เทพเจ้าล่าสังหาร 31 - 60 ( หน้า 179+ ) - 4


บทที่ 59 สถานการณ์ที่วุ่นวาย



ณ ศาลาเหมันตระกูลเป่ยหมิง

ศาลาเหมันสร้างมาจากหินน้ำแข็งตามธรรมชาติซึ่งมีความหนาวเย็นเป็นอย่างมาก แม้จะเป็นวันในฤดูร้อนก็ตาม มันก็ยังคงแผ่พลังงานความเย็นออกมา

ศาลาเหมันถูกสร้างขึ้นมาเก้าชั้นแต่ระชั้นสูงถึงสิบจาง และเต็มไปด้วยอากาศหนาวเย็น มันดูคล้ายกับภูเขาน้ำแข็ง

[ ปล . หนึ่งจาง ประมาณสิบฟุต ]

ที่นี่เป่ยหมิงชางมักจะใช้เป็นที่ฝึกฝน

ตระกูลเป่ยหมิงครอบครองจิตวิญญานขั้วเหมันอัคคี มันเป็นพลังความเย็นโดยธรรมชาติ การบ่มเพาะพลังในศาลาเหมันที่ทำมาจากหินน้ำแข็งจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของจิตวิญญานขั้วเหมันอัคคีเป็นอย่างมาก

โดยปกติแล้ว หากไม่ใช่เรื่องที่ไม่เกี่ยวข้องกับสมบัติลับ มันก็จะไม่ออกมาจากศาลาแม้แต่นิดเดียว

ทุกคนในตระกูลเป่ยหมิงหากผู้ใดต้องการจะพบมัน จะต้องทนพลังความเย็นของศาลาเหมันและขึ้นมาชั้นบนเพื่อมาพบกับเขา

เป่ยหมิง ชางนั้นไม่เคยที่จะนึกถึงความรู้สึกของผู้อื่น ผู้อื่นเท่านั้นที่จะต้องทำตามความรู้สึกของเขา

เมื่อคุณขึ้นไปในชั้นที่สูงขึ้นของศาลาเหมัน พลังงานความเย็นของพวกมันก็จะเพิ่มขึ้น เมื่อบุตรชาย หรือคนในตระกูลเป่ยหมิงต้องการเข้าพบ พวกเขาจะต้องรออยู่ในชั้นที่ 3-4 เท่านั้น ในชั้นที่สูงขึ้นไป มันเป็นเรื่องยากอย่างมากกับร่างกายของพวกเขา

ที่ชั้น 6 ในศาลาเหมัน

จุดศูนย์กลางของชั้รที่ล้อมรอบไปด้วยเสาน้ำแข็ง เป่ยหมิงชางกำลังนั่งอยู่ ร่างกายของมันถูกปกคลุมไปด้วยพลังงานความเย็น เสาน้ำแข็งในชั้นที่หกนั้น มันแปลกประหลาดออกไป มันเป็นน้ำแข็งที่เผาไหมเหมือนกับเปลวไฟมันมีความหนาวเย็นเป็นอย่างมากอาจถึงขั้นละลายกระดูกได้

เป็นโม่ตั่วย่นคิ้วที่ย่นคิ้วและยืนอยู่ตรงข้ามกับเป่ยหมิงชางและ ข้างๆมันคือเป่ยหมิงเช้อผู้หล่อเหลา

มีหยินกวยและจิ่วซานยินเป็นเงาเหมือนภูติผีอยู่ข้างๆ พวกมันนั่งอยู่ที่ด้านหลังของเสาน้ำแข็ง และลดหัวลง เหมือนกับว่าพวกมันกำลังหลับอยู่

นักรบคนหนึ่งได้เดินนำ มู่หยู่เตี๋ย และตี่ย่าหลานเข้ามาในชั้นที่หกของศาลาเหมัน

และพลังงานความเย็นในชั้นนี้มีมากกว่าในชั้นที่ห้าถึงสองเท้า !

เมื่อนางทั้งสองได้ก้าวเข้าสู่ชั้นที่หก ร่างกายที่บอบบางของพวกนางก็หนาวสั่น เท้าของพวกนางค่อยๆเหยียบเข้าไปในพื้นน้ำแข็ง ส่วนแขนและขาของพวกนางเริ่มที่จะแข็งทื่อขึ้นเรื่อยๆ

เจ้าช่วยรอตรงนี้ก่อนนะ ” เป่ยหมิงเช้อ ก้าวไปข้างหน้าและจ้องไปทางมู่หยู่เตี๋ยอย่างมีความหมาย ” นี่คือท่านปู่ของข้า และนี่ . . . . . . . คือ ท่านหัวหน้าตระกูลโม่ ”

มู่หยู่เตี๋ย และ ตี่ย่าหลาน ใบหน้าของพวกนางเปลี่ยนไป เมื่อพวกนางมองไปที่โม่ตั่ว ปฏิกิริยาของพวกนางก็กลายเป็นแข็งทื่อ

ความตายของลั่วฮ่าวและหู้หลงนั้นสามารถอธิบายได้อย่างชัดเจน นอกจากจะถูกเบอร์นาร์ดและนักฆ่าจันทร์เสี้ยวจากโลกมืดโจมตีแล้ว ยังมีสายฟ้าผ่าลงมาจากบนฟ้าตามมาอีกครั้ง

หลังจากนั้นนางทั้งสองก็เห็นโม่ช่าวเกอปรากฏตัวขึ้น พวกนางรู้ทันทีเลยว่าต้องเป็นฝีมือของโม่ช่าวเกอแน่นอนที่สังหารลั่วฮ่าว

แต่น่าเสียดายที่ตระกูลโม่นั่นถือได้ว่าเป็นตระกูลใหญ่ และพวกมันยังมีความสัมพันธ์อันดีกับตระกูลเป่ยหมิงอีก เมื่อตอนนั้น ที่้เป่ยหมิงเช้อได้ตะโกนให้คนจากตระกูลโม่จากไป ก็เพราะว่ามันไม่อยากที่จะผิดใจกับตระกูลโม่เท่านั่นเอง และมันก็ไม่อยากจะบอกพวกนางทั้งสองตรงๆ

แต่ตอนนี้พวกนางก็ได้มาพบหัวหน้าตระกูลโม่ เพราะการเรียกมาของตระกูลเป่ยหมิง มู่หยู่เตี๋ย และ ตี่ย่าหลาน รู้สึกไม่พอใจเป็นอย่างมาก อย่างไรก็ตาม เป่ยหมิงชางยังอยู่ด้านหน้าพวกนาง พวกนางจึงไม่อยากที่จะทำให้เขาโกรธนัก พวกนางจึงเก็บความเกลียดชังไว้อย่างลับๆ

ดีใจที่พบท่าน ท่านปู่ชาง ” มู่หยู่เตี๋ย และ ตี่ย่าหลาน ต่างก็ก้มหัวให้ เป่ยหมิง ชาง และจงใจที่จะเมินโม่ตั่ว .

โม่ตั่วยังคงสงบ และมีรอยยิ้มปรากฏออกมาเล็กน้อยบนริมฝีปากของมัน มันเองก็ไม่สนใจอะไรเช่นกัน

ข้าได้ยินว่าเมื่อตอนที่เจ้าทั้งสองยังคงอยู่ในป่าทมิฬ เจ้าร่วมเดินทางกับชายผู้หนึ่งระยะเวลาหนึ่ง ข้าอยากจะทราบเรื่องบางอย่างเกี่ยวกับเจ้านั่น เจ้าพอจะรู้อะไรบ้างหรือไม่ ” เป่ยหมิงชางพูดเบาๆ พยักหน้าไม่แสดงอาการอะไรออกมา และถามออกไปตรงๆ

หัวใจมู่หยู่เตี๋ยก็สั่นระรัว นางลังเลสักพัก แล้วกล่าวว่า ” ข้ารู้บางอย่างเล็กน้อยเท่านั้นเกี่ยวกับนักรบคนนั้น แล้วท่านปู่ชางมีเรื่องอะไรเกี่ยวข้องกับชายคนนั้นรึ ?

มันได้เอาของบางสิ่งที่ข้าต้องการไป ” เป่ยหมิงชางย่นคิ้วของเขาและกล่าวว่า ” เจ้ารู้หรือไม่มันอยู่ที่ใด ?

มู่หยู่เตี๋ยสั่นศีรษะ และตอบ ” ข้าก็ไม่ทราบเช่นกัน เราบังเอิญเจอเขาระหว่างเดินทาง และเราก็ได้เดินทางร่วมกัน เพราะเราต่างก็หวาดกลัวสัตว์อสูรและคนเลว สำหรับพื้นหลังของคนๆนี้ ข้าไม่สามารถทราบได้ ที่ข้ารู้ทั้งหมดก็คือ เขาชื่อ ติงหยาน และข้าคิดว่าเขาเป็นนักรบธรรมดาที่มาจากสมาคมการค้า ”

ติงหยาน . . . . . . . ” เป่ยหมิงชาง พยักหน้า หยุดสักครู่และกล่าวว่า ” เจ้ารู้จักแคว้นที่เขาจากมา หรือจุดหมายที่เขาจะไปหรือไม่ ?

ข้าเองก็ไม่ทราบเช่นกัน ” มู่หยู่เตี๋ยส่ายหน้าอีกครั้ง



เป่ยหมิงชาง จู่ๆก็เงียบไป หลังจากนั้น เขาพูดอย่างแผ่วเบา ” เอาหละ ไม่มีอะไรแล้ว อีกไม่นานจะมีการจัดงานประลองขึ้น เจ้าทั้งสองและเป่ยหมิงเช้อควรไปชื่นชมการประลอง พวกเจ้าเอาแต่อาศัยอยู่ที่นี่ตลอดเวลา ข้าคิดว่าพวกเจ้าจะเบื่อหน่ายเอา ปู่ของเจ้ากับข้าเป็นมิตรสหายกันและตอนนี้เขาได้จากไปแล้ว แน่นอนว่าในตอนนี้ข้าจะเป็นคนดูแลเจ้าเอง อย่าได้กังวลเกี่ยวกับพวกโลกทมิฬเลย พวกมันไม่สามารถแตะต้องเจ้าได้หากเจ้ายังอยู่ในสมาคมการค้าแห่งนี้ ”

ขอบพระคุณค่ะ ท่านปู่ชาง ” มู่หยู่เตี๋ย น้ำตาซึมออกมา นางสะอื้นเสียงเบา ๆ ” เมื่อใดก็ตามที่ข้าคิดถึงเรื่องที่เกิดกับตระกูล ภาพในตอนนั้นจะปรากฏขึ้นมาเสมอ ข้าเห็นผู้คนถูกเผาทั้งเป็น ผู้คนในตระกูลนับร้อยต่างถูกสังหารให้ตกตายทันทีในค่ำคืนนั้น ท่านปู่ชาง ท่านต้องช่วยข้าล้างแค้นนะ ”

เจ้าอย่าได้รีบร้อนเช่นนี้ เราจะคุยเรื่องนี้กันอีกทีในภายหลัง ” เป่ยหมิงชางพยักหน้าและโบกมือของเขา และก็กล่าวว่า ” เจ้าไปพักผ่อนเถอะ เรื่องนี้ยังคงยากเกินไปสำหรับระดับการบ่มเพาะของเจ้าในตอนนี้ มันมากเกินกว่าที่จะเจ้าแบกรับไหวนัก ”

ค่ะ ” มู่หยู่เตี๋ยไม่ได้พูดอะไรต่อ และจมลงไปในความคิด และค่อย ๆดึงไปที่เสื้อของ ตี่ย่าหลาน . แล้วทั้งสองก็จากไป

ข้าคิดว่านางกำลังปกปิดความจริงบางอย่างอยู่ ” หลังจากที่หญิงสาวทั้งสองจากไป โม่ตั่วพูดออกมาพร้อมกับขมวดคิ้ว : ” หากทราบเพียงแค่ชื่ิอ นั้นก็เป็นเรื่องยากมากที่จะตามหามัน . ”

เช้อเอ๋อ เจ้าคิดว่าไง ? เป่ยหมิงชางมองไปที่เป่ยหมิงเช้อ

พวกนางดูไม่เหมือนกำลังโกหก ข้าเองก็เคยถามนางแล้วเช่นกัน ท่านปู่อย่าได้กังวล ชิ้นส่วนอีกชิ้นยังคงอยู่ที่ศาลาหมอก เราไม่ต้องรีบร้อนไป ” เป่ยหมิงเช้อ ตอบ

เป่ยหมิงชางพยักหน้าและบอกว่า ” ตกลง เช่นนั้นเจ้าก็ไปจับตาดูนางทั้งสองเอาไว้ จำไว้ว่าอย่าได้ทำสิ่งใด หากข้าไม่ได้สั่ง ข้าไม่อยากให้เจ้ากลายเป็นเครื่องมือของผู้อื่น เข้าใจมั้ย ?

ข้าทราบแล้ว ท่านปู่ ” เป่ยหมิงเช้อ ยิ้ม

น้องโม่ เจ้าไม่ต้องกังวล ข้าจะแจ้งไปที่ตระกูลฉื่อ และ ตระกูลซั่ว วานให้พวกเขาช่วยตามหาเจ้าคนที่ชื่อ ติงหยาน และ ก็อย่าได้กังวล ข้าจะใช้ชื่อของข้าในการตามหามันเอง เจ้าจะไม่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้แน่นอน ” เป่ยหมิงชางพูดอย่างเด็ดเดี่ยว ” หากตระกูลทั้ง ห้าในสมาคมการค้าร่วมมือกัน ข้าไม่เชื่อว่าเราจะไม่สามารถตามหาเจ้าสามัญชนนั้นได้ ! ฮึ เมื่อใดก็ตามที่ข้าได้ส่งคนออกไปตามหาเจ้าสารเลวนั้นหละก็ ตราบใดที่มันยังมีชีวิตอยู่ มันก็ไม่มีทางหนีพ้นแน่ .

ตกลง เช่นนั้นข้าก็ขอตัวก่อน ” โม่ตั่วพยักหน้าโดยปราศจากความกังวล

เช้อเอ๋อ จับตาดูตระกูลฉือกับตระกูลซั่วไว้ ตอนนี้ตระกูลซั่วใกล้ชิดกับชิเสี่ยวเป็นอย่างมาก ถ้าเจ้าสามารถนำซั่วฉือมาเป็นภรรยาได้หละก็ เราก็มิต้องกังวลว่าจะมีปัญหาใดๆเกิดขึ้น ” หลังจากโม่ตั่วจากไป เป่ยหมิงชางมองไปที่เป่ยหมิงเช้อ และกล่าวว่า นางค่อนข้างมีพรสวรรค์ที่พิเศษนัก  นางชื่อซั่วฉือ นางเป็นเด็กสาวที่งดงาม แต่ก็ค่อนข้างเอาแต่ใจเลยทีเดียว ถ้าเจ้าสามารถควบคุบนางได้หละก็ เจ้าเฒ่าซั่วก็จะไม่สามารถทำอะไรได้แน่นอน และพวกมันจะต้องร่วมมือกับตระกูลเป่ยหมิงอย่างไม่มีทางเลือก ”

อย่าได้กังวลไปท่านปู่ ข้าจะใช้เวลาไม่นาน . ” เป่ยหมิงเช้อ กล่าวด้วยความมั่นใจ

เป่ยหมิงเช้อพยักหน้า อย่างต่อเนื่อง ถึงแม้ มู่หยู่เตี๋ย จะเป็นหญิงสาวที่มีพรสวรรค์เช่นกัน แต่จิตวิญญานแห่งเสียงเพลงของนางนั้น ไม่สอดคล้องกับจิตวิญญานขั้วอัคคีเหมันของตระกูลเป่ยหมิงเรา แต่อย่างไร ตี่ย่าหลานนั้นมีจิตวิญญานอัคคีคราม มันอาจจะสนับสนุนจิตวิญญานขั้วอัคคีเหมันของเราได้ ดังนั้นเจ้าต้องจับตาดูนางไว้ให้ดี และหากเจ้าสามารถสร้างความสัมพันธ์กับนางได้ นางก็อาจจะให้กำเนิดลูกหลานที่โดดเด่นแก่ตระกูลเป่ยหมิงของเรา ”

อย่าได้กังวลไปท่านปู่ สิ่งที่ข้าหมายตาไว้ไม่เคยหนีรอดไปได้ ” .

เช่นนั้นก็ดี ในตอนนี้พวกนางยังอยู่ในตระกูลเป่ยหมิงของเรา และยังไม่คิดจะจากไป เช่นนั้นข้าก็จะไม่กังวล ”

. . . . . . .

ที่ตระกูลซั่ว

ซั่วชู อยู่ในห้องของเขา กำลังเพลิดเพลินกับการดื่มชา อย่างสบายใจ ด้านหลังของเขา มีเงาดำก็คุกเข่าอยู่ และ เขาก็รายงานว่า ” เป่ยหมิงชางส่งสารมาว่า ให้เราตามหาคนที่ชื่อ ติงหยาน เขาได้บอกว่ามันนั้น ได้ขโมยของบางอย่าไปจากตระกูลเป่ยหมิง และหากสามารถจับตัวมันได้ ก็จะมอบอาวุธระดับลึกลับห้าชิ้นให้แก่รุ่นเยาว์ของเรา ” .

อาวุธระดับลึกลับห้าชิ้นรึ ” จั่วชู จิบชาแล้วยิ้ม ” เป่ยหมิงชางปกติแล้วเป็นคนขี้เหนียว แต่ตอนนี้กลับใช้อาวุธระดับลึกลับห้าชิ้นเพื่อตามหาคนที่ครอบครองภาพวาด ‘ ประตูแห่งสวรรค์ ‘ เขาช่างใจกว้างจริงๆ ”

นายท่าน เราควรจะทำอย่างไรดี ?

แน่นอน ว่าเราต้องออกตามหาเขาสิ ให้คนของเรากระจายข่าวออกไปตามแคว้นต่างๆ แต่อย่าได้พยายามมากเกินไป เพียงแค่สุ่มหาคนที่ชื่อ ติงหยาน มาให้พวกมันไม่สงสัยก็พอ ”

ขอรับ ข้าเข้าใจแล้ว ”

. . . . . . .

ตระกูลฉื่อ

ฉื่อเจี้ยน เองก็ได้รับข้อความเดียวกัน เขาถือซองจดหมายไว้ และพูดเยาะเย้ย ” โม่ตั่วคงไปคุยกับเป่ยหมิงชางแล้วสินะ ฮึ่ม ! โชคดีที่เจ้าฉื่อหยานบอกความจริงกับข้าก่อน มิเช่นนั้นข้าคงจะหลงผิดอย่างแน่นอน เป่ยหมิงชางนะเป่ยหมิงชาง เจ้าหนะไม่รู้อะไรเสียแล้วว่าติงหยานหนะคือฉื่อหยานของข้า เจ้าบอกให้ข้าตามหาเขา ได้ ฮ่าฮ่า ข้าจะช่วยเจ้าเอง ”

ท่านจะทำอะไรรึ ? ฮันเฟิงกระซิบ

หาทางติดต่อกับพวกตระกูลโม่สะ ข้าจะทำให้พวกมันใบ้กินไปเลย เราจะส่งคนที่ชื่อติงหยานทั้งหมดไปให้พวกมันกับตระกูลโม่เอง ”



. . . . . . .

ตระกูลต่างๆ ตระกูลเป่ยหมิง ตระกูลซั่ว ตระกูลโม่ตระกูล ฉื่อและ ตระกูลหลิง ตระกูลใหญ่ทั้งห้า เริ่มกระจายข่าวและแอบค้นหาชายที่ชื่อติงหยานในระแวกเมืองใกล้ๆทันที

และมีรางวัลให้สำหรับผู้ที่พบชายที่ชื่อ ติงหยาน

ในเวลาอันสั้น ชื่อของ ‘ ติงหยาน ‘ ก็ได้กระจายออกไปอย่างรวดเร็ว

หลายคนที่ชื่อ ‘ ติงหยาน ‘ ต่างก็ประสบเคราะห์กรรมถูกตระกูลทั้งห้าจับตัวไป และก็มีอีกหลายคนที่ไม่ได้ชื่อ

ติง หยาน ” แต่พวกมันเกี่ยวข้องกับตระกูลโม่ พวกมันนั้นประสบกับเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิด พวกมันถูกตีจนพิการ ถูกบังคับให้ปิดปากเงียบ และถูกส่งไปที่ตระกูลเป่ยหมิง

เนื่องจากการประลองกำลังจะเริ่มขึ้น นักรบหลายคนในสมาคมการค้าต่างก็บดหมัดของตัวเองเพื่อเตรียมพร้อมอย่างหึกเหิม และยังมีเหล่านักรบจากแดนไกล ที่เดินทางมาหลายพันไมล์เพื่อมาเข้าร่วมงานประลองนี้อีกด้วย

และสิ่งที่ตลกก็คือ มีนักรบเป็นจำนวนมากที่ชื่อติงหยาน ได้เข้ามาในสมาคมการค้า และพวกมันก็ถูกจับไปให้ตระกูลทั้งห้าทันที

หลังจากคืนนั้น ‘ ติงหยาน ‘ ก็กลายเป็นชื่อของจอมวายร้าย ซึ่งทุกคนเมื่อได้ยินชื่อนี้ต่างก็จะลุมจู่โจมทันที

และต้นเหตุทั้งหมดของเรื่องก็คือ ฉื่อหยาน ที่กำลังนักพักอยู่ในห้องแรงโน้มถ่วงในตระกูลฉื่อ เขาฝึกฝนโดยการทิ่มไปที่กระสอบทรายโลหะทุกวัน วันละหมื่นครั้ง

ปุก ปุก ! ”

ฉื่อหยานแทงนิ้วทั้งห้าของเขาตรงออกไป แขนของเขาทะลุลึกเข้าไปในใจกลางของกระสอบทรายโลหะ เขาดึงแขนของเขาและนิ้วทั้งห้าออกมา นิ้วของเขาสะท้อนแสงเงาประหลาดออกมาพร้อมกับบรรยากาศที่เย็นยะเยี้ยบมันดูเหมือนกับใบมีดแหลมคมที่ทำจากเหล็กกล้า ซึ่งมันดูน่าหวาดกลัวเป็นอย่างมาก

หึ ! การประลองกำลังจะเริ่มในอีกไม่ช้า และ พายุลูกใหญ่ที่ศาลาหมอกก็กำลังจะมาถึง [ ดรรชนีย์ทะลวง ] ของข้าในที่สุดก็ประสบความสำเร็จแล้วบางส่วน ”

––––––––––––––––––––––––

ปล.  ลงอีกที วันที่ 18/4/2560 จ้า… ตอนนี้ในกลุ่มลับของเราลงถึงตอนที่ 148 แล้วนะครับ หากสนใจอยากเข้าร่วมกลุ่มลับ สามารถอ่านเงือนไขได้ที่โพสปักหมุดของเพจเลยจ้า กลุ่มเรารับคนตลอดน๊า….

ติดตามข่าวสารต่าง ๆ ได้ที่เพจของเรา กดตรงนี้ >>GOS เทพเจ้าล่าสังหาร << ฝากกดไลท์กดแชร์เพื่อเป็นกำลังใจให้ผู้แปลด้วยครับ




บทที่ 60 มหาสมุทรไร้สิ้น



ที่ศาลาหมอก

ศาลาหมอกจัดได้ว่าเป็นขุมพลังที่ยิ่งใหญ่อีกแห่งซึ่งจะจัดประมูลและค้าขายสิ่งของหายากต่างๆที่ช่วยในการบ่มเพาะ และมันก็มีแค่เพียงในเมืองเทียนหยุนของสมาคมการค้าเท่านั้น

มันมีข่าวลืออยู่ว่าศาลาหมอกนั้นได้รับการสนับสนุนจากนักรบในมหาสมุทรไร้สิ้นที่กว้างใหญ่ มันเป็นมหาสมุทรกว้างใหญ่ อยู่ทางทิศตะวันออกของสมาคมการค้า

มีหมู่เกาะหลายพันแห่งในผืนมหาสมุทรแห่งนั้น ซึ่งกระจัดกระจายกันไปเหมือนดวงดาว บางเกาะนั้นมีขนาดใหญ่กว่าจักวรรดิ์อัคคีและจักวรรดิ์พรพระเจ้ารวมกันเสียอีก

นักรบจากทะเลไร้สิ้นนั้นมักจะไม่ค่อยมาทีแผ่นดินรุ่งเรืองนัก เพราะพวกเขาเป็นยอดฝีมือที่มีอยู่มากมายในผืนสมุทรแห่งนั้น และพวกเขาแต่ละคนยังได้รับการสนับสนุนจากตระกูลใหญ่ๆอีกด้วย

ว่ากันว่ามีแม้กระทั่งนักรบในระดับวิญญาน

ในวันนั้น ที่ประตูทางเข้าศาลาหมอกผู้จัดการร้าน กู่ลั่ว กำลังยืนอยู่ เขาเป็นนักรบในนภาแรกของระดับรู้แจ้ง และยังได้รับทรัพยากรมากมายจากศาลาหมอก

สำหรับหลาย ๆคนในศาลาหมอกแห่งนี้ กู่ลั่วนับได้ว่าเป็นนายท่านของศาลาแห่งนี้

แต่ วันนี้ กู่ลั่ว และยอดฝีมือในศาลาหมอกกลับมายืนรออยู่ที่นี่เพื่อรอใครสักคนอยู่

เวลาผ่านไป

ในที่สุดก็ถึงช่วงเวลากลางคืน แม้ว่ากู่ลั่วจะยืนรอมาทั้งวันแล้ว แต่เขาไม่ได้แสดงความไม่พอใจบนใบหน้าของเขาเลย

ท่านพ่อ เราต้องรออีกนานแค่ไหน ? เรากำลังรอใครอยู่ ” ลูกชายคนเดียวของกู่ลั่ว กู่ป๋านถอนหายใจออกมา ” เจ้านี่ช่างกล้านัก ! ที่ทำให้เรารอเพียงนี้ ”

หุบปากสะ ! เจ้าเด็กน้อย เจ้าที่เกิดในสมาคมการค้า ไม่รู้เสียแล้วว่าโลกใบนี้กว้างใหญ่เพียงใด ! เจ้าอย่าได้คิดว่าตระกูลเป่ยหมิงนั้นยิ่งใหญ่ที่สุดในแผ่นดินรุ่งเรือง เมื่อเทียบกับตระกูลที่ยิ่งใหญ่ของมหาสมุทรไร้สิ้นที่กว้างใหญ่แล้ว ตระกูลเป่ยหมิงนับเป็นตัวอะไรได้ ! ”

กู่ลั่ว จ้องมองไปที่ลูกชายของเขาและพูดอย่างเย็นชา ” ตัวข้านั้นมาจากมหาสมุทรไร้สิ้น และเป็นตระกูลเซี่ยที่ส่งข้ามาที่นี่ เพื่อมาดูแลศาลาหมอกแห่งนี้ และผู้ที่เรารอคอยอยู่ ก็คือ เซี่ยซิงหยาน จากตระกูลเซี่ย . นางคือเจ้านายของข้า หากไม่ใช่เพราะชิ้นส่วนของแผนที่ได้กระจัดกระจายออกเป็นสองส่วน นางก็คงไม่เสียเวลาเดินทางเป็นพันไมล์เพื่อมาที่แห่งนี้หลอก . ”

ท่านพ่อ ตระกูลของเราไม่ได้อยู่ที่ใจกลางของแผ่นดินรุ่งเรืองแห่งนี้รึ ? กู่ป๋านตะลึง หลังจากนั้น เขาก็ถามด้วยความประหลาดใจ

ที่นี่ ? เจ้าบอกว่าที่นี่คือใจกลางแผ่นดินรุ่งเรื่องงั้นรึ ? กู่ลั่ว แสยะยิ้ม และส่ายหัว ” จักวรรดิ์อัคคี จักวรรดิ์พรพระเจ้า และสมาคมการค้า ต่างก็นับว่าเป็นแคว้นที่อยู่ชายแดนของแผ่นดินรุ่งเรื่องทั้งสิ้น อย่าได้นับว่าพวกมันเป็นแคว้นที่อยู่ในใจกลางของแผ่นดินรุ่งเรืองเด็ดขาด จำเอาไว้ ! แผ่นดินรุ่งเรืองนั้นกว้างใหญ่กว่าที่เจ้าคิด ผู้ที่ถูกเรียกว่าเป็นยอดฝีมือในที่แห่งนี้ ก็เป็นได้เพียงแค่นักรบกากเดนในใจกลางของแผ่นดินรุ่งเรืองเท่านั้น ! ”

จริงรึ ? กู่ป๋านไม่เชื่อสิ่งที่เขาได้ยิน

เมื่อดวงตะวันค่อยๆลับไป ดวงจันทร์ก็ลอยขึ้นมาแทน บนท้องฟ้าที่มืดมิด ภายใต้แสงจันทร์ที่ส่องสว่าง กู่ป๋านยังคงรอคอยอย่างอดทน

ยามเที่ยงคืน ก็ปรากฏเงาทั้งสามบนเส้นทางที่ไกลออกไป

ภายใต้โคมไฟสีแดงบนถนนเงาทั้งสามเคลื่อนไหวไปมาเหมือนวิญญานที่น่ากลัว .

พวกเขามากันแล้ว ฟังข้านะ พวกเจ้าอย่าได้พูดอะไรออกมาเด็ดขาด ! ” กู่ลั่วประกาศออกไปเบาๆ

คนที่เป็นผู้นำนั้นเป็นผู้หญิงรูปร่างผอมบางสวมใส่ด้วยเสื้อคลุมสีดำและหมวกไม้ไผ่กว้าง ปิดบังใบหน้าของนางไว้ไม่อาจเห็นได้

นอกจากหญิงสาวแล้วก็ปรากฏชายร่างยักษ์สองคนที่สูงสองเมตรขึ้นในเวลาเดียวกัน และหากมองไปที่พวกมันก็จะรู้ได้ทันทีว่าทั้งสองเป็นฝาแฝดกัน

ทั้งสองเหมือนกับปราสาทยักษ์ที่มีผิวสีเข้ม และคล้ายกับราชสีเพศผู้ พวกมันเคลื่อนไหวอย่างคล่องแคล่ว เหมือนกับว่าไม่ได้รู้สึกหนักอย่างใดเลยกับร่างกายที่ใหญ่โตนั่นเลย

ในที่สุดพวกท่านก็มาถึง ” กู่ลั่วโค้งและกล่าวด้วยความเคารพ ” ข้าน้อยกู่ลั่ว รอพวกท่านอยู่นานแล้ว ”

เข้าไปด้านในเถอะ ”

เสียงเจื้อยแจ้วดังมาจากใต้หมวกไผ่ที่ปกปิดอยู่ หญิงสาวคนนั้นไม่ได้พูดอะไรอีก นางเคลื่อนไหวร่างกายที่เพียวบางผ่านกูลั่วไป และเดินตรงเข้าไปศาลาหมอก ราวกับว่านางนั้นเป็นเจ้าของที่แห่งนี้ !

ขอรับ คุณหนู ” กู่ลั่วพยักหน้าด้วยรอยยิ้ม แล้วเขาก็เดินตามนางไป ด้วยความรู้สึกโล่งใจ

ที่สวนด้านในของศาลาหมอก ในห้องที่เงียบสงัด

หญิงสาวชุดดำนั่งลงบนเก้าอี้ที่อยู่กลางห้อง ซึ่งมันได้ถูกเตรียมพร้อมไว้สำหรับนาง หลังจากนั้นชายร่างยักษ์ทั้งสองก็ไปยืนอยู่ด้านหลังของนาง นางโบกมือของนาง ” กู่ลั่วอยู่ที่นี่ก่อน และทุกคนก็ออกไปสะ ” .

พวกเจ้าออกไป ” กู่ลั่วประกาศออกมาเสียงดังเป็นพิเศษ จ้องมองไปที่ลูกชาย กู่ป๋านของเขา

กู่ลั่ว นั้นเป็นผู้จัดการของศาลาหมอก เมื่อได้ยินคำสั่งของเขาคนอื่นๆก็เดินออกจากห้องไป

กู่ลั่วป้องมือเคาระหญิงสาว แล้วรีบหยิบเอาสมุดบัญชีจากออกมากระเป๋าหน้าอกของเขาและส่งให้หญิงสาวด้วยมือทั้งสอง ” นี่เป็นบัญชีสำหรับสิบปีที่ผ่านมาก เชิญท่านตรวจสอบ ”

อืม เก็บมันไปก่อน ข้าไม่ได้มาที่นี่เพื่อตรวจสอบบัญชี ”



นางโบกมืออย่างสบายพร้อมกับถอดหมวกไม้ไผ่ที่สวมอยู่ออก และในตอนนั้น ก็ปรากฏใบหน้าที่งดงามขึ้น นางขมวดคิ้วคู่สวยของนาง และพูดเบาๆว่า ” ข้าต้องการดูแผนที่ ที่ไม่สมบูรณ์นั่น ”

ขอรับ ” กู่ลั่วหยิบแผนที่ไม่สมบูณณ์ของประตูนภาออกมาจากใต้เสื้อผ้าของเขาและส่งมันให้กับนางด้วยความเคารพ

เซี่ยวซิงหยาน หยิบแผนที่นั่นมาด้วยนิ้วมือที่ระเอียดอ่อนของนาง นางมองไปที่แผนที่แล้วพยักหน้าเบาๆ ” ดี ! นี่ย่อมเป็นของจริงแน่นอน ”

คุณหนู ยังมีเม็ดยาบำรุงสามเม็ด และผลึกอาคมโลหิต ซึ่งถูกส่งมาจากตระกูลอมตะ ตระกูลหยางผ่านมิติที่ว่างเปล่ามา พวกเขาบอกว่ามอบมันให้กับท่าน ”.

กู่ลั่ว เอาสิ่งที่กล่าวเหล่านั้นออกมาและส่งไปให้เซี่ยวซิงหยานด้วยความเคารพ ” คุณหนู เม็ดยาทั้งสามเหมาะสำหรับท่านในสถานการณ์ตอนนี้เป็นอย่างมาก ทุกครั้งที่ท่านบาดเจ็บสาหัสหลังจากที่ใช้จิตวิญญานต่อสู้ เมื่อทานยาเหล่านี้ ท่านก็จะหายเป็นปลิดทิ้งทันที .

อืม ตระกูลหยางช่างเป็นคนใจกว้างและรู้ดียิ่งนัก ! ”เซี่ยวซิงหยานถอนหายใจออกมา ” ศาลาหมอกนั้นไม่ได้ถูกครอบครองโดยตระกูลเซี่ยเพียงผู้เดียว ตระกูลหยางเองก็เป็นผู้ถือหุ้นส่วนใหญ่ด้วยเช่นกัน ”พวกเขาไม่ได้ส่งใครมาที่นี่สักคนแต่กลับส่งเม็ดยาบำรุงทั้งสามเม็ดมาให้ข้างั้นรึ ? ฮ่าๆๆ ดูเหมือนพวกเขาจะเชื่อใจข้ามากสินะ ”

ขณะที่นางพูด เซี่ยวซิงหยานก็เก็บยาบำรุงขนาดเท่าผลลำไยทั้งสามเม็ดเข้าไป นางลูบไปที่ผลึกอาคมโลหิต และถามว่า ” นี่ย่อมเป็นผลึกอาคมโลหิต “

ตระกูลหยางต้องการให้ท่านช่วยท่านตามหาคนผู้หนึ่ง หัวหน้าตระกูลหยาง หยางชิงตี้ ได้บอกว่าหลานชายเขาหยางไห่ยังมีชีวิตอยู่และยังอยู่ในที่แห่งนี้ เขารับรู้ได้จากวิชา [ สืบโลหิต ]  ดังนั้น เขาจึงขอให้ท่านช่วยตามหาหลานชายของเขา เพื่อตอบแทนเม็ดยาบำรุงทั้งสามนั่น ” กู่ลั่วก้มหัวลงและเขาก็พูดเบาๆ ไม่กล้าที่จะมองไปที่นาง

เจ้าว่าอะไรนะ ? เซี่ยซิงหยาน อุทานด้วยความโกรธเคือง นางพูดอย่างเย็นชา ” หึหึ ข้าก็ว่าอยู่แล้ว เหตุใดพวกเขาถึงใจกว้างนัก ! ที่แท้พวกเขาก็แค่อยากใช้งานข้า และก็ให้เม็ดยาทั้งสามนั้นเป็นสิ่งตอบแทนสินะ มันจะมากเกินไปแล้ว ! ”

กู่ลั่ว เก็บหัวของเขาลง และไม่กล้าพูดอะไรออกไป

คุณหนู เมื่อห้าสิบปีที่แล้ว หยางชิงตี้ และเหล่ายอดฝีมือได้บุกไปที่ดินแดนสี่อสูร บุตรชายของเขาหยางเสี่ยวได้ถูกฆ่าตายในการต่อสู้ จากนั้นภรรยาของหยางเสี่ยวก็ได้คลอดทารกออกมา หลังจากที่หยางชิงตี้ได้สังหารหนึ่งในราชาของดินแดนสี่อสูรไป และราชาทั้งสามที่เหลืออีกสามตนก็ได้ไล่ล่าเขา และทำให้ลูกสะใภ้ของเขาต้องตายไป ในตอนนั้นเอง หยางชิงตี้ก็ถูกต้อนจนมุมและเกรงกว่าทารกจะได้รับบาดเจ็บ เขาจึงคิดจะหลบหนีออกมาจากที่แห่งนั้นด้วยวิชา [ โลหิตหลบลี้ ]และได้โยนทารกออกมาจากดินแดนสี่อสูร

หนึ่งในชายร่างใหญ่อธิบายด้วยเสียงเก่าแก่ของเขา

แล้วไงต่อ ? เซี่ยซิงหยาน ขมวดคิ้วเล็กน้อย แล้วถามแบบไม่สนใจ

ชายร่างใหญ่นิ่งคิดสักพัก แล้วพูดต่อว่า ” หลังจากที่เขาทิ้งทารกให้ออกมาจากดินแดนสี่อสูรแล้ว หยางชิงตี้ก็ติดอยู่ใน ‘ ดินแดนสี่อสูร ‘ เป็นเวลาอีกยี่สิบปี และถูกลุมล้อมไปด้วยราชาทั้งสามในดินแดน แต่โชคดีที่เขาหนีรอดมาได้  แต่เขานั้นกลับได้รับบาดเจ็บสาหัสเป็นอย่างมาก และเมื่อเร็วๆนี้ หยางชิงตี้ ได้เสร็จสิ้นการฝึกฝนลับบางอย่างและได้บรรลุเป็นนับระในระดับวิญญานแล้ว จากนั้นเขาก็ได้หยดเลือดของเขาหนึ่งยดและใช้วิชา [ สืบโลหิต ] เพื่อตามหาทารกที่เขาโยนออกมาจากดินแดนแห่งนั้น และหยดเลือดก็ได้ชี้ทางมาที่สมาคมการค้าแห่งนี้ นั่นคือเหตุผลที่เขาได้มอบเม็ดยาบำรุงทั้งสามให้แก่ท่านเพื่อให้ท่านช่วยเหลือ ดูเหมือนว่าเขานั้นเป็นห่วงหลานชายของเขาหยางไห้เป็นอย่างมาก ” .

ราชาอสูรทั้งสามดูเหมือนว่าจะมีการเคลื่อนไหวที่ยิ่งใหญ่เมื่อเร็วๆมานี้เหมือนกัน ดังนั้นข้าเดาว่าหยางชางตี้คงจะยุ่งเกินกว่าจะตามหาทารากคนนั้นได้ . ” ชายตัวสูงพูดเพิ่ม

ถูกต้อง พวกเขาได้ส่งข่าวมาว่า หนึ่งในราชาอสูรทั้งสามของตระกูลหยาง  เสี่ยวหานยี่ ได้ออกมาจากเกาะอมตะมาพร้อมกับอสูรคุ้มกันอีกห้าสิบตน . ในเวลาหนึ่งเดือน พวกเขาจะเดินทางมาถึงที่นี่ด้วยตัวเอง และข้าก็หวังว่าท่านจะหาเด็กทาราคนนั้นพบ ก่อนที่พวกเขาจะมาถึง ” กู่ลั่ว พูดช้าๆ ด้วยความเคารพ .

ราชาอสูร เสี่ยวหานยี่ ! พร้อมกับอสูรคุ้มกันอีกห้าสิบตน ! ” เซี่ยซิงหยานถอนหายใจออกมา ” ดูเหมือนว่าหยางชิงตี้จะเป็นห่วงเด็กทารกคนนั้นมากจริงๆสินะ ! ”

ตระกูลหยางนั้นเป็นจอมเผด็จการในมหาสมุทรไร้สิ้น นั่นจึงเป็นเหตุที่ทำให้ผู้คนมากมายโกรธเคืองเป็นอย่างมากในไม่กี่ปีที่ผ่านมา พวกเขามั่วแต่ยุ่งอยู่กับสงครามระหว่างดินแดนสี่อสูร และ ยังต้องมาพลัดพลากจากลูกหลานที่ได้รับสืบทอดจิตวิญญาณอมตะตั้งแต่ยังเป็นทารก ซึ่งเป็นหลานชายของเขาของเขาเอง อีกทั้งยังเป็นหลานชายแท้ๆของเขาที่เกิดหยางเสี่ยวบุตรชายของเขาอีกด้วย เขาคงจะเจ็บปวดใจเป็นอย่างมาก มาเป็นเวลานาน ” หนึ่งในชายร่างใหญ่ตอบ

กู่ลั่ว จากนี้ไป ข้าจะดูแลศาลาหมอกแห่งนี้เองและส่วนเจ้าก็ออกไปตามหาหลานชายของหยางชิงตี้อย่างระมัดระวังสะ ! ราชาอสูร เสี่ยวหานยี่ กำลังมา ข้าจะไม่ได้รับเม็ดยาบำรุงแน่ หากเราไม่สามารถตามหาหยางไห่ ได้พบก่อนที่พวกเขาจะมาถึง เจ้าเข้าใจหรือไม่ ! ” เซี่ยซิงหยาน มองกู่ลั่วอย่างไม่แยแส

ขอรับ ข้าเข้าใจแล้ว ” กู่ลู่พยักหน้า

ข้าจะเก็บผลึกอาคมโลหิตนี่ไว้เอง หลังจากที่เจ้าหาหยางไห่พบแล้ว เจ้าจงนำเขามายังศาลาหมอกสะ แล้วข้าจะใช้ผลึกอาคมโลหิตทดสอบดูว่าเขาใช่หยางไห่คนเดียวกับที่หยางชิงตี้กำลังตามหาอยู่หรือไม่ ” เซี่ยวซิงหยาน กล่าวด้วยสีหน้าเย็นชาและนางลูบไปที่ผลึกอาคมโลหิต



ขอรับ ! ข้าจะไปเดี๋ยวนี้ ” กู่ลั่วก้มหน้าลง และถอนหายใจกับตัวเองอย่างขมขื่น ” ตระกูลใหญ่ทั้งห้ากำลังตามหาติงหยาน และข้ายังต้องไปตามหาหยางไห่อีก สมาคมการค้าจะต้องวุ่นวายเป็นแน่ ! ”

––––––––––––––––––––––––

ปล. ตอนนี้ในกลุ่มลับของเราลงถึงตอนที่ 156 แล้วนะครับ หากสนใจอยากเข้าร่วมกลุ่มลับ สามารถอ่านเงือนไขได้ที่โพสปักหมุดของเพจเลยจ้า กลุ่มเรารับคนตลอดน๊า….

ติดตามข่าวสารต่าง ๆ ได้ที่เพจของเรา กดตรงนี้ >>GOS เทพเจ้าล่าสังหาร << ฝากกดไลท์กดแชร์เพื่อเป็นกำลังใจให้ผู้แปลด้วยครับ



ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

ต้องอ่าน . . .

Legendary Moonlight Sculptor - เล่ม 1 ตอนที่ 1 กำเนิดดาร์คเกมเมอร์ (The Birth of a Dark Gamer)