ตามข้อมูลที่เขาทราบมา…เป็นทะเลนิรันดร์ที่ส่งคนเหล่านี้มา

“บัดนี้…ย่อมสมควรแก่เวลาแข่งขันแล้ว…ข้าขอประกาศว่า…การแข่งขันเริ่มได้!” ฮูหยืนหลี่ตะโกนขึ้นทำให้ทั่วทั้งลานกว้างเงียบลง ผู้ชมทุกคนต่างตั้งใจชมเหล่านักปรุงยาที่อยู่บนเวที สำหรับผู้รับชมแล้ว…เหล่านักปรุงยาพวกนี้ล้วนเป็นผู้ยิ่งใหญ่ แต่ตอนนี้พวกเขากลับมีโอกาสได้ชื่นชมอย่างใกล้ชิด พวกเขาทั้งตื่นเต้นและดีใจ

รอบแรกของการแข่งขันกล่าวได้ว่ายาก…แต่ไม่ยาก ง่าย…แต่ไม่ง่าย เพราะไม่เพียงจะเป็นการทดสอบเพลิงเท่านั้น แต่ยังเป็นการทดสอบสัมผัสศักดิ์สิทธิ์และการควบคุมเพลิงในเวลาเดียวกันด้วย

เมื่อเหล่านักปรุงยาปลดปล่อยเพลิงออกมา พวกเขาต่างตระหนักได้ว่าเทียนที่อยู่ตรงหน้านั้นไม่ธรรมดา มันไม่ได้ถูกหลอมเหลวได้ง่ายนัก แต่หากพวกเขาเพิ่มอุณหภูมิของเพลิงมากจนเกินไป พวกเขาก็กังวลว่ามันจะกระทบกับชิ้นน้ำแข็งที่ละเอียดอ่อนเหล่านั้น นี่จึงเป็นสิ่งที่ทำให้ผู้เข้าแข่งขันต่างปวดหัว

พวกเขาไม่สามารถหลอมเทียนได้อย่างต่อเนื่อง…แต่ก็ไม่สามารถหยุดใช้เพลิงได้เช่นกันเพราะมันจะทำให้พวกเขาถูกคัดออก จะมีเพียงแต่ผู้ที่มั่นใจในเพลิงและสัมผัสศักดิ์สิทธิ์ของตนเท่านั้นที่กล้าหลอมเทียน เฉินเซี่ยงเองก็เป็นหนึ่งในนั้น… เพลิงของเฉินเซี่ยงรุนแรงที่สุด เหล่าผู้คนที่สัมผัสกับความร้อนของเพลิงต่างเหงื่อพรั่งพรู ด้วยวิธีบ้าระห่ำอย่างที่เฉินเซี่ยงกำลังทำ…เขาไม่กลัวว่ามันจะไปเผาชิ้นน้ำแข็งที่อยู่ภายในเทียนเลยหรือ?……………………………..




Chapter 305 – ผ่านการทดสอบอย่างหมดจด

เมื่อเห็นนักปรุงยาบางคนยังไม่ได้ใช้เพลิงของตน ฮูหยินหลี่จึงตะโกนขึ้น “ยามใดที่ทรายในนาฬิกาทรายนี้หมดลง…ย่อมหมายถึงรอบการแข่งขันได้สิ้นสุด หากผู้ใดก็ตามที่ไม่สามารถหลอมเทียนได้ให้นับว่าพวกท่านต้องจ่ายค่าชดเชยและถูกคัดออกจากการแข่งขัน”

เฉินเซี่ยงมองไปยังนาฬิกาทรายที่ยามนี้เหลืออีกเพียงครึ่งชั่วโมงทรายก็จะไหลลงจนหมด เวลาค่อนข้างกระชั้นทั้งเทียนยังยากที่จะหลอมและต้องใช้ความระมัดระวังในการหลอมเทียนเป็นอย่างมาก มิเช่นนั้นชิ้นน้ำแข็งที่อยู่ภายในจะถูกหลอมไปด้วย

ท่ามกลางเวทีแข่งขันทั้ง 3 มีเพียงนักปรุงยาบนเวที่ระดับสูงเท่านั้นที่เริ่มหลอมเทียน ส่วนนักปรุงยาในอีก 2 เวทีที่เหลือต่างยังลังเลอยู่ กล่าวได้ว่าไม่มีผู้ใดอยากออกจากการแข่งขันโดยไม่แข่งขัน

ดังนั้นเหล่านักปรุงยาทั้งหมดจึงเร่งปลดปล่อยเพลิงของตนโดยพร้อมเพรียงจนทำให้ทั่วทั้งสนามแข่งขันกลายเป็นแอ่งความร้อนขนาดยักษ์และผู้ชมมากมายยังไม่สามารถทนต่อความร้อนที่เพิ่มขึ้นโดยฉับพลันได้ ทั่วร่างของพวกเขาพรั่งพรูไปด้วยเหงื่อ จะมีก็แต่เหล่านักสู้เท่านั้นที่สามารถทนต่อความร้อนได้ด้วยปราณของพวกเขา

ผู้เข้าแข่งขันทุกคนต่างหลอมเทียนของตนอย่างระมัดระวัง บางคนค่อยๆหลอมเทียนจากด้านนอกทีละนิดๆ บางคนเริ่มหลอมเทียนจากด้านใน แต่พวกเขาทั้งหลายต่างปลดปล่อยเพลิงในปริมาณที่น้อยมากและยังใช้ความระมัดระวังเป็นอย่างมาก

วิธีการหลอมเพลิงของเฉินเซี่ยงเป็นเอกลักษณ์และน่าอัศจรรย์ แต่สิ่งที่น่าประหลาดใจยิ่งกว่าคือเขาใช้เพลิงของตนห่อหุ้มเทียนทั้งเล่ม เพลิงของเขาน่าเกรงขามเป็นอย่างมาก เหล่านักปรุงยาที่อยู่บนเวทีเดียวกันกับเขาทั้งหมดต่างต้านทานอุณหภูมิเพลิงของเฉินเซี่ยงได้ยากเล็กน้อยทั้งยังตกตะลึงกับความน่าเกรงขามในเพลิงของเฉินเซี่ยงในเวลาเดียวกัน แต่ถึงอย่างนั้นเหล่านักปรุงยาพวกนั้นต่างเชื่อว่าวิธีการที่เฉินเซี่ยงกำลังทำอยู่จะทำให้ชิ้นน้ำแข็งเหล่านั้นละลายไปในที่สุด

เฉินเซี่ยงชำเลืองมองไปยังอีก 2 เวทีที่เหลือ เขาสัมผัสได้ถึงความแตกต่างในการทนความร้อนของเทียน การทนความร้อนของเทียนในเวทีที่ระดับสูงนั้นนับว่าสูงที่สุด

ฮวาเซียงเยว่นั่งอยู่ริมหน้าต่างพร้อมกับแก้วชาในมือ นางนั่งชมการแข่งขันบนชั้นที่ 20 ของคอยดันเซี่ยงอย่างผ่อนคลาย  เมื่อนางเห็นเพลิงของเฉินเซี่ยง นางกล่าวเบาๆ “เขามักจะบ้าบิ่นอยู่เสมอ ด้วยจิตวิญญาณเพลิงของเขา…หากเขายังหลอมเทียนด้วยวิธีการที่บ้าบิ่นเช่นนี้ นั่นไม่หมายความว่าเขาจะแพ้หรอกหรอ!”

หลิวเมิ่งเอ๋อเดินเข้ามาหานางก่อนนั่งลงข้างๆ นางจิบชาก่อนจะหัวเราะพลางกล่าว “งั้นเรามาเดิมพันกันหน่อยมั้ย?”

“ไม่มีทาง เขามันเอาแน่เอานอนไม่ได้มากเกินไป” ฮวาเซียงเยว่ยิ้มอย่างงดงามพลางสัมผัสใบหน้าของเหลิวเมิ่งเอ๋อ “น้องเมิ่งเอ๋อ เจ้ากำลังจะเดิมพันเข้าข้างคนรักของเจ้าว่าเขาจะชนะใช่มั้ย?”

สตรีที่สง่างามและสูงส่งอย่างหลิวเมิ่งเอ๋อกลายเป็นเพียงหญิงสาวธรรมดาเมื่ออยู่ต่อหน้าฮวาเซียงเยว่ ใบหน้าของหลิวเมิ่งเอ๋อแดงระเรื่อด้วยความอาย นางแค่นเสียงพลางกล่าวอย่างนุ่มนวล “ท่านต้องอิจฉาแน่!”

นางหลอกเฉินเซี่ยงให้คิดว่านางกลับไปยังจักรวรรดิเฉินปิงเทียนแล้วนั่นก็เพราะเพื่อเลี่ยงเฉินเซี่ยง นางรู้ว่าหากนางใกล้ชิดกับเฉินเซี่ยงมากกว่านี้จะทำให้ความรู้สึกที่ทั้งสองมีให้ต่อกันลึกล้ำยิ่งขึ้นจนกระทั่งวันหนึ่ง…บางสิ่งอาจถลำลึกจนเกินไป ยิ่งตอนนี้ความคิดของนางก็สับสนวุ่นวายด้วยที่เฉินเซี่ยงรักทั้งศิษย์และอาจารย์ ทำให้หลิวเมิ่งเอ๋อรู้สึกขัดแย้งในเรื่องนี้เป็นอย่างมาก

แต่สิ่งแรกที่สำคัญ หลิวเมิ่งเอ๋อจำต้องข้ามผ่านความทุกข์ตรมแห่งนิพพาน เช่นนั้นนางถึงต้องจัดการกับความรู้สึกที่ซับซ้อนเช่นนี้ เพราะหากนางเกิดล้มเหลวในการข้ามผ่านความทุกข์ตรมแห่งนิพพาน…เฉินเซี่ยงจะต้องโศกเศร้าและนางก็ไม่อยากให้เขาเป็นเช่นนั้น หากเฉินเซี่ยงโศกเศร้า…นั่นย่อมเป็นการหลงเหลือเงาร่างของนางไว้ในใจของเขาและเมื่อถึงยามที่เขาต้องข้ามผ่านความทุกข์ตรมแห่งนิพพาน เฉินเซี่ยงจะเป็นอันตรายอย่างมาก

“ท่านจะซ่อนตัวอยู่แบบนี้ไปนานขนาดไหน?” หลิวเมิ่งเอ๋อกล่าวถาม นางทราบความลับบางอย่างของฮวาเซียงเยว่ที่เฉินเซี่ยงเองก็อยากจะรู้เช่นกัน

“รอจนกว่าเขาจะแข็งแกร่งกว่าข้าแล้วข้าจะบอกเขาเอง! เมิ่งเอ๋อ…เมื่อถึงยามนั้นพวกเราอาจจะได้เป็นดั่งพี่น้องกัน เสน่ห์ของหมอนั่นมันเหลือร้ายนัก มันทำให้หัวใจของข้าหวั่นไหวไปนิดนึงแล้ว ฮิฮิ..” ฮวาเซียงเยว่หัวเราะอย่างนุ่มนวลพลางเย้าหยอกหลิวเมิ่งเอ๋อ

ภายในเวทีที่กำลังวุ่นวาย เฉินเซี่ยงย่อมไม่ทราบว่าสองสาวงามกำลังนินทาเขาอยู่ แม้ยามนี้เฉินเซี่ยงจะดูจริงจังแต่ก็มีอยู่ชั่วครู่ที่เขากวาดสายตาลงไปยังเวทีที่อยู่เบื้องล่างเพื่อเหล่มองเหล่าสาวงามที่กำลังเหงื่อไหลพรั่งพรู ด้วยเรืองร่างที่ดูดีของพวกนางเฉินเซี่ยงย่อมต้องแอบมองซ้ำ  ซึ่งนั่นทำให้การแข่งขันของเขาน่าสนใจมากขึ้น

ผู้เข้าแข่งขันเริ่มหลอมเทียนทีละคนๆจะมีก็แต่เฉินเซี่ยงที่ยังไม่ค่อยพยายามนัก เพราะสำหรับเขาแล้วการแข่งขันนี้ยังไม่ท้าทายพอ ในการปรุงการยา…การควบคุมเพลิงนับว่าจำเป็น นั่นจึงทำให้การแข่งขันในครั้งนี้เป็นเพียงของเด็กเล่นในสายตาเขา

ชิ้นน้ำแข็งสีแดงภายในเทียนถูกสัมผัสศักดิ์สิทธิ์ของเฉินเซี่ยงตรึงเอาไว้แล้ว ทำให้ทำให้เขาสามารถควบคุมเพลิงเข้าหลอมเทียนได้ตามใจชอบ เพลิงเหล่านี้นับเป็นส่วนหนึ่งของร่างกายเฉินเซี่ยงดังนั้นเขาจึงสามารถควบคุมมันได้อย่างอิสระ

ในหมู่เวทีการแข่งขันทั้ง 3 ความสามารถของเฉินเซี่ยงเป็นที่ต้องตาเป็นอย่างมาก เพราะไม่เพียงเพลิงที่เขาใช้ออกมาจะรุนแรงมากแต่มันยังครอบคลุมไปทั่วทั้งเล่มเทียน เพียงชายตามองก็ทราบว่ามันค่อนข้างโดดเด่น

แต่ทันใดนั้นเพลิงที่อยู่เบื้องหน้าของเฉินเซี่ยงพลันหายไป ผู้คนทั่วทั้งสนามการแข่งขันต่างส่งเสียงอุทานอึกทึกเพราะชิ้นน้ำแข็งกลับหายไปไหนไม่ทราบ แต่จู่ๆชิ้นน้ำแข็งสีแดงขนาดเท่าเมล็ดข้าวพลันลอยปรากฏขึ้นที่เบื้องหน้าของเฉินเซี่ยงก่อนที่เขาจะควบคุมมันเข้าไปในกล่องน้ำแข็งพิเศษ

หลังจากที่เทียนถูกเพลิงของเฉินเซี่ยงครอบคลุมอยู่ช่วงเวลานึง จู่ๆเพลิงเหล่านั้นกลับหายไปราวกับเวทย์มนต์ตามด้วยการปรากฏขึ้นของชิ้นน้ำแข็งสีแดงมากมายในฉับพลันจนทำให้ผู้ชมทุกคนสูดหายใจด้วยความพิศวง

“100 ชิ้น!” ฮูหยินหลี่เป็นผู้เข้ามาตรวจสอบและยืนยันด้วยตนเอง นางใช้สัมผัสศักดิ์สิทธิ์ของนางตรวจสอบซ้ำด้วยความไม่อยากเชื่อ ความประหลาดใจก็ปรากฏบนใบหน้าของนางเช่นเดียวกัน

เฉินเซี่ยงคือผู้รวดเร็วที่สุดทั้งยังผ่านการทดสอบแรกอย่างหมดจด นั่นทำให้เหล่านักปรุงยาคนอื่นๆรู้สึกกดดันเป็นอย่างมาก ตอนแรกพวกเขาคิดว่าสมองของเฉินเซี่ยงคงมีอะไรผิดปกติ แต่ภายหลังกลับทราบว่าพวกเขาถูกเฉินเซี่ยงหลอกเข้าแล้ว!

เฉินเซี่ยงนั่งลงบนเวทีพลางจ้องมองไปยังเวทีการแข่งขันระดับกลางที่ซึ่งศิษย์ของเขาเหยาไห่เฉิงและสหายวู๋เชียนเชียนอยู่ ทั้งสองคนนั้นนับเป็นนักปรุงยาที่ยอดเยี่ยมของนิกายยอดนักสู้โดยเฉพาะวู๋เชียนเชียน ความก้าวหน้าของนางน่าสะพรึงกลัวอย่างที่สุด ถึงแม้นางจะเป็นเพียงนักปรุงยาระดับ 3 แต่นางก็สามารถสกัดกลั่นเม็ดยาพื้นฐานแท้จริงได้ ด้วยการประเมินของเฉินเซี่ยง ภายในอีก 1 หรือ 2 ปี นางอาจจะก้าวขึ้นมาเป็นนักปรุงยาระดับ 4 ก็ได้

หลังจากที่วู๋เชียนเชียนได้เรียนรู้วิธีปิดซ่อนสีเพลิงของนางจากผู้อาวุโสเม็ดยา เพลิงที่นางปลดปล่อยออกมาก็ไม่ได้เป็นสีฟ้าแต่อย่างใด เพลิงของนางงดงามมากกว่าของเหล่านักปรุงยากว่าร้อยคนที่อยู่บนเวที เพลิงของนางนับเป็นเพลิงที่สง่างามในหมู่เพลิง นั่นจึงทำให้เพลิงที่นางปลดปล่อยออกมามีรัศมีที่ต่างไปจากเพลิงทั่วๆไป

แต่กับเพลิงตะวันสวรรค์ของเฉินเซี่ยงนั้นดีกว่าเพลิงของวู๋เชียนเชียน มันมีทั้งรัศมีที่สง่างามและความแข็งกร้าวดุจราชา

“สมแล้วที่เป็นสาวงามอันดับ 1 ของนิกายยอดนักสู้ รูปลักษณ์ของนางเทียบได้กับพี่เมิ่งเอ๋อ ฮวาเซียงเยว่ พี่ยู่ยู่ และพี่เหม่ยเหยา ยิ่งยามนี้นางอายุมากกว่า 30 ปี…เสน่ห์ในแบบผู้ใหญ่ของนางก็…” เฉินเซี่ยงจ้องมองเรือนร่างที่ประณีตบรรจงของวู๋เชียนเชียนพลางปล่อยจิตใจลอยไปตามจินตนาการ

แต่สิ่งที่น่าประหลาดใจพลันเกิดขึ้นเพราะหลังจากเฉินเซี่ยงหลอมเทียนของเขาเสร็จได้ไม่นานเทียนของวู๋เชียนเชียนก็หายไปก่อนจะปรากฏเป็นชิ้นน้ำแข็งทั้ง 100 ชิ้นออกมา นางผ่านการทดสอบในรอบแรกที่อย่างหมดจดเช่นเดียวกันกับเฉินเซี่ยง และมันก็ทำให้ทุกคนประหลาดใจเพราะทั้งคู่ล้วนเป็นศิษย์ของนิกายยอดนักสู้!

เมื่อวู๋เชียนเชียนหลอมเทียนของนางเสร็จสิ้นนางก็หันมาหาเฉินเซี่ยงพลางแลบลิ้นใส่อย่างซุกซน นางยิ้มแย้มอย่างงดงาม…นางงดงามเป็นอย่างมาก

เมื่อเห็นว่าวู๋เชียนเชียนและเฉินเซี่ยงส่งสายตาเหย้าหยอกซึ่งกันและกัน เหลียนฉางยวิ้นกลับรู้สึกเกลียดชังเฉินเซี่ยงอย่างที่สุด ถึงแม้มันจะเคยเชยชมสาวงามมากมาย แต่พวกนางกลับมีเพียงรูปโฉมเท่านั้น พวกนางไร้ซึ่งยศหรือตำแหน่งใดๆ พวกนางถูกความมั่งคั่งของมันดึงดูดเข้ามาซึ่งนั่นไม่ทำให้มันรู้สึกถึงชัยชนะ

สตรีผู้สูงส่ง…งดงามอย่างซู่เซี่ยนเซี่ยนและวู๋เชียนเชียนคือสมบัติที่ล่อใจของมันอย่างที่สุด…………………………




Chapter 306 – การแข่งขันรอบที่ 2

————

ด้วยความเร็วของวู๋เชียนเชียน เฉินเซี่ยงย่อมไม่ประหลาดใจเพราะนางมีจิตวิญญาณเพลิงดาราฟ้า ผู้ที่มีจิตวิญญาณเพลิงจะควบคุมเพลิงและอุณหภูมิของเพลิงได้ดีกว่านักปรุงยาทั่วๆไปอยู่หลายเท่า

ทรายที่อยู่ภายในนาฬิกาทรายค่อยๆไหลลงทีละน้อยก่อให้เกิดแรงกดดันเป็นอย่างมาก ยังมีนักปรุงยาบางคนที่ยังไม่สามารถหลอมเทียนได้โดยเฉพาะบนเวทีการแข่งขันระดับต่ำซึ่งนับว่าไม่ใช่เรื่องแปลก

ระดับของนักปรุงยาบนเวทีระดับสูงนับว่าสูงที่สุด นักปรุงยาทั้งหมดต่างสามารถนำชิ้นน้ำแข็งออกมาได้ และในที่สุดทรายเม็ดสุดท้ายก็ไหลลงจากนาฬิการทรายเป็นสัญญาณว่าการแข่งขันในรอบแรกได้สิ้นสุดลงแล้ว

ฉากถัดมาคือการตรวจสอบชิ้นน้ำของของทุกๆคน ผู้ที่ไม่สามารถหลอมเทียนหรือนำชิ้นน้ำแข็งออกมาได้น้อยชิ้นจะถูกคัดออก

บนเวทีแข่งขันระดับสูง เฉินเซี่ยงยืนอยู่แถวหน้าพร้อมกับชิ้นน้ำแข็งสีแดงที่เขาเอาออกมาได้ทั้งยังทำได้เร็วที่สุดด้วย ตามกฏของการแข่งขันรอบแรก…ผู้ที่ได้ชิ้นน้ำแข็งน้อยที่สุดจำนวน 5 คนสุดท้ายจะถูกคัดออก

นักปรุงยาระดับ 6 บางคนรู้สึกอิจฉาเฉินเซี่ยงแต่บางคนก็เศร้าโศก นักปรุงยาระดับ 5 ขั้นต่ำกลับผ่านการทดสอบในรอบแรก  เหล่าผู้ที่ถูกคัดออกต่างก็รู้สึกอึดอัดใจอย่างที่สุด

ผู้ที่ถูกคัดออกมากที่สุดยังคงเป็นผู้เข้าแข่งขันในเวทีแข่งขันระดับต่ำ ในจำนวนนั้นมีอยู่มากที่ไม่สามารถนำชิ้นน้ำแข็งออกมาได้เลย ซึ่งการแข่งขันในรอบแรกนี้ทำให้ผู้เข้าแข่งขันทั้ง 3 เวทีหายไปเกินกว่าครึ่ง

จากสิ่งที่เห็นกล่าวได้ว่าระดับการควบคุมเพลิงของผู้เข้าแข่งขันในเวทีการแข่งขันระดับต่ำนั้นยังไม่เพียงพอ… ต่อไปจะเป็นการแข่งขันในรอบที่สองซึ่งจะยากกว่าการแข่งขันในรอบแรกอย่างไม่ต้องสงสัย

“บัดนี้ก็จวนจะถึงเวลาของการแข่งขันรอบที่สองแล้ว!”

เสียงของฮูหยินหลี่ดังก้อง มีผู้คนจำนวนไม่มากนักที่เดินขึ้นไปบนเวทีก่อนจะวางสมุนไพรเหี่ยวเฉาจำนวนมากเอาไว้บนพื้นที่ว่างบนเวที สมุนไพรเหล่านี้คุณภาพย่ำแย่เป็นอย่างมาก สมุนไพรบางชนิดเหี่ยวเฉาใกล้ตาย บางชนิดเน่าเปื่อย ซึ่งในสายตาของเหล่านักปรุงยาแล้วนับว่าสมุนไพรเหล่านี้ไม่ต่างอะไรกันพืชผักทั่วๆไป

“ข้ารู้ว่าสมุนไพรเหล่านี้เป็นเพียงขยะในสายตาพวกท่าน แต่ในการแข่งขันรอบที่สอง…พวกท่านต้องใช้สมุนไพรเหล่านี้สกัดกลั่นเม็ดยา เราจะตัดสินพวกท่านจากคุณภาพ จำนวน และเวลาที่ใช้ในการสกัดกลั่นเม็ดยา ในเวทีแข่งขันระดับสูงนี้…5 คนสุดท้ายที่ได้เม็ดยาจำนวนน้อยที่สุด คุณภาพด้อยที่สุด และใช้เวลามากที่สุดจะถูกคัดออก ดังนั้น…การแข่งขันในรอบที่สองจะเริ่มขึ้น ณ บัดนี้!”

ฮูหยินหลี่มองนาฬิกาทราย แม้ว่าทรายที่อยู่ภายในจะไหลลงอย่างเชื่องช้าแต่เวลาที่เหลืออยู่ก็มีไม่มากนักซึ่งน้อยกว่าการแข่งขันในรอบแรก

เฉินเซี่ยงเหลือบมองไปยังกองสมุนไพรและตระหนักได้ว่าในหมู่สมุนไพรเหล่านั้นมีสมุนไพรหลักที่อยู่ในตำรับของเม็ดยาพื้นฐานแท้จริง นับว่าดันเซี่ยงเถาหยวนปลูกชุดสมุนไพรที่ใช้สกัดกลั่นเม็ดยาพื้นฐานแท้จริงไว้มากมาย

เพียงแต่หนึ่งในสมุนไพรหลักของเม็ดยาพื้นฐานแท้จริงได้หายไปซึ่งก็คือแก่นผลึกวิญญาณ ในสายตาของเหล่านักปรุงยาแล้วสมุนไพรชนิดนี้นับเป็นส่วนผสมที่ขาดไม่ได้ของเม็ดยาพื้นฐานแท้จริง หากไม่มีมันย่อมไม่สามารถสกัดกลั่นเม็ดยาได้ หรือหากได้ก็จะได้เม็ดยาที่มีจำนวนน้อยและคุณภาพต่ำ

เมื่อตอนที่เฉินเซี่ยงสกัดกลั่นเม็ดยาพื้นฐานแท้จริงเขาไม่เคยใช้แก่นผลึกวิญญาณเลย นั่นเพราะเขาบ่มเพาะปราณของเต่าทมิฬซึ่งมันสามารถสร้างของเหลวชนิดหนึ่งออกมาเพื่อใช้แทนแก่นผลึกวิญญาณได้

เฉินเซี่ยงเดินไปยังกองสมุนไพรก่อนจะหยิบพวกมันออกมาเล็กน้อย

สมุนไพรหลักของเม็ดยาพื้นฐานแท้จริงคือหญ้าซวนเฉิน ผลวิญญาณอายุพันปี แก่นผลึกวิญญาณ และถั่วมหาธาตุ นอกจาก แก่นผลึกวิญญาณแล้ว สมุนไพรที่เหลือทั้งสามต่างมีอยู่ในกองสมุนไพรเหล่านั้น เพียงแต่มันเน่าเปื่อยแล้วทั้งยังขาดปราณวิญญาณไป การที่จะเพิ่มปราณวิญญาณสมุนไพรขึ้น เฉินเซี่ยงทำได้เพียงอาศัยประสบการณ์และเพิ่มส่วนผสมต่างๆให้มากขึ้น

บนเวทีอื่นๆเหล่านักปรุงยาที่หยิบเอาสมุนไพรเหี่ยวแห้งพวกนั้นมาต่างคร่ำครวญ ถึงแม้นักปรุงยาบางคนจะได้สมุนไพรที่คุณภาพดีกว่านี้แต่มันก็ไม่ได้หมายความว่าจะต้องสกัดกลั่นสำเร็จ ยิ่งไม่ต้องกล่าวถึงสมุนไพรเน่าเปื่อยพวกนี้… นั่นย่อมทำให้การแข่งขันรอบที่สองท้าทายต่อเหล่านักปรุงยาเป็นอย่างมาก

เม็ดยาส่วนมากที่เฉินเซี่ยงเคยสกัดกลั่นคือเม็ดยาพื้นฐานแท้จริง ถึงแม้สมุนไพรเหล่านี้จะน่าเปื่อยเล็กน้อยแต่มันก็ไม่ได้สร้างความยุ่งยากให้กับเฉินเซี่ยงมากนัก มันทำให้เฉินเซี่ยงค่อนข้างผิดหวัง เฉินเซี่ยงเป็นผู้เลือกสมุนไพรคนแรกส่วนนักปรุงยาคนอื่นๆต่างแย่งชิงสมุนไพรที่มีคุณภาพที่ดีกว่าทั่วๆไปเล็กน้อยเพื่อว่าจะมีโอกาสในการสกัดกลั่นได้สำเร็จมากขึ้น

มีสมุนไพรของเม็ดยาพื้นฐานแท้จริงที่เหี่ยวเฉามากมายแต่ก็ไม่มีใครเลือกมันเพราะมันไม่มีแก่นผลึกวิญญาณ แต่เมื่อเห็นเฉินเซี่ยงหยิบเอาสมุนไพรเหล่านั้น ฮูหยินหลี่จึงกล่าวเตือน “นายน้อยเฉิน ในระหว่างการสกัดกลั่นเม็ดยา…ท่านจะไม่นำสมุนไพรของตนออกมาเพิ่มได้”

ประกายอันคมกล้าปรากฏขึ้นในดวงตาของเหล่าชายชรามากมายบนเวที คนเหล่านี้ล้วนเป็นนักปรุงยาระดับ 6 ไม่ว่าจะเป็นใคร…ทำอะไร…ล้วนอยู่ในสายตาของชายชราเหล่านี้ทั้งหมด แม้กระทั่งหากเฉินเซี่ยงหยิบเอาเม็ดยาพื้นฐานแท้จริงออกมาย่อมไม่สามารถปิดบังพวกเขาได้ ฮูหยินหลี่กังวลว่าเฉินเซี่ยงจะแหกกฎและถูกคัดออกไป

เฉินเซี่ยงยิ้ม “ข้ารู้…ในระหว่างการสกัดกลั่นเม็ดยาพื้นฐานแท้จริง แก่นผลึกวิญญาณย่อมไม่จำเป็นแต่อย่างใด ข้าย่อมไม่เคยใช้แก่นผลึกวิญญาณสกัดกลั่นเม็ดยาพื้นฐานแท้จริงมาก่อนอยู่แล้ว”

ฮูหยินหลี่ผงะเล็กน้อย นักปรุงยาคนอื่นๆต่างมองเฉินเซี่ยงด้วยความประหลาดใจ หากไม่ได้ใช้แก่นผลึกวิญญาณ แน่นอนว่าจำนวนเม็ดยาที่สกัดกลั่นได้ก็จะลดลงทั้งยังส่งผลกับคุณภาพของเม็ดยาด้วย นั่นไม่ใช่ว่าใช้สมุนไพรของเม็ดยาพื้นฐานแท้จริงอย่างสูญเปล่าหรอกหรือ?

วู๋เชียนเชียนเองก็เลือกเหมือนกับเฉินเซี่ยงคือเม็ดยาพื้นฐานแท้จริง ครั้งหนึ่งเฉินเซี่ยงเคยแนะนำนางในการสกัดกลั่นเม็ดยาพื้นฐานแท้จริงทำให้นางได้เรียนรู้วิธีที่พิเศษเฉพาะในการรวบรวมปราณวิญญาณทั้งยังวิธีการแปลงปราณวิญญาณให้กลายเป็นรูปแบบของเหลวซึ่งนำมาใช้แทนแก่นผลึกวิญญาณได้ ซึ่งในยามนี้นางก็เชี่ยวชาญวิธีการดังกล่าวแล้ว

เหยาไห่เฉิงเองก็เช่นกัน ด้วยความที่เขาเป็นศิษย์ของเฉินเซี่ยงเขาย่อมต้องได้รับการถ่ายทอดทักษะการปรุงยาบางอย่างมาจากเฉินเซี่ยง ในยามนี้ไม่มีผู้ใดเลือกสมุนไพรของเม็ดยาพื้นฐานแท้จริงจึงทำให้ทั้งสามสามารถเลือกสรรสมุนไพรที่มีคุณภาพค่อนข้างดีได้อย่างง่ายดาย

เฉินเซี่ยงนั่งขัดสมาธิลงบนพื้นพลางหยิบเอาเตาปรุงยามังกรเพลิงออกมา เขาวางเตาลงบนม้านั่งเล็กๆรอให้ฮูหยินหลี่และคนอื่นๆเข้ามาตรวจสอบ ช่วงเวลารอนี้เฉินเซี่ยงก็จัดการกับสมุนไพร เด็ดส่วนที่ตายออก เอาส่วนที่ไม่พึงประสงค์ออก ก่อนจะล้างทำความสะอาดพวกมันอย่างรวดเร็ว

ผ่านไปเพียงพริบตาเฉินเซี่ยงก็จัดการกับสมุนไพรเสร็จสิ้น เขาเคลื่อนไหวอย่างมีทักษะและรวดเร็ว แต่ขณะที่นักปรุงยาคนอื่นๆต่างกำลังเลือกสมุนไพรกันอยู่เฉินเซี่ยงก็ใส่สมุนไพรลงไปในเตาแล้ว

ด้วยความที่เฉินเซี่ยงไม่มีแก่นผลึกวิญญาณ เหล่าผู้สังเกตการณ์มากมายรวมถึงฮูหยินหลี่ต่างเฝ้าตรวจสอบเตาปรุงยาของเฉินเซี่ยงอย่างระมัดระวังอย่างที่สุดแต่พวกเขาก็ไม่ได้พบอะไรผิดปกติ พวกเขาไม่เชื่อว่าเฉินเซี่ยงจะสกัดกลั่นเม็ดยาได้หากไร้ซึ่งแก่นผลึกวิญญาณ พวกเขาต่างมั่นใจว่าแม้เฉินเซี่ยงจะสกัดกลั่นได้สำเร็จแต่ผลที่ได้จะส่งผลกระทบกับปริมาณและคุณภาพของเม็ดยาเป็นอย่างมาก

บนเวทีการแข่งขันระดับสูง ระดับของสมุนไพรที่สูงที่สุดคือกองผักที่ใช้สกัดกลั่นเม็ดยาพื้นฐานแท้จริง ส่วนสมุนไพรที่เหลือก็จะเป็นสมุนไพรสำหรับเม็ดยาระดับวิญญาณขั้นกลางอย่างเม็ดยาปลุกพลัง เม็ดยาหลอมพิษและอื่นๆ หากไม่ใช่เพราะขาดแก่นผลึกวิญญาณไปนักปรุงยาคนอื่นๆย่อมต้องเลือกสกัดกลั่นเม็ดยาพื้ยฐานแท้จริงแน่

เวลาช่างสั้นนัก เหล่านักปรุงยาส่วนใหญ่ต่างเลือกหาสมุนไพรเพื่อความสมบูรณ์แบบทำให้พวกเขาเลือกสมุนไพรได้เพียงเล็กน้อยก่อนจะรีบกลับไปยังเตาปรุงยาของตนเพราะหากเวลาหมดลงพวกเขาก็จะถูกคัดออก นักปรุงยาบางคนต่างเริ่มทำใจแล้วเพราะหากพวกเขาเลือกที่จะสกัดกลั่นเม็ดยาพื้นฐานแท้จริงบางทีอาจจะช่วยย่นเวลาของพวกเขาได้บ้าง หากสกัดกลั่นเม็ดยาพื้นฐานแท้จริงได้เพียงหนึ่งเม็ดก็ยังดีกว่าไม่ได้อะไรเลย

เหล่านักปรุงยาที่อยู่บนเวทีระดับสูงต่างรู้สึกว่าตนได้ทำผิดพลาดครั้งใหญ่ เวทีอื่นๆก็เช่นกัน นักปรุงยาที่เข้าร่วมการแข่งขันครั้งนี้ส่วนใหญ่แล้วนับเป็นครั้งแรกของพวกเขาซึ่งมันยากกว่าที่พวกเขาจินตนาการไว้มาก……………………………………..



Chapter 307 – อัจฉริยะผู้ไร้เปรียบ

————

ระดับนักปรุงยาสูงสุดในการแข่งขันครั้งนี้คือระดับ 6 ส่วนระดับ 7 และเหนือกว่าขึ้นไปนั้นมีจำนวนที่น้อยมากทั้งพวกเขายังไม่สนใจเวทีการแข่งขันเช่นนี้

ฮวาเซียงเยว่เฝ้าสังเกตเตาปรุงยาของเฉินเซี่ยงที่กำลังแผ่แสงสีแดงออกมาพลางกล่าว “เตาปรุงยาของหมอนั่นต้องไม่ธรรมดาแน่ ถึงข้าจะเคยตรวจสอบมันแล้วแต่ข้ากลับไม่พบสิ่งผิดปกติ เมิ่งเอ๋อ…เจ้าเองก็เป็นผู้สกัดกลั่น เจ้าพอจะบอกอะไรข้าได้บ้างหรือเปล่า?”

หลิวเมิ่งเอ๋อส่ายหน้า “ข้าก็ไม่เห็นอะไรเหมือนกัน เตาปรุงยานั่นแปลกประหลาดอย่างที่สุด แต่หากข้าได้ตรวจสอบมันชั่วครู่…ข้าอาจจะพบอะไรบางอย่าง”

“ทักษะการปรุงยาของหมอนั่นน่าอัศจรรย์นัก หรือนั่นเป็นเพราะเตาปรุงยาของเขา?”

ฮวาเซียงเยว่ยิ้มอย่างลึกลับ “เดี๋ยวการแข่งขันรอบต่อไปเจ้าก็จะรู้ ข้าก็สงสัยมากเหมือนกันว่ามันเป็นเพราะเตาปรุงยาหรือเปล่า การแข่งขันรอบต่อไปข้าได้เตรียมไว้เพื่อหมอนั่นโดยเฉพาะ!”

ยามนี้เฉินเซี่ยงกำลังสกัดกลั่นเม็ดยาอย่างเนิบนาบ สำหรับเขาแล้วการสกัดกลั่นเม็ดยาพื้นฐานแท้จริงในตอนนี้ไม่ได้ต่างกับเมื่อตอนที่ใช้สมุนไพรดีๆเลย ด้วยความพิเศษของเตาปรุงยามังกรเพลิงทำให้ความเร็วในการสกัดกลั่นของเขาเพิ่มขึ้นมหาศาล นอกจากนี้ด้วยทักษะของเขาจะทำให้เหลือเวลาอีกมากเมื่อเขาสกัดกลั่นเสร็จสิ้น แต่ถึงแม้เฉินเซี่ยงไม่ใช้เตาปรุงยามังกรเพลิงเขาก็ยังสามารถผ่านการทดสอบเช่นนี้ได้ด้วยเตาปรุงยาทั่วๆไปเพราะเขายังคงเหลือเพลิงตะวันสวรรค์คอยเกื้อหนุนอยู่

เฉินเซี่ยงคุ้นเคยกับการสกัดกลั่นเม็ดยาพื้นฐานแท้จริงอย่างที่สุด ก่อนหน้านี้ในช่วงก่อนงานประมูลเขาก็เก็บตัวและจมอยู่กับการสกัดกลั่นเม็ดยาพื้นฐานแท้จริงจนเกือบทำให้เขาแทบกระอักเลือด ดังนั้นในยามนี้การสกัดกลั่นเม็ดยาพื้นฐานแท้จริงย่อมเป็นเหมือนของเล่นถึงแม้เขาจะใช้สมุนไพรคุณภาพต่ำก็ตาม

เฉินเซี่ยงสกัดกลั่นได้อย่างรวดเร็ว ภายในเตาปรุงยามังกรเพลิงของเขาปรากฏเป็นเม็ดยาพื้นฐานแท้จริง 5 เม็ดเพียงแต่เขายังไม่ได้บอกผู้ใดว่าสกัดกลั่นเสร็จแล้ว เขากำลังรอคนอื่นๆอยู่ นักปรุงยาคนอื่นๆต่างกำลังจดจ่ออยู่กับการปรุงยา เขาไม่อยากรบกวนผู้อื่น อีกอย่างในระหว่างการแข่งขันเขาก็ต้องทำตามกฏด้วย

เฉินเซี่ยงชำเลืองไปยังเวทีแข่งขันระดับกลาง จากข้อมูลที่ผู้อาวุโสเม็ดยาให้มาเป็นชายวัยกลางคนหนึ่งที่ทรงพลังและมีพรสวรรค์เป็นผู้ที่เก่งที่สุด ชายผู้นั้นคือนักปรุงยาหนุ่มระดับ 6 จากดันเซี่ยงเถาหยวน เฉินเซี่ยงชำเลืองไปยังชายชราเคราแพะอีก คน ชายชราผู้นั้นเป็นนักปรุงยาจากนิกายกระบี่ลึกล้ำทั้งยังเป็นนักปรุงยาระดับ 6 เช่นเดียวกัน

เฉินเซี่ยงมองไปรอบๆอยู่ชั่วครู่ก่อนจะพบว่านักปรุงยาพวกนั้นช่างร้ายกาจนัก ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเพลิง สัมผัสศักดิ์สิทธิ์หรือการปรุงยาล้วนทำให้เฉินเซี่ยงแอบรู้สึกประหลาดใจ เพราะหากเป็นนักปรุงยาระดับ 5 ทั่วๆไปคงจะถูกคัดออกไปแล้ว

ผู้รับชมการแข่งขันทั้งหมดยังคงรับชมด้วยความเงียบเพราะหากส่งเสียงรบกวนเกินไปมันจะส่งผลต่อนักปรุงยา ซึ่งนับเป็นเรื่องปกติที่เหล่านักปรุงยาจะสกัดกลั่นเม็ดยาได้อย่างยากลำบากเมื่ออยู่ต่อหน้าผู้ชมจำนวนมาก

ภายในกลุ่มของผู้ชมมีประมุขของบางนิกายซ่อนตัวอยู่ พวกเขามาแอบสังเกตุการณ์นักปรุงยาจากนิกายของตนทั้งยังสังเกตุถึงระดับของนักปรุงยาจากนิกายอื่นๆด้วยในเวลาเดียวกัน

“หมดเวลา!” ฮูหยินหลี่ตะโกนขึ้น เสียงของนางทำให้นักปรุงยาที่กำลังจดจ่อกับการสกัดกลั่นถึงกับสะดุ้ง นักปรุงยาระดับล่างบางคนถึงกับหวาดกลัวจนทำให้เตาปรุงยาระเบิด เมื่อได้เห็นฉากที่ตลกขบขันเช่นนี้มันทำให้เฉินเซี่ยงแอบหัวเราะ

เวทีแข่งขันระดับต่ำนับว่าน่าขบขันที่สุดเพราะมีเตามากมายระเบิดขึ้น ผู้เข้าแข่งขันหลายคนร้องไห้ด้วยความเสียใจ นักปรุงยาระดับต่ำพวกนี้ล้วนเข้าร่วมการแข่งเป็นครั้งแรก พวกเขาไม่เคยพบกับเหตุการณ์ที่กระทบกับการปรุงยาของพวกเขามาก่อน ดังนั้นมันจึงทำให้พวกเขากดดันเป็นอย่างมาก เพียงเสียงตะโกนของฮูหยินหลี่ก็ทำให้พวกเขาทำเรื่องผิดพลาดต่อหน้าผู้คนมากมาย

บนเวทีแข่งขันระดับต่ำและกลางมีผู้เข้าแข่งขันมากมายที่ทำเตาปรุงยาระเบิด คนเหล่านั้นเดินคอตกลงจากเวทีแต่จะมีเพียงนักปรุงยาที่อยู่บนเวทีระดับสูงเท่านั้นที่ยังสงบอยู่ ดูเหมือนพวกเขาจะสกัดกลั่นแล้วเสร็จทั้งหมดแล้ว พวกเขากำลังรอคะแนนเท่านั้น

ยามนี้บนเวทีการแข่งขันระดับสูงเหลือนักปรุงยาอยู่เพียง 25 คนรวมไปถึงเหล่าผู้สังเกตการณ์ที่เป็นนักปรุงยาชราอีกจำนวนหนึ่ง ผ่านไปไม่นานผลการแข่งขันก็เผยออกมาอย่างรวดเร็ว

เหล่านักปรุงยาชราเปิดฝาเตาปรุงยาทีละคนๆก่อนจะตรวจสอบเม็ดยาที่อยู่ภายในแล้วบันทึกผลคะแนนลงในหนังสือ ในยามที่เหล่านักปรุงยาชราเปิดฝาเตาขึ้น หลายคนในเหล่านักปรุงยาชรามีท่าทางผิดหวังและเมื่อหยิบเม็ดยาออกมาพวกเขาทั้งหมดทำได้เพียงส่ายหน้าเท่านั้น

เฉินเซี่ยงอยู่ใกล้ๆกับด้านหลังเวที เขาเห็นว่าเม็ดยาที่นักปรุงยาพวกนั้นสกัดกลั่นต่างเป็นเม็ดยาระดับล่างทั้งสิ้น อีกอย่างจำนวนเม็ดยาที่ได้ยังไม่มากนัก ดังนั้นคะแนนของนักปรุงยาเหล่านั้นจึงสูงกว่าปกติเล็กน้อย

เมื่อเฉินเซี่ยงสำรวจอย่างละเอียดแล้วเขาพบว่าเม็ดยาส่วนใหญ่ที่คนอื่นๆสกัดกลั่นต่างเป็นเม็ดยาระดับวิญญาณขั้นกลาง บนเวทีแห่งนี้มีเพียงเฉินเซี่ยงคนเดียวเท่านั้นที่มีเลือกสกัดกลั่นเม็ดยาระดับวิญญาณขั้นสูงอย่างเม็ดยาพื้นฐานแท้จริง

เมื่อถึงคราวที่เฉินเซี่ยงต้องตรวจสอบเม็ดยา เหล่านักปรุงยาคนอื่นๆต่างเป็นกังวล เฉินเซี่ยงมีท่าทีที่สงบนิ่งเป็นอย่างมากซึ่งนั่นชัดเจนว่าเขาสกัดกลั่นเม็ดยาสำเร็จแล้ว เหล่านักปรุงยาคนอื่นๆต่างคาดการณ์เอาไว้ว่าอย่างมากที่สุดเฉินเซี่ยงเพียงสกัดกลั่นเม็ดยาได้เพียง 1 เม็ดเท่านั้น ซึ่งเมื่อเทียบกับเม็ดยาของพวกเขาย่อมนับว่าแย่กว่าเล็กน้อยเพราะการแข่งขันในรอบนี้อิงจากราคาของเม็ดยาด้วย

หากได้เม็ดยาพื้นฐานแท้จริงคุณภาพต่ำราคาของมันจะอยู่ประมาณ 3,000 ผลึกศิลา แต่หากเป็นเม็ดยาระดับวิญญาณขั้นกลางที่คุณภาพแย่ไปสักเล็กน้อยแต่ด้วยจำนวนเม็ดยาที่ได้ย่อมชนะเพราะราคารวมของเม็ดยาจะสูงกว่า

เมื่อเตาปรุงยามังกรเพลิงเปิดออก…กลิ่นหอมสมุนไพรพลันลอยฟุ้งเข้าไปในโสตประสาทของเหล่านักปรุงยาที่มากประสบการณ์บนเวทีทั้งยังทำให้พวกเขาตกใจสุดขีด เพียงแค่กลิ่นหอมของสมุนไพรก็ทำให้เหล่านักปรุงยาทั้งหมดรู้ว่าเม็ดยาพื้นฐานแท้จริงที่เฉินเซี่ยงสกัดกลั่นนั้นคุณภาพดีเป็นอย่างมาก!

“เม็ดยาพื้นฐานแท้จริงคุณภาพสูงสุด 5 เม็ด!” นักปรุงยาชราระดับ 7 อุทานขึ้น

นักปรุงยาชราอีกหลายคนมุ่งตรงเข้ามาหาเตาปรุงยาของเฉินเซี่ยงอย่างเร่งรีบ เมื่อยามที่พวกเขาเดินตรงเข้ามามีป้ายหยกแผ่นหนึ่งที่ประดับด้วยเส้นสีทองเรืองรองเจิดจ้า 7 เส้นบนเอวสะบัดส่ายไปมา…ชายชราผู้นั้นเป็นนักปรุงยาระดับ 7 แม้จะมีความต่างเพียง 1 ระดับกับนักปรุงยาระดับ 6 แต่เหล่านักปรุงยาชราระดับ 6 กลับนับถือชายชราผู้นั้นเป็นอย่างมาก

เหล่านักปรุงยาทั้งหมดที่อยู่บนเวทีแข่งขันระดับสูงต่างไม่เชื่อ พวกเขาเขย่งปลายเท้าเพื่อชะเง้อมองมายังตำแหน่งของเฉินเซี่ยง

เมื่อเหล่านักปรุงยาชรามาถึง พวกเขาหยิบเม็ดยาพื้นฐานแท้จริงที่เฉินเซี่ยงสกัดกลั่นขึ้นพลางอุทานซ้ำแล้วซ้ำเล่า โดยทั่วไปแล้วเม็ดยาพื้นฐานแท้จริงที่สกัดกลั่นได้ต่อครั้งจะอยู่ที่ 3 เม็ดอย่างมากก็ไม่เกิน 4 เม็ด แต่เฉินเซี่ยงกลับสกัดกลั่นได้ถึง 5 เม็ดทั้งยังใช้เพียงสมุนไพรที่เกือบจะเหี่ยวเฉาแล้วพวกนั้น! แต่สิ่งที่ทำให้พวกเขาประหลาดใจอย่างที่สุดคือเฉินเซี่ยงไม่ได้แก่นผลึกวิญญาณ ในการสกัดกลั่นเลย

เหล่านักปรุงยาบนเวทีแข่งขันระดับสูงต่างสงสัยว่าเฉินเซี่ยงโกง

“ข้าเป็นผู้ตรวจสอบเตาปรุงยาของเขาอย่างละเอียด ในช่วงที่เขาสกัดกลั่นเม็ดยาก็เป็นข้าที่เฝ้าสังเกตเขาในทุกการกระทำ ย่อมเป็นไปไม่ได้ที่เขาจะโกง อีกอย่าง เม็ดยาพื้นฐานแท้จริงพวกนี้ก็เพิ่งจะออกมาจากเตา! ดันเซี่ยงเถาหยวนเราเพาะปลูกสมุนไพรอย่างระมัดระวัง เมื่อยามสกัดกลั่นเม็ดยาพื้นฐานแท้จริงด้วยสมุนไพรของเรา กลิ่นหอมที่ฟุ้งออกมาย่อมมีเอกลักษณ์เฉพาะ จากกลิ่นที่ข้าสัมผัสได้ข้ามั่นใจว่าเม็ดยาพื้นฐานแท้จริงเหล่านี้สกัดกลั่นมาจากสมุนไพรที่เหี่ยวเฉาพวกนั้น” นักปรุงยาชราผู้หนึ่งกล่าว แม้เขาจะตกใจสุดขีดแต่เขาก็ทราบถึงความจริงที่อยู่ตรงหน้า

นักปรุงยาคนอื่นๆก็เริ่มพยักหน้าทีละคน พวกเขาต่างเป็นผู้เชี่ยวชาญในการสกัดกลั่นทั้งยังน่าเกรงขามยิ่งกว่านักปรุงยาระดับ 6 หลายเท่านัก สายตาของพวกเขาช่างน่าหวาดกลัวและยังยืนยันไปในทางเดียวกันว่าเฉินเซี่ยงไม่ได้โกง

เหล่านักปรุงยาอยากถามเฉินเซี่ยงนักว่าเฉินเซี่ยงสกัดกลั่นอย่างไรถึงได้เม็ดยาพื้นฐานแท้จริงคุณภาพดีขนาดนี้โดยที่ไม่ได้แก่นผลึกวิญญาณ แต่ถึงอย่างนั้น พวกเขาก็ไม่ได้ถามออกไปเพราะนักปรุงยาแต่ละคนต่างก็มีวิธีการเป็นของตนซึ่งบอกกล่าวแก่ผู้อื่นไม่ได้

หากแก่นผลึกวิญญาณ นักปรุงยาระดับ 7 เหล่านี้ย่อมสามารถสกัดกลั่นเม็ดยาพื้นฐานแท้จริงจากสมุนไพรเหี่ยวเฉาเหล่านี้จนได้เม็ดยาคุณภาพระดับสูงสุดได้เช่นกัน แต่อย่างมากพวกเขาก็จะสกัดกลั่นได้ไม่เกิน 3 เม็ดซึ่งก็ถือว่ายากมากแล้ว แต่เฉินเซี่ยงกลับสกัดกลั่นได้ถึง 5 เม็ดซึ่งพวกเขาไม่อาจทำได้

พรสวรรค์ในด้านการปรุงยาของเฉินเซี่ยงนั้นได้ประทับลงไปในจิตใจของเหล่านักปรุงยาระดับ 7 สายตาของนักปรุงยาเหล่านั้นเต็มไปด้วยความเคารพเมื่อยามที่เขาจ้องมองเฉินเซี่ยง แม้ยามนี้เฉินเซี่ยงจะเป็นเพียงนักปรุงยาระดับ 5 แต่พื้นฐานของเฉินเซี่ยงกลับเหนือกว่าพวกเขามากนัก ในสายตาของนักปรุงยาเหล่านี้เฉินเซี่ยงเปรียบได้กับอัจฉริยะผู้ไร้เปรียบในด้านการสกัดกลั่นเม็ดยา……………………………….



Chapter 308 โชคร้าย

หากกล่าวถึงเรื่องราคา เม็ดยาพื้นฐานแท้จริงทั้ง 5 เม็ดของเฉินเซี่ยงนับว่าขายได้กำไรงาม เฉินเซี่ยงผ่านเข้ารอบต่อไปได้อย่างราบรื่นอีกครั้งจนทำให้เหล่านักปรุงยาระดับ 6 รู้สึกอิจฉา พวกเขารู้สึกละอายอยู่ในใจ พวกเขาดูไม่ต่างจากเด็กน้อยไร้เดียงสาเพราะอีกฝ่ายเป็นเพียงนักปรุงยาระดับ 5 ขั้นต่ำ

นักปรุงยาเหล่านี้รู้สึกอิจฉาแต่ก็ยอมรับเฉินเซี่ยงดังเช่นนักปรุงยาระดับ 7 พวกเขาต่างรู้ว่าพื้นฐานของเฉินเซี่ยงนั้นน่าสะพรึงกลัวนัก เฉินเซี่ยงสามารถใช้สมุนไพรในการสกัดกลั่นได้จนถึงขีดสุด ด้วยพื้นฐานที่แข็งแกร่งของเขาย่อมชัดเจนว่าในอนาคต…การปรุงยาของเฉินเซี่ยงต้องไร้ขีดจำกัดแน่

ในที่สุดการแข่งขันรอบที่สองก็จบลง ผู้ที่ถูกคัดออกมากมายเดินลงจากเวทีระดับกลางและต่ำ ส่วนเวทีระดับสูงมีผู้ที่ถูกคัดออกเพียง 5 คนเท่านั้น รอบต่อไปคือการแข่งขันรอบที่ 3 แม้ผู้เข้าแข่งขันจะผ่านทั้งสองรอบมาได้แต่พวกเขายังคงรู้สึกกดดันเป็นอย่างมากโดยเฉพาะผู้ที่เพิ่งจะผ่านรอบที่สองมา พวกเขาเกือบจะไม่สามารถทนแรงกดดันในรอบที่ 2 ได้ ดังนั้นในรอบที่สามย่อมไม่ต่างกัน

วู๋เชียนเชียนและเหยาไห่เฉิงเองก็ผ่านการทดสอบรอบที่สองได้อย่างราบลื่น วู๋เชียนเชียนสกัดกลั่นเม็ดยาพื้นฐานแท้จริงได้ 2 เม็ดส่วนเหยาไห่เฉิงสกัดกลั่นได้เพียงเม็ดเดียวแต่เม็ดยาของทั้งสองยังนับว่าเป็นระดับสูงสุด ซึ่งเรื่องนี้เองก็ทำให้บรรดานักปรุงยาชราตกตะลึงเช่นเดียวกัน! เมื่อกล่าวถึงเวทีประลองระดับกลาง…ฝีมือของพวกเขานับว่าดีเป็นอย่างมาก

นักปรุงยาทั้ง 3 จากนิกายยอดนักสู้กลับสามารถสกัดกลั่นเม็ดยาพื้นฐานแท้จริงคุณภาพสูงสุดได้ทั้งหมด เหล่านักปรุงยาที่ทราบเรื่องต่างยอมรับนับถือทักษะการปรุงยาของผู้อาวุโสเม็ดยา เพราะนางนักปรุงยาจากนิกายยอดนักสู้ทั้ง 3 จึงได้เรียนรู้ทักษะการสกัดกลั่นเม็ดยาพื้นฐานแท้จริงโดยไม่ใช้แก่นผลึกวิญญาณ

“การแข่งขันรอบที่สามจำเป็นต้องใช้โชคช่วยสักเล็กน้อย ผู้ใดก็ตามที่เคราะห์ร้าย…อาจจะเป็นจุดจบของพวกเขาเลยก็ได้!” ฮูหยินหลี่กล่าวพร้อมกับรอยยิ้มแฝงเล่ห์กลบนใบหน้าทำให้เหล่านักปรุงยาที่เหลือต่างรู้สึกกระวนกระวายใจ

“เวทีการแข่งขันระดับกลางและล่างได้ดำเนินมาถึงจุดสิ้นสุดในรอบนี้ ผู้ชนะของทั้งสองเวทีจะถูกตัดสินใจรอบนี้ กฎการแข่งขันคือ ผู้เข้าแข่งขันจะใช้เตาปรุงยาที่ทางดันเซี่ยงเถาหยวนเตรียมไว้ให้ เวทีแข่งขันระดับล่างต้องสกัดกลั่นเม็ดยามหาธาตุ ส่วนเวทีแข่งขันระดับกลางจะต้องสกัดกลั่นเม็ดยาพื้นฐานแท้จริง ท้ายที่สุด…การแข่งขันจะเริ่มขึ้นก็ต่อเมื่อพวกท่านจับสลากได้รับเตาปรุงยาแล้ว”

เวทีแข่งขันระดับกลางและล่างเต็มไปด้วยเตาปรุงยา เตาปรุงยาเหล่านั้นมีคุณภาพที่ด้อยเอามากๆจนทำให้เหล่านักปรุงยาที่มองถึงกับตากระตุกเลยทีเดียว นับเป็นเรื่องยากนักที่จะสกัดกลั่นเม็ดยาโดยใช้เตาปรุงยาเหล่านี้ บ้าไปแล้ว…นั่นไม่ใช่เป็นได้แค่หลุมฝังศพของพวกหรอกหรอ? ไหนจะยังมีเรื่องเวลาบัดซบที่จำกัดอีก…รอบสุดท้ายนี้นับว่ายากอย่างที่สุด

เฉินเซี่ยงเองก็รู้สึกกดดันเช่นเดียวกัน เขาพบว่าเตาปรุงยาพวกนั้นมีคุณภาพต่ำกว่าที่พ่อของเขาเคยมอบให้เสียอีก ด้วยเหตุนี้มันย่อมส่งผลกระทบกับศักยภาพของเพลิงและสมุนไพรอย่างแน่นอน

“แต่เวทีการแข่งขันระดับสูงจะต่างออกไป ผู้ชนะจะถูกตัดสินการแข่งขันรอบที่ 4” ฮูหยินหลี่กล่าว

การแข่งขันระดับสูงแบ่งออกเป็น 4 รอบ เรื่องนี้ทำให้เฉินเซี่ยงและนักปรุงยาคนอื่นๆที่เหลือถึงกับโอดครวญ

บนเตาปรุงยาเหล่านั้นมีหมายเลยติดอยู่ซึ่งตรงสลากที่ดันเซี่ยงเถาหยวนได้เตรียมไว้ เมื่อถึงเวลาจับสลากผู้เข้าแข่งขันก็จะได้รับเตาปรุงยาตามสลากซึ่งจะเป็นจุดจบของคนที่โชคร้าย

“บัดซบเอ้ย! ไม่ใช่ว่าเตาพวกนี้มันระเบิดตอนใครบางคนสกัดกลั่นเม็ดยาหรอกหรอ? แล้วพวกข้าจะไปสกัดกลั่นเม็ดยาในนี้ได้ยังไง?” เฉินเซี่ยงก่นด่ากระทั่งนักปรุงยาคนอื่นๆก็เริ่มบ่นขึ้นทีละคนๆ

เฉินเซี่ยงนึกถึงชายผู้โชคร้ายคนหนึ่งจับสลากเน่าๆขึ้นมาและเตาปรุงยาที่ชายคนนั้นจับได้ก็เต็มไปด้วยรอยร้าว ทุกคนที่เห็นต่างบอกได้เลยว่าชายคนนั้นจบสิ้นแล้ว

นักปรุงยาบนเวทีทั้งหมดล้วนได้นิกายหรือตระกูลบ่มเพาะขึ้นมาอย่างดี เตาปรุงยาที่พวกเขาใช้ย่อมมีคุณภาพสูงมากๆ แต่จู่ๆวันนี้พวกเขากลับต้องใช้เตาปรุงยาเสงเครง การแข่งขันรอบนี้นับเป็นการทดสอบพื้นฐานของนักปรุงยาทั้งยังสามารถตัดสินศักยภาพของนักปรุงยาโดยไม่พึ่งพาเตาปรุงยาคุณภาพดี

ทันใดนั้นเสียงของฮวาเซียงเยว่พลันกังวานอยู่ในความคิดของเฉินเซี่ยง “อันธพาลน้อย เมื่อยามที่เจ้าจับสลากแล้วสัมผัสได้ถึงสลากที่ให้ความรู้สึกเย็นๆให้เจ้ารีบคว้าไว้ นั่นเป็นของดีที่จัดให้เจ้าโดยเฉพาะ!”

เมื่อฟังคำกล่าวของฮวาเซียงเยว่ เฉินเซี่ยงก็หันมองไปรอบๆแต่กลับไม่เจอร่องรอยของนาง แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ยังแอบตื่นเต้น ถึงเขาจะรู้สึกไม่เป็นธรรมกับผู้อื่นอยู่บ้างแต่เขาถือว่าตัวเขายังอายุน้อยที่สุดและอ่อนแอที่สุดในหมู่ของเหล่านักปรุงยาพวกนี้ นั่นจึงทำให้เขาผ่อนคลายไปบ้าง

“นางอยู่ในหอคอยข้างบนพวกเรา” หลงเสวี่ยอี๋กล่าว

เฉินเซี่ยงแหงนมองขึ้นข้างบนในฉับพลันแต่ก็ไม่เห็นฮวาเซียงเยว่ เพียงแต่เขายังคงรู้สึกถึงดวงตาอันงดงามจับจ้องออกมาจากหน้าต่างบานที่เปิดอยู่

หลิวเมิ่งเอ๋อก้าวไปแอบข้างๆหน้าต่างพลางถอนหายใจเบาๆ “อันธพาลน้อยพบท่านแล้ว สัมผัสศักดิ์สิทธิ์ของเขาทรงพลังเป็นอย่างมาก!”

ฮวาเซียงเยว่ประหลาดใจมาก “ดูเหมือนอันธพาลน้อยจะมีเรื่องปิดบังที่ยากเกินกว่าข้าจะจินตนาการออก”

“พี่เซียงเยว่ ท่านช่วยเขาเลือกเตาปรุงยาจริงๆหรอ?” หลิวเมิ่งเอ๋อกล่าวถาม

“ย่อมไม่ใช่แบบนั้น… ในเมื่อหมอนั่นฉวยโอกาสอันไม่ยุติธรรมนี้ไว้ ข้าก็จะให้เขาพานพบกับความสูญเสีย ข้าจะทำให้เขาจับได้เตาปรุงยาที่แย่ที่สุด ถึงแม้ว่าข้าจะสามารถใช้เตาปรุงยานั่นได้แต่นับเป็นเรื่องยากยิ่งที่จะสกัดกลั่นสิ่งเม็ดยาใดๆออกมาได้ แต่เมื่อเป็นหมอนั่นแล้ว…ข้าจะประหลาดใจมากถ้าเตาปรุงยามันระเบิดช้า!” ฮวางเซียงเยว่กล่าวพลางยิ้มซุกซน

“ท่านมันชั่วร้ายนัก หากเขาแพ้…เขาจะเกลียดท่านแน่!” หลิวเมิ่งเอ๋อกล่าวด้วยความกังวล

“หมอนั่นไม่แพ้หรอก เจ้ารอดูเถอะ! เรามาพนันกันได้นะหากเจ้าไม่เชื่อข้า!” ฮวาเซียงเยว่ไม่เคยพนันมาก่อนแต่ตอนนี้กลับเป็นนางที่กล่าวพนันเสียเอง

หลิวเมิ่งเอ๋อไม่มั่นใจนางจึงส่ายหน้า

บนเวทีระดับสูงมีเตาปรุงยาทั้งหมด 20 เตาตั้งอยู่ ที่กึ่งกลางของเตาปรุงยาเหล่านั้นมีเตาปรุงยาอยู่เตาหนึ่งที่เต็มไปด้วยรอยแตกร้าวทั่วทั้งเตา ดูเหมือนว่าเพียงสัมผัสมันเบาๆก็จะทำให้เตานั้นแตกสลายไป เฉินเซี่ยงและเหล่านักปรุงยาระดับ 6 ที่เหลือต่างรู้สึกเสียงไปจนถึงกระดูกสันหลัง หากใครก็ตามที่จับสลากได้เตาปรุงยาเตาใบนั้นย่อมนับว่าโชคร้ายไป 8 ชั่วโคตร

“ในรอบที่ 3 ของการแข่งขันระดับสูง พวกท่านต้องสกัดกลั่นเม็ดยาร้อยอสูรโดยใช้เตาปรุงยาเหล่านี้! ที่สำคัญ พวกเราขอให้พวกท่านดูแลเตาปรุงยาเหล่านี้ให้ดีราวกับเป็นสมบัติล้ำค่าเพราะพวกท่านต้องใช้มันในการแข่งขันรอบที่ 4 ด้วย” คำกล่าวของฮูหยินหลี่ทำให้เหล่านักปรุงยารู้สึกราวกับตกลงไปในหุบเหวเย็นยะเยือก

รอบที่ 4 ย่อมนับว่ายากที่สุดแต่สิ่งที่ทำให้ทุกคนประหลาดใจคือทุกๆคนต้องใช้เตาปรุงยาขยะพวกนี้ด้วย เรื่องนี้ทำให้เหล่านักปรุงยาสบถออกมาอย่างรวดเร็ว เฉินเซี่ยงคาดว่ากติกาต่างๆเหล่านี้ย่อมเป็นฝีมือของฮวาเซียงเยว่อย่างแน่นอน

“เฉินเซี่ยง…เจ้าเป็นผู้จับสลากคนแรกเพราะเจ้าเป็นผู้ชนะในสองรอบที่ผ่านมา!” ฮูหยินหลี่กล่าว

เฉินเซี่ยงรู้สึกเริงร่า เฉินเซี่ยงรู้ว่าฮวาเซียงเยว่ได้เตรียมเตาปรุงยาดีๆไว้ให้เขาแล้ว แต่ถึงอย่างนั้นเมื่อมองไปยังเตาปรุงยาทั้ง 20 เตากลับไม่พบว่ามีอันไหนดีเลย แต่เฉินเซี่ยงก็เลือกที่จะเชื่อฮวาเซียงเยว่

เมื่อเฉินเซี่ยงล้วงมือเข้าไปในกล่องสลาก ไม่นานเขาก็สัมผัสได้ถึงความเย็นแล้วหยิบสลากแผ่นนั้นขึ้นมาในทันที

“เป็นเลข 8 บัดซบเอ้ย…” แล้วเฉินเซี่ยงก็ก่นด่าออกมาในทันที กลายเป็นว่าเขาถูกแจ็คพอท เตาปรุงยาที่แย่ที่สุดเพียงหนึ่งเดียวตกอยู่ในมือของเขา(555+) เขาคาดไม่ถึงว่าฮวาเซียงเยว่จะจงใจให้เขาจับได้เตาปรุงยาที่เลวร้ายที่สุด

เหล่านักปรุงยาที่เหลือต่างเริงร่าพลางถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอกพร้อมๆกัน เตาปรุงยาสุดห่วยในที่สุดก็มีเจ้านายแล้ว!! และคนที่เป็นนายของมันก็เป็นคนเดียวกับคนที่เหล่านักปรุงยาอิจฉา พวกเขาคิดถึงฉากที่เฉินเซี่ยงทำเตาปรุงยาระเบิดและใบหน้าเกรอะไปด้วยขี้เถ้า มันทำให้พวกเขาอารมณ์ดีขึ้นในฉับพลันถึงแม้จะมีสิ่งที่ยากเย็นรออยู่เบื้องหน้าก็ตาม

เฉินเซี่ยงก่นด่าพลางประคองเตาปรุงยาเสงเครงเดินออกมาด้วยความระมัดระวังอย่างที่สุด เขาจ้องเขม็งไปยังหอคอยดันเซี่ยงชั้นที่ 20 ที่อยู่ไม่ห่างจากเขานักพลางขบฟัน สายตาของเขาเต็มไปด้วยความโกรธเกรี้ยว

“แม่สาวน้อยจอมซน…บิดาผู้นี้จะจับเจ้าแก้ผ้าอย่างแน่นอน! ไม่งั้นมันย่อมไม่อาจคลายความเกลียดชังภายในใจข้าได้!” เฉินเซี่ยงสาบานอยู่ในใจ………………………



Chapter 309 สร้างปาฏิหาริย์

หลิวเมิ่งเอ๋อขบริมฝีปาก นางพบว่าสายตาของเฉินเซี่ยงเหมือนจะมองลอดผ่านหน้าต่างเข้ามา

“พี่สาวเจ้าเสน่ห์…ดูสิ่งที่ท่านทำสิ เขาต้องเกลียดท่านแน่” หลิวเมิ่งเอ๋อกล่าวด้วยท่าทางกังวล ความพ่ายแพ้ของเฉินเซี่ยงทำให้นางรู้สึกลำบากใจ

“เมิ่งเอ๋อดูเหมือนเจ้าจะหลงเสน่ห์เจ้าหมอนั่นไปเรียบร้อยแล้วนะ ฮิฮิ!” ฮวาเซียงเยว่กล่าวตอบด้วยท่าทางไม่ใส่ใจ “คอยดูไปเถอะ…ศักยะภาพแฝงในด้านการปรุงยาของเจ้าหมอนั่นยังไม่ได้ใช้ออกมาอย่างเต็มที่ ที่ข้าทำเช่นนี้ก็เพื่อกระตุ้นศักยะภาพของเขา เขาพึ่งพาเตาปรุงยาที่ทรงพลังของเขามากจนเกินไปทำให้เขาลืมเลือนสิ่งที่เป็นพื้นฐาน”

ขณะที่เฉินเซี่ยงกำลังตรวจสอบเขาปรุงยาเสงเครงของเขา เขาพลันรู้สึกเสียววาบไปจนกระดูกสันหลัง เตาปรุงยาใบนี้เต็มไปด้วยรอยแตกร้าวแต่อย่างน้อยๆมันก็ยังมีข่ายพลังกระจอกๆวางไว้ที่ด้านในซึ่งไม่ต่างจากเตาธรรมดาๆทั่วไป เพียงแต่เตาของเฉินเซี่ยงนั้นเสียหายเกินไปขนาดที่ว่าแตะเบาๆก็จะทำให้มันแตกเป็นชิ้นๆ

“ฮวาเซียงเยว่…เจ้าควรสวดอ้อนวอนให้ข้าชนะเถอะ ไม่งั้นอย่าหาว่าข้าไม่ปราณีกับสตรี…ไม่!! ถึงข้าชนะข้าก็จะจับเจ้าแก้ผ้าให้ได้!!” เฉินเซี่ยงด่าทอนางอยู่ในใจทั้งยังเต็มไปด้วยความเดือดดาล หากการแข่งขันของเฉินเซี่ยงจบสิ้นลงเขาคงทะยานเพื่อไปขอคำอธิบายและเอาคืนฮวาเซียงเยว่อย่างแน่นอน

เม็ดยาร้อยอสูรคือเม็ดยาระดับลึกล้ำขั้นต่ำ แม้ว่ามันจะง่ายต่อการสกัดกลั่นแต่เฉินเซี่ยงกลับรู้สึกว่าหากเขาใช้เตาปรุงยาใบนี้สกัดกลั่น เขาจะสกัดกลั่นเม็ดยาได้ยากราวกับสกัดกลั่นเม็ดยาระดับนิรันดร์

“ทุกท่านจะต้องสกัดกลั่นเม็ดยาร้อยอสูรจำนวน 1 ชุดตามเวลาที่กำหนดไว้เช่นเดียวกันกับรอบที่แล้วโดยอิงจากคุณภาพเม็ดยาและจำนวนที่พวกท่านสกัดกลั่นได้ อีกสิ่งหนึ่ง…ไม่มีคะแนนพิเศษสำหรับผู้ที่สกัดกลั่นเสร็จเร็ว เช่นนั้นยามนี้ทุกท่านควรเตรียมตัวให้พร้อม” ฮูหยินหลี่กล่าว

ในยามนี้เฉินเซี่ยงไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากกัดฟันใช้เจ้าเตาเฮงซวยใบนี้ ดันเซี่ยงเถาหยวนเป็นผู้แจกจ่ายสมุนไพร พวกเขาไม่ขาดแคลนสมุนไพรสำหรับเม็ดยาร้อยอสูรซึ่งพวกเขามีสมุนไพรสำหรับเม็ดยาชนิดนี้มากที่สุด นั่นเป็นเหตุผลที่พวกเขายอมนำเอาสมุนไพรแพงๆออกมา

“ผู้เข้าแข่งขันทุกคนจะมีโอกาสพลาดเพียง 2 ครั้งเท่านั้น หากพวกท่านสกัดกลั่นพลาดในครั้งแรก พวกท่านย่อมสามารถมารับสมุนไพรชุดได้ใหม่”

ยังคงนับเป็นเรื่องน่ายินดี แต่ถึงอย่างนั้นเหล่านักปรุงยาต่างเพิ่งจะเคยใช้เตาปรุงยาแตกๆพวกนี้เป็นครั้งแรกจึงไม่มีผู้ใดที่มั่นใจเลยสักคน

เหล่านักปรุงยาบนเวทีแข่งขันระดับสูงต่างมองมาที่เฉินเซี่ยงราวกับกำลังมองผู้แพ้ บนใบหน้าของพวกเขาเต็มไปด้วยท่าทางเยาะเย้ยแม้กระทั่งเหล่าคนดูเองก็ไม่ต่างกัน พวกเขาต่างพูดคุยเรื่องเฉินเซี่ยงไม่หยุดหย่อนทั้งยังรู้สึกเสียใจกับเฉินเซี่ยง เฉินเซี่ยงช่างโชคร้ายนักที่จับได้เตาปรุงยาที่เสียหายมากที่สุด

เฉินเซี่ยงเห็นท่าทางเยาะเย้ยบนใบหน้าของเหล่านักปรุงยา เขารู้สึกไม่สบายใจและแทบอดไม่ไหวที่จะระเบิดเตาปรุงยาที่อยู่เบื้องหน้าออกเป็นเสี่ยงๆ

“สงบไว้…เจ้าต้องมั่นใจในตัวเอง เจ้าได้เป็นนักปรุงยาระดับ 5 ก่อนอายุ 30 ปี ไม่ว่าจะเป็นในเฉินหวู่แผ่นดินใหญ่แห่งนี้…กระทั่งทั่วทั้งโลกแห่งนักสู้ใบนี้ยังพบเจอได้ยากนัก” เป่ยยู่ยู่ให้กำลังใจเฉินซี่ยง

“ศิษย์พี่กล่าวถูกแล้ว เจ้าต้องมั่นใจในตัวเอง ลองคิดดูสิ! แม้พวกข้าจะทราบถึงการปรุงยาของเจ้า…แต่มันยังคงงดงามจับใจ ตัวข้านับเป็นนักปรุงยาอัจฉริยะ แต่เจ้ากลับน่าเกรงขามมากกว่าข้า! เจ้าต้องเอาชนะการแข่งขันในครั้งนี้ได้แน่” ซูเหม่ยเหยาเองก็ให้กำลังใจเฉินเซี่ยง

เมื่อได้กำลังใจจากสองสาวงามเฉินเซี่ยงก็เปี่ยมไปด้วยความมั่นใจ ตราบใดที่เทพธิดาผู้งดงามทั้งสองนางนี้อยู่ข้างๆ…แม้จะให้บุกน้ำลุยไฟก็ไม่หวั่นเกรงทั้งความสามารถของเขายังเพิ่มขึ้นไปอีกระดับ…

“งั้นให้ข้าไปป่วนนักปรุงยาพวกนั้นมั้ย? ถ้าข้าทำพวกเขาย่อมไม่อาจสกัดกลั่นได้สำเร็จ” มังกรน้อยแสนซนหลงเสวี่ยอี๋กล่าวขึ้นอย่างชั่วร้าย

“ไม่จำเป็น!” ในยามนี้เฉินเซี่ยงกลายเป็นคนใหม่แล้ว ท่าทางเศร้าสร้อยหงอยเหงาก่อนหน้านี้ได้หายไป เขาเต็มไปด้วยจิตวิญญาณแห่งการต่อสู้

หวินเสี่ยวเตา  เจ้าอ้วนและคนอื่นๆต่างรู้สึกเสียใจ โชคของเฉินเซี่ยงช่างเลวร้ายนัก ในยามที่สำคัญที่สุด…เขากลับจับสลากได้เตาปรุงยาขยะมาใบนึง

“ดูนั่น! ข้าจำได้ว่าทุกครั้งที่พี่เฉินมีท่าทางแบบนั้นเขาจะสร้างปาฏิหาริย์” หวินเสี่ยวเกล่าวขึ้น เขาอยู่รอบกายของเฉินเซี่ยงมานานหลายปี เมื่อใดก็ตามที่ทุกคนเชื่อว่าเฉินเซี่ยงไม่มีทางทำสำเร็จ เฉินเซี่ยงก็จะทำสำเร็จครั้งแล้วครั้งเล่า

เจ้าอ้วนหัวเราะขึ้นพลางกล่าว “พวกข้ากังวลมาก ระดับการปรุงยาของน้องเฉินนับว่าสูงส่งและน่าพิศวง เขาต้องมีแผนอะไรบางอย่างแน่”

ทันใดนั้นรอยยิ้มก็ปรากฏขึ้นบนใบหน้าของหวินเสี่ยวเตา เจ้าอ้วน และคนอื่นๆ คนเหล่านี้นับเป็นสหายที่ดีของเฉินเซี่ยง ดังนั้นพวกเขาย่อมอยากให้เฉินเซี่ยงชนะอยู่แล้ว

ณ มุมหนึ่งที่ห่างออกไป… 2 บุรุษสวมใส่หมวกและชุดคลุมสีดำกำลังนั่งดื่มเหล้าที่ใต้ต้นไม้

“ท่านประมุข ท่านว่าอาจารย์อาของพวกเราจะเอาชนะได้มั้ย?” หวู่ไคหมิงกล่าวถาม

“ข้าก็ไม่รู้ อาจารย์อาของเรามักจะทำเรื่องเกินคาดอยู่เสมอ สำหรับเขาแล้วพวกเราย่อมไม่อาจใช้มาตรฐานทั่วๆไปในการตัดสิน พวกเราทำได้เพียงรอชมเท่านั้น” กู่ตงเฉินกล่าวตอบ แม้ทั้งสองจะไม่ได้หวังให้เฉินเซี่ยงชนะแต่พวกเขากลับรู้สึกว่าเฉินเซี่ยงจะไม่แพ้ในรอบนี้แน่

แม้การแข่งขันในรอบที่สามจะมีเวลาเพียง 2 ชั่วโมง แต่มันก็เพียงพอที่จะสกัดกลั่นเม็ดยาร้อยอสูร เพียงแต่พวกเขาใช้เพียงเตาปรุงยาธรรมดาทั้งยังเสียหายทำให้เวลาจำนวน 2 ชั่วโมงย่อมไม่เพียงพอโดยเฉพาะกับเฉินเซี่ยง

เพื่อให้เหล่านักปรุงยาแสดงความสามารถได้ดีขึ้น ช่วงเวลาในการพักจึงได้ขยายไปให้นานขึ้น… ผ่านไปไม่นานเวลาก็เคลื่อนคล้อยมาถึงยามบ่าย ความร้อนจากแสงอาทิตย์อาบลงมายังศีรษะ ไอน้ำระเหยขึ้นจากพื้นเนื่องจากความร้อน ผู้ชมชมส่วนใหญ่กำลังบ่นแต่ความร้อนเช่นนี้กลับไม่มีผลกับเหล่านักปรุงยา เมื่อได้รับความร้อนจากดวงอาทิตย์อันเปลือยเปล่าไร้ซึ่งเมฆบดบัง…ผ่านไปไม่นานเหล่าผู้ชมต่างเหงื่อไหลพรั่งพรู

ในยามนี้การแข่งขันในเวทีแข่งขันระดับล่างและกลางได้สิ้นสุดลงแล้ว ผู้ชนะในเวทีแข่งขันระดับกลางคือวู๋เชียนเชียน เฉินเซี่ยงให้ความสนใจในการปรุงยาของนางซึ่งเขาก็พบว่ามันไม่ได้น่าประหลาดใจแต่อย่างใด วู๋เชียนเชียนครอบครองจิตวิญญาณเพลิงทั้งยังได้ผู้อาวุโสเม็ดยาเป็นผู้ขัดเกลา ดังนั้นด้วยพรสวรรค์ของนางย่อมเป็นเรื่องแปลกหากนางไม่ชนะ!

เหยาไห่เฉิงได้ตำแหน่งที่สองไป เขาสกัดกลั่นเม็ดยาพื้นฐานแท้จริงคุณภาพสูงสุดได้ 3 เม็ดส่วนวู๋เชียนเชียนได้ไป 4 เม็ด ทั้งสองคนต่างสกัดกลั่นเม็ดยาได้ดีเป็นอย่างมากทั้งยังต้องใช้เคาปรุงยาคุณภาพแย่เช่นเดียวกัน

เฉินเซี่ยงแอบมีความสุขกับทั้งสอง ไม่นานหลังจากนั้นทั้งวู๋เชียนเชียนและเหยาไห่เฉิงก็มาถึงยังด้านข้างเวทีแข่งขันระดับสูงเพื่อเฝ้าดูการแข่งขัน ด้วยความที่ทั้งสองจดจ่ออยู่กับการปรุงยาเมื่อครู่จึงไม่ทราบว่าเฉินเซี่ยงจับสลากได้เตาปรุงยาที่แย่ที่สุด เมื่อทั้งสองทราบเรื่องจากหวินเสี่ยวเตา ทั้งสองทำได้เพียงแอบถอนหายใจ

“เวลาพักได้สิ้นสุดลงแล้ว การแข่งขันในรอบที่สามเริ่มได้!!” ฮูหยินหลี่ตะโกนขึ้นก่อนจะพลิกคว่ำนาฬิกาทรายขนาดใหญ่

ทุกๆคนต่างหยิบจับสมุนไพรบนโต๊ะขึ้นมาและจัดการกับพวกมันอย่างเชี่ยวชาญ นักปรุงยาที่มีชื่อเสียงมากมายต่างเริ่มสกัดกลั่นเม็ดยาระดับลึกล้ำขั้นต่ำขณะที่นักปรุงยาระดับต่ำกำลังล้างทำความสะอาดสมุนไพร พวกเขาทุกคนต่างหวังว่าตนจะสามารถทำได้ไม่มากก็น้อย

เฉินเซี่ยงนับเป็นผู้เชี่ยวชาญในการสกัดกลั่นเม็ดยาร้อยอสูร อีกอย่างเขายังสามารถสกัดกลั่นเม็ดยาได้ 10 เม็ดต่อครั้งซึ่งนับว่ามากแล้ว แต่นั่นกล่าวได้ว่าเฉินเซี่ยงใช้เตาปรุงยามังกรเพลิง หากเฉินเซี่ยงต้องใช้เตาปรุงยาเสงเครงนี่เขาย่อมไม่มีความมั่นใจ

เฉินเซี่ยงจัดการกับสมุนไพรอย่างรวดเร็ว ทักษะต่างๆของเฉินเซี่ยงเป็นซูเหม่ยเหยาที่สอนให้ เมื่อเทียบกับเหล่านักปรุงยาที่อยู่รอบๆตัวเขาย่อมนับว่าค่อนข้างแตกต่างเพราะแต่ละกระบวนการในการจัดการกับสมุนไพรล้วนตรงไปตรงมา มีประสิทธิภาพ งดงาม และน่าจับตาเป็นอย่างมาก เหล่านักปรุงยาที่อยู่ด้านล่างเวทีต่างได้เห็นวิธีการของเฉินเซี่ยงเพียงไม่นานก่อนที่เขาจะโยนสมุนไพรลงไปในเตาเสงเครง

แม้ว่าเตาปรุงยาจะมีทางให้ถ่ายเพลิงเข้าไปภายในเพียงหนึ่งทางแต่นั่นย่อมไม่ใช่ปัญหาเพราะปัญหาหลักของมันอยู่ที่รอยแตกร้าว ความร้อน และปราณสมุนไพรที่แผ่ออกมาภายนอก…นั่นนับเป็นปัญหาใหญ่ หากจัดการกับมันไม่ถูกวิธีย่อมทำให้เตาปรุงยาระเบิดขึ้นในฉับพลันได้

เฉินเซี่ยงทำได้เพียงใช้สัมผัสศักดิ์สิทธิ์ของตนเพื่ออุดรอยร้าวพวกนั้นและคงสภาพของเตาเอาไว้ ในที่สุดเตาปรุงยาจากเดิมที่สั่นไหวก็ค่อยๆสงบลงเพียงแต่จิตใจของทุกๆคนกลับไม่สงบเพราะรอยร้าวบนเตากลับเพิ่มขึ้นเมื่อเวลาผ่านไป

สายตาของผู้ชมเกือบทั้งหมดต่างจับจ้องอยู่กับเตาปรุงยาของเฉินเซี่ยง พวกเขาเห็นรัศมีสีแดงที่รุนแรงส่องผ่านรอยร้าวมากมายนับไม่ถ้วนออกมาอย่างชัดเจน สถานการณ์ในยามนี้นับว่าเลวร้ายนัก ดูเหมือนเตาปรุงยาของเฉินเซี่ยงพร้อมจะระเบิดตลอดเวลา!………………………..



World Defying Dan God – Chapter 310 พ่ายแพ้?

เฉินเซี่ยงหดหู่อย่างที่สุด กลายเป็นว่าเตาปรุงยาเสงเครงนี่ย่ำแย่กว่าเขาจิยตนาการเอาไว้โดยเฉพาะในเรื่องการทนความร้อน เมื่อเฉินเซี่ยงถ่ายเพลิงเข้าไปได้ไม่นาน รอยแตกพลันเริ่มปรากฏขึ้นเรื่อยๆ แต่หากเพลิงร้อนไม่พอเฉินเซี่ยงย่อมไม่อาจอบสมุนไพรได้ แต่หากยังถ่ายเพลิงเข้าไปแบบนี้เตาปรุงยาคงจะแหลกเป็นผงก่อนสมุนไพรเสียอีก

“ข้าต้องคงสภาพมันให้ได้!” เฉินเซี่ยงวางมืออีกข้างลงบนเตาปรุงยาก่อนจะปลดปล่อยปราณจักรวาลออกมา เฉินเซี่ยงใช้สัมผัสศักดิ์สิทธิ์ก่อร่างปราณจักรวาลขึ้นเป็นเกราะก่อนจะควบคุมมันเข้าห่อหุ้มเตาปรุงยาเอาไว้ เขาดูดซับความร้อนจากพื้นผิวสัมผัสของเตาปรุงยาและลดแรงกดดันทั้งหมดไปพร้อมๆกัน

การสกัดกลั่นเม็ดยาร้อยอสูรไม่ใช่เรื่องยากสำหรับเฉินเซี่ยง แต่ส่วนที่ยากที่สุดกลับเป็นการคงสภาพเตาปรุงยาให้ดีกระทั่งสิ้นสุดการสกัดกลั่น!

เฉินเซี่ยงถอนหายใจด้วยความโล่งอกเพราะรอยร้าวบนเตาปรุงยาได้หยุดลงแล้ว แต่ถึงอย่างนั้นกระบวนการปรุงยาของเขากลับช้าลง แม้ยามนี้เหล่านักปรุงยาคนอื่นๆมีท่าทางเคร่งเครียดและจริงจังแต่เตาปรุงยาของพวกเขาก็ดีกว่าเฉินเซี่ยงหลายเท่า อย่างน้อยที่สุดพวกเขาก็ไม่ต้องเจอกับปัญหาร้ายแรงเหมือนอย่างเฉินเซี่ยง

เวลาค่อยๆผ่านไปทีละน้อย เตาปรุงยาของเฉินเซี่ยงสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง… หนึ่งชั่วโมงผ่านไปภายในพริบตาโดยไร้ซึ่งอุบัติเหตุ ในยามนี้เหล่านักปรุงยาจากดันเซี่ยงเถาหยวนต่างสกัดกลั่นเม็ดยาเสร็จแล้ว

ไม่นานเหล่านักปรุงยาที่เหลือก็เริ่มสกัดกลั่นเม็ดยาเสร็จกันทีละคน ในหมู่ผู้เข้าแข่งขันทั้ง 20 คนมีเพียงเฉินเซี่ยงคนเดียวเท่านั้นที่สกัดกลั่นยังไม่แล้วเสร็จ เตาปรุงยาที่เฉินเซี่ยงใช้นับว่าแย่เสียยิ่งกว่าแย่ ด้วยความจริงที่เฉินเซี่ยงสามารถประครองเตาปรุงยามาได้จนถึงขั้นนี้โดยที่มันไม่ระเบิดออกเป็นเสี่ยงๆก็นับว่าดีมากแล้ว

เหล่านักปรุงยาทั้งหมดต่างจ้องมองเฉินเซี่ยงที่มีหลั่งเหงื่อพรั่งพรูอย่างย่ามใจ… ใน 2 รอบการแข่งขันที่ผ่านมาเฉินเซี่ยงได้แย่งซีนพวกเขาไปทั้งหมด แต่เมื่อเห็นการดิ้นรนเอาตัวรอดของเฉินเซี่ยงในยามนี้ พวกเขาต่างแอบมีความสุขเป็นอย่างมาก

ทันใดนั้นเตาปรุงยาของเฉินเซี่ยงก็เริ่มสั่นไหวอย่างรุนแรง เขาลืมตาขึ้นอย่างรวดเร็วก่อนจะเกิดเสียง *ตูม* ดังก้องไปทั่วทั้งลานกว้าง ทุกๆคนต่างเห็นกลุ่มควันลอยฟุ้งออกมาที่เบื้องหน้าของเฉินเซี่ยงพร้อมแสงเจิดจ้าก่อนจะปรากฏกลิ่นหอมสมุนไพรลอยตลบอบอวน

ทั่วทั้งลานกว้างต่างเงียบกริบ พวกเขาจ้องมองไปยังเฉินเซี่ยงด้วยท่าทางว่างเปล่า พวกเขารู้สึกเสียใจกับเฉินเซี่ยง ไม่มีผู้ใดลืมเลือนถึงพรสวรรค์ด้านการปรุงยาของเฉินเซี่ยงเพียงแต่เขาโชคร้ายไปนิดจึงได้พ่ายแพ้!

หวินเสี่ยวเตาหยิกแขนอวบๆของเจ้าอ้วนอย่างแรงแต่เจ้าอ้วนกลับไม่กระดุกกระดิก ปากของมันอ้าค้าง ฉากที่เตาปรุงยาระเบิดยังฉายซ้ำไปซ้ำมาภายในใจของมัน

วู๋เชียนเชียนขบริมฝีปากแน่นพลางจ้องมองเฉินเซี่ยงที่ตกอยู่ในภวังค์ นางรู้สึกปวดใจ ดวงตาของนางชุ่มไปด้วยหยาดน้ำตา

หวู่ไคหมิงและกู่ตงเฉินต่างถอนหายใจอย่างหนักหน่วง เฉินเซี่ยงสูญเสียเตาปรุงยาของตนไปแล้ว…เขาถูกลิขิตให้พ่ายแพ้ไปแล้ว

หลิวเมิ่งเอ๋อขบริมฝีปากเล็กน้อยเมื่อได้เห็นท่าทางของเฉินเซี่ยงจากหาคอยสูงก่อนจะถอนหายใจอย่างแผ่วเบา นางเองก็รู้สึกปวดใจเช่นเดียวกัน

ฮวาเซียงเยว่ถอนหายใจเล็กน้อยพลางกล่าว “ข้าทำเกินไป…ข้าหวังว่าเขาจะผ่านเรื่องนี้ไปได้”

แต่ก่อนที่ฮูหยินหลี่จะประกาศผลการแข่งขัน จู่ๆเฉินเซี่ยงกลับตะโกนขึ้น “ช้าก่อน!”

ทุกๆคนต่างตกใจ เฉินเซี่ยงกำลังจะทำอะไร? เตาปรุงยาของเขาแตกเป็นเสี่ยงๆไปแล้ว การที่เตาปรุงยาของเขาแตกเป็นเสี่ยงๆเช่นนี้ย่อมเปรียบได้กับการที่ตกลงไปในหุบเหวแห่งความล้มเหลวที่ซึ่งไม่สามารถปีนขึ้นมาได้อีก

“นายน้อยเฉินนี่ท่าน…” ฮูหยินหลี่รู้สึกเสียใจกับเฉินเซี่ยง นางเองก็ตกใจเล็กน้อย นางไม่ทราบว่าเฉินเซี่ยงกำลังจะทำอะไร

เฉินเซี่ยงกำหมัดแน่นพลางแหงนมองขึ้นไปบนท้องฟ้า ถึงแม้ฉากที่เตาปรุงยาเกิดการระเบิดจะเกิดขึ้นภายในพริบตา แต่ในชั่วพริบตานั้นกลับเกิดความคิดมากมายหลายสิ่งผุดขึ้นในหัวของเขาและนั่นจึงทำให้เขานิ่งอึ้งไปชั่วคราว

“ดูเหมือนข้าจะพึ่งพาเตาปรุงยามังกรเพลิงมากจนเกินไป…แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าหากข้าไม่มีเตาปรุงยามังกรเพลิงแล้วข้าจะทำอะไรไม่ได้! วิธีการสกัดกลั่นเม็ดยานั้นกว้างใหญ่ไร้ขอบเขต ความล้มเหลวครั้งนี้ได้มอบโอกาสให้ข้าทะลวงขีดความสามารถของตนเอง ในการแข่งขันรอบนี้…ข้าต้องท้าทายขีดจำกัดของตน!”

เฉินเซี่ยงจ้องมองไปยังดวงอาทิตย์อันแผดเผาพลางกำหมัดแน่น ใบหน้าของเฉินเซี่ยงเปี่ยมไปด้วยความมั่นใจและเต็มไปด้วยจิตวิญญาณแห่งการต่อสู้ในชั่วขณะนั้น

ผู้คนมากมายที่เห็นท่าทางของเฉินเซี่ยงล้วนประหลาดใจ เขาประสบกับความล้มเหลวแต่กลับฟื้นคืนความมั่นใจได้อย่างรวดเร็ว ตัวเขานับว่าดีกว่าผู้อื่นอย่างแน่นอน

“ฮูหยินหลี่ ตอนนี้ยังพอมีเวลาอยู่บ้างและข้าเองก็ยังมีโอกาสสุดท้ายเหลืออยู่!” เฉินเซี่ยงกล่าวด้วยท่าทีที่ต่างออกไป ท่าทางที่สงบนิ่งเช่นนี้ทำให้ทุกๆคนต่างหวาดกลัว

ฮูหยินหลี่ตกใจกับแรงกดดันที่แผ่ออกมาจากเฉินเซี่ยง นักปรุงยาคนอื่นๆที่อยู่บนเวทีต่างก็เป็นเช่นเดียวกันกับนาง

“ถูกต้อง แต่ท่าน…ท่านไม่มีเตาปรุงยาแล้ว!” ฮูหยินหลี่กล่าวในคำที่ทุกๆคนต้องการจะกล่าว!

เฉินเซี่ยงไม่มีเตาปรุงยาเหลือแล้ว…แล้วเขาจะสกัดกลั่นเม็ดยาต่อไปได้อย่างไร?

เฉินเซี่ยงยิ้มอย่างใส่ใจพลางกล่าว “ผู้ใดกล่าวว่าการสกัดกลั่นเม็ดยานั้นต้องใช้เตาปรุงยา?”

อา…ไม่มีกฎข้อใดที่ระบุไว้ว่าการปรุงยานั้นจำเป็นต้องใช้เตาปรุงยา แต่หากไม่ใช้เตาปรุงยาแล้ว…เช่นนั้นจะสกัดกลั่นเม็ดยาได้อย่างไร?

“ฮูหยินหลี่ รีบเอาสมุนไพรมาให้ข้าเร็วเข้า…เวลาไม่คอยท่า!” เฉินเซี่ยงดูจริงจัง

เหล่าคนดูต่างส่งเสียงพูดคุยอื้ออึง เฉินเซี่ยงกำลังจะลงมือสกัดกลั่นเม็ดยาโดยไม่ใช้เตาปรุงยาซึ่งเม็ดยาก็คือเม็ดยาร้อยอสูรที่เป็นถึงเม็ดยาระดับลึกล้ำขั้นต่ำ

“เจ้าหนูนั่นต้องบ้าไปแล้วแน่ๆ เขาจะสกัดกลั่นเม็ดยายังไงโดยไม่ใช้เตาปรุงยา?”

“ใช่…ข้าก็ไม่เคยได้ยินมาก่อนเหมือนกันว่าจะสกัดกลั่นยังไงโดยไม่ใช้เตาปรุงยา?”

“เขาต้องเสียสติไปแล้วแน่ๆ”

“ไม่ว่าเขาจะดิ้นรนยังไง…แต่เขาได้ถูกลิขิตให้พ่ายแพ้ที่นี่แล้ว!”

“…”

ทุกๆคนต่างพูดคุยกันถึงท่าทางของเฉินเซี่ยงทั้งยังไม่มีผู้ใดกล่าวถึงเขาในแง่ดีเลยแม้แต่น้อยเพราะพวกเขาต่างเชื่อว่าเฉินเซี่ยงนั้นไร้ซึ่งความหวังแล้ว

แต่เหล่าคนที่คุ้นเคยกับเฉินเซี่ยงต่างรู้กันดีว่ายิ่งเฉินเซี่ยงสงบมากไหร่เขาก็ยิ่งน่าสะพรึงกลัวมากเท่านั้น หวินเสี่ยวเตาและเจ้าอ้วนต่างเคยเป็นประจักษ์พยาน! และนั่นทำให้พวกเขาตื่นเต้น ถึงแม้พวกเขาไม่รู้ว่าเฉินเซี่ยงวางแผนจะทำอะไร…แต่เฉินเซี่ยงยังคงจะแข่งต่อ

“พี่เซียงเยว่ ท่านรู้หรือเปล่าว่าเฉินเซี่ยงวางแผนจะทำอะไร?” เมื่อเห็นท่าทางที่เปี่ยมไปด้วยความมั่นใจของเฉินเซี่ยง หลิวเมิ่งเอ๋อก็แอบมีความสุข

ฮวาเซียงเยว่ส่ายหัว คิ้วเรียวงามของนางขมวดหากันแน่น “ข้าก็ไม่รู้ หากเป็นข้าที่ตกอยู่ในสถานการณ์เดียวกัน ข้าคงทำได้อย่างฉิวเฉียด แต่ถึงอย่างนั้น มันย่อมใช้เวลานานก่อนที่ข้าจะสามารถสกัดกลั่นเม็ดยาระดับลึกล้ำขั้นต่ำได้ อีกอย่างยังต้องใช้สิ่งเกื้อหนุนมากมายหลายสิ่ง”

ท่าทางมั่นใจของเฉินเซี่ยงราวกับจะบอกว่าเขาสามารถเอาชนะได้ แต่ด้วยประสบการณ์และภูมิความรู้ของเหล่าประมุขหรือกระทั่งผู้ยิ่งใหญ่ยังไม่ทราบว่าเฉินเซี่ยงจะใช้วิธีการอะไรในการผ่านการแข่งขันในรอบนี้…นับประสาอะไรกับเรื่องชนะ!

เฉินเซี่ยงรีบหยิบเอาสมุนไพรจากมือของฮูหยินหลี่อย่างรวดเร็วแล้วจัดการกับพวกมัน เขามีเวลาเหลืออีกเพียงครึ่งชั่วโมง หากเขามีเตาปรุงยาให้ใช้ย่อมใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมงในการสกัดกลั่นเม็ดยา ยามนี้สายตาของทุกคนตรึงอยู่ร่างของเฉินเซี่ยงและเชื่อว่าเฉินเซี่ยงกำลังดิ้นรนอย่างสุดชีวิต

“อันธพาลน้อยเจ้าตั้งใจจะทำอะไร?” ซูเหม่ยเหยาเองก็เดาไม่ออกว่าเฉินเซี่ยงวางแผนจะทำอะไร ตัวนางนับเป็นอาจารย์ของเฉินเซี่ยงในด้านการปรุงยาแต่นางก็มั่นใจว่านางไม่ทราบว่าเฉินเซี่ยงจะสกัดกลั่นเม็ดยาได้อย่างไรโดยไม่ใช้เตาปรุงยา

เฉินเซี่ยงยามนี้กำลังจัดการกับสมุนไพรอย่างจริงจังที่สุดราวกับเขามีเตาปรุงยา แต่ทุกๆคนต่างรู้ดีว่าเตาปรุงยาเสงเครงของเฉินเซี่ยงได้แตกออกเป็นเสี่ยงๆกระจุยกระจายเกลื่อนไปทั่วเวทีแล้ว

ผู้คนมากมายต่างยกย่องการอุทิศตัวให้กับการปรุงยาของเฉินเซี่ยง แต่พวกเขายังคงเชื่อว่าเฉินเซี่ยงเพียงดิ้นรนอย่างสุดชีวิตเท่านั้น

เมื่อจัดการกับสมุนไพรเสร็จสิ้นเฉินเซี่ยงพลันยิ้มเล็กน้อยพลางกล่าวตอบคำถามของซูเหม่ยเหยา “เตาปรุงยาอยู่ในใจข้า!”…………………………



Chapter 311 – เตาปรุงยาจำแลง

เตาปรุงยาอยู่ในใจของเขา? ซูเหม่ยเหยารู้สึกมึนงงและเฉินเซี่ยงเองก็ไม่ได้อธิบายต่อ

ไม่นานซูเหม่ยเหยาก็เข้าใจสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้น นางสังผัสได้ว่าเฉินเซี่ยงกำลังปลดปล่อยพลังวิญญาณอันทรงพลังที่ซ่อนอยู่ในจิตใต้สำนึกของเขา พลังวิญญาณเช่นนี้นับเป็นสิ่งลึกลับ มันสามารถทำให้มนุษย์แปลงร่างเป็นนกหรือสัตว์อื่นๆได้ และในตอนนี้เฉินเซี่ยงเองก็กำลังพยายามสร้างเตาปรุงยาด้วยพลังวิญญาณ!

เฉินเซี่ยงมีความเข้าใจในโครงสร้างของเตาปรุงยา เขาโคจรพลังวิญญาณเพื่อสร้างเป็นเตาปรุงยาไร้ลักษณ์ทั้งยังสลักข่ายพลังในด้านการปรุงยาช่วยเสริมเข้าไปด้วย ข่ายพลังเหล่านี้นับว่าเป็นข่ายพลังธรรมดาทั่วไปซึ่งเห็นได้จากเตาปรุงยาคุณภาพต่ำตามท้องตลาด นี่นับเป็นครั้งแรกที่เฉินเซี่ยงสลักข่ายพลังและยังนับเป็นครั้งแรกที่ใช้พลังวิญญาณในการสลักข่ายพลัง เฉินเซี่ยงสลักข่ายพลังตามความทรงจำเสริมเข้าไปอย่างรวดเร็ว แน่นอนว่าไม่มีใครเห็นสิ่งที่เฉินเซี่ยงทำเพียงแต่สามารถสัมผัสถึงมันได้เท่านั้น

เมื่อยามที่เฉินเซี่ยงเรียนรู้ทักษะการแปลงร่างมาจากหลงเสวี่ยอี๋ เขาต้องใช้พลังวิญญาณในการสร้างรูปแบบวิญญาณขึ้นภายในร่างกายเพื่อให้เขาสามารถสร้างพลังพิเศษได้ และยามนี้เขาก็ใช้วิธีการเดียวกันสลักลงในเตาปรุงยาซึ่งเขารู้ว่ามันจะสำเร็จ

ไม่มีผู้ใดรู้ว่าเฉินเซี่ยงกำลังทำอะไร มีเพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่มีสัมผัสศักดิ์สิทธิ์ที่ทรงพลังอย่างที่สุดจึงจะสามารถสัมผัสถึงสัมผัสศักดิ์สิทธิ์ที่พิเศษเฉพาะบนเวทีได้ แต่มันกลับเป็นอะไรบางอย่างที่คล้ายๆกับสัมผัสศักดิ์สิทธิ์ ความรู้สึกที่ตรงกันข้ามเช่นนี้ทำให้เหล่าผู้ทรงพลังรู้สึกมึนงงและสับสน

“เยี่ยม” เฉินเซี่ยงถอนหายใจเล็กน้อย พลังวิญญาณที่เฉินเซี่ยงปล่อยออกมาไม่ได้หลุดการควบคุม เมื่อเขาออกคำสั่งพวกมันก็ก่อตัวขึ้นและแข็งตัวจนกลายเป็นเตาปรุงยาจำแลงที่สร้างมากจากพลังวิญญาณ

ขณะที่ผู้ชมที่กำลังจ้องมองเฉินเซี่ยงราวกับคนโง่อยู่นั้น เฉินเซี่ยงกลับทำท่าทางเหมือนกำลังเปิดฝาเตา…แต่ที่เบื้องหน้าของเขากลับไม่มีสิ่งใดอยู่เลย ทุกๆคนต่างเชื่อว่าเฉินเซี่ยงเสียสติจนกลายเป็นบ้าไปแล้ว

เมื่อทุกคนเห็นเช่นนั้นจึงพากันถอนหายใจ พวกเขาทั้งหมดเชื่อว่าเฉินเซี่ยงได้รับความกระทบกระเทือนจากความพ่ายแพ้จนกลายเป็นคนบ้า ยิ่งฮวาเซียงเยว่และหลิวเมิ่งเอ๋อเห็นเฉินเซี่ยงเป็นเช่นนั้น…หัวใจของพวกนางก็แตกสลาย พวกนางเองต่างก็เชื่อว่าเฉินเซี่ยงจมลงสู่ความสิ้นหวังจนกลายเป็นคนบ้าไปแล้ว พวกนางเกือบจะทะยานออกไปหาเฉินเซี่ยงเพียงแต่พวกนางกลับต้องตกใจในฉับพลัน

เพราะหลังจากที่เฉินเซี่ยงใส่สมุนไพรลงไป สมุนไพรเหล่านั้นกลับลอยอยู่กลางอากาศราวกับมันอยู่ในเตาปรุงยาที่ไม่มีผู้ใดเห็นจริงๆ

เตาปรุงยาของเฉินเซี่ยงไม่สามารมมองเห็นได้ซึ่งนั่นย่อมทำให้ผู้คนเห็นถึงความเปลี่ยนแปลงภายในเตาปรุงยาได้อย่างชัดเจน เมื่อเฉินเซี่ยงวางมือลงทั้งสองข้างลงบนเตาปรุงยา เปลวเพลิงเริ่มพลิ้วไหวไปมา เปลวเพลิงพลิ้วไหวเป็นเกลียวจากด้านล่างขึ้นสู่ด้านบนราวกับมังกรเพลิงกำลังท่องทะยานไปเป็นวงกลมเข้าแผดเผาสมุนไพรในเวลาเดียวกัน

เพลิงเหล่านั้นขยายตัวขึ้นและหดตัวลงในฉับพลัน ครอบคลุมเหล่าสมุนไพรภายในอย่างหมดจด ปรากฏเป็นฉากที่งดงามราวกับภาพวาด

เหล่านักปรุงยาที่อยู่บนเวทีต่างผงะโดยไร้ซึ่งข้อยกเว้น พวกเขาต่างตกใจที่ได้เห็นเตาปรุงยาจำแลงของเฉินเซี่ยงและรู้สึกเย็นวาบที่ลำคอ พวกเขาต่างเป็นประจักษ์พยานกับฉากที่ประหลาดและน่าอัศจรรย์ที่เบื้องหน้าในยามนี้

นี่นับเป็นครั้งแรกของผู้คนมากมายที่ได้เห็นกระบวนการสกัดกลั่นเม็ดยาซึ่งมันทำให้พวกเขากระจ่างถึงวิธีการสกัดกลั่นสมุนไพร

“ขะ…เขาทำแบบนั้นได้ยังไง?” ฮวาเซียงเยว่กล่าวขึ้นด้วยความประหลาดใจ นางสัมผัสได้ถึงพลังไร้ลักษณ์ที่แปลกประหลาดเป็นอย่างมากที่เบื้องหน้าของเฉินเซี่ยง มันดูเหมือนสัมผัสศักดิสิทธิ์แต่กลับไม่ใช่ นางมั่นใจว่าเฉินเซี่ยงใช้สัมผัสศักดิ์สิทธิ์แปลกๆสร้างเตาปรุงยาไร้ลักษณ์ขึ้นมา

สัมผัสศักดิ์สิทธิ์แปลกประหลาดนั่นไม่นับว่าแข็งแกร่งแต่ก็ไม่ได้อ่อนแอซะทีเดียว มันสามารถกักกันเพลิงที่รุนแรงของเฉินเซี่ยงได้โดยไม่มีความร้อนเล็ดลอดออกมาภายนอกเลยแม้แต่น้อย เมื่อเหล่าสมุนไพรกลายเป็นเถ้าถ่าน ปราณสมุนไพรที่พวกมันปลดปล่อยออกมาก็รุนแรงมากขึ้น แต่ถึงอย่างนั้นมันกลับไม่สามารถทำลายสัมผัสศักดิ์สิทธิ์นั่นออกมาได้

“เยี่ยมมากเจ้าหนู เจ้าทำให้ข้านับถือ!” ซูเหม่ยเหยากล่าวยกย่อง ในยามสกัดกลั่นเม็ดยา ตราบใดที่ปราณสมุนไพรไม่เล็ดลอดสูญเปล่าย่อมสกัดกลั่นเม็ดยาได้แม้จะใช้เพียงเตาปรุงยาคุณภาพต่ำ

ในหมู่ข่ายพลังที่อ่อนด้อยของเฉินเซี่ยงที่สลักลงไปในเตาปรุงยา บางอันสะกดข่มปราณสมุนไพรได้ ส่วนบางอันก็สามารถควบคุมอุณหูมิได้ เฉินเซี่ยงตั้งชื่อเตาปรุงยานี้ว่า ‘เตาปรุงยาจำแลง’ แม้ว่ามันจะเป็นเพียงเตาปรุงยาธรรมดาแต่มันก็ยังดีกว่าเตาปรุงยาเสงเครงนั่นหลายขุม

ทุกคนต่างมองเฉินเซี่ยงในการสกัดกลั่นเม็ดยาที่เบื้องหน้าอย่างว่างเปล่า เหล่าผู้ชมต่างเห็นปราณสมุนไพรหลากสีที่แผ่ออกมาจากสมุนไพรในขณะสมุนไพรเหล่านั้นถูกอบได้อย่างชัดเจน ปราณสมุนไพรอันรุนแรงพวกนั้นพุ่งขึ้นไปด้านบนใกล้กับฝาเตาปรุงยา เหล่านักปรุงยามากมายต่างเข้าใจเพียงมองชั่วครู่

เหล่าปราณสมุนไพรหลากสีเคลื่อนไหวรุนแรงขึ้นสู่ด้านบนก่อนจะโรมรันพัวพันเข้าด้วยกัน แต่ปราณสมุนไพรเหล่านั้นกลับถูกสกดข่มด้วยพลังไร้ลักษณ์และบังคับให้พวกมันผสานเข้าด้วยกันจนกลายเป็นหมอกสีเขียวในท้ายที่สุด ถึงแม้รูปลักษณ์ของมันจะงดงามแต่ทุกคนย่อมบอกได้ว่าหมอกนั่นรุนแรงเป็นอย่างมาก

ถึงแม้ทุกคนจะไม่เห็นเตาปรุงยา แต่พวกเขากลับเห็นว่าเตาปรุงยาจำแลงนั่นประกอบไปด้วยชั้น 3 ชั้น ชั้นนอกสุดทำหน้าที่ทำให้เม็ดยาแข็งตัว ชั้นกลางทำหน้าที่เผาสมุนไพร และชั้นล่างเป็นชั้นที่ทำหน้าที่ปลดปล่อยเพลิงออกมา นั่นนับเป็นโครงสร้างของเตาปรุงยาที่พื้นฐานเป็นอย่างมาก ผู้คนเกือบทุกคนต่างทราบถึงเรื่องนี้เพียงมองแค่ครู่เดียว

เปลวเพลิงค่อยๆหดตัวเล็กลงอย่างช้าๆ ผงสีเขียวเป็นประกายค่อยๆปรากฏขึ้นที่ชั้นกลาง ผงเหล่านั้นคือผงสมุนไพรซึ่งเป็นผลลัพธ์ที่ได้จากการอบสมุนไพรอย่างระมัดระวัง เมื่อผงสมุนไพรรวมตัวกันจนครบ พวกมันก็ถูกพลังที่มองไม่เห็นดึงดูดขึ้นไปที่ชั้นบนสุดก่อนจะเริ่มผสานเข้ากับปราณสมุนไพรที่รุนแรงเหล่านั้น

ทันทีที่ผงสมุนไพรและปราณสมุนไพรผสานเข้ากัน พลังของพวกมันพลันรุนแรงมากขึ้น เหล่านักปรุงยาที่จับจ้องอยู่ต่างกลั้นหายใจ ถึงแม้พวกเขาจะเข้าใจเป็นอย่างดีว่ากระบวนการที่เป็นอยู่นี้เป็นสิ่งที่ยากที่สุดของการสกัดกลั่น แต่นี่กลับเป็นครั้งแรกที่พวกเขาได้เห็นสิ่งที่เกิดขึ้นด้วยตาของตนเอง ความรู้สึกในยามนี้ช่างแตกต่างจากเมื่อยามที่พวกเขาใช้เพียงสัมผัสศักดิ์สิทธิ์ตรวจสอบสิ่งที่เกิดขึ้นภายในเตาปรุงยา

นักปรุงยาเหล่านั้นต่างตกตะลึงกับทักษะการปรุงยาของเฉินเซี่ยงอย่างยิ่งยวด เหล่าผู้เชี่ยวชาญต่างคิดว่าว่ามันคืองานศิลปะ และเหล่าผู้ชมต่างสนุกสนานไปกับมัน ถึงแม้เหล่านักปรุงยาจะตกตะลึงแต่พวกเขาก็ดูการปรุงยาของเฉินเซี่ยงอย่างตั้งใจ เมื่อยามที่เฉินเซี่ยงสกัดกลั่นเม็ดยา แม้แต่ผงสมุนไพรหรือปราณสมุนไพรเขาก็ไม่ยอมให้มันเล็ดลอดออกมาแม้เพียงนิด ทั้งเมื่อยามที่เขาอบสมุนไพรเขาก็ทำมันด้วยความประณีตเป็นอย่างมาก นั่นจึงทำให้เขาได้ผงสมุนไพรและปราณสมุนไพรมากกว่าปกติ

แต่ด้วยได้ปราณสมุนไพรและผงสมุนไพรมากกว่าปกติ เมื่อยามที่ต้องผสานพวกมันเข้าด้วยกันพลังของมันก็ทวีความรุนแรงมากขึ้น ซึ่งนั่นไม่ได้ส่งผลดีต่อการควบแน่นเม็ดยา และตอนนี้เฉินเซี่ยงก็ได้เข้าสู่ขั้นตอนการควบแน่นเม็ดยาแล้ว

ดวงตาคู่งามของหลิวเมิ่งเอ๋อจับจ้องที่เตาปรุงยาของเฉินเซี่ยง นางเองก็ทราบถึงวิธีการสกัดกลั่นเม็ดยาระดับต่ำ เมื่อนางได้เห็นวิธีการอันลึกลับของเฉินเซี่ยง นางอดนับถือเขาไม่ได้ ใบหน้าอันเป็นห่วงกังวลของนางหายไปและแทนที่ด้วยรอยยิ้มที่งดงาม

“พี่เซียงเยว่ ท่านพูดถูก! ศักยภาพของอันธพาลน้อยช่างยิ่งใหญ่นัก ท่านบังคับให้เขาใช้ไพ่ตายออกมาอย่างคาดไม่ถึง!” หลิวเมิ่งเอ๋อยิ้มเล็กน้อยพลางกล่าว

“ข้าก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเขาจะทำแบบนี้ ตอนแรกข้าคิดเพียงว่าเตาปรุงยาของเขาจะไม่ระเบิดและสามารถใช้มันสกัดกลั่นเม็ดยาได้ในท้ายที่สุด แต่เขากลับทำให้ข้าประหลาดใจเป็นอย่างมาก!” ฮวาเซียงเยว่เองก็เป็นนักปรุงยาเช่นเดียวกัน ยามนี้นางไม่ได้มองเตาปรุงยาจำแลงของเฉินเซี่ยง แต่นางมองที่ทักษะการปรุงยาที่สมบูรณ์แบบของเฉินเซี่ยง

ดวงตาของเหล่านักปรุงยาระดับ 6 และ 7 ที่อยู่ในลานกว้างเกือบถลนออกจากเบ้า เพราะไม่เพียงเฉินเซี่ยงจะสกดข่มปราณสมุนไพรอันรุนแรงพวกนั้นได้แต่เขายังแบ่งมันออกเป็น 10 ส่วน!

10 ส่วนนั้นหมายถึงเม็ดยา 10เม็ด! โดยปกติแล้วการสกัดกลั่นเม็ดยาร้อยอสูรได้ 6 หรือ 7 เม็ดย่อมเป็นขีดจำกัดแล้ว! ทั้งการที่จะได้เม็ดยา 6 หรือ 7 เม็ดย่อมอยู่ในเงื่อนไขที่ใช้เตาปรุงยาที่มีคุณภาพดีอย่างที่สุด! แต่ไม่ว่าผู้ใดจะกล่าวอะไร เฉินเซี่ยงในยามนี้ล้วนแสดงให้เห็น ยิ่งด้วยเตาปรุงยาของเฉินเซี่ยงในยามนี้ย่อมทำให้พวกเขารู้สึกอับอาย

ทันใดนั้นกลุ่มของปราณสมุนไพรสีเขียวครามก็เริ่มหมุนวนและบรรจบเข้าหากันอย่างช้าๆ เพลิงในชั้นกลางของเตาปรุงยาบ้างลุกโหมบ้างหดตัว การควบคุมของเฉินเซี่ยงช่างละเอียดอ่อนนัก กลุ่มพลังงานสีครามทั้ง 10 กลุ่มบ้างหมุนวนรวดเร็ว บ้างหมุนช้า เฉินเซี่ยงกำลังควบคุมพวกมันอย่างสงบและตรวจสอบสิ่งที่เกิดขึ้นภายในเตาปรุงยา

ยามนี้ยังเหลือทรายอยู่ในนาฬิกาทรายอีกเป็นจำนวนมาก แต่ทันใดนั้นกลุ่มพลังงานสีครามทั้ง 10 กลับผสานเข้าหากันก่อนจะหายไปภายในพริบตาและปรากฏเป็นเม็ดยาเรืองแสงสีครามจำนวน 10 เม็ดในท้ายที่สุด!

“สำเร็จ!” เฉินเซี่ยงตะโกนลั่น ยามนี้ยังเหลือเวลาอีกครึ่งชั่วโมง

ลานกว้างอันเงียบสงัดพลันก้องไปด้วยน้ำเสียงอันตื่นเต้นของเฉินเซี่ยง

เฉินเซี่ยงสกัดกลั่นเม็ดยาได้สำเร็จโดยที่ไม่ใช้เตาปรุงยาทั้งยังใช้เวลาเพียงครึ่งชั่วโมงเท่านั้น!…………………………………………………….



Chapter 312 เปล่งประกาย

เฉินเซี่ยงดึงดูดเอาเศษเตาปรุงยาที่กระจายเกลื่อนพื้นของเขากลับมา แม้ก่อนหน้านี้ทุกๆคนต่างคิดว่าเฉินเซี่ยงสิ้นหวังแล้ว แต่ในช่วงวิกฤตนั่นเองที่เฉินเซี่ยงไม่เพียงจะพลิกสถานการณ์แต่เขายังผ่านเข้าสู่รอบต่อไปอย่างงดงาม!

ฮูหยินหลี่และนักปรุงยาระดับ 7 คนอื่นๆต่างร่วมกันตรวจสอบเม็ดยาร้อยอสูรของเฉินเซี่ยงอย่างรอบคอบ เม็ดยาของเฉินเซี่ยงแต่ละเม็ดนับว่ามีคุณภาพสูงสุดทั้งยังดีกว่านักปรุงยาคนอื่นๆบนเวทีอย่างเทียบไม่ติด นั่นทำให้เหล่านักปรุงยาโง่งมเมื่อครู่ถึงกับกล่าวไม่ออก เฉินเซี่ยงกลายเป็นดาวเด่นขึ้นมาอีกครั้ง ด้วยนักปรุงยาระดับ 5 ขั้นต่ำเพียงคนเดียวกลับเอาชนะเหล่านักปรุงยาระดับ 6 มาถึง 3 รอบซ้อนจนทำให้ผู้ชมต่างคิดว่าเหล่านักปรุงยาระดับ 6 นั้นด้อยกว่าเฉินเซี่ยง

“เม็ดยาระดับสูงสุด…นับว่าทิ้งห่างเกินกว่าชายชราผู้นี้จะไล่ตามนัก! การปรุงยาที่ไร้ซึ่งเตาปรุงยา…แม้เป็นข้าย่อมนับว่ายากที่จะทำเช่นนั้น!” ชายชราถอนหายใจด้วยความอับอายพลางกล่าว

เหล่าชายชราคนอื่นๆก็พยักหน้าเชิงเห็นด้วย ไม่มีผู้ใดกล้ากล่าวว่าเฉินเซี่ยงโกงเพราะทุกกระบวนการของการสกัดกลั่นเม็ดยาร้อยอสูรนั่นกระจ่างแก่สายตาของทุกคน

การได้เห็นกระบวนการการปรุงยาทั้งหมดอย่างชัดเจนนับเป็นการเปิดหูเปิดตาแก่เหล่าผู้ชมทุกคน แม้เฉินเซี่ยงจะใช้เวลาเพียงครึ่งชั่วโมงในการสกัดกลั่นเม็ดยา แต่เหล่าผู้ชมหลายต่างต่างรู้สึกราวกับว่าตนกำลังดูละครตอนยาวอยู่ พวกเขาไม่รู้สึกถึงเวลาที่ผ่านเลยไป ทุกๆคนต่างจับจ้องอยู่กับทักษะการปรุงยาที่เกิดขึ้นภายในเตาปรุงยาของเฉินเซี่ยง

การได้เห็นนับเป็นเรื่องหนึ่ง แต่การสกัดกลั่นก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง แม้เฉินเซี่ยงจะแสดงให้เห็นถึงวิธีการในการสกัดกลั่นเม็ดยาร้อยอสูรให้ได้ในระดับสูงสุดต่อหน้าเหล่านักปรุงยามากมาย แต่นั่นนับเป็นเรื่องยากที่พวกเขาจะสกัดกลั่นเม็ดยาให้ได้ผลลัพธ์เช่นนั้น เพราะนักปรุงยาจำเป็นต้องมีทักษะการควบคุมเพลิงที่สมบูรณ์แบบและยังต้องควบคุมสัมผัสศักดิ์สิทธิ์ได้อย่างประณีต  แต่ไม่ว่าจะมีประสบการณ์มากมายขนาดไหน…สิ่งที่สำคัญที่สุดย่อมเป็น ‘พรสวรรค์’!

ยามนี้เหลือนักปรุงยาเพียง 15 คนบนเวทีแข่งขันระดับสูง การแข่งขันในรอบที่ 4 นับเป็นการแข่งขันรอบสุดท้าย เฉินเซี่ยงและเหล่านักปรุงยาที่เหลือต่างตึงเครียด ผู้เข้าแข่นขันทุกคนยังต้องสกัดกลั่นเม็ดยาอีกครั้งเพียงแต่ความยากของมันย่อมมากกว่าทั้ง 3 รอบที่ผ่านมา เฉินเซี่ยงเพียงคุ้นเคยและสกัดกลั่นเม็ดยาได้สำเร็จด้วยเตาปรุงยาจำแลงเมื่อครู่ทั้งเม็ดยาที่เฉินเซี่ยงสกัดกลั่นยังเป็นเพียงเม็ดยาร้อยอสูร หากเขาต้องสกัดกลั่นเม็ดยาสร้างรากฐานหรือเม็ดยาวิญญาณธาตุย่อมนับเป็นเรื่องยาก

ยามนี้คือช่วงพัก เฉินเซี่ยงไม่ได้เหน็ดเหนื่อยจากการสกัดกลั่นเม็ดยาเมื่อครู่เพราะมันเผาผลาญพลังวิญญาณของเขาไปเพียงเล็กน้อยเท่านั้น ตราบใดที่พลังวิญญาณที่เฉินเซี่ยงใช้ออกไม่สลายไป เขาย่อมดึงมันกลับมาและใช้ได้อีกครั้ง

“พี่ใหญ่เฉินน่าเกรงขามเกินไปแล้ว ข้ารู้ว่าเขาต้องมีวิธี! และเขาก็ทำได้อีกครั้ง ถึงข้าจะเตรียมใจไว้แล้วแต่ข้าก็ยังประหลาดใจอยู่ดี” หวินเสี่ยวเตากล่าวพลางหัวเราะ

“สำหรับน้องเฉินแล้ว…การสกัดกลั่นเม็ดยาร้อยอสูรนับเป็นเรื่องง่าย เมื่อกลับยังที่นิกายแล้วข้าจะให้สมุนไพรกับน้องเฉินไปสกัดกลั่นอย่างแน่นอน” เจ้าอ้วนกล่าวกลั้วหัวเราะพลางถูมือไปมา “หากน้องเฉินช่วยข้าสกัดกลั่นเม็ดยาได้ทุกวัน…มันจะดีขนาดไหนกันนะ”

“หุบปากไปเลย พี่ใหญ่เฉินจะเสียเวลาไปช่วยเจ้าสกัดกลั่นเม็ดยาเฮงซวยของเจ้าได้ยังไง?” หวินเสี่ยวเตากล่าวพลางเตะเจ้าอ้วน

ชูเหว่ยหลงขมวดคิ้วพลางกล่าว “รอบต่อไปต้องยากมากแน่ เฉินเซี่ยงน่าจะต้องใช้สัมผัสศักดิ์สิทธิ์ปริมาณมาก บางทีเขาอาจจะเผาผลาญสัมผัสศักดิ์สิทธิ์ไปจนเกือบหมดแล้วก็ได้”

ในยามนี้เสียงพูดคุยภายในลานกว้างยังคงดังเซงแซ่และไม่มีท่าทีว่าจะเบาลงเลยแม้แต่น้อย…

“ท่านประมุข ดูเหมือนอาจารย์เองก็น่าจะไม่รู้วิธีการใช้สัมผัสศักดิ์สิทธิ์แปลกๆนั่น” หวู่ไคหมิงกล่าว อาจารย์ที่กล่าวถึงคือศิษย์พี่ของเฉินเซี่ยง ทั้งเฉินเซี่ยงและศิษย์พี่ต่างได้รับสืบทอดมากจากตาแก่บ้านั่น หวู่ไคหมิงจึงเดาว่าสิ่งที่เฉินเซี่ยงทำย่อมเป็นตาแก่บ้านั่นสอนให้

“สิ่งนั้นน่าเกรงขามมากกว่าหากเทียบกับสัมผัสศักดิ์สิทธิ์ มันสมควรเป็นบางอย่างที่แปลงมาจากสัมผัสศักดิ์สิทธิ์ซึ่งมันสามารถอธิบายได้ว่าเหตุใดมันถึงมีคุณสมบัติบางอย่างของสัมผัสศักดิ์สิทธิ์ แต่มันก็ไม่เหมือนกันซะทีเดียว! ถึงแม้ว่ามันอาจจะเป็นไปได้ที่จะทำให้สัมผัสศักดิ์สิทธิ์แข็งตัวเพื่อปิดล้อมเพลิงเอาไว้ แต่ย่อมไม่มีทางที่มันจะเสถียรอยู่ได้! เมื่อตอนที่อาจารย์อาปลดปล่อยมันออกมา เขาก็ดึงเอามันกลับไปโดยไม่สลายเลยแม้แต่น้อย!” กู่ตงเฉินเองก็ไม่สามารถระบุว่าเฉินเซี่ยงใช้สิ่งใด

มีเพียงการบ่มเพาะเสินเต้าเท่านั้นที่ทำให้เฉินเซี่ยงได้ครอบครองพลังวิญญาณ เหล่าผู้ที่บ่มเพาะเสินเต้านับว่ามีน้อยจนน่าใจหาย ดังนั้นจึงไม่ผู้ใดในที่แห่งนี้ทราบว่าสิ่งที่เฉินเซี่ยงใช้นั้นคืออะไร

“ไง…ตอนนี้เจ้าตระหนักถึงอำนาจของพลังวิญญาณหรือยัง? นี่กล่าวได้ว่าเจ้าเพียงใช้แค่ 1 ใน 72 การแปลงเท่านั้น การแปลงเช่นนี้ไม่ได้แปรเปลี่ยนร่างกายของเจ้า แต่มันแปรเปลี่ยนพลังงานวิญญาณที่เจ้าปลดปล่อยออกมาแทน หากผู้ใดก็ตามที่บรรลุระดับความเชี่ยวชาญขั้นสูง คนเหล่านั้นย่อมสรรค์สร้างมังกร…หรือกระทั่งโลกทั้งใบได้เลยทีเดียว!” คำกล่าวของหลงเสวี่ยอี๋ทำให้เฉินเซี่ยงตกตะลึง

สร้างโลกทั้งใบ…นั่นมันต้องใช้พลังวิญญาณขนาดไหนถึงทำแบบนั้นได้!?

“ฮี่ฮี่ อย่าได้ตกใจไป บางทีโลกที่พวกเราอาศัยอยู่นี้อาจจะถูกสร้างโดยใครบางคนก็ที่ทรงพลังก็ได้!” คำกล่าวของหลงเสวี่ยอี๋ทำให้เฉินเซี่ยงหวาดกลัว

โลกใบนี้ยิ่งใหญ่เหลือคณา ไม่มีผู้ใดรู้ว่าในโลกใบนี้มีสิ่งแปลกๆอะไรบ้าง! ดังนั้นตอนนี้เฉินเซี่ยงจึงตระหนักถึงความน่าเกรงความของเสินเต้า ทั้งยังเข้าใจว่าเหตุใดมังกรที่เกิดมาถึงได้ทรงพลังนัก

ชั้นบนสุดของหอคอยดันเซี่ยง… ฮวาเซียงเยว่ต้องข่มแรงกระตุ้นที่อยากออกไปหาเฉินเซี่ยงอยู่หลายครั้ง นางอยากรู้เฉินเซี่ยงทำยังไงถึงทำให้ผลลัพธ์ออกมาเป็นเช่นนั้นได้ ทั้งฮวาเซียงเยว่และหลิวเมิ่งเอ๋อเองต่างก็พูดคุยถึงรายละเอียดต่างๆ แต่สุดท้ายผลสรุปก็คือเฉินเซี่ยงมีทักษะพิเศษเฉพาะซึ่งทำให้เขาบ่มเพาะสัมผัสศักดิ์สิทธิ์แปลกๆนั่นได้

“เซียงเยว่ การแข่งขันรอบต่อไปจะเป็นยังไง?” หลิวเมิ่งเอ๋อกล่าว เมื่อเฉินเซี่ยงก้าวผ่านมาในระดับนี้แล้ว นางก็ไม่อยากให้เฉินเซี่ยงต้องล้มเหลว

ฮวาเซียงเยว่ยิ้มอย่างลึกลับ “รออีกไม่นานเจ้าก็จะรู้ รอบสุดท้ายนี้นับเป็นการทดสอบที่ยากที่สุดที่ข้าออกแบบมาเพื่อเขาเลยหล่ะ รอบสุดท้ายนี้จะทำให้เขางัดทุกอย่างที่มีออกมาใช้… แต่จริงๆแล้ว เมื่อครู่ข้าคิดว่าเขาอาจไม่ได้ไปต่อในรอบสุดท้าย”

เฉินเซี่ยงมองไปยังเศษเตาปรุงยาที่กระจัดกระจายอยู่พื้น เมื่อยามที่เขาได้มันมาเขารู้สึกโกรธมาก แต่เมื่อคิดดีๆแล้วหากไม่ใช่เพราะมัน เขาอาจจะไม่พบว่าพลังวิญญาณก็สามารถนำมาใช้เช่นนี้ได้ ถึงแม้เฉินเซี่ยงจะใช้ความสามารถของพลังวิญญาณบนเวทีการแข่งขันนี้ แต่บางที…วิธีการเช่นนี้อาจจะยังต้องใช้ในอนาคต

ตอนนี้เฉินเซี่ยงก็ทราบแล้วว่าสามารถใช้พลังวิญญาณทำเช่นนั้นได้ เฉินเซี่ยงตั้งใจจะแบ่งเวลาของเขาเพื่อบ่มเพาะเสินเต้าตามที่หลงเสวี่ยอี๋กล่าวเอาไว้

เมื่อเวลาพักหมดลง ทุกๆคนต่างเฝ้ารอรายละเอียดของการแข่งขันรอบต่อไป ทั้งอยากเห็นเฉินเซี่ยงใช้เตาปรุงยาจำแลงอีกครั้งโดยเฉพาะเหล่านักปรุงยาที่กำลังดูชมอยู่ พวกเขาย่อมสามารถเรียนรู้ได้มากมายหลายสิ่งจากการดูกระบวนการปรุงยาของเฉินเซี่ยงซ้ำสอง และที่สำคัญมันยังน่าสนใจกว่าการดูนักปรุงยาใช้เตาเสงเครงพวกนั้นสกัดกลั่นเม็ดยา

เฉินเซี่ยงรู้สึกกดดันเล็กน้อยขณะที่กำลังรอให้ฮูหยินหลี่ประกาศรายระเอียดของการแข่งขันรอบต่อไป

“การแข่งขันรอบสุดท้ายของเวทีระดับสูงกำลังจะเริ่มขึ้น! ในรอบนี้ ทุกๆท่านจะต้องท้าทายกับขีดจำกัดในการปรุงยาของตน พวกท่านต้องใช้เตาปรุงยาที่จับสลากได้ก่อนหน้านี้เพื่อสกัดกลั่นเม็ดยาระดับลึกล้ำขั้นต่ำจำนวน 3 ชนิด ผู้ชนะในการแข่งขันในรอบนี้จะตัดสินจากเม็ดยาที่พวกท่านสกัดกลั่น!” คำกล่าวของฮูหยินหลี่ทำให้หัวใจของเฉินเซี่ยงตกลงไปอยู่ตาตุ่ม

เฉินเซี่ยงสามารถสกัดกลั่นเม็ดยาระดับลึกล้ำขั้นต่ำได้ 3 ประเภทก็จริง เพียงแต่ตอนนี้เขามีสมุนไพรสำหรับเม็ดยาเพียง 2 ชนิดเท่านั้นซึ่งก็คือเม็ดยาร้อยอสูรและเม็ดยาวิญญาณธาตุ แต่สมุนไพรสำหรับเม็ดยาพื้นฐานแท้จริงนั้น เฉินเซี่ยงยังขาดผลรากครามอยู่ ก่อนหน้านี้ที่เขาไปทดสอบเป็นนักปรุงยาระดับ 5 ก็เป็นฮูหยินหลี่เป็นผู้มอบให้

“พวกท่านจะต้องใช้สมุนไพรของท่านเอง…เริ่มเตรียมตัวได้! ข้าคิดว่าพวกท่านสมควรเตรียมสมุนไพรจนครบพร้อมก่อนจะมาที่นี่แล้ว!” ฮูหยินหลี่กล่าว

เฉินเซี่ยงเริ่มรู้สึกเสียใจ…เสียใจที่ไม่ได้เอาผลรากครามมาด้วยก่อนที่เขาจะมาที่นี่ หากเขาสกัดกลั่นเม็ดยาได้เพียง 2 ชนิดเขาต้องแพ้แน่ ถึงแม้เม็ดยาวิญญาณธาตุจะมีราคาแพงมากแต่เม็ดยาร้อยอสูรก็มีราคาถูกมากเช่นเดียวกัน อีกอย่างคนอื่นๆย่อมสามารถสกัดกลั่นเม็ดยาได้ 3 ชนิด

“ข้าจะทำยังไงดี!” เฉินเซี่ยงกล่าวถามซูเหม่ยเหยาและคนอื่นๆ

“จริงๆแล้วข้าไม่อยากให้เจ้าเรียนทักษะการปรุงยานั่นเร็วนัก แต่ในเมื่อพื้นฐานของเจ้าดีอยู่แล้วทั้งสัมผัสศักดิ์สิทธิ์ของเจ้าก็แข็งแกร่ง เช่นนั้นข้าจะสอนมันให้แก่เจ้า!” ซูเหม่ยเหยากล่าว

“ทักษะอะไร?” เฉินเซี่ยงแอบยินดีอยู่ในใจเพราะเขายังคงมีทางออกเหลืออยู่

“เจ้าคิดว่าคนอย่างผู้อาวุโสเม็ดยาจะรวบรวมสมุนไพรสำหรับเม็ดยาระดับสูงมากมายเพื่อฝึกฝนการปรุงยาระดับสูงรึเปล่า? เปล่าเลย…สมุนไพรสำหรับเม็ดยาระดับนั้นหาได้ยากกว่าสมุนไพรสำหรับเม็ดยาวิญญาณธาตุมาก เมื่อเหล่านักปรุงยาบรรลุในระดับสูงพวกเขาย่อมต้องสกัดกลั่นเม็ดยาที่ไม่คุ้นเคยอยู่บ่อยๆ และด้วยทักษะที่ข้ากำลังจะสอนให้เจ้า มันจะทำให้เจ้ามีโอกาสสกัดกลั่นเม็ดยาที่เจ้าไม่เคยสกัดกลั่นมาก่อนได้สำเร็จถึง 50% เลยทีเดียว!” ซูเหม่ยเหยากล่าว

เฉินเซี่ยงตกตะลึง นี่มันคือการปรุงยาที่ต่างไปจากที่เขาเคยรู้จักมาก่อน……………………..



Chapter 0313 ทักษะจำลองการสกัดกลั่น

ตามความเข้าใจของเฉินเซี่ยง ยิ่งเม็ดยามีระดับสูงขึ้นการสกัดกลั่นก็ยิ่งยากขึ้นด้วย นักปรุงยากต้องลองสกัดกลั่นเม็ดยาหลายต่อหลายครั้งก่อนที่พวกเขาจะทำสำเร็จ แต่ตามที่ซูเหม่ยเหยากล่าว ตั้งแต่เริ่มสกัดกลั่น…นักปรุงยาจะมีโอกาสสกัดกลั่นสำเร็จถึง 50% โดยที่พวกเขาไม่เคยสัดกลั่นเม็ดยาระดับสูงมาก่อน!

นั่นนับเป็นเรื่องยากยิ่งที่เฉินเซี่ยงจะยอมรับได้ เพราะเมื่อเฉินเซี่ยงคุ้นเคยกับการสกัดกลั่นเม็ดยาวิญญาณธาตุและเม็ดยาสร้างรากฐานแล้ว ยามที่เขาสกัดกลั่นเม็ดยาร้อยอสูรกลับไม่มีโอกาสสำเร็จถึง 50% ตั้งแต่เริ่มเลย

“หลิวเมิ่งเอ๋อกำลังรวบรวมสมุนไพรเพื่อให้นักปรุงยาสกัดกลั่นเม็ดยาแบบเดิมพันความสำเร็จ สมุนไพรของนางหาได้ยากยิ่งกว่าสมุนไพรของเม็ดยาสร้างรากฐานทั้งช่วงเวลาในการเจริญเติบโตของมันยังยาวนานเป็นอย่างมาก หากพวกเราทำตามวิธีการสกัดกลั่นเม็ดยาที่เป็นพื้นฐานที่สุด เหล่านักปรุงยาต้องใช้เวลาร่วมหมื่นปีเพื่อเก็บรวบรวมสมุนไพร หรือให้กล่าว…แม้จะใช้เวลาหนึ่งแสนปี ย่อมไม่มีนักปรุงยาคนใดบรรลุไปถึงระดับ “บรรพบุรุษเม็ดยา” ได้” ซูเหม่เหยาอธิบายซ้ำอีกครั้ง

เฉินเซี่ยงพยักหน้า ก่อนหน้านี้เฉินเซี่ยงมีข้อสงสัยว่าเหล่านักปรุงยาระดับสูงนั้นสามารถบรรลุไปถึงระดับนั้นได้อย่างไร นักปรุงยาต้องสะสมสมุนไพรขนาดไหน… มันจะไม่ดูเหลือเชื่อเกินไปหรือ? โดยเฉพาะสมุนไพรสำหรับเม็ดยาระดับพิภพและสวรรค์ ซึ่งพวกมันไม่ได้ถูกพบเมื่อใดก็ตามที่เราปรารถนา

“ทักษะนี้ต้องใช้สัมผัสศักดิ์สิทธิ์และความเข้าใจในการปรุงยาสูงมาก เมื่อยามที่เจ้าใช้ทักษะนี้ เจ้าจะเข้าสู่สถานะที่แม่นยำอย่างที่สุด เจ้าจะจำลองการปรุงยาขึ้นภายในห้วงความคิดของเจ้าซึ่งมันเรียกว่า ‘ทักษะจำลองการสกัดกลั่น’ เหล่านักปรุงยาระดับสูงมากมายจำเป็นเชี่ยวชาญมัน โดยปกติแล้วเมื่อยามที่นักปรุงยาเริ่มเรียนรู้ทักษะนี้ พวกเขาจะใช้มันในยามที่สกัดกลั่นเม็ดยาระดับพิภพขั้นต่ำ หากเจ้าใช้ทักษะนี้ได้อย่างเชี่ยวชาญ อย่างน้อยๆเจ้าก็จะสามารถสกัดกลั่นเม็ดยาระดับพิภพขั้นกลางได้”

แม้ชื่อเรียกขนาของทักษะนี้จะธรรมดาเป็นอย่างมาก แต่เฉินเซี่ยงก็ยอมรับว่ามันคือทักษะที่ยากจะเชี่ยวชาญ นักปรุงยาจำต้องจำลองการสกัดกลั่นเม็ดยาล่วงหน้าในขณะที่พวกเขากำลังสกัดกลั่นเม็ดยานั้นๆอยู่ ซึ่งสมองของพวกเขาต้องแยกแยะสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นในอนาคตและปรับกระบวนการการปรุงยาของพวกเขาเพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาที่กำลังจะได้พบ

“เจ้าจะใช้ทักษะนี้ในการสกัดกลั่นเม็ดยาธาตุแท้จริง ตอนนี้ยังพอเหลือเวลาอยู่บ้าง ข้าสอนทักษะนั้นให้แก่เจ้า เจ้าจำต้องคุ้นเคยกับคุณสมบัติอันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะของสมุนไพรและเข้าใจในตัวพวกมัน กาปรุงยาของเจ้าละเอียดอ่อนกว่านักปรุงยาคนอื่นๆมาก มีอยู่หลายครั้งที่ข้าอิจฉาเจ้าและนั่น…ทำใหข้าเชื่อว่าเจ้าพร้อมสำหรับทักษะนี้ อีกอย่าง เจ้ายังเป็นผู้บ่มเพาะเสินเต้า ดังนั้นสัมผัสศักดิ์สิทธิ์ของเจ้าย่อมบรรลุถึงระดับที่สามารถใช้ทักษะจำลองการสกัดกลั่นได้” น้ำเสียงของซูเหม่ยเหยาแปรเปลี่ยนจริงจังราวกับครูผู้เข้มงวดที่กำลังสอนทักษะที่ยากและทรงพลังให้

เฉินเซี่ยงเองก็ฟังนางอย่างตั้งใจเช่นเดียวกับสิ่งที่นักเรียนควรทำ

“อย่างแรก ข้าจะอธิบายถึงรายละเอียดของการจำลองการสกัดกลั่นก่อน ตั้งใจฟัง…” จากนั้นซูเหม่ยเหยาก็อธิบายถึงรายละเอียดอย่างรวดเร็ว เวลาที่เหลือกระชั้นเป็นอย่างมาก แต่นางก็มั่นใจในตัวเฉินเซี่ยง ตราบใดที่เฉินเซี่ยงก้าวไปถึงระดับนั้นได้ เขาย่อมมีโอกาสได้เป็น ‘ราชาเม็ดยา’ ก็เป็นได้

ซูเหม่ยเหยาเคยเห็นนักปรุงยาอัจฉริยะผู้ไม่ธรรมดามามากมาย แต่คนเหล่านั้นย่อมไม่อาจก้าวมาได้ในระดับเดียวกันกับนาง ทุกๆคนต่างติดอยู่ทางตันในการปรุงยาซึ่งเรียกว่า ‘ทักษะจำลองสกัดกลั่น’ มีเพียงนางเท่านั้นที่เชี่ยวชาญในทักษะนี้ได้ นั่นจึงทำให้นางสกัดกลั่นเม็ดยาระดับสูงได้สำเร็จมากมายหลายครั้ง

ขณะที่ฟังซูเหม่ยเหยาสอนอย่างตั้งอกตั้งใจ เฉินเซี่ยงก็แอบประหลาดใจกับความซับซ้อนของมันทั้งยังตื่นเต้นอย่างที่สุดในเวลาเดียวกัน นั่นเพราะการท้าทายขีดความสามารถของตนจะทำให้เขาบรรลุจุดตีบตันในด้านการปรุงยาได้

“นั่นคือทั้งหมดที่ข้ารู้… นี่นับเป็นครั้งแรกที่ข้าถ่ายทอดมันให้แก่ผู้อื่น! เจ้าต้องทำความเข้าใจด้วยตนเอง ตัวเจ้ามีจิตวิญญาณเพลิงอยู่แล้วและเจ้าย่อมคุ้นเคยกับเพลิงของเจ้า อีกอย่างเจ้ายังบ่มเพาะเสินเต้า นั่นนับเป็นข้อได้เปรียบ… หากเจ้าผสานผสานสิ่งที่เจ้ามีทั้งหมด เจ้าย่อมมีโอกาสสูงที่จะเชี่ยวชาญ” ซูเหม่ยเหยาคิดว่ามันเป็นเพียงโอกาส ในเมื่อเฉินเซี่ยงอยากเป็นผู้ชนะในการแข่งขันแต่กลับไม่มีเตาปรุงยาให้ใช้อีกต่อไปแล้ว สถานการณ์ในยามนี้นับว่าเลวร้ายสุดกู่ แต่นั่นย่อมสมบูรณ์แบบอย่างที่สุดที่จะทำให้เฉินเซี่ยงทะลวงขีดความสามารถได้ คนทั่วไปย่อมมีโอกาสที่จะทะลวงขีดความสามารถในยามที่พวกเขาตกอยู่ในสถานะการณ์กดดัน

และนั่นย่อมเป็นอีกเหตุผลที่ทำไมผู้คนมากมายจึงถึงจุดตีบตัน เพราะพวกเขามีความเสี่ยงในการก้าวผ่านวิกฤต พวกเขาต้องต่อสู้กับสัตว์อสูรที่ทรงพลังเพื่อทะลวงจุดตีบตัน เมื่อผู้คนเผชิญหน้ากับสถานการณ์วิกฤต…ปาฏิหาริย์ย่อมเกิดขึ้นได้มาก 

การกระทำต่างๆที่ผ่านมาของเฉินเซี่ยงย่อมแสดงให้เห็นถึงความเป็นจริงในข้อนี้!

ยามนี้การแข่งขันรอบที่ 4 ยังไม่เริ่ม แต่เฉินเซี่ยงก็เริ่มจำลองการสกัดกลั่นเม็ดยาพื้นฐานแท้จริงในความคิดของเขาแล้ว เขาหลับตาลง สูดลมหายใจเข้าออกตามวิธีที่ซูเหม่ยเหยาสอนซึ่งจะทำให้เขาเข้าสู่สภาวะลืมเลือนทุกสิ่ง ลืมเลือนตนเอง ลืมเลือนสิ่งต่างๆรอบตัวกระทั่งบรรลุสู่สมาธิอันแน่วแน่ ยามนี้เฉินเซี่ยงรู้สึกเหมือนตนกำลังอยู่ในพื้นที่สีขาวขนาดใหญ่ เขานั่งขัดสมาธิอยู่ที่นั่น ปลดปล่อยเตาปรุงยามังกรเพลิงไว้เบื้องหน้าก่อนจะใส่สมุนไพรลงไป…

*ตูม!* เฉินเซี่ยงสะดุ้งตื่นในฉับพลัน บนหน้าผากของเขาปรากฏเหงื่อเล็กน้อย เมื่อครู่นี้มันราวกับความฝัน ฝันที่กำลังสกัดกลั่นเม็ดยาพื้นฐานแท้จริง แต่เมื่อยามสกัดกลั่น…ข้อผิดพลาดกลับเกิดขึ้นจนทำให้เตาปรุงยาแตกออกเป็นเสี่ยงๆ

“ทำแบบนั้นไม่ได้… เมื่อครู่เจ้าจมลงสู่ห้วงความคิดของเจ้าอย่างสมบูรณ์ เจ้าต้องตื่นตัวและควบคุมมันให้จำลองการสกัดกลั่นขึ้น! เมื่อยามที่เจ้าจำลองการสกัดกลั่นเม็ดยาในห้วงความคิด เจ้าต้องทำการสกัดกลั่นเม็ดยาจริงๆควบคู่ไปด้วย เพียงแต่การจำลองของเจ้าต้องนำหน้าการสกัดกลั่นจริงไปเล็กน้อย ในช่วงที่เจ้าจำลองการสกัดกลั่นและพบปัญหา เจ้าต้องนำปัญหานั้นมาปรับปรุงลงในการสกัดกลั่นเม็ดยาจริงๆและยังต้องดำเนินการจำลองการสกัดกลั่นต่อจากที่เจ้าปรับปรุงข้อผิดพลาดในฉับพลันเช่นเดียวกัน” ซูเหม่ยเหยาอธิบาย

เฉินเซี่ยงถอนใจเล็กน้อยพลางกล่าว “เข้าใจแล้ว ทักษะจำลองการปรุงยาเป็นการทำนายปัญหาที่เรากำลังจะได้พบในระหว่างการปรุงยา! สมมติว่าข้ากำลังต่อสู้อยู่…ข้าก็สามารถคาดเดาการเคลื่อนไหวของอีกฝ่ายได้และเตรียมพร้อมรับมือกับสิ่งที่จะเกิดขึ้น แต่หากข้ากำลังประสบกับความตาย ข้าก็สามารถเตรียมตัวที่จะหลีกเลี่ยงการจู่โจมถึงตายของอีกฝ่ายได้”

“ถูกต้อง การจำลองการปรุงยาย่อมเป็นเช่นนั้น มันจะทำให้เจ้าคาดการณ์ได้ถึงความเปลี่ยนแปลงที่กำลังจะเกิดขึ้นในเตาปรุงยา เมื่อเจ้าพบปัญหาเจ้าย่อมแก้มันได้ในทันทีและดำเนินการสกัดกลั่นต่อไป” ซูเหม่ยเหยาพยักหน้าหลางกล่าว

ยามนี้เฉินเซี่ยงไม่ได้หลับตาลงเมื่อก่อนหน้า เขาเริ่มการจำลองการสกัดกลั่น ในยามที่จำลองการสกัดกลั่นเขาสามารถเพิ่มความเร็วในการจำลองได้เพราะสิ่งต่างๆที่เกิดขึ้นล้วนอยู่ในห้วงความคิดที่เขาสามารถกระทำได้ทุกสิ่งตามแต่ใจปรารถนา ผ่านไปพริบตาเตาปรุงยามังกรเพลิงก็ปรากฏขึ้นในห้วงความคิดของเฉินเซี่ยงพร้อมกับสมุนไพรที่พร้อมสกัดกลั่น เขาใส่สมุนไพรลงไปในเตาก่อนจะเริ่มสกัดกลั่นเม็ดยา

“ควรจะเร็วกว่านี้อีกนิดแต่เจ้าต้องใส่ใจทำมันให้ดี หลังจากสมุนไพรถูกเผาแล้ว สมุนไพรเหล่านั้นจะเปลี่ยนแปลงอย่างไร? ปราณสมุนไพรจะออกมาอย่างไร? พูดง่ายๆ…เจ้าไม่ควรมองข้ามรายละเอียดปลีกย่อยที่เกิดขึ้นภายในเตาปรุงยาพวกนี้ไปแม้เพียงนิด ตราบใดที่มีข้อผิดพลาดเพียงเล็กน้อย เจ้าย่อมสามารถปรับใช้ในการปรุงยาจริงๆได้ เพียงแต่เจ้าต้องใส่ใจและเก็บรายละเอียดในสมบูรณ์แบบก่อนเป็นอย่างแรก” ซูเหม่ยเหยากล่าว

ตอนนี้เฉินเซี่ยงรู้แล้วว่าทำไม “ทักษะจำลองการสกัดกลั่น” ถึงทำให้นักปรุงยามีโอกาสสำเร็จสูงในการสกัดกลั่นเม็ดยาระดับสูงที่พวกเขาไม่คุ้นเคย หากเขาเชี่ยวชาญในทักษะนี้ นั่นเท่ากับว่าเขาสามารถทำนายสิ่งที่จะเกิดขึ้นในเตาปรุงยาได้ล่วงหน้าและปรับมันเพื่อหลีกเลี่ยงความผิดพลาด

วิธีการเช่นนี้ช่างทรงพลังนักเพียงแต่มันต้องใช้สัมผัสศักดิ์สิทธิ์และความแม่นยำที่สูงมากๆ เฉินเซี่ยงเกือบจะทนไม่ได้ เขารู้สึกเหนื่อยมากและสมองของเขาก็รู้สึกล้าเช่นเดียวกัน

“เวลาในการเตรียมการสิ้นสุดลงแล้ว การแข่งขันรอบที่ 4 เริ่ม ณ บัดนี้! เมื่อใดก็ตามที่ตะวันรุ่งของวันพรุ่งนี้ขึ้นพ้นขอบฟ้า นั่นหมายถึงหมดเวลาการแข่งขัน” ฮูหยินหลี่กล่าว

ยามนี้ดึกมากแล้ว เฉินเซี่ยงคาดไม่ถึงว่าพวกเขาจะให้เวลานานขนาดไปจนถึงพรุ่งนี้เช้า ทั้งเฉินเซี่ยงและซูเหม่ยเหยาต่างคาดไม่ถึง

“จริงๆแล้วเหลือเวลาไม่มากนัก ไม่มีผู้ใดที่สามารถสกัดกลั่นเม็ดยาได้อย่างรวดเร็วเพราะนักปรุงยาทั้งหมดต่างใช้เตาปรุงยาที่ผุพัง ข้าว่าดันเซี่ยงเถาหยวนจงใจทำออกแบบเช่นนี้! เหล่านักปรุงยาต้องสกัดกลั่นเม็ดยาระดับลึกล้ำขั้นต่ำที่แพงที่สุด 3 ชนิดที่ตนถนัดที่สุดด้วยเตาปรุงยาผุพัง แต่แม้พวกเขาใช้เตาปรุงยาที่ดีกว่านี้…พวกเขาย่อมต้องใช้เวลานานในการสกัดกลั่นเช่นกัน” เป่ยยู่ยู่กล่าว

ผู้คนมากมายที่อยู่ในลานกว้างต่างเห็นว่ายังเหลือเวลาการแข่งอีกมากนัก พวกเขาจึงจากไปทีละคนๆ พวกเขาต่างคิดว่าจะกลับไปนอนก่อนแล้วค่อยมาดูผลลัพธ์ในวันพรุ่งนี้…………………………..



********************************

ตอนนี้ใน Web มีจำนวนตอนนิยายเท่ากันกับกลุ่ม Lion_K แล้วนะครับ

นิยายแปล WDDG จะเผยแพร่เฉพาะที่
1. lionk01.wordpress.com (ลงนิยายในวัน อังคาร และ เสาร์ เท่านั้น นับเป็น 2 ตอนต่อสัปดาห์)
2. กลุ่ม Lioon_K (ลงนิยายในวัน อังคาร และ เสาร์ เท่านั้น นับเป็น 2 ตอนต่อสัปดาห์)
3. กลุ่มพิเศษเสียเงิน (ลงนิยายทุกวัน วันละ 1 ตอน)
แค่ 3 ที่เท่านั้น
หากท่านสนใจจะเข้ากลุ่มพิเศษ อ่านรายละเอียดได้ ที่นี่



Chapter 314 เรียนรู้และลงมือด้วยตนเอง

นอกจากเฉินเซี่ยงแล้ว นักปรุงยาที่เหลืออยู่บนเวทีต่างนำเอาสมุนไพรล้ำค่าและหายากของตนออกมาซึ่งเหล่าผู้ชมมากมายต่างรู้จักสมุนไพรเหล่านี้ แต่เฉินเซี่ยงยังคงยืนนิ่งอยู่กับที่

จริงๆแล้วเฉินเซี่ยงได้เริ่มการสกัดกลั่นเม็ดยาไปนานแล้ว เพียงแต่เขากำลังจำลองการสกัดกลั่นเม็ดยาพื้นฐานแท้จริงในห้วงความคิดและมันยังเป็นเม็ดยาที่เขาสกัดกลั่นบ่อยที่สุดด้วย เฉินเซี่ยงมีความถนัดในการสกัดกลันเม็ดยาพื้นฐานแท้จริงอย่างที่สุด นั่นจึงเป็นเหตุผลที่เขาทำการทดสอบจำลองการสกัดกลั่นกับมัน

“อันธพาลน้อย ลองไปถามฮูหยินหลี่ดูสิว่าเจ้าสามารถสกัดกลั่นเม็ดยาอื่นๆเพื่อฝึกซ้อมได้หรือเปล่า ตอนนี้เจ้ายังเหลือเวลาอีกมาก!” ซูเหม่ยเหยากล่าว

แม้เฉินเซี่ยงกำลังจำลองการสกัดกลั่นเม็ดยาพื้นฐานแท้จริงในห้วงความคิดอยู่ในตอนนี้ แต่เขายังสามารถปลีกตัวไปทำอย่างอื่นได้

“ฮูหยินหลี่…ข้าสามารถสกัดกลั่นเม็ดยาอย่างอื่นเพื่อฝึกซ้อมได้หรือเปล่า?” เฉินเซี่ยงกล่าวถาม

“ไม่กฎข้อใดกล่าวห้าม ตราบใดที่เจ้าไม่กังวลว่าเจ้าจะเหนื่อยหรือเสียเวลาเปล่าเจ้าย่อมทำได้” ฮูหยินหลี่กล่าวตอบ การที่นักปรุงยาจำทำการฝึกซ้อมก่อนการสกัดกลั่นกลั่นนับเรื่องธรรมดา อีกอย่างเฉินเซี่ยงยังใช้เวลาและทรัพยากรของเขาเองด้วย

เมื่อเฉินเซี่ยงต้องการฝึกซ้อม เหล่าคนที่กำลังจะกลับต่างชงักฝีเท้า การสกัดกลั่นเม็ดยาของเฉินเซี่ยงนับเป็นอาหารตา พวกเขาสามารถมองเห็นเม็ดยาก่อตัวกันขึ้นผ่านเตาปรุงยาโปร่งใสได้ สิ่งที่เกิดขึ้นนั้นงดงามเป็นอย่างมาก หากกล่าวให้ถูก เหล่าสมุนไพรต่างปลดลปล่อยปราณสมุนไพรหลากสีออกมาราวกับมันกำลังเต้นไปตามท่วงทำนองเพลิง

“แย่แล้ว! อันธพาลน้อยต้องการให้ข้าพาเขากลับไปยังนิกายยอดนักสู้เพื่อไปเอาผลรากคราม ในตอนนั้นข้าพอมีจึงเอาผลรากครามให้เขาผลหนึ่ง” จู่ๆหลิวเมิ่งเอ๋อก็คิดเรื่องนี้ขึ้นได้ก่อนกระทืบเท้าเบาๆ นางรู้สึกเสียใจที่ไม่ได้พาเฉินเซี่ยงกลับไปยังนิกายยอดนักสู้ ไม่งั้นในตอนนี้เฉินเซี่ยงคงไม่ขาดแคลนผลรากคราม

หลิวเมิ่งเอ๋อทราบมาจากฮวาเซียงเยว่ว่าเฉินเซี่ยงเป็นนักปรุงยาระดับ 5 ได้อย่างไร นางรู้ว่าเฉินเซี่ยงสกัดกลั่นได้เพียงเม็ดยาสร้างรากฐาน เม็ดยาร้อยอสูรและเม็ดยาวิญญาณธาตุ และในระหว่างการทดสอบเป็นนักปรุงยาระดับ 5 นั้น เฉินเซี่ยงก็ได้ใช้ผลรากครามเพียงหนึ่งเดียวของนางไปแล้ว

“ข้าคิดไม่ถึงเลยว่าเขาจะมีสมุนไพรของเม็ดยาวิญญาณธาตุ!” หลิวเมิ่งเอ๋อกังวลใจอย่างที่สุด ท่าทางของนางดูกระสับกระส่าย

ฮวาเซียงเยว่ก็ประหลาดใจเล็กน้อยเช่นเดียวกัน “เจ้าให้ผลรากครามกับเขาหรอ? ถ้าอย่างงั้นเขาก็แย่แล้วหล่ะ หากเขาไม่มีผลรากครามเขาก็สกัดกลั่นเม็ดยาสร้างรากฐานไม่ได้! อย่างน้อยๆข้าหวังว่าเขาจะมีสมุนไพรของเม็ดยาวิญญาณธาตุและเม็ดยาร้อยอสูร บางทีเขาอาจจะเอาชนะได้ด้วยมูลค่าของเม็ดยาทั้งสอง”

“เม็ดยาวิญญาณธาตุสกัดกลั่นได้ยากกว่าเม็ดยาร้อยอสูรมาก ข้าไม่รู้ว่าเขาจะสกัดกลั่นมันได้มากหรือไม่ แต่ก่อนหน้านี้เขาสมควรคุ้นเคยกับการสกัดกลั่นมันแล้ว”

เฉินเซี่ยงกำลังจำลองการสกัดกลั่นเม็ดยาพื้นฐานแท้จริงอยู่ในห้วงความคิด แต่นั่นก็เป็นแค่จินตนาการและนับว่าสกัดกลั่นได้สำเร็จแล้ว แต่ตอนนี้เขาต้องลองของจริง

เขาจัดการกับสมุนไพรของเม็ดยาพื้นฐานแท้จริงอย่างรวดเร็ว…ต้องขอบคุณที่เขามีสมุนไพรมากมายในครอบครอง เมื่อเขาจัดการกับสมุนไพรเสร็จแล้วเขาก็ใส่มันลงไปในเตาปรุงยาแล้วเริ่มจำลองการสกัดกลั่นนำหน้าการสกัดกลั่นในความเป็นจริงไปพร้อมๆกัน… รูปร่าง ขนาด และผิวสัมผัสของสมุนไพร พื้นที่รอบตัว ลานกว้าง เสียงของผู้ชม ทุกๆสิ่งล้วนแล้วจำลองขึ้นภายในห้วงความคิดของเขา

เขาวางมือข้างหนึ่งไว้บนฝาเตาก่อนจะถ่ายเพลิงเข้าไปกระทั่งอบสมุนไพรเรียบร้อยแล้ว ส่วนการจำลองการสกัดกลั่นนั้นนำหน้าขั้นตอนนี้ไปเล็กน้อย

หากไม่เกิดปัญหาขึ้นในระหว่างการจำลองการสกัดกลั่นภายในห้วงความคิด เขาก็จะสกัดกลั่นเม็ดยาพื้นฐานแท้จริงตามการจำลองต่อไป อุณหภูมิหรือทุกๆสิ่งที่เกิดขึ้นภายนอกล้วนเหมือนกับการจำลอง

ไม่นานเฉินเซี่ยงก็สัมผัสได้อย่างลึกซึ้งถึงความน่าเกรงขามของทักษะจำลองการสกัดกลั่น ช่างเกินคาดนัก ทุกๆสิ่งที่เกิดขึ้นจริงที่ภายนอกกลับเหมือนกับสิ่งที่เกิดขึ้นภายในห้วงความคิดของเขา

เฉินเซี่ยงกำลังสกัดกลั่นเม็ดยาพื้นฐานแท้จริงที่นับเป็นเม็ดยาที่ธรรมดาที่สุดของใครหลายคน ดังนั้นจึงไม่มีผู้ใดที่คาดหวังว่าจะเห็นการสกัดกลั่นของมัน

ปราณสมุนไพรของเม็ดยาพื้นฐานแท้จริงก็หลากสีเช่นเดียวกัน พวกมันถูกเพลิงแผดเผาก่อนจะลอยตัวขึ้นสู่ด้านบนของเตาปรุงยา ปราณสมุนไพรหลากสีเหล่านั้นบ้างพัวพันเป็นเกลียวบ้างผลักไสซึ่งกันและกัน ไม่นานพวกมันก็มีขนาดเล็กลงและละเอียดมากขึ้น

ความเปลี่ยนแปลงมากมายเกิดขึ้นภายในเตาปรุงยาและเป็นเช่นเดียวกันกับที่เกิดขึ้นภายในความคิดของเฉินเซี่ยง แม้กระทั่งการเคลื่อนไหวของปราณสมุนไพรยังเป็นเช่นเดียวกัน…มันช่างเป็นความรู้สึกที่ลึกลับเป็นอย่างมาก

นักปรุงยาระดับ 7 ต่างตั้งใจดูเตาปรุงยาของเฉินเซี่ยง พวกเขาอยากรู้ว่าเฉินเซี่ยงจะสกัดกลั่นเม็ดยาพื้นฐานแท้จริงยังไงโดยไม่ใช้แก่นผลึกวิญญาณ แต่พวกเขากลับไม่พบสิ่งผิดปกติไปจากเดิม นั่นเพราะเฉินเซี่ยงถ่ายปราณที่มีคุณลักษณะน้ำเข้าไปภายในเตาปรุงยาในรูปแบบของหมอกที่มองไม่เห็นเข้าปกคลุ่มสมุนไพรที่อยู่ภายใน

ด้วยเวลาน้อยกว่าครึ่งชั่วโมง เฉินเซี่ยงก็สกัดกลั่นเม็ดยาพื้นฐานแท้จริงได้หนึ่งชุด เขาลดความเร็วลงเพื่อสกัดกลั่นไปพร้อมๆกับการจำลอง

เมื่อเฉินเซี่ยงสกัดกลั่นสมุนไพรเสร็จไปหนึ่งชุดเขาก็เริ่มสกัดกลั่นต่อ เขาอยากคุ้นชินกับทักษะจำลองการสกัดกลั่น มีเพียงวิธีเท่านั้นที่จะทำให้เขาจำลองการสกัดกลั่นกับเม็ดยาที่มีความซับซ้อนมากกว่านี้ได้

ทุกๆคนต่างตกตะลึง กลายเป็นว่าเฉินเซี่ยงสกัดกลั่นเม็ดยาพื้นฐานแท้จริงโดยไม่หยุดพัก ตั้งแต่ช่วงค่ำถึงช่วงดึก เฉินเซี่ยงสกัดกลั่นเม็ดยาพื้นฐานแท้จริงได้เกือบ 30 ชุดและเม็ดยาที่ได้ต่างมีคุณภาพระดับสูงสุดทั้งนั้น ทักษะการปรุงยาของเฉินเซี่ยงได้ทำให้หลายคนนับถืออย่างลึกซึ้งกระทั่งนักปรุงยาบางคนยังรู้สึกเคารพเขาเป็นอย่างมาก เพราะดวงตาของคนเหล่านั้นต่างบ่งบอกอย่างชัดเจน

“ข้ารู้…พรสวรรค์ของอันธพาลน้อยเช่นเจ้าช่างสูงส่งนัก เจ้าเองก็เข้าใจทักษะแล้ว แต่ว่านะ..เจ้าสมควรรู้ว่าหากเจ้าสกัดกลั่นเม็ดยาธาตุแท้จริง มันจะยากกว่าเม็ดยาพื้นฐานแท้จริงหลายเท่า! เมื่อถึงยามนั้น สัมผัสศักดิ์สิทธิ์และพลังของเจ้าจะถูกเผาผลาญไปเป็นจำนวนมาก” ซูเหม่ยเหยาชื่นชมก่อนจะกล่าวเตือนเฉินเซี่ยงเพื่อไม่ให้สกัดกลั่นมากไปกว่านี้

“ต่อไปเป็นเม็ดยาร้อยอสูรและหลังจากนั้นจึงเป็นเม็ดยาวิญญาณธาตุ ข้าจะใช้ทักษะจำลองการสกัดกลั่นกับเม็ดยาทั้งสองนี้ก่อนจะใช้มันกับเม็ดยาธาตุแท้จริงเป็นอันดับสุดท้าย!”

แม้ซูเหม่ยเหยาจะไม่ได้แสดงออกถึงความประหลาดใจ แต่ลึกๆในใจนางกลับประหลาดใจเป็นอย่างมาก ก่อนหน้านี้นางเคยล้มเหลวมามากมายหลายครั้งก่อนจะเชี่ยวชาญทักษะจำลองการสกัดกลั่น แต่เฉินเซี่ยงกลับใช้มันไปพร้อมๆกับการสกัดกลั่นเม็ดยาที่ตนคุ้นเคยที่สุด ซึ่งแน่นอนว่าเฉินเซี่ยงผ่านอุปสรรคไปได้แล้วเพราะการสกัดกลั่นที่เกิดขึ้นจริงนั้นเหมือนกันกับการจำลองการสกัดกลั่น! นี่จึงชัดเจนว่าเฉินเซี่ยงอยู่ในระดับเริ่มของความเชี่ยวชาญทักษะจำลองการสกัดกลั่นแล้ว

เมื่อเห็นเฉินเซี่ยงนำเอาสมุนไพรของเม็ดยาร้อยอสูรออกมาทุกคนพลันรู้สึกตื่นเต้น เพราะว่าตอนนี้เฉินเซี่ยงกำลังจะสกัดกลั่นเม็ดยาในระดับลึกล้ำขั้นต่ำแล้วเสร็จในเวลาอีกไม่นาน แต่ถึงอย่างนั้น เฉินเซี่ยงกลับใช้เวลากับการฝึกซ้อมไปนานมากจนทำให้เวลาในตอนนี้เหลืออีกเพียง 3 ชั่วโมงเท่านั้น

ทุกๆคนต่างสงสัยเป็นอย่างมากว่าเฉินเซี่ยงจะสกัดกลั่นเม็ดยาระดับลึกล้ำขั้นต่ำชนิดไหนบ้าง? นั่นนับเป็นความลับที่แม้แต่ฮูหยินหลี่เองก็ไม่ทราบ! เหล่านักปรุงยาที่ควบคุมการแข่งขันเองก็ยังเก็บเป็นความลับ

ผู้คนจำนวนมากได้ออกจากลานกว้างไปแล้ว จะเหลือก็เพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่อยู่ต่อซึ่งส่วนใหญ่พวกเขาล้วนเป็นนักปรุงยา

หวินเสี่ยวเตาและพรรคพวกเองก็อยู่เช่นเดียวกัน พวกเขานั่งอยู่ใกล้ๆกับเวทีพลางจับจ้องเตาปรุงยาที่แผ่แสง 5 สีออกมา

เหลียนหยิงเส้าอยู่กับหวู่ไคหมิงและกู่ตงเฉิน ทั้งสามต่างสนใจกับผลลัพธ์ของการแข่งขันเป็นอย่างมาก นอกจากนี้ เฉินเซี่ยงยังเป็นผู้เยาว์ที่พวกเขาทั้งหมดนับถือมากที่สุดด้วย

“ประมุขเหลียน… ท่านควรกำกับดูแลบุตรชายของท่านให้ดี เด็กนั่นไม่กลัวแม้กระทั่งพิภพหรือสวรรค์! หากเขาโกรธเขาย่อมกล้าสังหารแท้กระทั่งบุตรของจักรพรรดิ!” กู่ตงเฉินกล่าว น้ำเสียงของเขาจริงจังเป็นอย่างมาก เขากล่าวเตือนเหลียนหยิงเส้าว่าหากวันหนึ่งบุตรชายของเขากระทำความผิดไปหรือกระทั่งลงมือกับเฉินเซี่ยงก่อน กู่ตงเฉินก็จะยืนอยู่ข้างเดียวกับเฉินเซี่ยงอย่างแน่นอน

“หลังจากกลับไปข้าจะเข้มงวดกับเขา ถึงเป็นข้าก็รู้สึกกลัวปราณสังหารของเฉินเซี่ยง! ด้วยอายุเพียงเท่านั้น…เขาสังหารผู้คนไปมากมายเท่าไหร่ถึงได้มีปราณสังหารที่น่าสะพรึงกลัวขนาดนั้น?” เหลียนหยิงเส้ากล่าวอย่างเคร่งขรึมพลางพยักหน้า เขาไม่สงสัยในคำกล่าวของกู่ตงเฉินเลยแม้แต่น้อย

“หากท่านรู้ว่าทุกๆคนที่เขาสังหารได้ถูกสังหารเหมือนหมูเหมือนหมาแล้วท่านจะตะลึง!”  กู่ตงเฉินกล่าวพลางหัวเราะ ทุกๆคนต่างเชื่อว่าประมุขนิกาย เหล่าผู้อาวุโส และเหล่านักสู้ขอบเขตนิพพานจากนิกายเช่าหวู่ถูกกู่ตงเฉินสังหาร แต่ในความเป็นจริงแล้วกลับเป็นฝีมือของเฉินเซี่ยงทั้งหมด

กู่ตงเฉินเป็นเพียงแพะรับบาปของเฉินเซี่ยง แต่ เขาเองก็ได้รับชื่อเสียงมากมายไปด้วย…………………….





ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

ต้องอ่าน . . .

Legendary Moonlight Sculptor - เล่ม 1 ตอนที่ 1 กำเนิดดาร์คเกมเมอร์ (The Birth of a Dark Gamer)